วว. แนะเพาะเห็ดฟางในตะกร้า รับประทานในครัวเรือน เสริมรายได้มั่นคง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  แนะนำ “เพาะเห็ดฟางในตะกร้า” สำหรับรับประทานในครอบครัว หรือเป็นอาชีพเสริม ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานวิจัยที่ วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สาธารณชนทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่อง

วิธีการดูแลรักษาเห็ดฟางในตะกร้า

] วันที่ 1–4    คลุมกองเห็ดฟางไว้และควบคุมให้ได้อุณหภูมิประมาณ 37-40 องศาเซลเซียส เพื่อให้เชื้อเห็ดสร้างเส้นใย ขั้นตอนนี้ห้ามเปิดผ้าพลาสติกออก เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (สังเกตได้จากไอน้ำที่เกาะบริเวณผ้าพลาสติก)

] วันที่ 4-5    เปิดผ้าพลาสติกออก เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศ ถ้าวัสดุเพาะแห้งเกินไปให้รดน้ำบริเวณรอบๆ ตะกร้าเพาะ หลังจากนั้นให้ปิดผ้าพลาสติกให้แน่น 

] วันที่ 5–8   สังเกตเห็นเส้นใยเห็ดเจริญคลุมทั่ววัสดุเพาะ ลดอุณหภูมิลงให้เหลือประมาณ 28-30 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นเกิดการสร้างตุ่มดอก โดยการเปิดผ้าพลาสติกออกประมาณ 5-10 นาที แล้วปิดลงตามเดิม บางครั้งอาจรดน้ำบางๆ บริเวณเส้นใยเพื่อเป็นการตัดเส้นใยเชื้อเห็ด หากอุณหภูมิลดลงไม่มาก หรือฟางในตะกร้าค่อนข้างแห้ง ต้องให้น้ำบริเวณรอบๆ ตะกร้า หรือโชยละอองน้ำบริเวณตะกร้า ช่วงวันที่ 6-7 จะมีการรวมตัวของเส้นใย เห็นเป็นตุ่มดอกเล็ก ๆ ในขั้นตอนนี้ห้ามเปิดพลาสติกออก เพราะทำให้ดอกเห็ดฝ่อได้ 

] วันที่ 8–9   ดอกเห็ดฟางมีขนาดโตขึ้นจนถึงระยะเก็บเกี่ยวได้ การเก็บดอกเห็ดฟางควรบิดดอกเห็ดออกมาทั้งกลุ่ม อย่าให้กระทบกระเทือนดอกอื่น ไม่ควรใช้มีดตัดเพราะส่วนของดอกเห็ดที่เหลือจะเน่าเสียและลามไปในตะกร้าได้ 

“เห็ดฟาง”  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Volvariella volvacea มีการเพาะเลี้ยงในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารเอเชียอย่างแพร่หลาย 

สรรพคุณทางยาของเห็ดฟาง   มีสาร vovatoxin  ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัส ที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับไขมันในเส้นเลือดและโรคหัวใจได้  คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง 100 กรัม ให้พลังงาน 35 แคลอรี่ โปรตีน 3.2 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม แคลเซียม 8 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม ไนอะซิน 3.0 มิลลิกรัม และวิตามินซี 7 มิลลิกรัม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 (ดร.สาวิตรี   ปราโมช ณ อยุธยา) หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

 

ที่มา: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย