กรมอนามัย-ภาคีเครือข่าย พร้อมรับมือทุกความท้าทาย เพื่อพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์เศกสรรค์ชวนะดีเลิศ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะผู้บริหารจับมือภาคีเครือข่าย พร้อมรับมือทุกความท้าทาย เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีแบบยั่งยืนในการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2568 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสังคมรอบรู้ สู่สุขภาพดีทุกช่วงวัย อนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐาน” วันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ก้าวหน้า มาพร้อมกับความท้าทายในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งคุณภาพน้ำ อากาศ การจัดการของเสียรวมถึงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐาน บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการยกระดับพัฒนาองค์กร และบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมประสานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้สามารถยกระดับมาตรฐาน และมาตรการในการจัดการปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลักดันให้เกิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของประชาชน“กรมอนามัย ได้ยึดหลักการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ให้สอดรับกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายมุ่งเน้นความเข้มแข็งในการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับอนาคต (4H for a Health Future) ดังนี้ 1) สืบสานโครงการพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี 2) ส่งเสริมสุขภาพประชาชน ลด NCDs เสริมสร้างการดูแลผู้สูงอายุ 3) อนามัยสิ่งแวดล้อมได้มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกชุมชน และ 4) เสริมสร้างองค์กรเข้มแข็ง พัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมเพื่ออนาคต ผ่านกลไกการบูรณาการทำงานร่วมกันของบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนงานอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ด้านนายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า Healthy Environment thriving communities อนามัยสิ่งแวดล้อม ได้มาตรฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกชุมชน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายมุ่งเน้นของกรมอนามัย 4H for a Health Future ซึ่งตลอดปี 2568 เกิดความท้าทายต่องาน ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ อาทิภัยพิบัติน้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้บ่อขยะ สารเคมีรั่วไหล สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวมถึงเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทุกภารกิจล้วนได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงระดับชุมชน ทำให้เห็นประจักษ์ว่าระบบการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี ล้วนทำให้ภาวะวิกฤติผ่านพ้นได้ และภาวะปกติยังคงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: กรมอนามัย