นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และประธานนักศึกษา ปธพ. รุ่นที่ 12, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์นายกแพทยสภา, นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และ ประธานนักศึกษาหลักสูตรส่วนไม่ใช่แพทย์ ปธพ.12 (Non-MED), พลอากาศเอก นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, พลโท นายแพทย์สุรชัย รัศมีจิวานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และประธานโครงการหน่วยแพทย์อาสาฯ ปธพ.12 (MED), พันเอก นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 1 และประธานนักศึกษา ปนพ. รุ่นที่ 3 และแพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรี ร่วมแถลงข่าวการดำเนิน“โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569”โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรี

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระปกเกล้า และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน โดยมีนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) รุ่นที่ 12 และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) รุ่นที่ 3 ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินโครงการ
การดำเนินงานของโครงการยึดหลักธรรมาภิบาล และน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “อ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร” มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค และเป็นธรรม
ภายในโครงการมีการให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร ครอบคลุม 17 กลุ่มเฉพาะทาง รวมจำนวน 51 คลินิก โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสถาบันการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และราชวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วมให้บริการ
พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์และจิตอาสาจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถให้บริการแก่พระภิกษุสงฆ์และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ราย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โครงการมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคยากและโรคซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ได้มีการสำรวจ คัดกรอง และนัดหมายผู้ป่วยล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและภาระในการเดินทางของผู้ป่วย
นอกจากการให้บริการรักษาพยาบาลแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไปสู่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของระบบบริการสุขภาพในระดับจังหวัดให้มีความเข้มแข็งและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน อาทิ การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการในฐานะกลไกสำคัญในการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ และเป็นแบบอย่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ โรงพยาบาลสระบุรีในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ระบบการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้ารับบริการอย่างครบถ้วน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
จึงขอเชิญชวนพระภิกษุสงฆ์และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เข้ารับบริการทางการแพทย์ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
