นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมความรู้และให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของเชื้อโรคและภัยสุขภาพจากนกพิราบและนกชนิดต่าง ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มากับนก ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนว่า สนอ. จัดทำแนวทางส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของเชื้อโรคและการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคของนกพิราบ เผยเเพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการป้องกันการติดเชื้อจากนกพิราบ โดยการเว้นระยะห่างและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับนกพิราบ หรือมูล หรือสิ่งคัดหลั่งของนกพิราบ หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีนกพิราบอาศัยอยู่จำนวนมาก สวมหน้ากาก หรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีนกพิราบ กรณีสัมผัสนก หรือสิ่งคัดหลั่งของนกให้รีบล้างมือให้สะอาด หากจำเป็นต้องทำความสะอาดที่พักอาศัยที่มีมูลนกพิราบ ให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองพร้อมทั้งหน้ากากอนามัย ถุงมือ และแว่นตา จากนั้นพรมน้ำให้คราบมูลนกอ่อนตัวลง ขัดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว (เช่น ไฮเตอร์) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป

ขณะเดียวกันได้ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาด การป้องกันการสัมผัสกับนกพิราบและอันตรายที่มาจากนกพิราบ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นเตือนและปรับทัศนคติในการป้องกันการให้อาหารนกพิราบ จัดกิจกรรมเวชศาสตร์ป้องกันเชิงสาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหานกพิราบในที่สาธารณะ ลดความเสี่ยงจากนกพิราบที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพประชาชน รวมทั้งขับเคลื่อนมาตรการเฝ้าระวังโรคจากสัตว์ปีกในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยร่วมกับสำนักงานเขตสำรวจข้อมูลนกพิราบ การออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เฝ้าระวังโรคเชิงรุกและติดตามสถานการณ์ของโรคจากสัตว์ปีกที่ติดต่อมาสู่คน กรณีพบผู้ป่วยจากการสัมผัสสัตว์ปีกให้แจ้งสายด่วน สนอ. โทร. 0 2203 2872 หรือ สายด่วน กทม. โทร. 1555
นอกจากนี้ สนอ. ได้ประสานสำนักงานเขตรณรงค์ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนงดให้อาหารนกในสวนสาธารณะของ กทม. และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อในหลายรูปแบบและช่องทางต่าง ๆ อาทิ เพจเฟซบุ๊ก TikTok และแผ่นพับเผยแพร่ความรู้ เพื่อสร้างความรู้แก่ประชาชนถึงผลกระทบจากการให้อาหาร ซึ่งทำให้มีจำนวนนกพิราบเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญจากมูลนกและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากการแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ จากนกมาสู่คน เช่น Cryptococcus neoformans โรคไข้สมองอักเสบ เยื่อสมองอักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดอักเสบ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกตามที่สาธารณะ เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โดยผู้ให้อาหารและผู้จำหน่ายอาหาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวว่า สสล. ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกพิราบและงดจำหน่ายอาหารสัตว์ในสวนสาธารณะทุกแห่งที่อยู่ในความดูแล เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของผู้ใช้บริการสวนสาธารณะ ซึ่งอาจได้รับเชื้อราจากมูลนกพิราบ มีความเสี่ยงทำให้เป็นโรคปอดอักเสบและป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ พร้อมกันนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ออกตรวจตราพื้นที่ หากพบการให้อาหารนกพิราบ ให้ทำความเข้าใจและตักเตือน รวมทั้งประสาน สนอ. ร่วมตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงอันตรายและรับทราบข้อปฏิบัติในการใช้พื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สสล. จะได้ประชาสัมพันธ์ข้อห้ามให้อาหารนกพิราบในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ และสวน 15 นาที เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการให้อาหารนกพิราบในพื้นที่สาธารณะ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นายปิยะ พูดคล่อง ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ (สนท.) กล่าวว่า สนท. ได้ประชาสัมพันธ์และกวดขันการให้อาหารนกพิราบอย่างต่อเนื่อง และแม้ประชาชนให้อาหารนกพิราบในบ้านของตนเอง สำนักงานเขตมีอำนาจตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สามารถออกคำสั่งห้ามมิให้ก่อเหตุรำคาญพร้อมทั้งระงับเหตุรำคาญได้ ซึ่งการให้อาหารนกพิราบเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ตามมาตรา 32 มีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท เนื่องจากการให้อาหารนกพิราบเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและทำให้เกิดความสกปรกในที่สาธารณะ
