จุฬาฯ จับมือ EARTH และ วสท. จัดประชุมวิชาการ “1 ปี แผ่นดินไหว 2568” ถอดบทเรียน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดงานประชุมวิชาการในหัวข้อ “หนึ่งปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568: บทเรียนและอนาคตความปลอดภัยสำหรับประเทศไทย” เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตึก 3) จุฬาฯ เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทั้งในระดับโครงสร้างอาคาร และระบบโครงสร้างพื้นฐาน วิเคราะห์สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่ความเสียหายของอาคาร จากกรณีศึกษาอาคาร สตง.ถล่ม เพื่อกำหนด ทิศทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอนาคต

การประชุมวิชาการในครั้งนี้มี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษ โดย ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ นำเสนอภาพรวมความเสี่ยงแผ่นดินไหวของประเทศไทย และบทเรียนจากเหตุการณ์ปี 2568 การกล่าวถ้อยแถลงพิเศษโดย Mr.Kajiwara Toru อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และการนำเสนอประเด็นสำคัญด้านการประเมินความเสียหายและความต้องการภายหลังภัยพิบัติ โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้การประชุมยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลังที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อิทธิพลของสภาพชั้นดินต่อพฤติกรรมคลื่นแผ่นดินไหว การสำรวจและประเมินความเสียหายภาคสนามจากอาคารจำนวนมาก การวิเคราะห์พฤติกรรมโครงสร้างและแนวทางการออกแบบให้ต้านทานแรงแผ่นดินไหว ตลอดจนการพัฒนาระบบติดตามตรวจวัดและระบบเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในระดับประเทศ การนำเสนอกรณีศึกษาเชิงลึก ทั้งการตรวจสอบอาคารกว่า 6,000 แห่งในกรุงเทพมหานคร การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจจับความเสียหายของอาคาร การวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมของโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า และระบบติดตามสุขภาพโครงสร้าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติอย่างทันท่วงที

รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มีการดำเนินงานด้านแผ่นดินไหวอย่างรอบด้าน โดยมีภาควิชาวิศวกรรมโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ระบบสัญญาณ และพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหว เพื่อพัฒนาแนวทางป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งในผลงานสำคัญคือการพัฒนา นวัตกรรมตรวจสอบอาคารและรอยร้าว ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถประเมินความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง ลดความตื่นตระหนกหลังเกิดเหตุการณ์ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงและความปลอดภัยของอาคาร ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาระบบเซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวล่วงหน้า ซึ่งได้มีการนำไปติดตั้งในอาคารสูงร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยระบบดังกล่าวสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 3 นาที ช่วยให้หน่วยงานและประชาชนมีเวลาเตรียมความพร้อม วางแผนรับมือ และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยังดำเนินงานด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาควิชาการ โดยมีการศึกษาวิจัยแนวทางการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับเมือง เพื่อสร้างกลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในส่วนของการพัฒนาองค์ความรู้เชิงนโยบาย จุฬาฯ ได้จัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศและนานาชาติ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานใหม่ในการตรวจสอบและปรับปรุงอาคารให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับบริบทของความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

รศ.ดร.วิทยา กล่าวถึงบทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งสำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา แม้จุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ในต่างประเทศ แต่ส่งผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยตระหนักถึงความเปราะบางของเมือง และนำไปสู่การศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหวและผลกระทบต่ออาคารประเภทต่าง ๆ องค์ความรู้ที่ได้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนามาตรการป้องกัน การปรับปรุงอาคาร และการสร้างแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับประชาชน หน่วยงาน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แผ่นดินไหวเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความตระหนักรู้ของสังคม จุฬาฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถอยู่ร่วมกับความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวในที่สุด

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ เผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในรอบ 1 ปีที่ผ่านมากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและพฤติกรรมของคลื่นแผ่นดินไหวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่ออาคารสูงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงจากแหล่งกำเนิดอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติม ซึ่งฐานข้อมูลการสั่นสะเทือนในพื้นที่กรุงเทพฯ กำลังถูกนำไปใช้พัฒนาเป็นแบบจำลองใหม่เพื่อประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวในอนาคตได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มจะนำไปสู่การออกแบบมาตรฐานอาคารรูปแบบใหม่ที่รองรับความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิม

ศ.ดร.เป็นหนึ่งกล่าวว่าในด้านการสื่อสารองค์ความรู้สู่ประชาชน เวทีวิชาการในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดข้อมูลความรู้ไปยังหลายภาคส่วน ทั้งวิศวกร ผู้บริหารเมือง และภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้คือการลดความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวในระยะยาว โดยมุ่งสร้างความเข้าใจตั้งแต่ต้นทางของปัญหา รวมถึงแนวทางการออกแบบอาคารและการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา: ศูนย์สื่อสารองค์กรจุฬา