“ไดกิ้น” วางหมากปี 2026 ยกระดับ HVAC จากตลาดสินค้า สู่ธุรกิจโซลูชันด้านอากาศอัจฉริยะแบบครบวงจร

“ไดกิ้น” ผู้นำระดับโลกด้านระบบปรับอากาศและเทคโนโลยี HVAC ประกาศวิสัยทัศน์เชิงรุกปี 2026 ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยการยกระดับจากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ สู่การเป็น Solution Provider ด้านระบบอากาศอัจฉริยะครบวงจร ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ควบคู่เป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “The Unlimited Air Possibilities”

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด จัดงาน Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities เพื่อประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรม HVAC ไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลก ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางพันธมิตร ผู้แทนจำหน่าย และดีลเลอร์จากทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย

ในงานครั้งนี้ ไดกิ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่กำลังเริ่มก้าวเข้าสู่สภาวะ ‘อิ่มตัว’ ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จากการขยายตัวของผู้เล่นที่ใช้ ‘ราคา’ เป็นจุดแข็ง ตลอดจนบทบาทของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อโมเดลร้านเครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมในตลาดครัวเรือน ขณะเดียวกัน ไดกิ้นมองว่า “โอกาสใหม่” กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะการเร่งโรดแมปและนโยบาย Carbon Neutrality ของไทยที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งกำลังผลักดันให้ความต้องการของตลาดขยับจากสินค้า ไปสู่ “โซลูชัน” ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานและความยั่งยืนอย่างจริงจัง

นายทาคาโยชิ มิกิ (Mr. Takayoshi Miki) ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจของทุกอุตสาหกรรม อากาศไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน วิสัยทัศน์ของไดกิ้น คือการพัฒนาโซลูชันที่ทำให้อากาศสามารถปรับตัว เรียนรู้ และตอบสนองต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“การยกระดับสู่การเป็น Solution Provider ในปี 2026 ของไดกิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือการสร้าง Carbon Neutrality Solutions หรือโซลูชันเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน หลังจากที่ผ่านมา ไดกิ้นได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่ขับเคลื่อนตามทิศทางดังกล่าว พร้อมได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และอยู่ระหว่างการร่วมทดสอบและยืนยันผลกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง”

ขณะเดียวกัน ไดกิ้นคาดว่าความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในมิติที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศ (Energy management) และการบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant management) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายทาคาโยชิ ระบุว่า ไดกิ้นมีความพร้อมเฉพาะตัวในการนำเสนอ Total Solutions นี้ให้ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปรับอากาศที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ รวมถึงระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) ตลอดจนการผลิตและจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นการออกแบบโซลูชันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer-Connected Solutions) เพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าที่มีเป้าหมายร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อร่วมเติบโตและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตลอดจนยกระดับบทบาทขององค์กรสู่ “Solution Provider” อย่างจริงจัง

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ปี 2026 คือการเปลี่ยนบทบาทของไดกิ้นจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้าน โซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการออกแบบ การควบคุม และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

เปิดเกมนวัตกรรมปี 2026 บน 2 แกนกลยุทธ์หลัก

นอกจากนี้ ไดกิ้นเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2026 ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาดหลัก ทั้ง

  • กลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential)

ไดกิ้นเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ AIR CREATOR ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ “Air Card” ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับการทำงานของทั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศให้สอดคล้องกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ด้วยตนเอง อีกทั้งดีไซน์ยังได้รับรางวัล Good Design Award 2025 ด้วยตัวเครื่องบางและโค้งมน ทำให้เข้ากับการตกแต่งภายในของทุกห้องอย่างลงตัว

  • กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ SKYAIR และ VRV

ไฮไลท์ของ VRV ในปีนี้ คือการเปิดตัว VRV 7 Series ที่เป็น VRV รุ่นแรกใน อาเซียน โอเชียเนีย ที่ใช้สารทำความเย็น R32 ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีค่า COP เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 21% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

  • กลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ Applied Products

สำหรับกลุ่มเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ไดกิ้นนำเสนอ Marutto P Series โซลูชันบริหารอาคารแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้งระบบปรับอากาศ การจัดการพลังงาน ระบบส่องสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆขณะเดียวกัน ไดกิ้นยังพัฒนาโซลูชันสำหรับ Data Center เพื่อตอบรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเครื่องทำน้ำเย็นและระบบส่งลมเย็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ที่เน้นเสถียรภาพสูงและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้าน นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยไดกิ้นมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดขับเคลื่อนภายใต้ 2 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  • Superior Efficiency (AI & Energy Consumption) การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการนำ AI เข้ามาวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มความแม่นยำในการจัดการอากาศ และช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
  • Sustainability for All Needs การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และโครงการขนาดใหญ่ สอดรับกับทิศทาง ESG และมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดงาน Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities จึงไม่ใช่เพียงเวทีเปิดตัวสินค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางและตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำของไดกิ้น ในฐานะ “Solution Provider” ที่พร้อมจะเป็นทุกคำตอบให้กับทุกความต้องการ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” การพัฒนาอากาศที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ที่มา: FourHundred