ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า จากที่คุรุสภาออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 และมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการจัดทำข้อบังคับดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและบริบทการจัดการศึกษาพิเศษที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการยกระดับคุณภาพและกำหนดแนวทางสำหรับครูที่สอนนักเรียนพิเศษโดยเฉพาะ อีกทั้งเป็นการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพให้ชัดเจนสำหรับครูการศึกษาพิเศษที่ครอบคลุมมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และที่สำคัญเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิชาชีพโดยคุรุสภา เพื่อให้ครูการศึกษาพิเศษมีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้และดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 ประกอบด้วยการกำหนดคุณวุฒิผู้ประกอบวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษาพิเศษ หรือเทียบเท่า พร้อมการอบรมตามที่คุรุสภารับรอง มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ โดยมาตรฐานความรู้ต้องมีความรอบรู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกและสังคม แนวคิดของการจัดการศึกษาพิเศษ และแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง,จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศึกษา จิตวิทยาการให้คำปรึกษา และจิตวิทยาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยคำนึงถึงสุขภาวะทางกายและจิตของผู้เรียนแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ การวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาและการศึกษาพิเศษ และการดำเนินการเกี่ยวกับงานประกันคุณภาพการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษ
ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพนั้นต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด และการปฏิบัติงานหน้าที่ครูด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความหลากหลายของผู้เรียนและมุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนทุกคนอย่างเสมอภาค นอกจากนี้ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาและส่งเสริมหลักสูตรสถานศึกษา และสามารถพัฒนาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล บนพื้นฐานของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ มีกาสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน รวมทั้งการวัดและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน บนพื้นฐานของหลักการและข้อจำกัดสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
“นอกจากนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ครอบครัวของผู้เรียนพิเศษและผู้เรียนอื่น ชุมชน ฝ่ายต่าง ๆ ในสถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทีมสหวิชาชีพ เพื่อเสริมพลังในการสนับสนุนและส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษด้วย ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงขอเชิญชวนสถาบันการศึกษา ครูการศึกษาพิเศษและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เข้ามาศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง โดยเข้าศึกษาข้อมูลกฏหมายที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักมาตรฐานวิชาชีพ โทร. 0-2280-0048” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว
