บางกอก คุนส์ฮาเลอ จัดแสดง “FOREVER LOVE SOUL ENGINE” พิธีกรรมอำลารถยนต์ในนิทรรศการศิลปะจัดวางโดย “พันแสน คล่องดี”

บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) จัดแสดงนิทรรศการศิลปะจัดวาง “FOREVER LOVE SOUL ENGINE” ผลงานของ พันแสน คล่องดี โดยภัณฑารักษ์มาร์ค เจียรวนนท์ ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และ 2 มีนาคม – 15 มีนาคม 2569

นิทรรศการมีจุดเริ่มต้นจากรถยนต์ BMW รุ่น E34 คันหนึ่ง ที่ถูกนำออกมาจากลานซากรถในย่านพระราม 2 รถคันนี้อยู่ในภาวะก้ำกึ่ง (purgatory) ไม่ใช่ยานพาหนะที่ใช้งานได้อีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ถูกลดทอนจนกลายเป็นเศษซาก ภาวะดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามถึงชีวิตหลังความตายของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ รวมถึงพิธีกรรมซึ่งมนุษย์ใช้ในการรับรู้และปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นจากสถานะเดิม

“FOREVER LOVE SOUL ENGINE” นำเสนอในรูปแบบของพิธีกรรมที่ผสานเทคโนโลยีกับแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณ (techno-animistic ritual) เป็นพิธีศพสำหรับร่างกลจักรที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในบริบทนี้ รถยนต์เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ เป็นรูปทรงที่ยังหลงเหลือร่องรอยของการใช้งานและความทรงจำ ข้อความที่ปรากฏบนตัวถังรถทำหน้าที่คล้ายบทสวด เป็นทั้งคำไว้อาลัยและหลักฐานของประสบการณ์ที่ผ่านมา

พื้นที่จัดแสดงงานเคยเป็นอู่ซ่อมรถบรรทุก ซึ่งทำหน้าที่ให้ยานพาหนะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่ผลงานศิลปะจัดวางชิ้นนี้ได้พลิกความหมายของพื้นที่ดังกล่าว ให้กลายเป็นสถานที่ที่พูดถึงการเสื่อมสลายแทนการฟื้นฟู นับเป็นการกลับบทบาทดั้งเดิมของสถานที่อย่างสิ้นเชิง

จากอู่ซ่อมรถ พื้นที่ได้แปรสภาพเป็นเสมือนโลงศพคอนกรีต ชวนให้ตั้งคำถามต่อโลกทัศน์แบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Anthropocentric) และความสัมพันธ์ของเรากับสรรพสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน เราเคยพิจารณาสิ่งเหล่านั้นผ่านมุมมองของความตายและชีวิตหลังความตายหรือไม่ และเราจะสามารถจินตนาการถึงพิธีกรรมแบบใดเพื่อไว้อาลัยให้กับสรรพสิ่งที่ไร้ชีวิตเหล่านี้ได้บ้าง

งานชิ้นนี้ไม่ได้อ้างอิงถึงศาสนาใดโดยเฉพาะ หากแต่หวนกลับไปสู่การเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณดั้งเดิม แนวคิดเทคโน-อนิมิสม์ (Techno-animism) ในฐานะกรอบความคิดทางญาณวิทยา (Epistemology) เปิดพื้นที่ให้ความเชื่อดึกดำบรรพ์และโลกสมัยใหม่มาบรรจบกัน ผ่านการย่นย่อของเวลา ด้วยการนำความเข้าใจทางจิตวิญญาณในยุคก่อนประวัติศาสตร์กลับมาอยู่ในบริบทร่วมสมัย

นิทรรศการ “FOREVER LOVE SOUL ENGINE” แบ่งออกเป็น 2 องก์ โดยแต่ละองก์เริ่มต้นด้วยพิธีกรรม

องก์ที่ 1 (7 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ) เปิดงานด้วย “FOREVER LOVE” (6 กุมภาพันธ์ 2569) พิธีศพสำหรับ BMW E34 ในช่วงเวลานี้ รถยนต์ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เป็นครั้งสุดท้าย มีเสียงและการแสดงสดทำหน้าที่นำพาสู่การเปลี่ยนผ่าน

บัตรเข้าชม: https://www.ticketmelon.com/…/foreverlovesoulengine1

250 บาท (ซื้อผ่าน Ticketmelon) และ 350 บาท (ซื้อบัตรหน้างาน) 

ศิลปิน (Lineup): Tassawan Pussaramalai, Jednot Koonkuntod, 1000100000 และ NUH PEACE

ระบบเสียง: Fuzion Far East

สนับสนุนการออกแบบแสง: Human Spectrum Collective 

องก์ที่ 2 (2 มีนาคม – 15 มีนาคม 2569) เริ่มด้วย “SOUL ENGINE” (1 มีนาคม 2569) การแสดงสดตลอดหนึ่งวัน ซึ่งรถยนต์จะถูกถอดแยกออกเป็นชิ้นส่วน เหลือเพียงร่างของกลจักรที่เสื่อมสลาย จัดวางราวกับซากที่ถูกขุดพบจากหลุมฝังศพ ขณะเดียวกัน เสียงจากกระบวนการสลายร่างจะถูกนำมาสร้างเป็นภูมิทัศน์ทางเสียง (Soundscape) บรรเลงคลออยู่ภายในพื้นที่จัดแสดง 

ขอเชิญทุกท่านร่วมแสดงความเคารพต่อ BMW E34 ในห้วงเวลาแห่งการเคลื่อนผ่านจากภพหนึ่งไปสู่อีกภพหนึ่ง กับนิทรรศการศิลปะจัดวาง “FOREVER LOVE SOUL ENGINE” โดย พันแสน คล่องดี จัดแสดงระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และ 2 มีนาคม – 15 มีนาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ

ที่มา: fyi bangkok