กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม รองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 หลังลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานที่แข่งขันและโรงแรมที่พักกว่า 169 แห่ง ใน 11 จังหวัด พบส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐาน แต่ยังพบปัญหาการจัดการขยะ สุขลักษณะห้องน้ำ และเหตุท้องเสียเป็นกลุ่มก้อนในนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ พร้อมเตรียมนำบทเรียนพัฒนามาตรฐานรองรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการดำเนินงาน ทีมปฏิบัติการตรวจประเมินและเฝ้าระวังด้านสุขลักษณะและอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานที่จัดแข่งขันและโรงแรมที่พักรองรับการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 (ค.ศ.2025) และกีฬาอาเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568 (ค.ศ.2025) ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี และผ่านระบบ Video Conference ว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย รับผิดชอบการดำเนินงานด้านสุขอนามัย เพื่อรองรับการแข่งขันดังกล่าว โดยมีการจัดตั้งทีมปฏิบัติการจากกรมอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดการแข่งขัน ร่วมตรวจประเมินและเฝ้าระวังด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานที่แข่งขันและโรงแรมที่พัก จำนวน 169 แห่ง ครอบคลุม 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา
นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ผลการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยรวมถือว่าบรรลุเป้าหมาย สถานที่จัดแข่งขันและโรงแรมที่พักส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ยังพบประเด็นปัญหาบางประการ เช่น การจัดการขยะ สุขลักษณะห้องน้ำห้องส้วม และมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงมีรายงานนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มีอาการท้องเสียเป็นกลุ่มก้อนในช่วงการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ทีมตรวจการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมให้คำแนะนำทางวิชาการเพื่อแก้ไขและระงับปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อควบคุมการระบาดของโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานที่จัดแข่งขันกีฬาและโรงแรมที่พัก และจัดทำข้อเสนอแนวทางรองรับการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติในอนาคตต่อไป

