Zepp Health (NYSE: ZEPP) ผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทวอทช์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้แบรนด์ Amazfit (อเมซฟิต) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการกีฬาและสุขภาพ จัดงานเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 3 รุ่นรวด ได้แก่ Amazfit Cheetah 2 Pro, Amazfit Cheetah 2 Ultra และ Amazfit Bip Max นำเสนอภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มอย่างแม่นยำ ครอบคลุมตั้งแต่นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งเทรลระยะไกล ไปจนถึงสายสุขภาพและผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบไฮบริด (Hybrid Training)

งานเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Exclusive Invitation เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ Ryse Arena ยิม Functional Training และ HYROX แห่งใหม่ย่านอุดมสุข-บางนา บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนสายกีฬา อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย อาทิ คุณบอยจากเพจ therunningboy, คุณแอลวิ้นจากเพจ ALVIN Story พร้อมด้วยเหล่านักกีฬาระดับแนวหน้า มาร่วมสัมผัสประสบการณ์และแบ่งปันมุมมองการใช้งานจริงอย่างใกล้ชิด เจาะลึกนวัตกรรมสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายที่แตกต่าง
- Amazfit Cheetah 2 Pro (สายวิ่งถนนและมาราธอน): สมาร์ทวอทช์ระดับโปรที่ออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “Refined Performance” เอาใจนักวิ่งถนนที่ต้องการทำลายสถิติเดิม (PB) ดีไซน์ที่ประณีตและน้ำหนักที่เบาอย่างเหนือชั้น (Refined Performance & Structural Lightness): ตัวเรือนผลิตจาก ไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งให้ความทนทานสูงสุดในน้ำหนักที่เบาเพียง 45.6 กรัม (ไม่รวมสาย) หน้าจอปกป้องด้วยกระจก Sapphire Glass ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนจากการใช้งานหนัก มาพร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical ถึง 4 ปุ่ม เพื่อการสั่งการที่แม่นยำที่สุดแม้ในขณะที่กำลังเร่งความเร็วหรือมือเปียกเหงื่อ• หน้าจอที่ชัดเจนที่สุดในทุกสภาพแสง (3,000 Nits AMOLED Display): สัมผัสประสบการณ์การมองเห็นที่เหนือระดับด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,000 nits มั่นใจได้ว่าคุณจะมองเห็นข้อมูล Pace, อัตราการเต้นของหัวใจ และแผนที่นำทางได้อย่างชัดเจนไร้ที่ติ ไม่ว่าจะวิ่งท่ามกลางแดดจ้าหรือในช่วงเช้ามืดที่แสงน้อย
- ที่สุดแห่งความอึดเพื่อนักวิ่งทางไกล (Max Endurance Battery): ได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพการจัดการพลังงานเพื่อให้รองรับตารางการฝึกซ้อมที่เข้มข้นที่สุด โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานทั่วไป (Daily Use) ได้ยาวนานสูงสุดถึง 20 วัน และสำหรับการแข่งขันระยะไกลหรือการวิ่งอัลตร้าเทรล คุณสามารถเปิดใช้งานโหมด GPS แม่นยำสูง (Accurate GPS Mode) ได้ต่อเนื่องนานถึง 31 ชั่วโมง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างทาง• วิเคราะห์การวิ่งเชิงลึกระดับมืออาชีพ (Advanced Running Intelligence): ยกระดับการซ้อมด้วยข้อมูลที่ละเอียดระดับโปร ทั้งค่า Running Posture ที่วัดการเด้งตัว (Vertical Oscillation) และระยะเวลาที่เท้าสัมผัสพื้น (Ground Contact Time) เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน รายงานค่า Lactate Threshold, VO2 Max, และ Running Power แบบเรียลไทม์ โดยมี Zepp Coach™ เป็นโค้ช AI ส่วนตัวที่ช่วยสร้างแผนการฝึกซ้อมเฉพาะบุคคล และรองรับการนำเข้าแผนการซ้อมจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TrainingPeaks หรือ Intervals.icu• ฟีเจอร์ความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Safety & Smart Life): มาพร้อมไฟฉายในตัวแบบสองสี (Dual-Color Flashlight) ที่ปรับได้ทั้งแสงสีขาวและแดง พร้อมโหมด Safety Light และโหมด SOS เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการวิ่งในที่แสงน้อย นอกจากนี้ยังรองรับการโทรผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งการด้วยเสียง Zepp Flow™ และเซ็นเซอร์ BioTracker™ 6.0 รุ่นล่าสุดที่วัดค่าสุขภาพและการพักฟื้น (HRV) ได้อย่างแม่นยำ
- Amazfit Bip Max (สายสุขภาพและการใช้งานประจำวัน): สมาร์ทวอทช์ระดับ Flagship ของซีรีส์ Bip ที่มาพร้อมนิยามแห่งความเหนือระดับด้วยแนวคิด “MAX” มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดและเก่งรอบด้านสำหรับทุกคน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสายสุขภาพและการออกกำลังกายแบบไฮบริด (Hybrid Training) MAX Display: หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่พิเศษ 2.07 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหน้าจอที่ใหญ่และชัดที่สุดในระดับเดียวกัน โดดเด่นด้วยค่าความสว่างสูงสุดถึง 3,000 nits ชัดเจนแม้อยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า พร้อมระบบการปรับขนาดตัวอักษรได้ถึง 6 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับความถนัดทางสายตาของผู้ใช้งานทุกช่วงวัย• MAX Endurance: ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 550 mAh ผสานกับระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุดถึง 20 วัน และรองรับการใช้งานหนัก (Heavy Use) ได้นานถึง 10 วัน นอกจากนี้ยังรองรับการเปิดใช้งาน GPS ต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 40 ชั่วโมง เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินป่าแบบหลายวัน (Multi-day Hiking)• MAX Storage & Navigation: เป็นครั้งแรกของซีรีส์ Bip ที่มีการอัปเกรดพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเป็น 4GB เพื่อรองรับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่าง Independent Offline Maps (ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ ทั้งแผนที่ภูมิประเทศ, แผนที่เส้นทางสกี และแผนที่เส้นชั้นความสูง) ทำให้นำทางได้อย่างมั่นใจแม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และรองรับ Offline Music Storage สำหรับจัดเก็บเพลงและพอดแคสต์ไว้ในนาฬิกาเพื่อฟังขณะออกกำลังกายผ่านหูฟัง Bluetooth โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ รวมถึงรองรับการติดตั้งแอปพลิเคชันเสริม (Mini-apps) มากกว่า 100 รายการ• MAX Accuracy: แม่นยำกว่าด้วยเซ็นเซอร์ระดับโปร BioTracker™ 6.0 PPG (5PD + 2LED) ที่ให้ผลลัพธ์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำขึ้นในระดับวินาที (Second-by-second) พร้อมฟีเจอร์ BioCharge ที่ช่วยวิเคราะห์พลังงานของร่างกายทั้งทางกายและทางใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยรวบรวมข้อมูลจากทั้งการนอน ความเครียด และการทำกิจกรรม เพื่อให้คุณวางแผนการพักผ่อนและการฝึกซ้อมได้อย่างสมดุล
- เพื่อนคู่ใจของนักกีฬาและการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ: รองรับโหมดกีฬากว่า 150 ชนิด พร้อมระบบ Zepp Coach™ ช่วยออกแบบแผนการฝึกซ้อมส่วนบุคคล รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมระดับมืออาชีพอย่าง Stryd (Running Power Meter) และยังมีการจัดการอายุการใช้งานอุปกรณ์ (Equipment Mileage Management) เช่น การแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนรองเท้าวิ่งหรือโซ่จักรยาน
- Amazfit Cheetah 2 Ultra (สายวิ่งเทรลและผจญภัย): รุ่นเรือธงขั้นสุดสำหรับนักวิ่งสาย Ultra และ Trail Running ที่ออกแบบมาเพื่อการเผชิญหน้ากับเส้นทางที่ท้าทายและแปรปรวนในระยะทางไกล ภายใต้คอนเซปต์ “Endurance & Navigation” ที่ผสานความทนทานของแบตเตอรี่ระดับสูงสุด เข้ากับระบบนำทางที่แม่นยำและการรองรับแรงกระแทกด้วยโครงสร้างระดับพรีเมียม เพื่อให้คุณควบคุมทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจโดยไม่มีข้อผูกมัด ดีไซน์ระดับพรีเมียมเพื่อการผจญภัยที่สมบุกสมบัน (Refined Strength & Premium Design): ตัวเรือนและขอบหน้าปัดผลิตจาก ไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) ที่ให้ความแข็งแกร่งและทนทานสูงสุด มั่นใจได้ในทุกสภาวะด้วยการผ่านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร (Military-grade Certification) หน้าจอปกป้องด้วยกระจก Sapphire Glass ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical ถึง 4 ปุ่ม ออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่กระชับและพร้อมลุยไปกับคุณในทุกสภาพภูมิประเทศที่คาดเดาไม่ได้• หน้าจอใหญ่เต็มตา ชัดเจนทุกรายละเอียด (1.5″ AMOLED Display): ขยายประสบการณ์การมองเห็นให้เหนือชั้นด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่พิเศษ 1.5 นิ้ว ที่ให้สีสันสดใสและความคมชัดระดับสูงสุด ช่วยให้การอ่านค่าสถานะการวิ่งและการดูแผนที่เป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วแม้ในขณะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว• แบตเตอรี่พันธุ์อึด แมตช์ทุกระยะทาง (Endurance That Matches the Distance): ยกระดับพลังงานให้ยาวนานขึ้นถึง 2 เท่า เพื่อรองรับการวิ่งระยะ Ultra มาราธอนทั่วโลก โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานทั่วไป (Daily Wear) ได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 วัน และสำหรับการใช้งาน GPS ในโหมดแม่นยำสูง (Accurate GPS Mode) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง ช่วยให้การซ้อมและการแข่งขันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีหยุดชะงัก• ระบบนำทางขั้นสูงและแผนที่สีออฟไลน์ (Navigate with Confidence & 64GB Storage): มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่องที่ใหญ่เป็นประวัติการณ์ถึง 64GB รองรับการดาวน์โหลด Full-Color Offline Maps แผนที่ออฟไลน์แบบสีเต็มรูปแบบ ช่วยให้เข้าใจความชันและภูมิประเทศได้ทันที พร้อมรองรับแผนที่ภูมิประเทศ แผนที่เส้นชั้นความสูง (Contour Maps) และแผนที่รีสอร์ทสกีทั่วโลก ทำงานร่วมกับระบบ GPS แบบ Dual-band (6 ดาวเทียม) และเสาอากาศรับสัญญาณโพลาไรซ์แบบวงกลม ช่วยให้นำทางแบบ Turn-by-turn ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด• ฟีเจอร์ความปลอดภัยและไฟฉายในตัว (Built-in LED Flashlight): ติดตั้งไฟฉาย LED ในตัวที่สามารถปรับระดับความสว่างได้ มาพร้อมโหมดแสงสีขาวและแสงสีแดง รวมถึงโหมด SOS และโหมดไฟนิรภัย (Safety Light) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในการวิ่งช่วงเช้ามืดหรือการแข่งขันที่ต้องข้ามผ่านเวลากลางคืน
นอกเหนือจากการเปิดตัวนวัตกรรมระดับโลกแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือการที่ Amazfit Thailand ได้ประกาศเปิดตัว Amazfit Team รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการรวบรวมและจัดตั้งคอมมูนิตี้สำหรับนักกีฬาไทยอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Road Running, Trail Running และการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX เพื่อเป็นแกนกลางในการสนับสนุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และผลักดันศักยภาพของนักกีฬาในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น
นอกจากนี้ ในระดับสากล Amazfit ยังได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ HYROX ต่อเนื่องยาวนานอีก 3 ปี ในฐานะ Global Partner ด้านอุปกรณ์สวมใส่ (Global Wearable Device Partner) อย่างเป็นทางการ โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้ ได้รับการพัฒนาให้มีฟังก์ชันพิเศษที่รองรับการติดตามและวัดผลการแข่งขัน HYROX ในแต่ละสเตชันได้อย่างละเอียดแม่นยำ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ Amazfit ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบรับทุกเทรนด์การออกกำลังกายสมัยใหม่
การวางจำหน่ายและราคา
- Amazfit Bip Max: มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver (เงิน), Dark Blue (น้ำเงินเข้ม) และ Carbon Gray (เทาคาร์บอน) พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในราคาเปิดตัวเพียง 3,690 บาท
- Amazfit Cheetah 2 Pro: มาในสี Titanium สุดหรู พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569ในราคาเปิดตัว 16,900 บาท
- Amazfit Cheetah 2 Ultra: รุ่นท็อปสายเทรลและผจญภัย พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ในราคา 21,900 บาท
สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit บนแพลตฟอร์มชั้นนำ Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองทั่วประเทศ

