วิลมิงตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ และ ชลบุรี, ประเทศไทย – 20 มีนาคม 2026 – วันนี้ อนาล็อก ดีไวเซส (Analog Devices, Inc. หรือ NASDAQ: ADI) ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ประกาศเปิดตัวฐานการผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการทดสอบขั้นสูง พร้อมขยายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การขยายตัวในครั้งนี้ต่อยอดจากกลยุทธ์การผลิตแบบไฮบริด (Hybrid Manufacturing Strategy) ของ ADI ซึ่งอาศัยเครือข่ายโรงงานภายในองค์กรและพันธมิตรจากภายนอกทั่วโลก ทั้งโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Foundry) และผู้ให้บริการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (OSAT) เพื่อส่งมอบโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของ ADI โดยเพิ่มศักยภาพการเติบโตระยะยาวผ่านการขยายฐานการดำเนินงานให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และมีขนาดที่สามารถรองรับลูกค้าหลายกลุ่มตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาคารดำเนินงานแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ากับการผลิตแบบดิจิทัล รวมถึงการดำเนินงานที่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งยกระดับผลการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพตามที่ลูกค้าคาดหวัง ท่ามกลางการแข่งขันขันของตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“ประเทศไทยคือหนึ่งในศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของ ADI” คุณวินเซนต์ โรช (Vincent Roche) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการของ ADI กล่าว “การขยายฐานการผลิตในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเราที่มีต่อประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ในฐานะฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถส่งมอบเทคโนโลยีระดับโลกที่มีทั้งความน่าเชื่อถือและยั่งยืน ในขณะที่ความต้องการของลูกค้ามีวิวัฒนาการไปอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของเราจะเป็นสิ่งยืนยันว่าเราจะสามารถส่งมอบนวัตกรรมที่แตกต่างในระดับที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้ต่อไป”
“โรงงานแห่งใหม่นี้ช่วยยกระดับขีดความสามารถของเราในการดำเนินการกระบวนการทดสอบได้อย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” คุณวิเวก เจน (Vivek Jain) รองประธานบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีระดับโลกของ ADI กล่าว “ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของบุคลากรด้านวิศวกรรม ข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว ประเทศไทยจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายการผลิตของเราให้มีความคล่องตัว แข็งแกร่ง และพร้อมสำหรับอนาคตได้ยิ่งขึ้น”
เสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก
อนาล็อก ดีไวเซส ประเทศไทย (ADTH) ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตปลายน้ำ (Backend Manufacturing) ที่สำคัญที่สุดของ ADI ซึ่งรองรับตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ การสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภค และระบบสุขภาพดิจิทัล โรงงานแห่งนี้ได้มีการเพิ่มพื้นที่ (Cleanroom) และเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบ รวมถึงขยายกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ ADI สามารถเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการทดสอบทางไฟฟ้าทั้งในระดับแผ่นเวเฟอร์ (Wafer-level Processing) ผลิตภัณฑ์ขั้นสูงแบบอื่น ๆ (Chip Scale Packaging) และการทดสอบไอซีขั้นสุดท้าย (Final IC test) อีกทั้งโรงงานยังได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและระบบอัตโนมัติ โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และการดำเนินงานอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับศักยภาพด้านการผลิตของ ADI พร้อมส่งเสริมให้ทีมงานสามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าในการทำงานประจำวัน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพระดับโลก
ยกระดับความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนระดับโลก
การขยายการดำเนินงานของ ADI ในประเทศไทยช่วยเสริมสร้างกลยุทธ์ความพร้อมรับต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ผ่านการกระจายฐานการผลิตในหลายภูมิภาค (Geographic Diversification) การเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และการยกระดับความยืดหยุ่นทั่วทั้งเครือข่ายการผลิต โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมการเข้าถึงบุคลากรด้านวิศวกรรมที่มีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีเสถียรภาพและเป็นกลาง ปัจจัยเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของ ADI ในการสนับสนุนลูกค้าทั่วโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ก้าวสู่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่างยั่งยืน
โรงงานแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน LEED ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ADI ในการดำเนินการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และถือเป็นโรงงานแห่งแรกในเครือข่ายการผลิตของ ADI ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเป้าหมายเพื่อผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Platinum โดยโรงงานผสานระบบประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการออกแบบพื้นที่ที่ทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ทำงานที่ไม่เพียงมุ่งเน้นประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของโลกอีกด้วย การขยายการลงทุนในครั้งนี้ ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ ADI ซึ่งรวมถึงการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% การออกแบบโรงงานที่ประหยัดพลังงาน ระบบรีไซเคิลน้ำที่ทันสมัย และการติดตามผลด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ADTH ยังเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายแรกในประเทศไทยที่นำไนโตรเจนเหลวคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Liquid Nitrogen) มาใช้ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการทดสอบ และตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของ ADI ในด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่างยั่งยืน
พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย
ADI ยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตผ่านโครงการ ADI Thailand Academy และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย โครงการเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมและเทคนิคในสาขาสำคัญ เช่น วิศวกรรมการทดสอบ ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และเทคโนโลยีโรงงานอัจฉริยะ นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้ยังสนับสนุนการขยายโครงการฝึกงานและโครงการพัฒนาบุคลากรในระยะยาว เพื่อช่วยสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับศักยภาพด้านวิศวกรรมของ ADI ทั้งในประเทศไทยและระดับโลก
