ความสามารถล่าสุดของ FortiOS ช่วยให้องค์กรใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย ลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและเสริมแกร่งการป้องกันทั้งไฮบริดและมัลติคลาวด์

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกันประกาศเปิดตัว FortiOS 8.0 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดที่เป็นขุมพลังของ Fortinet Security Fabric โดยเปิดตัวในฐานะหนึ่งในนวัตกรรมเครือข่ายความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตในงาน Fortinet Accelerate 2026 ทั้งนี้ FortiOS 8.0 มาพร้อมความสามารถใหม่ด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึง SASE รุ่นถัดไป และความสามารถด้าน Quantum-Safe ที่ช่วยองค์กรลดความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมความปลอดภัย พร้อมประสิทธิภาพและการป้องกันได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้งหมด
FortiOS 8.0 สะท้อนถึงการพัฒนานวัตกรรมที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี ในการผสานเทคโนโลยีเครือข่ายและความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ขณะที่หลายองค์กรต่างนำ AI และคลาวด์มาใช้งานมากขึ้น อีกทั้งต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่มีการเข้ารหัสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบปฏิบัติการแบบรวมศูนย์จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มการมองเห็นระบบและขยายความสามารถในการรักษาความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุมโดยไม่กระทบต่อธุรกิจ” เคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต กล่าว
แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ เพื่ออนาคตเครือข่ายที่ปลอดภัย
หลายองค์กรต่างกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการนำ GenAI มาใช้งาน การทำงานแบบไฮบริด และกลยุทธ์ Cloud-First ล้วนส่งผลให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการขยายขีดความสามารถการป้องกัน โดยที่ไม่เพิ่มความซับซ้อนของระบบ โดย FortiOS 8.0 เข้ามาแก้โจทย์ท้าทายเหล่านี้ ด้วยการยกระดับเครือข่ายที่ปลอดภัยผ่านระบบปฏิบัติการแบบรวมศูนย์ช่วยเพิ่มการมองเห็นระบบเชิงลึกให้การควบคุมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมความปลอดภัยที่รองรับอนาคต ครอบคลุมทั้งเครือข่ายเอดจ์ คลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์
FortiOS 8.0 นำเสนอความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมในสามเรื่องหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI, SASE ที่ล้ำหน้าและการปกป้องระดับ Quantum-Safe โดยช่วยให้องค์กรรองรับการเชื่อมต่อสมัยใหม่ พร้อมก้าวสู่อนาคตได้อย่างปลอดภัย
เสริมความปลอดภัยในการใช้ AI ด้วยการมองเห็นเชิงลึกและการควบคุมที่เข้าใจ AI
ขณะที่หลายองค์กรต่างนำ Gen AI และเอเจนต์อัตโนมัติมาใช้กันอย่างรวดเร็ว FortiOS 8.0 จึงนำเสนอความสามารถใหม่เพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจการใช้ AI รวมถึงการกำกับดูแลและเสริมความปลอดภัยเครือข่ายได้อย่างครอบคลุม โดยฟีเจอร์ล้ำหน้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สำคัญ ได้แก่
- FortiView เพื่อการมองเห็นพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตีของ AI และ Shadow AI โดยช่วยให้มองเห็นการใช้แอปพลิเคชัน AI และบริการต่างๆ ในองค์กรแบบเรียลไทม์ สามารถแยกแยะเครื่องมือที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานจึงช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถระบุการใช้งาน AI ที่มีความเสี่ยงหรือไม่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงเรื่องการปฏิบัติตามกฏระเบียบและช่วยให้การนำ AI มาใช้ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ก่อน
- การควบคุมแอปพลิเคชันที่เข้าใจบริบท AI ช่วยให้ใช้เครื่องมือ GenAI ที่ได้รับการอนุมัติ พร้อมบล็อกการใช้งานที่เสี่ยงจะทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหล ดังนั้นพนักงานจะได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพ AI ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านกฏระเบียบได้
- การมองเห็น Model Context Protocol (MCP) และการสื่อสารระหว่างเอเจนต์ (A2A) ช่วยให้เห็นกิจกรรมของ AI ที่ซ่อนอยู่ และการตอบโต้ระหว่างแอปพลิเคชัน เอเจนต์และเครื่องมือต่างๆ ลดจุดบอดที่อาจเป็นเหตุให้ข้อมูลรั่วไหลหรือจัดการแบบผิดวิธี อีกทั้งช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถควบคุมการไหลของข้อมูลระหว่างระบบได้ดียิ่งขึ้น
- ยกระดับการป้องกันข้อมูลสูญหาย (DLP) ด้วยเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่ช่วยตรวจจับข้อมูลสำคัญที่ฝังอยู่ในภาพ ไฟล์สแกนและสกรีนช็อตที่อาจหลุดรอดจากการตรวจสอบข้อความแบบดั้งเดิม ช่วยปิดช่องโหว่ที่อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหลโดยไม่ได้รับอนุญาตและช่วยให้องค์กรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการละเมิดรั่วไหล การเสียค่าปรับและความเสียหายต่อชื่อเสียงได้
- เอเจนต์ AI ทั่ว Fortinet Security Fabric ช่วยให้แก้ไขปัญหาและตั้งค่าระบบได้ง่ายผ่านเวิร์กโฟลว์แบบโต้ตอบที่ให้คำแนะนำเชิงการสนทนา สำหรับสภาพแวดล้อมไฟร์วอลล์และ SD-WAN ช่วยลดภาระการดำเนินงานของทีมไอที ลดระยะเวลาการตอบสนองและลดข้อผิดพลาดในการตั้งค่าที่อาจทำให้ระบบหยุดชะงักหรือเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
ยกระดับความล้ำหน้าของเอดจ์ด้วย SASE ยุคใหม่
FortiOS 8.0 เสริมแกร่งความสามารถ SASE ยุคใหม่ของฟอร์ติเน็ต เพื่อสภาพแวดล้อมที่ต้องการประสิทธิภาพภายใต้ข้อกำหนดด้านกฏระเบียบและสำคัญต่อภารกิจขององค์กร โดยทั้งความสามารถ SASE ใหม่และที่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ได้แก่
- SASE Outpost ขยายการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยของ SASE ให้ใกล้ผู้ใช้งานและแอปพลิเคชันมากขึ้น ด้วยการติดตั้ง SASE PoP ในตำแหน่งที่ลูกค้าควบคุมได้ เช่น On-Premises ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวหรือโคโลเคชัน พร้อมยังคงการจัดการแบบรวมศูนย์บนคลาวด์ได้ ผู้ใช้งานสามารถบังคับใช้นโยบายในระดับองค์กรได้ตามต้องการโดยไม่ต้องสร้างแสต็กแยก
- ตัวเลือกการใช้งาน Sovereign SASE ที่นำเสนอโมเดล Data Sovereignty แบบหลายชั้น เพื่อการควบคุมการจัดเก็บบันทึกอย่างละเอียดในระดับภูมิภาค รวมถึงการจัดเก็บ control plane ภายในภูมิภาค จุดให้บริการแบบ Sovereign PoPs และการใช้งานแบบ Sovereign อย่างเต็มรูปแบบภายในดาต้าเซ็นเตอร์ของลูกค้า โดยความยืดหยุ่นในเรื่องนี้ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัว การจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศหรือภูมิภาคและความมั่นคงของชาติขยายความสำคัญมากขึ้นในหลายตลาดทั่วโลก
- แพ็กเกจ SD-WAN แบบรวมศูนย์ (Unified SD-WAN Bundles) ที่รวมการเชื่อมต่อแบบ Overlay และ Underlay การจัดการแบบรวมศูนย์และระบบรายงานช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทราฟฟิก อีกทั้งช่วยลดความซับซ้อนด้านการจัดซื้อและการสนับสนุน
- การเชื่อมต่อ IPsec แบบหลายทาง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมแบบกระจายศูนย์ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันและเสริมความยืดหยุ่นให้กับไซต์งานสำคัญ
ต่อยอดความปลอดภัยสู่ระดับ Quantum-Safe
FortiOS 8.0 ตอกย้ำความเป็นผู้นำของฟอร์ติเน็ตในการเตรียมความพร้อมให้องค์กรสู่ยุคหลังควอนตัมด้วยการขยายการใช้งานเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ Quantum-Safe ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์และโปรโตคอลต่างๆ โดยการพัฒนาด้าน Quantum-Safe ที่สำคัญ ได้แก่
- การควบคุมการเข้ารหัสที่ทนทานต่อควอนตัม (Quantum-Resilient Cryptographic Controls) เพื่อปกป้องเส้นทางการเข้าถึงระบบบริหารจัดการสำคัญ รวมถึงการเชื่อมต่อ VPN แบบไม่ต้องใช้เอเจนต์ โดยใช้ใบรับรองการเข้ารหัสหลังควอนตัม เช่น ML-DSA สำหรับการยืนยันตัวตนและสร้างกุญแจเข้ารหัส
- ยกระดับการตรวจสอบ SSL เชิงลึก เสริมแกร่งด้วยการแลกเปลี่ยนกุญแจแบบไฮบริดและและการเข้ารหัสที่ปลอดภัยสำหรับยุคหลังควอนตัม ช่วยให้เห็นภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในทราฟฟิกที่เข้ารหัส โดยที่ยังคงใช้การเข้ารหัสแบบ end-to-end ที่แข็งแกร่งโดยไม่ลดทอนความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ
- ความสามารถ SASE แบบ Quantum-Safe ช่วยเผยภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในทราฟฟิกที่เข้ารหัส ผ่านการตรวจสอบ SSL เชิงลึกที่เสริมความล้ำหน้าด้วยการแลกเปลี่ยนกุญแจแบบไฮบริดและเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ปลอดภัยต่อยุคหลังควอนตัม พร้อมทั้งปกป้องเส้นทางการเข้าถึงที่สำคัญ ทั้งการเข้าถึงระบบบริหารจัดการและการเชื่อมต่อ VPN แบบไม่ต้องใช้เอเจนต์ด้วยความปลอดภัยที่ทนทานต่อควอนตัมที่ให้บริการโดยตรงผ่านไฟร์วอลล์ของฟอร์ติเน็ต
เสริมศักยภาพการเติบโตอย่างปลอดภัย ทั้งปัจจุบันและอนาคต
FortiOS 8 ช่วยตอกย้ำวิสัยทัศน์ของฟอร์ติเน็ต ในการเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ก้าวหน้าไปพร้อมธุรกิจ ช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและผสานความปลอดภัยที่พร้อมรับอนาคตไว้ในเครือข่ายโดยตรง FortiOS 8.0 มอบรากฐานที่สามารถขยายศักยภาพให้องค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล การนำ AI มาใช้และให้ความยืดหยุ่นมั่นคงได้ในระยะยาวท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

