แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล หนุนยอดธุรกรรมกว่า 2 พันล้านรายการในตลาดเกิดใหม่หลักปี 2568 พร้อมขยายการชำระเงิน AI และเครื่องมือพาณิชย์ดิจิทัล เพื่อผลักดันการเติบโตที่ทั่วถึง

• ผู้ประกอบการ 150 ล้านรายทั่วโลก ตั้งแต่กัวลาลัมเปอร์ถึงลอนดอน เลือกใช้โซลูชันของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
• ในตลาดเกิดใหม่หลัก ลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา รวมถึงกลุ่ม เอสเอ็มอี มีการเติบโตอย่างโดดเด่นจากการใช้โซลูชันการชำระเงินดิจิทัล การค้าข้ามพรมแดน และบริการธนาคารในปี 2568

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้การสนับสนุนการทำธุรกรรมดิจิทัลข้ามพรมแดนมากกว่า 2 พันล้านรายการในปี 2568 แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในตลาดเกิดใหม่หลัก อาทิ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา (LATAM) โดยบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาและขยายขอบเขตโซลูชันทางการเงินและพาณิชย์ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้มีความหลากหลายและตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งมั่นส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านการชำระเงิน สินเชื่อ ธนาคารดิจิทัล และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ยังขาดการเชื่อมโยงที่เป็นระบบ ปัจจุบัน บริษัทให้บริการแก่ผู้ประกอบการทั่วโลกกว่า 150 ล้านราย โดย 90% ของจำนวนดังกล่าวเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

“ในตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การนำ AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานจริงอย่างน่าเชื่อถือและสามารถขยายผลได้ จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย” ดักลาส ฟีกิน ประธาน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “ถึงเวลาแล้วที่ผู้พัฒนาฟินเทคจะต้องเปลี่ยน ‘การเข้าถึง’ เทคโนโลยี ให้กลายเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตที่แท้จริง เราจะทุ่มเททำงานอย่างหนักยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถเข้าถึงโซลูชันการชำระเงินดิจิทัล การเงิน การค้า และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

การเข้าถึงดิจิทัลอย่างทั่วถึง ขับเคลื่อนการเติบโตให้ทวีคูณ

• การชำระเงินคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับเอสเอ็มอีในตลาดเกิดใหม่
• ร้านค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์สามารถรองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งผ่าน QR Code โทรศัพท์มือถือ และบัตรได้ผ่าน Alipay+ และ Antom
• ด้วยความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งทั่วทั้งทวีปเอเชีย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จะขยายการเชื่อมโยงนี้ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางและลาตินอเมริกา
• Alipay+ จะยังช่วยส่งเสริมการพัฒนา e-wallet และซูเปอร์แอปในตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศการชำระเงินและฟินเทคในระดับท้องถิ่น

การเข้าถึงบริการธนาคารและแหล่งเงินทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับเอสเอ็มอี:

• Bettr ได้ขยายบริการสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีและบุคคลทั่วไปกว่า 30 ล้านราย และกำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วภูมิภาคลาตินอเมริกา หลังจากที่ได้เข้าไปลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน R2 ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการให้สินเชื่อแบบฝังตัว (embedded lending) ชั้นนำในลาตินอเมริกา

นวัตกรรมที่เชื่อถือได้และใช้งานได้จริง

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี FinAI ที่เชื่อถือได้ ในปี 2568 บริษัทได้เปิดเผยซอร์สโค้ด (open-source) โมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นเองในชื่อ Falcon Time-Series Transformer (TST) ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX risk management) ของสายการบิน AirAsia และสามารถลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (hedging costs) ได้สูงถึง 40%

นอกจากการลงทุนในนวัตกรรมฟินเทคที่ล้ำสมัยแล้ว แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีการกำกับดูแล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้และขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

• Antom ซึ่งเป็นบริการรับชำระเงินสำหรับผู้ประกอบการระดับแฟลกชิปของเรา ปัจจุบันช่วยลดระยะเวลาการเชื่อมต่อระบบชำระเงินได้สูงสุดถึง 95% ด้วย Antom Copilot ซึ่งเป็นผู้ช่วยด้านการชำระเงินอัจฉริยะรายแรก นอกจากนี้ บริการ Antom Payment Orchestration (APO) ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมต่อการรับชำระเงินได้ครบวงจรเพียงครั้งเดียว พร้อมระบบ Smart Routing เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทำธุรกรรม โดยรวมแล้ว ลูกค้า Antom นอกประเทศจีนมีอัตราการเติบโตถึง 75%
• ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญในแต่ละท้องถิ่นเข้ากับเครื่องมือ AI ที่ปรับเปลี่ยนได้ แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบครบวงจรของเรา ได้แก่ 2C2P ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ MultiSafePay ในยุโรป ปัจจุบันรองรับธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่สายการบินระดับภูมิภาค ธุรกิจ O2O ผู้นำอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึง SME ในท้องถิ่น
• EPOS360 แอปพลิเคชันสำหรับ SME ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้รวบรวมเครื่องมือ AI ที่ใช้งานได้จริงเข้ากับระบบ ณ จุดขาย (POS) การชำระเงิน บริการธนาคาร การเงิน และการจัดการการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็ก
• WorldFirst ได้ขยายขีดความสามารถ AI ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ในด้านการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน (FX) การควบคุมความเสี่ยง และการบริการลูกค้า สู่การเป็นบริการบัญชีดิจิทัลระดับโลกแบบครบวงจร (360 องศา) เพื่อนำเสนอเครื่องมือการชำระเงินและการจัดการทางการเงินในกว่า 200 ตลาด และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกว่า 130 แห่ง

การนำ AI มาใช้ต้องตั้งอยู่บนรากฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้พัฒนา โมเดล SHIELD ซึ่งเป็น AI สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 3-in-1 ที่สามารถบูรณาการข้อมูลได้หลากหลายมิติ ทั้งข้อมูลแบบกราฟ ลำดับ และตาราง เพื่อปกป้องทั้งลูกค้าและธุรกิจของเรา โมเดลนี้มีความแม่นยำสูงถึง 95% ในการระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5%

การเชื่อมโยงและการชำระเงินแบบเรียลไทม์คือกุญแจสู่อนาคตการค้า

การทำงานร่วมกันของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่หลากหลาย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการค้า การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจุบัน Alipay+ เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้งานกว่า 1.8 พันล้านบัญชี จากพันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศ 40 ราย เข้ากับร้านค้าในกว่า 100 ตลาดทั่วโลก ถือเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านการชำระเงินมือถือข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผนึกกำลังกับเครือข่าย QR แห่งชาติ 11 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Mastercard พันธมิตรของ Alipay+ อาทิ AlipayHK, GCash และ Kakao Pay ยังสามารถชำระเงินแบบแตะจ่ายผ่าน NFC ที่ร้านค้าที่รองรับ Mastercard ได้อีกด้วย

Platform Tech ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนลยังช่วยให้การโอนเงินข้ามพรมแดนมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น โดยสามารถประมวลผลธุรกรรมผ่านบล็อกเชนได้มากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และกว่า 95% ของธุรกรรมดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ SWIFT เพิ่งบุกเบิกการชำระเงินแบบ ‘ธนาคารสู่กระเป๋าเงินดิจิทัล’ (bank-to-wallet) เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าธนาคารทั่วโลกสามารถส่งเงินโดยตรงไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบาย

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดประกายความสำเร็จฟินเทคเพื่อการเข้าถึงอย่างครอบคลุม

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นมานานกว่าทศวรรษ เอสเอ็มอีได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่วัดผลได้กับธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น

การพัฒนา FinAI ในระดับภูมิภาค

• Alipay+ ยังคงให้การสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มมือถือที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ได้แก่ DANA (อินโดนีเซีย) GCash (ฟิลิปปินส์) TrueMoney (ประเทศไทย) และ TNG Digital (มาเลเซีย) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจหลายร้อยล้านราย
• ในปี 2568 แอปพลิเคชันระดับภูมิภาค 3 ราย ได้เริ่มพัฒนาซูเปอร์แอปที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม AI-as-a-Service ของแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งรู้จักกันในชื่อ GenAI Cockpit
• Alipay+ Voyager ซึ่งเป็นตัวแทนบริการการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้เปิดตัวใช้งานสำเร็จแล้วใน 6 แอปพลิเคชันทั่วทวีปเอเชีย

การเชื่อมโยงระบบ (Interoperability)

• Alipay+ ได้ร่วมมือกับเครือข่ายการชำระเงิน QR แห่งชาติ 5 แห่งในอาเซียน โดยในสิงคโปร์และมาเลเซีย นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ ผ่าน SGQR และ DuitNow QR ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในมาเลเซีย นักท่องเที่ยวสามารถใช้ e-wallet หรือแอปพลิเคชันธนาคารจากประเทศตนเองชำระเงินกับ SME กว่า 360,000 รายทั่วประเทศ ส่งผลให้เอสเอ็มอีเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว
• ซูเปอร์แอปชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น GCash เป็นรายแรกของโลกที่เริ่มผสานรวมการชำระเงินมือถือแบบ “wallet-to-card” ด้วยความร่วมมือ NFC ของ Alipay+ กับ Mastercard เพื่อรวมเครือข่าย QR ของร้านค้าและระบบ POS เข้าด้วยกัน

การค้าและพาณิชย์ (Trade and Commerce)

• 2C2P ซึ่งอยู่ภายใต้ Antom มีปริมาณธุรกรรมสำหรับผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 38% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคส่วนอีคอมเมิร์ซ สายการบิน ตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) และธุรกิจค้าปลีก และมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
• WorldFirst ซึ่งได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ในมาเลเซียและประเทศไทย มีมูลค่าธุรกรรมเติบโตเกือบ 40% ในปี 2568 เนื่องจากผู้ประกอบการ SME ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากขึ้นได้หันมาทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ซระดับโลก

การเงินที่เข้าถึงได้ทุกคน (Inclusive Finance)

• Bettr ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสินเชื่อแก่ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลชั้นนำ 4 รายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งส่งผลให้ฐานผู้ใช้งานเติบโตขึ้นถึง 184%
• ANEXT Bank ในสิงคโปร์ มีปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า โดยลูกค้าถึง 69% เป็นกลุ่มธุรกิจรายย่อย (Micro-businesses)

ฟีกินกล่าวว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังคงมุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึง และการสร้างการเติบโตร่วมกัน เราทำงานร่วมกับพันธมิตร ภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตนั้นครอบคลุม ยั่งยืน และเชื่อมโยงทั่วโลก”

ที่มา: เบอร์สัน