บอกลาโรค “รองช้ำ” เจ็บก้าวแรกของเช้าวันใหม่ เจาะลึกความลับเอ็นฝ่าเท้า พร้อมนวัตกรรมรักษาให้หายขาด

เคยหรือไม่? ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น แต่พอหย่อนเท้าลงข้างเตียงเพียงก้าวแรกแตะพื้นกลับ “เจ็บจี๊ด” เหมือนโดนเข็มแทงที่ส้นเท้า หรือบางทีนั่งทำงานเพลิน ๆ พอจะลุกไปกินข้าวก็ต้องเดินกะเผลกในช่วง 5-10 ก้าวแรก ซึ่งถ้าคุณมีอาการแบบนี้ แสดงว่า “โรครองช้ำ” (Plantar Fasciitis) กำลังแอบมาทักทายเข้าให้แล้ว! 

ทำไม? ต้องเจ็บตอน “ก้าวแรก”

อาการคลาสสิก Morning Pain หรือ Starting Pain นี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีคำอธิบายง่าย ๆ คือในช่วงที่เรานอนหลับหรือนั่งพักนานๆ เส้นเอ็นฝ่าเท้าจะอยู่ในสภาวะ “หย่อนตัว” แต่พอลุกขึ้นยืนปุ๊บ เส้นเอ็นจะถูกกระชากให้ตึงทันทีเหมือนหนังยางที่ถูกดึงแรง ๆ จนเกิดความเจ็บปวด พอเดินไปสัก 15-20 นาที เอ็นเริ่มยืดหยุ่น อาการจะค่อยๆ ทุเลาลง…แต่นั่นไม่ได้แปลว่าโรคหายไปนะ 

เช็กลิสต์: ใครเสี่ยงจะเป็น “นักเจ็บก้าวแรก”

อาการเจ็บรองช้ำเป็นผลมาจากเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ โดยชนวนเหตุสำคัญที่สุดคือ เส้นเอ็นตึง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่ผู้สูงวัย แต่ผู้หญิงอาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายอยู่บ้าง เพราะเกิดมาพร้อมสรีระที่กล้ามเนื้อน่องและเอ็นฝ่าเท้าตึงกว่าปกติโดยธรรมชาติ เมื่อบวกกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การสวมรองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าแฟชันที่ไม่ซัพพอร์ตอุ้งเท้า แรงกดทับทั้งหมดจะตกลงที่เส้นเอ็นฝ่าเท้าโดยตรง

อาการเจ็บรองช้ำไม่ได้แค่น่ารำคาญ แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว หลายคนเริ่มหลีกเลี่ยงการเดิน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่กิจกรรมที่เคยชอบ เพราะกลัวความเจ็บจะกลับมา ทำให้สุขภาพโดยรวมแย่ลงแบบไม่รู้ตัว ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจาก 3 ปัจจัย

  1. สายเอ็นตึง (The Tight Body): บางคนเกิดมาพร้อมต้นทุน “น่องตึง” หรือ “เอ็นฝ่าเท้าตึง”  ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ถ้าพื้นฐานเอ็นเราไม่ยืดหยุ่น แค่ใช้ชีวิตปกติก็เจ็บได้แล้ว
  2. สาย Hard Working: คนที่ต้องยืนหรือเดินนานๆ เช่น พ่อค้าแม่ค้า, คุณครู, เชฟ หรือแม้แต่นักช้อปสายแข็งที่เดินห้างทั้งวัน
  3. สายแฟชั่นเลือกรองเท้าผิด: รองเท้าพื้นแข็งเกินไป รองเท้าแบนราบ (Flat Shoes) ที่ไม่มีส่วนซัพพอร์ตอุ้งเท้า รวมถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นแรงกดทับที่ทำให้เอ็นฝ่าเท้าแบกรับภาระหนักเกินไป

กู้คืนก้าวที่มั่นใจ… ป้องกันและรักษาอย่างไรให้ตรงจุด?

  1. การดูแลตัวเอง: “ยืด” เท่านั้นคือทางรอด

วิธีป้องกันที่ได้ผลชะงัดที่สุดคือ การยืดน่องและนวดเอ็นฝ่าเท้า หมั่นทำสม่ำเสมอให้เอ็นมีความยืดหยุ่น (น่องนิ่ม = เท้าไม่เจ็บ) ลองหาลูกเทนนิสมาคลึงใต้ฝ่าเท้าตอนนั่งทำงาน หรือยืดเหยียดน่องก่อนก้าวลงจากเตียง จะช่วยลดการบาดเจ็บได้มหาศาล

  1. การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด “เทคโนโลยีช่วยได้”

หากอาการเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน การทำเครื่องมือกายภาพบำบัดด้วย   Shockwave (ช็อกเวฟ) หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงเข้าไปกระตุ้นจุดที่อักเสบ คือทางเลือกยอดฮิตที่ช่วยให้คนไข้กว่า 90% หายเจ็บได้โดยไม่ต้องกินยาต่อเนื่อง

  1. นวัตกรรม “ส่องกล้อง” ทางเลือกสุดท้ายที่หายไว

สำหรับใครที่เป็นเรื้อรังมานานจนมี “กระดูกงอก” ทิ่มฝ่าเท้า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (Endoscopic Surgery) เพียง 0.5 ซม. เข้าไปกรอกระดูกงอกและยืดเอ็นให้หย่อนลง แผลเล็ก เจ็บน้อย และเดินคล่องได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ไม่ต้องกลัวแผลเป็นใหญ่ที่ฝ่าเท้าอีกต่อไป

อย่าปล่อยให้ความเจ็บเป็นเรื่องชินชา

อาการเจ็บจาก “รองช้ำ” อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนกลายเป็นความเจ็บเรื้อรัง ที่พรากความสนุกในการใช้ชีวิตและการเดินทางของคุณไป ลองสำรวจก้าวแรกในวันพรุ่งนี้ให้ดี ถ้าเริ่มเจ็บ! อย่ารอจนทนไม่ไหว รีบรักษาแต่เนิ่น ๆ ซึ่งโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และนวัตกรรมการรักษาที่ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็น Shockwave Therapyการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงเข้าไปกระตุ้นจุดที่อักเสบ และ Endoscopic Surgery (ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก) สำหรับเคสที่เป็นมานานจนมีกระดูกงอก ทำให้การผ่าตัดในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

เพราะก้าวแรกของวันควรเป็นก้าวที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ไม่ใช่ความเจ็บปวด…เริ่มดูแลเท้าของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวที่มั่นใจในทุกๆ วัน

                                                            

ที่มา: ChomPR