การเผาตอซังและเศษวัสดุทางการเกษตรในที่โล่ง ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ทำลายสุขภาพ และทำให้ดินเสื่อมโทรมในระยะยาว กรมพัฒนาที่ดิน จึงขอเชิญชวนเกษตรกรร่วมปรับเปลี่ยนวิธีจัดการตอซังและเศษพืชหลังการเก็บเกี่ยว ด้วยแนวทาง “เกษตรไม่เผา” เพื่อลดการเกิดฝุ่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และฟื้นฟูทรัพยากรดิน โดยเปลี่ยนตอซังและเศษพืชหลังเก็บเกี่ยว “เป็นปุ๋ยธรรมชาติ” ด้วย “สารชีวภาพย่อยสลายตอซังพืช พด.17” ช่วยเร่งย่อยสลายตอซังข้าว–ข้าวโพด ให้เปื่อยง่าย ไถกลบได้ภายใน 7 วัน ซึ่ง พด. 17 จะเร่งการย่อยสลายตอซังพืช เพิ่มอินทรียวัตถุ ธาตุอาหารในดิน ฟื้นฟู ปรับปรุงบำรุงดิน ลดการสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืชในดิน และลดการเผาตอซัง ช่วยลดมลพิษทางอากาศ

การจัดการตอซัง จึงส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างดิน น้ำ อากาศ และศักยภาพการผลิตในระยะยาว เนื่องจากเผาตอซัง จะทำลาย “กาวธรรมชาติ” ที่ยึดเม็ดดิน อินทรียวัตถุและจุลินทรีย์ดินลดลง ดินแน่น แข็ง โครงสร้างพัง น้ำไหลผ่านเร็ว ไม่อุ้มน้ำ ธาตุอาหารสูญเสียเป็นก๊าซ เกิดมลพิษและฝุ่น PM 2.5 ในทางกลับกัน การไถกลบตอซัง จะทำสร้างโครงสร้างดินให้แข็งแรง เม็ดดินจับตัวอย่างเสถียร ทนต่อการชะล้าง ดินร่วนซุย อินทรียวัตถุช่วยยึดเม็ดดิน อุ้มน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี เศษพืชถูกสับและย่อยสลายลงในดิน จุลินทรีย์ดินเพิ่มธาตุอาหารค่อยๆ คืนสู่ดิน
กรมพัฒนาที่ดิน จัดงานรณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2569 ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ 2 ตําบลข่วงเปา อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ไถกลบตอซังและงดเผาไม่เพียงช่วยลดฝุ่น PM 2.5 แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อดินที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อผลผลิตที่คุ้มค่า สุขภาพที่ดีของเกษตรกร และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของลูกหลานเรา

