CCP เผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 รายได้เฉพาะกิจการ 435.13 ล้านบาท โต 14.94% กำไรสุทธิ 22.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% รับอานิสงส์งานโครงสร้างพื้นฐานรัฐ EEC หนุนดีมานด์คอนกรีตสำเร็จรูปขยายตัว ชูศักยภาพ “Green Product” ตอบโจทย์งานรัฐ-เอกชน บุ๊กส่วนแบ่งกำไรคลังสินค้า Free Zone บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ-การผลิต มีประสิทธิภาพ รักษาวินัยการเงินเข้มงวด มองภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/69 งบการเงินเฉพาะกิจการ บริษัทมีรายได้รวม 435.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 378.57 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.94% และมีกำไรสุทธิ 22.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวของกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.62 %
ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นทั้งรายได้และกำไร ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจหลักที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่ทยอยเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คำสั่งซื้อและยอดขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในพื้นที่ภาคตะวันออกยังอยู่ในระดับที่ดี ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ บริษัทมีความพร้อมด้านกำลังการผลิตและการบริหารจัดการโรงงาน โดยวางแผนบริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณงาน ควบคู่กับการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสม่ำเสมอ ควบคุมคุณภาพสินค้า และการบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ตรงตามมาตรฐานและแผนที่วางไว้
ขณะเดียวกัน บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจบริหารจัดการคลังสินค้าเขตปลอดอากร (Free Zone) ภายใต้ บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชัน จำกัด หรือ CHARLIE บริษัทย่อย ที่ดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมาย และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าและบริการโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และลูกค้าที่ใช้พื้นที่เขตปลอดอากรเพื่อบริหารต้นทุนด้านภาษีและการจัดการสินค้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับที่ดี
นายอาทิตย์ กล่าวเสริมว่า บริษัทพัฒนานวัตกรรม “Green Product” หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability) และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับบริษัทในระยะยาว
สำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทมองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างยังมีแนวโน้มเติบโต จากปัจจัยสนับสนุนการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในพื้นที่ EEC ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปและธุรกิจคลังสินค้า Free Zone
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและเข้าประมูลงานใหม่ ทั้งโครงการภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) และผลักดันให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 1,800 ล้านบาท
Symbol: CCP
