บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI เดินหน้าบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กไทย จัดงาน “SSI GREEN STEEL SUPPLY CHAIN FORUM 2026” เป็นครั้งแรก เพื่อขับเคลื่อนและขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ พร้อมประกาศความสำเร็จในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ (SSI Low Carbon Emission Steel Products) ให้แก่ลูกค้าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดตัวสัญลักษณ์ “SSI GREEN” สำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศภายในปี พ.ศ. 2593

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจากดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ โดยมีนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ พร้อมด้วยพันธมิตร คู่ค้า และลูกค้าธุรกิจเหล็กทั้งในและต่างประเทศรวม 19 องค์กร เข้าร่วมงาน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำที่ผลิตจากเหล็กแท่งแบนคาร์บอนต่ำ (low carbon emission steel slabs) ภายใต้แพลตฟอร์ม JGreeX™ ของ JFE Steel Corporation ให้แก่ไทยคูณ กรุ๊ป ซึ่งสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในการพัฒนาและใช้งานผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการยกระดับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมและขีดความสามารถในการแข่งขันในบริบทมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลกที่เข้มข้นขึ้น
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงและกติกาโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น CBAM ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกต้องบริหารจัดการความเข้มข้นของคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ความร่วมมือของ เอสเอสไอ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในการมุ่งสู่ความสะอาดและยั่งยืน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบาย 4 มิติ ที่คำนึงถึง 1) ความสำเร็จทางธุรกิจ 2) การดูแลชุมชนรอบโรงงาน 3) การปฏิบัติตามกติกาสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม และ 4) การกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการวัดผลและการรายงานก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลผ่านบทบาทของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานเหล็กสีเขียว และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำของเอสเอสไอถือเป็นก้าวสำคัญท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าที่หลากหลาย ทั้งด้านภาษีและมิใช่ภาษี โดยกระทรวงพาณิชย์มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัว รักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อผลักดันสินค้า “Made in Thailand” ให้เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนในเวทีโลก
นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม SSI กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีความร่วมมือของพันธมิตรอุตสาหกรรมเหล็กที่มีเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานปลายทาง โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สามารถวัดผล ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำของ SSI ที่ผลิตจากเหล็กแท่งแบนคาร์บอนต่ำภายใต้แพลตฟอร์ม JGreeX™ ได้รับการนำไปพัฒนาและใช้งานจริงในประเทศไทยโดย ไทยคูณ กรุ๊ป นับเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กไทย
“SSI มุ่งมั่นผลักดัน SSI Green Steel Supply Chain ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้พลังงานสะอาด การรีไซเคิล และการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล็กคาร์บอนต่ำ รวมถึงการขอรับรองฉลากด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์หลัก (ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และฉลาก EPD) ภายใต้สัญลักษณ์ SSI GREEN ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน โดย SSI ขอขอบคุณพันธมิตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึง JFE ไทยคูณกรุ๊ป และเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมด ที่ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระดับสากล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสเอสไอกล่าว
“SSI Green” ไม่ได้หมายถึงเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของอุตสาหกรรมเหล็กทั้งระบบ แต่ยืนอยู่บนสองแนวคิดสำคัญ คือ 1) การลดผลกระทบจากการผลิตผ่านกระบวนการผลิตเหล็กที่สะอาดขึ้น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และการตรวจวัดที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ 2) การใช้ศักยภาพของเหล็ก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในการแก้ปัญหาโลกอีกด้วย

