Key Highlights :

- เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8%YoY สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน ตามกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ของโลก ทั้งนี้ สภาพัฒน์คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.5%-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) ซึ่งรวมผลของมาตรการภาครัฐในการรับมือวิกฤตพลังงานแล้ว
- Krungthai COMPASS ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายในระยะข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นฉากจบ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญในตะวันออกกลางเสียหายและใช้เวลาฟื้นฟู กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง แต่มาตรการภาครัฐที่จะทยอยออกมาจะเป็นปัจจัยช่วยบรรเทาผลกระทบ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วนหรือ “K-Shaped Economy” โดยภาคการผลิตและครัวเรือนบางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่อาจจะรุนแรงและชัดเจนมากขึ้นในระยะข้างหน้า
จีดีพีไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8%YoY ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการส่งออกสินค้า และการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตดี
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/69 ขยายตัว 2.8%YoY และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัว 0.7%QoQSA โดยมีแรง ขับเคลื่อนที่สำคัญจาก
- การส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องที่ 15.5%YoY เร่งตัวจาก 8.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และขยายตัวต่อเนื่อง 8 ไตรมาสติดต่อกัน อานิสงส์จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ตามกระแสโลก ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม Tech (สัดส่วน 26.5% ต่อมูลค่าการส่งออกไทยในปี 68) ขยายตัวกว่า 45%YoY ในเดือน มี.ค. 69 และขยายตัวติดต่อกัน 12 ไตรมาส ขณะที่ สินค้ากลุ่ม Non–Tech (ซึ่งมีสัดส่วน 69.7%) เติบโตเพียง 6.3%YoY
- การลงทุนรวมเพิ่มขึ้น โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 10.1%YoY โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือที่ขยายตัว 11.5%YoY สอดคล้องกับทิศทางการการนำเข้าสินค้าทุนประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 9.4%YoY แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวของการก่อสร้างของรัฐบาล และสอดคล้องกับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้ที่อยู่ที่ 15.1%YoY ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสก่อน
- การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.2%YoY ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.3%YoY ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนที่เพิ่มขึ้น 3.5%YoY จากการใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ และไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ขยายตัว 6.8%YoY จากปัจจัยชั่วคราวที่มีการเร่งจดทะเบียนรถตามมาตรการ EV 3.0 ที่ภาครัฐขยายเวลาสิ้นสุดโครงการจาก ธ.ค. 68 เป็น ม.ค. 69
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/69 ขยายตัวที่ 0.7% QoQSA ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 1.9% QoQSA โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือขยายตัว 4.8%QoQSA เร่งตัวจากไตรมาสก่อนและขยายตัวต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดกัน ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของการลงทุนในหมวดเครื่องจักรอุตสาหกรรม สอดคล้องกับเงินลงทุนเปิดหรือขยายกิจการในไตรมาสนี้ที่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท ขยายตัวถึง 18 เท่า จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 0.4%QoQSA ชะลอลงจาก 1.4% QoQSA ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการชะลอลงของการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน
การส่งออกบริการ ขยายตัว 3.7%QoQSA ชะลอลงจาก 5.3% QoQSA ในไตรมาสก่อนหน้า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีข้อจำกัดในการเดินทางมาไทยมากขึ้น ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้นและการยกเลิกเที่ยวบิน
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 สศช. คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) โดยมีปัจจัยเสี่ยงระยะข้างหน้า 1) ความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2) ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก 3) ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและคุณภาพสินเชื่อ SME ด้อยลง และ 4) ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรง อย่างไรก็ดี สศช. มองว่าเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ภาคเอกชน 2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้ง พ.ร.ก. เงินกู้ฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบของภาครัฐและ 3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออก
Implication:
- Krungthai COMPASS ประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไทยใน 1Q69 จะขยายตัวสูงกว่าที่คาดที่ 2.8%YoY สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส แต่แนวโน้มระยะข้างหน้ายังมีความท้าทาย เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นฉากจบ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางที่สำคัญ ได้รับความเสียหายและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ความกังวลต่อ physical damage กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ปัจจัยดังกล่าวทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจระยะข้างหน้าอาจเผชิญความเสี่ยงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน
- ทั้งนี้ มาตรการภาครัฐจะเป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ ในระยะข้างหน้า ทั้งมาตรการช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงจุด (Targeted Policy) และมาตรการการลงทุนด้าน Energy transition นอกจากนี้ ต้องติดตามการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจริงของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญ หลังล่าสุดมียอดขอรับการลงทุนจาก BOI ใน 1Q69 สูงถึง 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจากปีก่อน หนุนโดยแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัล AI
- อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน หรือ “K-Shaped Economy” ส่วนหนึ่งสะท้อนจากการส่งออกที่แม้จะขยายตัวสูง 17.6%YoY ใน 1Q69 จากสินค้ากลุ่ม Tech เป็นสำคัญ แต่จีดีพีภาคการผลิตกลับขยายตัวเพียง 0.9%YoY และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยังทรงตัวในระดับต่ำ บ่งชี้ว่าการส่งออกไม่ได้กระจายการเติบโตไปยังภาคการผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งจะกลายเป็นอีกความเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้า หากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้า (Supply Chain Disruption) โน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งสินค้ากลุ่ม Tech เสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดจาก ธปท. ที่ชี้ว่าภาคธุรกิจกังวลด้านต้นทุนสูงกว่าช่วงรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่มีความกังวลต่อคำสั่งซื้อล่วงหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่ Covid ทั้งนี้ ประเทศไทยควรเร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงานสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงลงทุนเพื่อยกระดับ Productivity และในอุตสาหกรรมศักยภาพแห่งอนาคตที่มีส่วนสำคัญในการสร้างงานและสร้างรายได้ในประเทศอย่างแท้จริง
Symbol: KTB
