บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนมกราคม 2569 พบว่าการใช้งานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของประชาชนในระดับสูง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนบทบาทของพร้อมเพย์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการเงินดิจิทัลไทย ที่รองรับธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างมีเสถียรภาพ

ปริมาณธุรกรรมยังเติบโตต่อเนื่อง
เดือนมกราคม 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.33 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้นจาก 2.04 พันล้านรายการ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโต 14% YoY ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4.38 ล้านล้านบาท ในปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการเติบโต 6% YoY ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ยังคงพึ่งพาระบบพร้อมเพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกรรมโอนเงินระหว่างบุคคล (P2P) การชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ การซื้อขายของผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงการโอนเงินช่วงต้นปีที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องหลังเทศกาล
ยอดลงทะเบียนแตะ 82.33 ล้านเลขหมาย
ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ยอดการลงทะเบียนพร้อมเพย์รวมอยู่ที่ 82.33 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น
• ภาคประชาชน: 81.94 ล้านเลขหมาย
• ภาคธุรกิจ: 0.39 ล้านเลขหมาย
ยอดการลงทะเบียนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจต่อระบบการโอนและรับเงินแบบเรียลไทม์ที่สะดวก ปลอดภัย และต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจรายย่อย และแรงงานอิสระ
วันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนมกราคม 2569
แม้เดือนมกราคมจะเป็นช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ ซึ่งโดยปกติอาจมีความผันผวนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขการใช้งานยังคงอยู่ในระดับสูงและเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงพฤติกรรมการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลที่มีความต่อเนื่อง และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงเทศกาลหรือกิจกรรมพิเศษ
วันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนอยู่ที่ 73.33 ล้านรายการ โดยเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงปลายเดือน สอดคล้องกับรอบการชำระค่าใช้จ่ายประจำเดือน การโอนเงินเดือน และการเคลียร์ธุรกรรมทางธุรกิจ ทั้งนี้ การที่วันดังกล่าวตรงกับวันศุกร์ ยังสะท้อนพฤติกรรมการทำธุรกรรมก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
Cross-Border QR Payment เติบโตโดดเด่น รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว
บริการ Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) เดือนมกราคม 2569 มีมูลค่าธุรกรรมรวม 931.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 302.99 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโต 207% YoY อัตราการเติบโตในระดับสูงดังกล่าว สะท้อนถึงการขยายตัวของการใช้งานระบบชำระเงินข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยช่วงต้นปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ การที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันชำระเงินของประเทศต้นทางสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้โดยตรง ช่วยลดข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนเงินตรา และเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย
ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมสูงสุด 3 อันดับแรก เดือนธันวาคม 2568
- จีน – 541.38 ล้านบาท
- มาเลเซีย – 175.04 ล้านบาท
- ลาว – 70.89 ล้านบาท
การที่ประเทศจีนมีมูลค่าธุรกรรมสูงสุด สะท้อนถึงศักยภาพของความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ จากการขยายความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้ผู้ใช้งานจากจีนสามารถใช้แอปพลิเคชันชำระเงินของตนสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ช่วยลดอุปสรรคในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีได้อย่างเป็นรูปธรรม
NITMX ยังคงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และรองรับการขยายตัวของธุรกรรมทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างยั่งยืน
สามารถติดตามข้อมูลการใช้งานพร้อมเพย์ในประเทศต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ผ่านทาง https://www.bot.or.th/th/financial-innovation/digital-finance/digital-payment/cross-border-payment.html#connectivites-item-cad0596d91

