กรมประมงกำหนดแนวทางเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ย้ายพื้นที่ทำการประมงจากจากฝั่งทะเลอันดามันไปฝั่งอ่าวไทย หรือจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งทะเลอันดามัน เจ้าของเรือต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้ากับศูนย์ PIPO ก่อนการย้ายพื้นที่ เพื่อประสานแจ้งไปยังประเทศมาเลเซีย ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและปัญหากฎหมายระหว่างประเทศ

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันให้กรมประมงดำเนินการปรับปรุงกฎหมายการย้ายพื้นที่ทำการประมง เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องชาวประมง ซึ่งกรมประมง ได้ออกประกาศกรมประมงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนพื้นที่การทำการประมง ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สามารถขอเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง จากฝั่งทะเลอันดามันไปฝั่งอ่าวไทย หรือจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งทะเลอันดามันได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งชาวประมงมักได้รับความเสียหายประสบอุบัติเหตุเรือจมจากมรสุม ดังนั้น แนวทางการปฏิบัติในการย้ายพื้นที่ทำการประมงจึงเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากเจ้าของเรือประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินเรือ และเกิดการดำเนินกิจการประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญก่อให้เกิดความเข้าใจและความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านด้วย
สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง ต้องแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ก่อนออกจากพื้นที่ทำการประมงที่ได้รับอนุญาตเดิม และก่อนเข้าพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ย้ายด้วย และเมื่อได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนพื้นที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ขอเปลี่ยนพื้นที่จะไม่สามารถกลับไปทำการประมงในพื้นที่เดิมได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย โดยการขอเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมงจะทำได้ตามห้วงเวลาที่ขอเปลี่ยนเท่านั้น เมื่อหมดจากห้วงเวลาที่อนุญาตให้กลับไปทำประมงในพื้นที่เดิม
อย่างไรก็ตาม การย้ายพื้นที่ทำการประมงมีความจำเป็นต้องเดินเรือผ่านน่านน้ำของประเทศมาเลเซีย ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงไทยในการเดินเรือผ่านน่านน้ำต่างประเทศ กรมประมงจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อใช้สำหรับการประสานงานกับประเทศมาเลเซีย
โดยกำหนดให้เจ้าของเรือประมงที่มีความประสงค์จะย้ายพื้นที่ทำการประมงจัดเตรียมข้อมูลและแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ในพื้นที่ ดังนี้
1. รายชื่อเรือที่ประสงค์จะย้ายพื้นที่ทำการประมง รวมทั้ง รายชื่อผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ของเจ้าของเรือเพื่อใช้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
2. รายละเอียดการเดินเรือ ได้แก่ วันออกเดินทางและท่าเทียบเรือที่ออกเดินทาง วันที่จะเข้าสู่น่านน้ำประเทศมาเลเซีย วันที่ออกจากน่านน้ำประเทศมาเลเซีย และวันที่เดินทางมาถึง พร้อมท่าเทียบเรือปลายทาง รวมทั้งสำเนาทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือ สำเนาใบอนุญาตให้เรือออกจากท่า และสำเนา passport ของผู้ควบคุมเรือ
และคนประจำเรือ
โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิต (กลุ่มตรวจสอบเรือประมง) โทร. 0 2561 1563 ทั้งนี้ เมื่อกรมประมงได้ข้อมูลดังกล่าวครบถ้วนแล้ว จะประสานแจ้งข้อมูลไปยังกรมประมงประเทศมาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความปลอดภัยกับเรือประมงไทยในการเดินเรือผ่านน่านน้ำประเทศมาเลเซียอย่างถูกกฎหมายกรมประมงจึงขอความร่วมมือเจ้าของเรือแจ้งข้อมูลล่วงหน้ากับศูนย์ PIPO เพื่อประสานประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหากฎหมายระหว่างประเทศ
กรมประมงจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินแนวทางดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวประมงในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องชาวประมงได้มากขึ้น และส่งเสริมการทำประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือและความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี…อธิบดีฯ กล่าว
