เกษตรฯ แนะ 4 หลักการเลือกพันธุ์ดี-เหมาะกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลัง

เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค อันเป็นปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

นายวีรศักดิ์  บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลักการหรือประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง คือ

1.เลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ทั้งยังได้รับคำแนะนำวิชาการที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง 72 เป็นต้น

2.เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน ได้แก่

– ดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เหมาะกับการปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง72 ห้วยบง60

– ดินร่วนปนทราย เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง7 ระยอง9 ระยอง90 เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60

– ดินร่วนปนเหนียว เหมาะกับการปลูกระยอง5 ระยอง7 ระยอง11 ห้วยบง80

– ดินด่าง เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง 5 ระยอง 11

3.เลือกพันธุ์ตามการปฏิบัติ หากเกษตรกรต้องการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงอายุ 8 -10 เดือน ควรเลือกปลูกพันธุ์ระยอง 15 ห้วยบง 60 ห้วยบง 80 แทนการปลูกพันธุ์ระยอง 9 ซึ่งมีระยะเก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน หรือเกษตรกรในแหล่งปลูกดินทรายถึงร่วนปนทรายพึงพอใจกับการใช้พันธุ์ระยอง 72 มากกว่าระยอง 9 และระยอง 5 เพราะขุดถอนง่าย หัวใหญ่ยาว และขั้วหัวยาว เปลือกบางสะอาด และตอบสนองปุ๋ยได้ดี เป็นต้น

4.เลือกพันธุ์ที่ทนทาน/ต้านทานต่อโรคและแมลงตามพื้นที่ปลูก ช่วยลดต้นทุนสารเคมี และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต ได้แก่ พันธุ์ทนทาน คือ พันธุ์ระยอง 72 ลักษณะเด่น ให้ผลผลิตหัวสดสูง ต้นพันธุ์คุณภาพดี ทนแล้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับปลูกในภาคตะวันออกเพราะอาจได้ปริมาณแป้งต่ำ และเสี่ยงเกิดโรคใบไหม้, พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ลักษณะเด่น ปรับตัวงอกงามได้ดี เก็บรักษาท่อนพันธุ์ได้นาน ให้แป้งสูง แต่แตกกิ่งมากทำให้ดูแลรักษายาก, พันธุ์ห้วยบง60 ลักษณะเด่น ให้แป้งสูง ต้านทานโรคใบจุด แต่ ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุไม่น้อยกว่า 10 เดือน ส่วนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง คือ พันธุ์อิทธิ 1 พันธุ์อิทธิ 2 และพันธุ์อิทธิ 3

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อคัดเลือกชนิดพันธุ์ดีแล้ว ก่อนนำไปปลูกควรพิจารณาลักษณะของท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่พร้อมปลูก คือ ตรงตามพันธุ์ไม่มีพันธุ์อื่นปน เป็นท่อนพันธุ์จากส่วนกลางของลำต้นที่มีอายุระหว่าง 8 – 14 เดือน ขนาดท่อนพันธุ์ยาว 15-20 เซนติเมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตรขึ้นไป มีตาอย่างน้อย 7-10 ตาต่อท่อน ส่วนของตาไม่มีความเสียหายจากสารกำจัดวัชพืช หรือการปฏิบัติทางการเกษตรอื่น ไม่มีรอยไหม้จากการตากแดด ไม่มีการทำลายของโรคและแมลง รวมถึงควรใช้ท่อนพันธุ์ที่ใหม่สด หรือเก็บรักษาไว้ในระยะเวลาสั้นที่สุด ไม่เกิน 7-15 วัน เพื่อรักษาคุณภาพ และให้ผลผลิตสูง

ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร