กรมอนามัยชื่นชมบทบาทท้องถิ่น ขับเคลื่อนเมืองที่เดินง่าย ขยับสะดวก เพื่อสุขภาพคนไทย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการศึกษาที่สำรวจมุมมองของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกี่ยวกับบทบาทในการพัฒนาเมืองและชุมชนให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย พบว่า ท้องถิ่นไทยมีทั้งความพร้อม ความตั้งใจ และศักยภาพในการขับเคลื่อน “เมืองสุขภาพดี” ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยอ่านงานวิจัยฉบับเต็ม: https://gh.bmj.com/content/10/9/e019383       

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การศึกษาดังกล่าวเก็บข้อมูลจากผู้แทนท้องถิ่น 27 คน ใน 7 เทศบาลทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด สามารถมีบทบาทสำคัญในการออกแบบพื้นที่เมืองที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้โดยตรง โดยผลการศึกษาพบว่า หลายเทศบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม และพื้นที่พบปะของครอบครัว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนออกมาใช้พื้นที่ร่วมกันมากขึ้น พื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ประชาชนได้ขยับร่างกายและออกกำลังกาย แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนต่างวัย เพิ่มความผูกพันในชุมชน และทำให้เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่คุณภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้ จะช่วยให้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น เมืองจึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างสุขภาพและความสุขให้กับคนทุกช่วงวัย           

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า หลายเทศบาลมีแนวคิดสร้างสรรค์ในการใช้พื้นที่ เช่น การปรับพื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ การจัดกิจกรรมออกกำลังกายในชุมชน และการพัฒนาพื้นที่รอบชุมชนให้เดินได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสพัฒนาต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมเส้นทางเดินเท้ากับระบบขนส่งสาธารณะให้ปลอดภัยและใช้งานได้ต่อเนื่อง หากการเดินเท้าเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะได้ดี ประชาชนจะขยับร่างกายมากขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ช่วยลดภาระการเดินทาง และส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว       

ด้าน นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเสริมว่า ข้อค้นพบจากการศึกษานี้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561–2573 ที่มุ่งให้เมืองและชุมชนเป็นพื้นที่ที่ “เดินง่าย ใช้งานได้จริง และเข้าถึงบริการสะดวก” โดยแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไปจะเน้นการบรรจุพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในผังเมืองท้องถิ่น การใช้เทคโนโลยีติดตามคุณภาพพื้นที่สาธารณะ และการสร้างเครือข่ายเทศบาลเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางที่ได้ผล ทั้งนี้ กรมอนามัยย้ำว่า หากท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนเครื่องมือ องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การพัฒนา “เมืองสุขภาพดี” เกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืน ส่งผลให้ประชาชนสามารถเดิน ขยับ และใช้พื้นที่สาธารณะได้อย่างมั่นใจ สะดวก และปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ที่มา: กรมอนามัย