กทม. คุมเข้มมาตรการป้องกัน-ลดความเสี่ยงอัคคีภัยในทุกมิติ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเพิ่มจุดติดตั้งประปาหัวแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านการระงับเหตุอัคคีภัยให้แก่ชุมชน เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมา สปภ. ได้ร่วมกับสำนักงานเขตลงพื้นที่สำรวจความต้องการและพิจารณาความเหมาะสมในการติดตั้งประปาหัวแดงภายในชุมชนและพื้นที่เสี่ยงอัคคีภัย รวมทั้งได้ประสานการประปานครหลวง (กปน.) ตรวจสอบแนวเขตที่สามารถติดตั้งประปาหัวแดงเพิ่มเติม จากการพิจารณาร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย พบว่ามีจุดที่เหมาะสมในการติดตั้งประปาหัวแดงเพิ่มเติม จำนวน ๒๕๘ จุด และได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการติดตั้งหัวจ่ายน้ำดับเพลิงร่วมกับ กปน. โดย กปน. สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับติดตั้งให้กึ่งหนึ่ง แต่เนื่องจากข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง เงินอุดหนุนของ กทม. พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ครอบคลุมการเบิกจ่ายเงินให้กับ กปน. จึงไม่สามารถดำเนินการติดตั้งได้ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 สภา กทม. ได้ลงมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่องเงินอุดหนุนของ กทม. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อ 4 ของบทนิยามคำว่า “หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน” ในข้อ 4 แห่งข้อบัญญัติ กทม. เรื่องเงินอุดหนุนของ กทม. พ.ศ. 2560 ด้วยการเพิ่มข้อความเป็น (4) ว่า “รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การไฟฟ้า และการประปา เฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะโดยมิได้มุ่งแสวงหากำไร” ซึ่งหลังจากที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามในข้อบัญญัติ กทม. ดังกล่าวและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะสามารถติดตั้งประปาหัวแดงเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายต่อไป

สำหรับการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของประปาหัวแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้สั่งการให้สถานีดับเพลิงและกู้ภัยจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบความพร้อมใช้งานอยู่เป็นประจำ ส่วนการติดตั้งและบำรุงรักษาถังดับเพลิงที่ติดตั้งภายในชุมชนของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาได้มีการจัดหาถังดับเพลิงให้กับชุมชนไปแล้วจำนวนมาก (ปีงบประมาณ 2566 : 9,979 เครื่อง ปีงบประมาณ 2567 : 27,611 เครื่อง ปีงบประมาณ 2568 : 18,607 เครื่อง และในปีงบประมาณ 2569 : 17,987 เครื่อง) โดยติดตั้งให้กับชุมชนที่ตั้งขึ้นตามระเบียบ กทม. ได้แก่ ชุมชนแออัด ชุมชนเมือง ชุมชนชานเมือง ชุมชนอาคารสูง ตามมาตรฐาน 1 ถัง ต่อประชากร 5 หลังคาเรือน โดยเครื่องดับเพลิงยกหิ้วที่ กทม. จัดหาได้ติดตั้ง QR Code เพื่อให้ผู้ดูแลได้ทำการยืนยันการติดตั้ง ระบุตำแหน่งจุดติดตั้ง พร้อมทั้งสามารถรายงานสภาพความพร้อมใช้งาน หรือความชำรุดของเครื่องดับเพลิงยกหิ้วผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปกติต้องตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานขั้นต้นอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ กทม. ได้ก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาทิ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม คลองสามวา ร่มเกล้า หลักสี่ บางนา และทวีวัฒนา เป็นต้น เพื่อให้การระงับเหตุอัคคีภัยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับความปลอดภัยด้านการป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ได้เตรียมความพร้อมยานพาหนะในการระงับเหตุอัคคีภัยตามอัตรามาตรฐานความจำเป็นพื้นฐานรถดับเพลิงประจำสถานีดับเพลิงและกู้ภัย และยังมีรถมอเตอร์ไซค์ดับเพลิง รถดับเพลิงขนาดเล็ก (ATV) และรถกู้ภัยขนาดเล็ก (4×4) เป็นยานพาหนะเฉพาะทางขนาดเล็ก เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่การจราจรติดขัด หรือซอยแคบที่รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ หรือเหตุสาธารณภัย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 199 ตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวพิสมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเพิ่มความปลอดภัยจากเหตุอัคคีภัยและไฟฟ้าลัดวงจรภายในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. มีแผนการปรับปรุงกายภาพโรงเรียน เพื่อจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นวัตถุ เป็นรูปธรรมให้มีความเหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโรงเรียน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ ความปลอดภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงกายภาพโรงเรียนจะพิจารณาให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียนในสังกัด กทม. มาตรการที่ 6 จัดให้มีระบบความปลอดภัยด้านอาคารและสถานที่โดยรอบโรงเรียน โดย สนศ. มีคู่มือมาตรฐานการตรวจสอบกายภาพโรงเรียน จำนวน 5 ด้าน ประกอบด้วย (1) โครงสร้างอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคาร (2) ระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า(3) แหล่งน้ำภายในโรงเรียน (4) โรงอาหาร/ครัวระบบประปา ระบบสุขาภิบาล ห้องน้ำ/ส้วมและสิ่งแวดล้อม และ (5) สนามเด็กเล่น สนามกีฬาและลานอเนกประสงค์

สนศ. ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งอาคารและทรัพย์สินของโรงเรียน ทั้งนี้ จากการสำรวจสภาพทางกายภาพของโรงเรียนในมิติด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอัคคีภัยภายในโรงเรียนตามที่กำหนดในตัวชี้วัดติดตามด้านกายภาพ 5 ด้าน เพื่อวางแผนการปรับปรุงระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคารตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความคุมอาคาร และ National Fire Protection Association (NFPA) เพื่อให้สำนักงานเขต ซึ่งเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของโรงเรียนตรวจสอบและกำหนดแผนการปรับปรุงพัฒนาให้เกิดความปลอดภัย โดย สนศ. จะนำข้อมูลเพื่อประกอบการวางแผนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงเรียนให้สอดคล้องส่งเสริมกับหลักสูตรและการเปลี่ยนแปลงต่อไป

นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. กล่าวว่า จากข้อมูลในฐานข้อมูลดิจิทัลพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย (BKK Risk Map) กทม. มีจุดเสี่ยงอัคคีภัย จำนวน 1,310 จุด อยู่ในชุมชนที่จัดตั้งตามระเบียบฯจำนวน 2,002 ชุมชน โดยมีสถานีดับเพลิงและกู้ภัย จำนวน 54 แห่ง ประปาหัวแดง จำนวน 23,006 หัว และถังดับเพลิง จำนวน 77,624 ถัง โดยได้ดำเนินการป้องกันและรับมือเหตุเพลิงไหม้ ประกอบด้วย (1) สำนักงานเขตได้ดำเนินการตรวจสอบจำนวนของถังดับเพลิงในชุมชน เพื่อให้มีจำนวนเพียงพอตามหลักเกณฑ์ของ สปภ. ที่กำหนดให้ถังดับเพลิง 1 ถัง ต่อ 5 หลังคาเรือน หากชุมชนมีความต้องการเพิ่มเติม สามารถแจ้งสำนักงานเขต เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเพิ่มเติมถังดับเพลิงในชุมชนได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (2) สำนักงานเขตได้ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับการใช้งานถังดับเพลิง พร้อมทั้งตรวจสอบความพร้อมของถังดับเพลิง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพ และพร้อมใช้งานเสมอ (3) สพส. โดยโรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ได้ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิดวงประทีป และสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย ป้องกันเหตุอัคคีภัยในชุมชน ภายใต้โครงการ “อุ่นใจเปลี่ยนสายไฟในชุมชนคลองเตย” เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 68 โดยดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ระบบสายไฟ เบรกเกอร์ ฯลฯ ในชุมชน ซึ่งสามารถขยายผลไปยังชุมชนต่าง ๆ ของ กทม. ได้ และ (4) การพิจารณามาตรการเพิ่มความปลอดภัยจากเหตุอัคคีภัยและไฟฟ้าลัดวงจรในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน สพส. และสำนักงานเขตได้กำกับดูแลและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทุกแห่ง หมั่นตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าให้ได้มาตรฐาน และใช้เบรกเกอร์ที่มีระบบกันไฟดูดในแต่ละห้อง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของเด็กเล็กและทรัพย์สิน

 

 

ที่มา: กรุงเทพมหานคร