<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/general_text_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/general_text_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jun 2026 17:35:40 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สนน. แจงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์พิจารณาทั้งระบบ-เพิ่มช่องทางสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3734266</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 17:05:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734266</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนการบริหารจัดการประตูระบายน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ว่า คลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองสายหลักสำคัญของพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อกับคลองพระโขนงและคลองสาขาหลายสาย ทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำจากพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง เขตประเวศ และพื้นที่ใกล้เคียง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำในภาพรวมตลอดแนวคลอง ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งได้ การระบายน้ำในระบบคลองประเวศบุรีรมย์และคลองพระโขนงมีความยาวรวมประมาณ 34 กิโลเมตร โดยอาศัยการระบายน้ำผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสูบน้ำผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนงและระบบอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม. การระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ของกรมชลประทานเพื่อส่งต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง และการระบายน้ำลงสู่คลองสายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม คลองสาขาหลายสายที่เชื่อมต่อกับคลองประเวศบุรีรมย์ไม่มีประตูระบายน้ำ ทำให้การลดระดับน้ำในคลองหลักต้องดำเนินการควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในคลองสาขาทั้งระบบ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเดิมถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่รับน้ำ และทางน้ำหลาก (Floodway) จึงมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของทั้งระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเขตชุมชนหนาแน่นและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ดังนั้น ระบบประตูระบายน้ำและแนวควบคุมน้ำในพื้นที่จึงถูกออกแบบให้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและป้องกันน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่เขตลาดกระบังและพื้นที่โดยรอบมีการขยายตัวของชุมชน ถนน หมู่บ้านจัดสรร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมเดิมจำนวนมากเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เมือง เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำฝนจึงไหลบ่าลงสู่ระบบระบายน้ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ศักยภาพการระบายน้ำยังมีข้อจำกัดจากหลายปัจจัย อาทิ ปริมาณและความต่อเนื่องของฝน ระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา ระดับน้ำด้านในและด้านนอกประตูระบายน้ำ ระยะทางจากพื้นที่ถึงจุดระบายน้ำหลัก ความสามารถของสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3734266">สนน. แจงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์พิจารณาทั้งระบบ-เพิ่มช่องทางสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ “ประวัติศาสตร์ตลาดหันคา” บันทึกคุณค่าจากอดีต สู่อนาคตของชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3732163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 13:56:28 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3732163</guid>

					<description><![CDATA[<p>อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ได้มีการจัดงานเสวนาและแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ตลาดหันคา” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจของชาวหันคา หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก หนังสือ “ประวัติศาสตร์ตลาดหันคา” นับเป็นผลงานสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวตลาดหันคา ผู้รู้ในท้องถิ่น ผู้อาวุโส ตลอดจนหน่วยงานราชการหลายภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันรวบรวมข้อมูล เอกสารทางประวัติศาสตร์ ภาพถ่ายเก่า และเรื่องเล่าจากความทรงจำของผู้คนในชุมชน เพื่อบันทึกเรื่องราวความเป็นมาของตลาดหันคา อันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดชัยนาทมาอย่างยาวนาน ไฮไลต์สำคัญของงานคือ เวทีเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ตลาดหันคา โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณสุรัสวดี อ๋องสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศ และเป็นชาวหันคาโดยกำเนิด ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ มุมมองทางประวัติศาสตร์ และความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของชุมชน ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอดิศร เกิดโต นายอำเภอหันคา และ นายณรงค์เดช ตันอนุวงษ์สกุล นายกเทศมนตรีตำบลหันคา ร่วมกล่าวถึงความสำคัญของการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการรวบรวมองค์ความรู้และประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป สำหรับการดำเนินรายการเสวนา ได้รับเกียรติจาก นายเมธรวิสร์ วรินภิรมย์ ปลัดอาวุโสอำเภอหันคา ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ เชื่อมโยงเนื้อหาทางประวัติศาสตร์กับเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ สร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดการเสวนา นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีเปิดตัวหนังสือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3732163">เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ “ประวัติศาสตร์ตลาดหันคา” บันทึกคุณค่าจากอดีต สู่อนาคตของชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปตท. จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 7 วัน อุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3731429</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 09:02:07 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731429</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) (ปตท.) โดย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 7 วัน อุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ร่วมใส่บาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและพนักงาน ปตท. สำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากการที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านกฎหมาย การพัฒนากระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมน้อมนำพระปณิธานในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมมาเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3731429">ปตท. จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 7 วัน อุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เขตสายไหมเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนการใช้รถกระเช้าราชการ เข้มมาตรการควบคุมการใช้ทรัพย์สินภาครัฐ-ป้องกันการทุจริต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3731268</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 16:28:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731268</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการเขตสายไหม กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการนำรถกระเช้าของสำนักงานเขตไปใช้รับจ้างตัดต้นไม้ให้เอกชนว่า สำนักงานเขตฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีการกล่าวโทษบุคคลสังกัดฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะนำรถยนต์ของทางราชการออกไปรับงานตัดต้นไม้ภายในหมู่บ้านจัดสรรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา โดยได้ตรวจสอบเอกสารการรับคำร้อง พบว่า มีประชาชนร้องขอใช้บริการเก็บขนกิ่งไม้ผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อให้ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ เข้าไปดำเนินการเก็บขนกิ่งไม้ภายในหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวเท่านั้น มิใช่การร้องขอจากนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยตรง และฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ได้ดำเนินการจัดรถและเจ้าหน้าที่เข้าไปให้บริการเก็บขนกิ่งไม้ตามคำร้อง พร้อมชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนสำนักงานเขตฯ ได้ประสานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงได้รับข้อมูลว่าประชาชนผู้ขอใช้บริการเก็บขนกิ่งไม้ดังกล่าว ได้รับการว่าจ้างจากนิติบุคคลหมู่บ้านให้ดำเนินการตัดแต่งต้นไม้ภายในหมู่บ้านเอง โดยไม่ได้ประสานงานสำนักงานเขตฯ ให้เข้าไปดำเนินการตัดแต่งต้นไม้แต่อย่างใด ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนได้กระทำความผิดจริงตามข้อกล่าวหา สำนักงานเขตฯ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามาตรฐานการปฏิบัติราชการ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ สำนักงานเขตฯ ได้กำชับและเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการให้บริการตัด ขุด และขนซากต้นไม้ในพื้นที่ส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติและขั้นตอนการขอใช้บริการของ กทม. อย่างเคร่งครัด โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้อง หรือแจ้งขอใช้บริการผ่านทางโทรศัพท์ได้ที่ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ สำนักงานเขตสายไหม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรับเรื่อง ประเมินงาน กำหนดอัตราค่าบริการ และนัดหมายวันเข้าดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด หากพบพฤติการณ์เรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่ สามารถแจ้งข้อมูลต่อฝ่ายรักษาความสะอาดฯ หรือสำนักงานเขตฯ ได้โดยตรง เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที รวมทั้งได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลและตรวจสอบการให้บริการตัด ขุด และขนซากต้นไม้ในพื้นที่ส่วนบุคคลของประชาชนให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย โดยมุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในทุกขั้นตอน ทั้งด้านการปฏิบัติงานที่มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3731268">เขตสายไหมเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนการใช้รถกระเช้าราชการ เข้มมาตรการควบคุมการใช้ทรัพย์สินภาครัฐ-ป้องกันการทุจริต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3730737</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 12:33:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730737</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 (7th Cross-Strait Financial Forum and Taiwan-Funded Enterprise Development Forum) ได้จัดขึ้น ณ เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินมณฑลฝูเจี้ยน สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเทศบาลเมืองเซี่ยเหมิน และสมาคมวิสาหกิจไต้หวันที่ลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีบริษัท เซี่ยเหมิน ไฟแนนเชียล อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (XIAMEN Financial Investment Group CO., LTD) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และบริษัท จินหยวน เพรสซิเดนท์ ซีเคียวริตีส์ จำกัด (Jinyuan President Securities Co., Ltd.) รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงาน งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &#8220;สามปีแห่งการบูรณาการ สู่การเริ่มต้นเส้นทางใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3730737">การประชุมการเงินข้ามช่องแคบและการประชุมพัฒนาวิสาหกิจที่ได้รับเงินทุนจากไต้หวัน ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยเหมิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. ขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงคู คลอง ย้ำดำเนินคดีตามกฎหมาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3730380</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 17:15:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730380</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนสภาพคลองบริเวณตลาดคลองเตย (คลองหัวลำโพง) สกปรก มีขยะสะสม และปัญหาน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงมาตรการเข้มงวดและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูล และปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะว่า สนน. ได้ตรวจสอบกรณีข้อร้องเรียนดังกล่าว พบเป็นบริเวณตลาดลาวเชื่อมต่อกับคลองพระโขนง มีความยาวคลองประมาณ 3,400 เมตร พื้นที่คลองเป็นที่ดินของการท่าเรือ และพื้นที่บริเวณตามแนวริมคลองมีบ้านเรือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่กันอย่างแออัดหนาแน่นตลอดแนว โดยปัญหาขยะน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นเกิดจากสถานประกอบการร้านค้าในตลาดคลองเตยและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับแนวริมคลองได้ทิ้งขยะ เศษอาหาร และน้ำเสียลงคลอง โดยไม่มีการบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงคลอง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและมีคราบไขมันในคลอง ซึ่งที่ผ่านมา สนน. ได้จัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บขยะในคลองเป็นประจำทุกวัน โดยจัดเก็บขยะ 2 รอบ/วัน อย่างไรก็ตาม แต่ละวันหลังจัดเก็บขยะภายในคลองแล้วเสร็จ วันถัดมายังพบการลักลอบทิ้งขยะลงคลองเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน สนน. ได้ประสานสำนักงานเขตคลองเตยให้ประชาสัมพันธ์รณรงค์การไม่ทิ้งขยะ รวมถึงตรวจสอบการทิ้งขยะและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กรณีมีการลักลอบทิ้งขยะดังกล่าว หากพบการลักลอบทิ้งขยะลงในคลองให้ใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน พ.ค. 69 สำนักงานประชาสัมพันธ์ได้ประสาน สนน. ร่วมรณรงค์การจัดเก็บขยะในคลองเตย (คลองหัวลำโพง) และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่อาศัยริมคลอง ไม่ให้ทิ้งขยะและน้ำเสียลงในคลอง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบว่า ไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนบริเวณดังกล่าวเท่าที่ควร ยังพบการลักลอบทิ้งขยะและน้ำเสียลงในคลองอยู่เช่นเดิม เนื่องจากสถิติการเก็บขยะยังมีจำนวนและปริมาณที่ใกล้เคียงกันตลอดแทบทุกวัน ทั้งนี้ สนน. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3730380">กทม. ขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงคู คลอง ย้ำดำเนินคดีตามกฎหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. เข้มงวดการติดตั้ง-ตรวจสอบป้ายโฆษณาให้เป็นไปตามกฎหมาย บูรณาการความร่วมมือจัดทำฐานข้อมูลป้ายทั่วกรุง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3729103</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:18:47 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729103</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวชี้แจงกรณีมีข้อสังเกตการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการขออนุญาตและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เนื่องจากพบการติดตั้งหลายจุดตั้งอยู่ใกล้อาคารสูง สถานศึกษา ทางแยกสำคัญ และแนวระบบขนส่งมวลชนว่า การพิจารณาอนุญาตป้ายโฆษณา กทม. ได้ดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการตรวจสอบความถูกต้องจะยึดตามข้อกำหนดของกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ณ วันที่ป้ายนั้นได้รับการอนุญาต เนื่องจากกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ที่ออกมาภายหลังไม่มีผลบังคับย้อนหลังเพื่อยกเลิก หรือเพิกถอนสิทธิของป้ายที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นป้ายเดิมที่ได้รับอนุญาตแล้ว กทม. ยังคงดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้ป้ายโฆษณาที่เข้าข่ายเป็นอาคาร ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ได้แก่ ป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตร (ตร.ม.) ขึ้นไป และป้ายที่ติดตั้งบนหลังคา หรือดาดฟ้าของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งเจ้าของป้ายมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและระบบความปลอดภัยเป็นประจำทุกปี พร้อมนำส่งรายงานผลการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1) ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามกฎหมายทั้งโทษจำและปรับ สำหรับการก่อสร้าง หรือดัดแปลงป้ายโฆษณาในพื้นที่สาธารณะ จะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะนั้นก่อน นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3729103">กทม. เข้มงวดการติดตั้ง-ตรวจสอบป้ายโฆษณาให้เป็นไปตามกฎหมาย บูรณาการความร่วมมือจัดทำฐานข้อมูลป้ายทั่วกรุง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ต้นแบบการสร้าง &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; ใจกลางเมือง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728897</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 13:05:20 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728897</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ รายงานล่าสุดจากคณะกรรมการบริหารเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ (China-Singapore Tianjin Eco-City) ระบุว่า ความเข้มข้นของไอออนออกซิเจนประจุลบที่ตรวจวัดได้ในสวนสาธารณะหย่งติ้งโจว (Yongdingzhou Park) ภายในเมืองนิเวศแห่งนี้ อยู่ในระดับสูงถึง 7,100 ไอออนต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว ไอออนออกซิเจนประจุลบ หรือที่เรียกกันว่า &#8220;วิตามินในอากาศ&#8221; เป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านคุณภาพอากาศ โดยยิ่งมีความเข้มข้นสูงเท่าใด อากาศก็จะยิ่งรู้สึกสะอาดสดชื่นมากขึ้นเท่านั้น ไอออนออกซิเจนประจุลบสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ มุ่งมั่นบูรณาการการพัฒนาเมืองเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; (Natural Oxygen Bar) หรือพื้นที่สีเขียวที่มีอากาศบริสุทธิ์ มิได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ภูเขาสูงหรือป่าทึบเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเช่นเดียวกัน สวนหย่งติ้งโจวเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองแห่งแรก ๆ ที่เปิดให้บริการในเมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ สำหรับแนวคิดการออกแบบมุ่งเน้นพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่และการปลูกต้นไม้หนาแน่น โดยครอบคลุมพื้นที่สีเขียวมากถึง 184,000 ตารางเมตร และนับเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้มากที่สุดในเมืองนิเวศแห่งนี้ เมืองนิเวศเทียนจิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728897">เมืองนิเวศเทียนจิน จีน-สิงคโปร์ ต้นแบบการสร้าง &#8220;บาร์ออกซิเจนตามธรรมชาติ&#8221; ใจกลางเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. ติดตามตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียฯ ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน คาดแล้วเสร็จในปี 2570]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728788</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 10:01:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728788</guid>

					<description><![CDATA[<p> นายเจษฎา จันทรประภา  ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี ทำให้ถนนบริเวณโดยรอบเกิดการทรุดตัว มีรอยแตก เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัย ทั้งยังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณดังกล่าวว่า สนน. ได้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนเหนือ (เขตบางพลัด และบางส่วนของเขตตลิ่งชันและเขตบางกอกน้อย) กับบริเวณถนนเลียบทางรถไฟบางกอกน้อย ซึ่งได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาถนนทรุดตัวและผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมในพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่าการดำเนินงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวมีความล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากต้องก่อสร้างด้วยวิธีดันท่อผ่านชั้นดินทราย ซึ่งเป็นสภาพธรณีวิทยาที่มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนตัวของดิน ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวถนนในบางช่วง อย่างไรก็ตาม โครงการฯ ได้ดำเนินงานด้วยความระมัดระวังตามหลักวิศวกรรม โดยเมื่อพบการทรุดตัวของผิวถนนจะสั่งหยุดการดำเนินงานดันท่อในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราวในทันที เพื่อปรับปรุงเสถียรภาพของดินและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมก่อนที่จะดำเนินงานต่อไป ขณะเดียวกันได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและซ่อมแซมผิวถนนที่ทรุดตัวชั่วคราวในจุดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาผลกระทบกับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรผ่านบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ 2 จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและคืนสภาพผิวจราจรแบบถาวรให้กลับสู่สภาพเดิมได้ภายในปี 2570 สำหรับประเด็นด้านสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหายุงชุมที่เกิดจากสิ่งก่อสร้างชั่วคราวในคลอง โครงการฯ ได้เร่งรัดการก่อสร้างและทยอยรื้อถอนนั่งร้าน เพื่อคืนสภาพคลองอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้รื้อถอนและคืนสภาพคลองแล้วบางส่วน ได้แก่ คลองศาลเจ้า คลองวัดตลิ่งชัน คลองขุนคลัง คลองผักหนาม คลองสวนแดน คลองวัดพิกุล คลองบางพลู คลองบางพลัด และคลองบางอ้อ เป็นต้น ส่วนคลองที่ยังคงมีนั่งร้าน หรือสิ่งก่อสร้างชั่วคราว ซึ่งอาจกีดขวางทางเดินน้ำและทำให้เกิดน้ำขังในบางจุด โครงการฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728788">กทม. ติดตามตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียฯ ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน คาดแล้วเสร็จในปี 2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“คลาสสิโก” เปิดตัว “โปเกมอน คอลเลกชัน” ชุดสครับสุดคิ้วท์ ให้ “พกความน่ารักของโปเกมอนตัวโปรดไปกับคุณได้ทุกที่”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728566</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 15:05:36 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728566</guid>

					<description><![CDATA[<p>คลาสสิโก อิงค์ คลาสสิโก อิงค์ (Classico, Inc.) แบรนด์ชุดแพทย์จากญี่ปุ่น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันสุดพิเศษที่ทุกคนตั้งตารออย่าง #ClassicoPokemonCollection ในภูมิภาคเอเชีย เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ครอบคลุมทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ภูมิภาคไต้หวัน และไทย โดยการขยายตลาดสู่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ทั่วเอเชียในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในการเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ประกอบกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าในต่างประเทศ รูปภาพ 1: โปเกมอน คอลเลกชันhttps://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M109100/202605299968/_prw_PI1fl_j0lA63u6.jpg ไลน์อัปสินค้าR53 / R54 ชุดสครับโปเกมอน เสื้อและกางเกง (ใส่ได้ทั้งชายและหญิง) ชุดสครับในคอลเลกชันนี้เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งหมด 4 ดีไซน์ ได้แก่ พิคาชู (Pikachu), กลุ่มโปเกมอนคู่หูเริ่มต้นแห่งภูมิภาคคันโตอย่างฟุชิกิดาเนะ (Bulbasaur) ฮิโตคาเงะ (Charmander) เซนิกาเมะ (Squirtle), อีวุย (Eevee) และคาบิกอน (Snorlax) โดยทุกดีไซน์โดดเด่นด้วยการเลือกใช้โทนสีของเนื้อผ้าและการปักลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของโปเกมอนแต่ละตัว ซึ่งรายละเอียดการออกแบบเหล่านี้ตั้งใจรังสรรค์ขึ้น เพื่อช่วยสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองให้กับผู้ป่วยในระหว่างการตรวจรักษา สี: พิคาชู กลุ่มโปเกมอนคู่หูเริ่มต้นแห่งภูมิภาคคันโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728566">“คลาสสิโก” เปิดตัว “โปเกมอน คอลเลกชัน” ชุดสครับสุดคิ้วท์ ให้ “พกความน่ารักของโปเกมอนตัวโปรดไปกับคุณได้ทุกที่”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. แจงเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติภายใน 1–2 ชั่วโมง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3727210</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:04:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727210</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อวิจารณ์เกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 ว่า สนน. ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและมีความต่อเนื่อง กระจุกตัวในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ โดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 เวลา 13.00 น. เรดาร์ตรวจพบกลุ่มฝนขยายตัวเข้าปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด และมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและหยุดในเวลา 17.10 น. จากการตรวจวัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า สถานีจุดวัดประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองอรชร เขตปทุมวัน มีปริมาณฝน 109.5 มิลลิเมตร (มม.) สำนักงานเขตพระนคร 103.0 มม. สำนักงานเขตบางรัก 98.0 มม. สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 97.0 มม. และสำนักงานเขตราชเทวี 86.0 มม. จากปริมาณฝนที่ตกหนักดังกล่าว ส่งผลให้น้ำฝนสะสมเกินขีดความสามารถของระบบท่อระบายน้ำที่รองรับได้ประมาณ 60 มม. จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก เช่น ถนนพญาไท ถนนราชดำริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3727210">กทม. แจงเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติภายใน 1–2 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ปักหมุดอาเซียน ประกาศซื้อกิจการ GPS2GO ในไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3726975</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:14:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726975</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ (Directed Technologies) ประกาศเข้าซื้อกิจการของผู้ให้บริการระบบเทเลเมติกส์ชั้นนำของไทยอย่าง GPS2GO โดยเป็นความเคลื่อนไหวในทางกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขยายเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแผนผลักดันการเติบโตในระดับภูมิภาค การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยให้ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีฐานปฏิบัติงานที่มั่นคงยิ่งขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับแรงหนุนจากเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โซลูชันเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนทีมงานในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญสูง นอกจากนี้ ยังเป็นการต่อยอดรากฐานธุรกิจเดิมของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ในตลาดไทย ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้วในปัจจุบัน ทั้งในด้านการดูแลลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการขาย ไทยมีบทบาทสำคัญในซัพพลายเชนอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ในฐานะศูนย์กลางการผลิตรายใหญ่ครอบคลุมทั้งรถบรรทุก รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถเพื่อการพาณิชย์ ประกอบกับการที่ลูกค้าหลายรายของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคนี้ การดูแลพื้นที่โดยตรงจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับความต้องการทั้งในกลุ่มผู้รับจ้างผลิต (OEM) และกลุ่มตลาดอะไหล่ทดแทน สำหรับการควบรวมกิจการครั้งนี้ คุณหทัยชนก ลีฬหาทร จะเข้าดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ GPS2GO ควบคู่กับตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยของไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย เพื่อสานต่อการดำเนินงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ อย่างมั่นคงในเฟสต่อไป “การขยายธุรกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่บนแผนที่ แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดด้วยทีมงานในพื้นที่ ในตลาดยานยนต์ที่มีความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค” คุณสตีฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3726975">ไดเร็คเต็ด เทคโนโลยีส์ ปักหมุดอาเซียน ประกาศซื้อกิจการ GPS2GO ในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจรอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3725698</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 16:50:59 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725698</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวกรณีสภาผู้บริโภคเสนอแนะให้ กทม. เร่งแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ทางแยก และบริเวณทางข้าม (ทางม้าลาย) ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งเร่งผลักดันวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มว่า บริเวณทางแยกที่เป็นจุดตัดทางรถไฟและที่มีระบบสัญญาณไฟจราจรทางแยกของ กทม. สจส. มีแผนที่จะร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำเทคโนโลยีประสานระบบสัญญาณไฟจราจรของ กทม. ร่วมกับระบบอาณัติสัญญาณของ รฟท. สำหรับการดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางวิศวกรรมต่าง ๆ กทม. ได้ดำเนินการการติดตั้งอุปกรณ์และจัดทำเครื่องหมายจราจร เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น ควบคุมความเร็ว และลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ ในจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2566 &#8211; 2568 ได้ดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนถนนทางกายภาพไปแล้ว 290 จุด ในปี 2569 อยู่ระหว่างดำเนินการ 50 จุด ส่วนการเพิ่มความปลอดภัยบริเวณทางข้าม (ทางม้าลาย) ในปี 2569 กทม. ได้เดินหน้ายกระดับทางข้ามปลอดภัย โดยปรับปรุงทางข้ามให้สีมีความชัดเจน ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ สัญญาณไฟกระพริบ และไฟกดปุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3725698">กทม. ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจรอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. คุมเข้มเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ เตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศตลอด 24 ชม.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3724913</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 16:15:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3724913</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางคัชรินทร์ เจียมศรีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร (สดท.) กทม. กล่าวกรณีกลุ่มผู้โจมตีทางไซเบอร์ KRYBIT อ้างว่าได้เข้าถึงข้อมูลของ กทม. และมีแผนเผยแพร่ข้อมูลภายใน 3 &#8211; 4 วันว่า กทม. ได้รับทราบข้อมูลและติดตามสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 69 ก่อนจะมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 ทั้งนี้ สดท. ได้ดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์และระงับเหตุโดยทันที ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 69 พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและติดตามความผิดปกติของระบบสารสนเทศและเว็บไซต์ของ กทม. รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอบเขตผลกระทบและความถูกต้องของข้อมูลที่มีการกล่าวอ้าง และได้เพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ โดยดำเนินการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบ การเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง และสำรองข้อมูลตามแนวทางที่กำหนด ปัจจุบัน สดท. อยู่ระหว่างตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลที่ดำเนินการสำรองและประเมินความพร้อมในการกู้คืนระบบ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากภาคเอกชน เพื่อร่วมวิเคราะห์เหตุการณ์ ตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัลและกำหนดมาตรการป้องกันเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบ ขณะนี้ สดท. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินขอบเขตผลกระทบอย่างละเอียด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลได้รับผลกระทบ จะดำเนินการตามกฎหมายระเบียบและแนวทางที่เกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3724913">กทม. คุมเข้มเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ เตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศตลอด 24 ชม.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. แจงโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ใช้เฉพาะพื้นที่สาธารณประโยชน์ของรัฐ ยึดหลักความโปร่งใส-ตรวจสอบได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3724911</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 16:14:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3724911</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กทม. กล่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ในส่วนที่ กทม. รับผิดชอบดำเนินการว่า โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด เป็นโครงการที่ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 วงเงินงบประมาณ 264,268,000 บาท ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในชั้นงบแปรญัติ ลักษณะโครงการเป็นการจัดทำแบบก่อสร้างและประมาณการค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สวพ. ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ โดยมีการสืบราคาจากผู้ประกอบการ หรือร้านค้าไม่น้อยกว่า 3 ราย ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดราคากลาง ยึดหลักความประหยัด ความเหมาะสม และเลือกใช้ราคาที่เสนอในอัตราต่ำสุด เพื่อสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ สำหรับการเลือกใช้ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ภายในโครงการฯ ผู้ออกแบบได้คัดเลือกพันธุ์ไม้ยืนต้นโบราณที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ริมแม่น้ำและบริบทเดิมของพื้นที่สวนท้องร่องในเขตบางพลัด ซึ่งสามารถสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยต้นไม้ที่เลือกใช้เป็นไม้ใหญ่ไม่ผลัดใบ มีอายุยืนยาว ดูแลรักษาง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระด้านการบำรุงรักษาในระยะยาว ทั้งนี้ ความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอความเห็นชอบรายงานขอจ้างก่อสร้างโครงการ โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3724911">กทม. แจงโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ใช้เฉพาะพื้นที่สาธารณประโยชน์ของรัฐ ยึดหลักความโปร่งใส-ตรวจสอบได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. เตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน-แก้ไขปัญหาน้ำท่วม รองรับสถานการณ์ตลอดช่วงฤดูฝน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3724362</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 16:13:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3724362</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ กทม. เพื่อรองรับสถานการณ์ตลอดช่วงฤดูฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนน. ได้เตรียมความพร้อมตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ปี 2569 ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำหลักให้พร้อมใช้งาน ประกอบด้วย อุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำถาวร เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ำดีเซล เครื่องสูบน้ำไฮดรอลิก เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ตรวจสอบช่องรับน้ำ ฝาบ่อพัก ตะแกรงรับน้ำริมถนน ขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะ ผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองต่าง ๆ เพื่อลดอุปสรรคในการระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม พื้นที่ลุ่มต่ำ ถนนสายหลัก สายรอง และพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงก่อนฝนตก โดยควบคุมและลดระดับน้ำในคลองสายหลัก คลองสายรอง รวมถึงพื้นที่รองรับน้ำ เช่น แก้มลิงและ Water Bank เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝน เมื่อเกิดฝนตกจะเร่งระบายน้ำจากผิวจราจรเข้าสู่ท่อระบายน้ำ คลองสายรอง คลองสายหลัก สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง กทม. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3724362">กทม. เตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน-แก้ไขปัญหาน้ำท่วม รองรับสถานการณ์ตลอดช่วงฤดูฝน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. แจงแนวทางบริหารสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เร่งพัฒนาระบบไฟจราจรอัจฉริยะ-แก้ปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3724364</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 16:13:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3724364</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟบริเวณถนนอโศก–ดินแดง ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เขตราชเทวี ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง รวมทั้งการเปิดใช้งานสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟหลายแห่งที่ติดตั้งเสร็จแล้ว แต่เหตุใดจึงไม่เปิดใช้งานตลอดเวลาว่า สัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกถนนอโศก–ดินแดง ตัดถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟและเป็นจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุดังกล่าว ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. &#8211; 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจัดการจราจรในลักษณะทางแยกให้รถจากถนนกำแพงเพชร 7 สามารถตรงเข้าสู่ถนนนิคมมักกะสันได้ โดยเปิดแบริเออร์ที่กั้นไว้ออกและเปิดใช้งานสัญญาณไฟจราจรตามปกติ และภายหลังเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปิดทางแยกดังกล่าว และบังคับให้รถจากถนนกำแพงเพชร 7 สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอโศก–ดินแดงได้เท่านั้น โดยใช้แบริเออร์กั้นทางแยกและเว้นช่องทางสำหรับการเดินรถไฟ รวมทั้งเปิดใช้งานสัญญาณไฟจราจรแบบกะพริบเตือนว่าเป็นจุดตัดทางแยกและทางรถไฟ เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางชะลอความเร็วและใช้ความระมัดระวังในการสัญจร โดยในวันที่เกิดเหตุอยู่ในช่วงเวลา 15.36 – 15.42 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จุดดังกล่าวไม่ได้จัดการจราจรในรูปแบบทางแยกและเปิดใช้งานสัญญาณไฟแบบกะพริบเตือนตามปกติ สำหรับข้อสังเกตเรื่องระบบสัญญาณไฟไม่สอดคล้องกับปริมาณและสภาพการจราจร นั้น ปัจจุบันระบบสัญญาณไฟจราจรกว่าร้อยละ 80 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. เป็นระบบสัญญาณไฟแบบกำหนดเวลาไฟเขียว–ไฟแดงแบบคงที่ (Fixed Time) ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณจราจรที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและมีปัญหารถกีดขวางทางแยกอยู่บ่อยครั้ง และต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมสัญญาณไฟด้วยตนเองในบางช่วงเวลา ดังนั้น ในช่วงตั้งแต่ปี 2567 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3724364">กทม. แจงแนวทางบริหารสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เร่งพัฒนาระบบไฟจราจรอัจฉริยะ-แก้ปัญหาจุดเสี่ยงอุบัติเหตุจราจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ยกระดับบริหารจัดการน้ำรับมือฝนหนัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3723296</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 17:06:46 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723296</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนน. ดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยจากบทเรียนสถานการณ์น้ำท่วมในปี 65 ซึ่งเป็นปีที่มีปริมาณฝนตกสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง วัดปริมาณฝนที่สำนักการระบายน้ำ ได้ประมาณ 2,355.5 มิลลิเมตร (มม.) สูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 39.4 โดยสำรวจพบจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด ปัจจุบันดำเนินการแก้ไขแล้ว 516 จุด ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ พร้อมทั้งเสริมด้วยระบบเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) ในจุดที่ระบบหลักอาจรองรับปริมาณฝนตกหนักได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ กทม. ยังได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในถนนสายหลักด้วยวิธีดันท่อ (Pipe Jacking) เพื่อขยายเครือข่ายการระบายน้ำโดยไม่กระทบการจราจร โครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) เพื่อใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวในช่วงฝนตกหนัก แม้ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมก็ตาม ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพื่อรองรับและลำเลียงน้ำในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างเขื่อนริมคลองสายหลัก การปรับปรุงสถานีสูบน้ำเดิม การปรับปรุงเขื่อนริมคลองให้ท้องคลองลึกขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการลำเลียงน้ำเข้าสู่ระบบการปรับปรุงช่องรับน้ำฝนบนผิวจราจร ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพฯ ได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สนน. ยังได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้สนับสนุนการติดตามสถานการณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3723296">กทม. ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ยกระดับบริหารจัดการน้ำรับมือฝนหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สนน. แจงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกใช้งบสูง เหตุเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่มีความซับซ้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3723013</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 17:24:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723013</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก นั้น โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง โดยการก่อสร้างตามแนวอุโมงค์และอาคารรับน้ำหลายแห่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ประกอบกับการขุดเจาะอุโมงค์ระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.70 เมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 30 เมตร จากระดับผิวดิน ซึ่งระหว่างการก่อสร้างอาจเกิดปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (Unforeseen) ส่งผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง จึงมีความจำเป็นต้องใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมที่มีความซับซ้อน รวมถึงมีมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ส่งผลให้งบประมาณการก่อสร้างสูงขึ้นตามไปด้วย โดย สนน. ได้ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ พบว่า มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8.38 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 7.0 ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำหนด มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อค่าลงทุน (B/C Ratio) อยู่ที่ 1.14 และมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) จำนวน 2,598 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการฯ จะช่วยลดมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยต่อทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน และด้านการเกษตรได้ประมาณ 2,118 ล้านบาท/ปี อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดการสูญเสียรายได้ และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจากโรคที่มากับน้ำท่วมในระยะยาว นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3723013">สนน. แจงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกใช้งบสูง เหตุเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่มีความซับซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สนศ. แจงกรณีชะลอบรรจุว่าที่ครู กทม. ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3722655</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 08:41:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3722655</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการชะลอการบรรจุแต่งตั้งครู กทม. จำนวน 3 ราย เนื่องจากคุณสมบัติวิชาเอกไม่ตรงตามสาขาที่เปิด รับสมัคร ทั้งที่ผ่านกระบวนการสอบแข่งขันและเตรียมรายงานตัวเข้ารับราชการแล้วว่า การประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กทม. ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2568 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครสอบไว้ในข้อ 2.2.1 ว่า ผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิตรงตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง โดยต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการศึกษา หรือปริญญาตรีทางอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รับรอง และกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งครูผู้ช่วย ตรงตามกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอกที่เปิดรับสมัครตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศ ทั้งนี้ คุณวุฒิดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันรับสมัครสอบแข่งขันวันสุดท้าย คือ วันที่ 22 ต.ค. 68 กรณีที่ผู้สมัครสอบนำหลักฐานการศึกษาที่ไม่ได้ระบุสาขาวิชา โปรแกรมวิชา แขนงวิชา หรือวิชาเอกไว้ชัดเจนมาใช้สมัครสอบแข่งขันฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 13 ลงวันที่ 24 พ.ค. 64 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3722655">สนศ. แจงกรณีชะลอบรรจุว่าที่ครู กทม. ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
