<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สำนักงานคณะกรรมการกำกั</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Aug 2026 17:34:47 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ติดตามการดำเนินการกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744534</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 09:13:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744534</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) กรณีที่ TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ก.ล.ต. จึงประสานงานกับ TSD เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุ และควบคุมไม่ให้มีผลกระทบเพิ่มเติม โดย TSD ได้ดำเนินการเพื่อระงับการเข้าถึงจากแหล่งและบัญชีผู้ใช้ที่ต้องสงสัย ปิดช่องทางเชื่อมต่อในส่วนที่ได้รับผลกระทบ และเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแล้ว ก.ล.ต. ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้บริการที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูล ก.ล.ต. ขอแนะนำให้ประชาชนและผู้ลงทุนระมัดระวังในการรับอีเมล ข้อความ SMS หรือโทรศัพท์ที่แอบอ้าง ที่อาจขอข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงไม่คลิก link หรือให้รหัสผ่านข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้ที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนติดตามข้อมูลจากช่องทางของ TSD หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ TSD Contact Center โทร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744534">ก.ล.ต. ติดตามการดำเนินการกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงข้อมูล “รายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เพื่อส่งเสริมการวางแผนเกษียณของสมาชิกกองทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744423</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:28:59 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744423</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลในรายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก (PVD individual statement) เพื่อให้สมาชิกกองทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณ รวมทั้งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้านการออมและการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาว ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ โดยรายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสมาชิก (PVD individual statement) เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้สมาชิกกองทุนเข้าใจสถานะการลงทุนของตนเองและตระหนักถึงความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณได้ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับพฤติกรรมการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลในปัจจุบันมุ่งเน้นการรายงานสถานะเงินลงทุนของสมาชิกเป็นหลัก ก.ล.ต. จึงได้ศึกษาแนวทางสากลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และองค์การระหว่างประเทศด้านการกำกับดูแลกองทุนบำนาญภาคเอกชน (IOPS) รวมทั้งแนวทางของต่างประเทศ และเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลใน PVD individual statement ให้มีความครบถ้วน ชัดเจน เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกมากยิ่งขึ้น ทั้งสถานะการลงทุนในปัจจุบันและความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องมือวางแผนเกษียณแบบออนไลน์ เพื่อช่วยให้สมาชิกตระหนักถึงความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณและสามารถตัดสินใจปรับพฤติกรรมการออมและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดหลักการการเปิดเผยข้อมูลใน PVD individual statement ให้ข้อมูลมีความครบถ้วน ชัดเจน และเอื้อต่อการตัดสินใจของสมาชิก โดยมุ่งเน้นการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ การส่งเสริมความรู้ทางการเงินการลงทุน และการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการออมและการลงทุนที่เหมาะสม (2) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744423">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงข้อมูล “รายงานเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เพื่อส่งเสริมการวางแผนเกษียณของสมาชิกกองทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ร่วมหารือ OECD เดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744383</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 17:18:50 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744383</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้แทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในโอกาสการเยือนไทยเพื่อทำภารกิจ Fact-Finding Mission ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยการประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในตลาดทุน (Corporate Governance) ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ คณะผู้แทน OECD ได้ประชุมร่วมกับ 3 หน่วยงานหลักของไทย ได้แก่ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) นำโดย นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ และกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนางสาลินี ผลประไพ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อหารือในประเด็นความคืบหน้าและแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยครอบคลุมการวางแผน การจัดลำดับความสำคัญ และการกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างบูรณาการ คณะผู้แทน OECD ยังได้มีการหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ในตลาดทุนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744383">ก.ล.ต. ร่วมหารือ OECD เดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PVD Insight ถอดรหัสพฤติกรรมการออม และความเพียงพอของเงินเกษียณไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3744157</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 10:26:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744157</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident fund: PVD) เป็นหนึ่งในเสาหลักของระบบการออมเพื่อการเกษียณของไทย และเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้คนไทยวัยทำงานหลายล้านคนมีเงินออมสำหรับใช้หลังเกษียณ จากข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า มูลค่ารวมของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบอยู่ที่ 1,601,276 ล้านบาท มีกองทุนจำนวน 349 กอง นายจ้าง 25,642 ราย และสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 3,101,025 คน* นอกจากมูลค่าเงินกองทุนและจำนวนสมาชิกแล้ว คำถามสำคัญคือ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละคนจะมีเงินออมเพียงพอสำหรับการเกษียณหรือไม่ ? ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล ก.ล.ต. ได้ทำการศึกษาเรื่อง “พฤติกรรมการออมและการลงทุนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายสมาชิก (Provident Fund Individual Account-Level Analysis)” เพื่อศึกษาเงินออมเพื่อการเกษียณที่สมาชิกคาดว่าจะได้รับเมื่อเกษียณ การจ่ายเงินสะสม การเลือกนโยบายการลงทุน และพฤติกรรมการสับเปลี่ยนแผนการลงทุน จากการศึกษาความเพียงพอของเงินเกษียณของสมาชิกผ่านพฤติกรรมการออม พบว่า สมาชิกจะมีมูลค่าเงินออมยามเกษียณโดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านบาท (คำนวณจากมูลค่าเงินปัจจุบันถึงอายุเกษียณ) และเมื่อกำหนดเงินเกษียณขั้นต่ำพึงมี หรือ Minimum Lump Sum (MLS) เมื่ออ้างอิงงานวิจัยซึ่งกำหนดไว้ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3744157">PVD Insight ถอดรหัสพฤติกรรมการออม และความเพียงพอของเงินเกษียณไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศหลักเกณฑ์รองรับ transition bond และ Thailand amber bond เพิ่มทางเลือกตราสารหนี้ในกลุ่มความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3743212</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 17:37:48 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743212</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงร่างประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand amber bond) รวมทั้งการปรับปรุงหลักเกณฑ์ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG Bond) เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งเพิ่มทางเลือกทั้งด้านการลงทุนและการระดมทุนผ่านตราสารหนี้รูปแบบใหม่ ๆ ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance) จึงมุ่งสนับสนุนให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านในตลาดทุนไทย ภายใต้แนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกการลงทุน โดยมีแนวคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ 2 ประเภท ได้แก่ (1) ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition bond) ตราสารหนี้ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนด้านการเปลี่ยนผ่านขององค์กร โดยมีการอ้างอิงมาตรฐาน transition bond ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (1) ตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition bond) ตราสารหนี้ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนด้านการเปลี่ยนผ่านขององค์กร โดยมีการอ้างอิงมาตรฐาน transition bond ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (2) ตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand amber bond) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3743212">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศหลักเกณฑ์รองรับ transition bond และ Thailand amber bond เพิ่มทางเลือกตราสารหนี้ในกลุ่มความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศปรับปรุง “ลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ของผู้ประกอบธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3741814</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 16:58:36 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741814</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศการปรับปรุงลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ผู้ประกอบธุรกิจ) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม และยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ตามที่ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักการเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและครอบคลุมพัฒนาการของความเสี่ยงในปัจจุบันยิ่งขึ้น และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการที่เสนอ ก.ล.ต. จึงได้จัดทำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องตามหลักการดังกล่าว จำนวน 3 ฉบับ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจทุกประเภทให้สอดคล้องกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและครอบคลุมพัฒนาการของความเสี่ยงในปัจจุบันยิ่งขึ้น เช่น ขยายขอบเขตการพิจารณาการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธทำลายล้างสูง ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงกำหนดให้การพิจารณาความผิดที่สำคัญครอบคลุมทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เชื่อมโยงข้ามธุรกิจ (Cross-sector) (2) กำหนดการพิจารณาปัจจัยความร้ายแรงของพฤติกรรมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจในทุกประเภทธุรกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (3) กำหนดบทเฉพาะกาล 90 วันนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีระยะเวลาเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1189 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzY3MERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: aurawan@sec.or.th gritchanut@sec.or.th และ witchulada@sec.or.th [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3741814">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศปรับปรุง “ลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ของผู้ประกอบธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล เพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูลและแนวทางการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้สอดคล้องกับกองทุนรวม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3741243</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2026 13:48:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741243</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลและการรายงานต่อผู้ลงทุนมีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น ครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนส่วนบุคคลรูปแบบพอร์ตมาตรฐาน (PFS) การรายงานสถานะการลงทุนรายบุคคลให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้ลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) โดยยังคงหลักการให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจ และไม่เป็นภาระต่อผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ข้างต้น ช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ ช่วงเดือนเมษายน &#8211; พฤษภาคม 2569 ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยตามหลักการและร่างประกาศที่ ก.ล.ต. เสนอ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้     (1) เพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูลของ PFS โดยกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องมีความชัดเจน โปร่งใส และไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะ ประเภท ความเสี่ยง หรือผลตอบแทนของการลงทุน เช่น การเปิดเผยผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อการโฆษณา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องไม่เลือกแสดงเฉพาะช่วงเวลาที่มีผลตอบแทนดีเท่านั้น เป็นต้น รวมถึงการเปิดเผยผลการดำเนินงานในอดีตต้องให้เข้าใจได้ง่ายและสะท้อนลักษณะของข้อมูลอย่างเหมาะสม    (2) เพิ่มความยืดหยุ่นในการรายงานสถานะการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคล โดยเปิดโอกาสให้สามารถกำหนดรูปแบบการรายงานข้อมูลที่เหมาะสมกับประเภทของผู้ลงทุนและลักษณะการให้บริการได้ ขณะเดียวกันยังคงให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดตามผลการลงทุน    (3) เพิ่มความชัดเจนในการจัดการ COI โดยกำหนดแนวทางให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่างกองทุนหรือระหว่างลูกค้าที่อยู่ภายใต้การจัดการเดียวกัน (cross [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3741243">ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล เพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูลและแนวทางการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้สอดคล้องกับกองทุนรวม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3738408</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 17:01:50 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3738408</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการของกฎกระทรวง เพื่อกำหนดรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กองทุน) ซึ่งจะช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนได้ดีขึ้น และทำให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอในการให้บริการเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิกได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ก.ล.ต. มีแนวคิดเกี่ยวกับการเพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนมากยิ่งขึ้น และให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอในการให้บริการเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิกได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยได้พิจารณาข้อบังคับกองทุนที่ใช้ในปัจจุบันและทบทวนรายการที่กำหนดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และเห็นควรเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาออกกฎกระทรวงตามมาตรา 9(11) เพื่อกำหนดรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับกองทุนที่จำเป็นต้องมีเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการของกฎกระทรวงที่จะเสนอต่อกระทรวงการคลังในการพิจารณาตามที่เห็นสมควรในการประกาศรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับกองทุนต่อไป โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) รายการอื่น ๆ ในข้อบังคับกองทุนที่จะกำหนดเพิ่มเติม      (1.1) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ข้อมูลของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกให้แก่บริษัทจัดการ เพื่อประโยชน์ในการติดตามและจ่ายเงินให้แก่สมาชิก และการให้บริการเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิก      (1.2) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับกองทุนที่กระทบสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและนายจ้างอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกหรือนายจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นสำคัญ    (2) บทเฉพาะกาล เพื่อรองรับสำหรับข้อบังคับกองทุนที่ได้มีการจดทะเบียนแล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับกองทุนดังกล่าวให้มีรายการตาม (1) และให้คณะกรรมการกองทุน นำมายื่นจดทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1187 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzU3OURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: thitimam@sec.or.th หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3738408">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ปรับโฉมเว็บไซต์ “SEC Anti-Scam Center” ศูนย์ให้ความรู้และช่วยเหลือประชาชนครบวงจร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3737210</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 12:02:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737210</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินหน้ากระจายข้อมูลเตือนภัย-รับแจ้งเบาะแสบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับโฉมเว็บไซต์ “SEC Anti-Scam Center” ศูนย์รวมข้อมูลเกี่ยวกับภัยหลอกลงทุน ต่อยอดจากข้อมูลและเครื่องมือของ ก.ล.ต. ให้มารวมอยู่ในที่เดียวกันเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยเหลือประชาชนแบบครบวงจร พร้อมขยายช่องทางการเข้าถึงข้อมูลเตือนภัยและแจ้งเบาะแสผ่านแคมเปญ “One Step Ahead” ร่วมกับ Meta Platform, Inc. เพื่อยกระดับร่วมกันป้องกันและปิดกั้นช่องทางของมิจฉาชีพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ดำเนินการขับเคลื่อนในเรื่องการเตือนภัยหลอกลงทุนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนในวงกว้าง ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปของคลิปวิดีโอและกราฟิก และส่งต่อข้อมูลเตือนภัยไปเผยแพร่ผ่านช่องทางของหน่วยงานพันธมิตร การเดินสายร่วมงานสัมมนาทั่วประเทศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อสารผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ที่ ก.ล.ต. พัฒนาขึ้นอย่าง “SEC Check First” และ “Investor Alert” โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลและประเมินความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการจัดแคมเปญร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในการสกัดกั้นช่องทางภัยหลอกลงทุน ปัจจุบันผู้ลงทุนได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเช็กข้อมูลก่อนลงทุนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านสถิติการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภัยหลอกลงทุนของ ก.ล.ต. ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ที่มีจำนวนสูงถึง 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3737210">ก.ล.ต. ปรับโฉมเว็บไซต์ “SEC Anti-Scam Center” ศูนย์ให้ความรู้และช่วยเหลือประชาชนครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ขอนำส่งข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 141/2569 เรื่อง “ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ “ผู้ตรวจสอบภายใน” สำหรับบริษัท IPO&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3736413</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 16:43:59 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736413</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้บริษัทที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (บริษัท IPO) ต้องมี “ผู้ตรวจสอบภายใน” ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ของบุคคลากรดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในที่ได้รับการยอมรับ รวมทั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย ตามแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. ที่มุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนและการปฏิบัติของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมถึงการยกระดับบทบาทและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายในและระบบควบคุมภายใน เพื่อให้การบริหารงานภายในบริษัทจดทะเบียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันปัญหาการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย เพื่อยกระดับบทบาทและส่งเสริมการทำหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) และระบบควบคุมภายใน (Internal Control) ของบริษัทที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และบริษัทจดทะเบียนที่เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไป (SPO) ก.ล.ต. จึงเสนอหลักการในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) กำหนดคุณสมบัติผู้ทำหน้าที่ “หัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน” ทั้งกรณีที่บริษัทมีฝ่ายงานตรวจสอบภายใน (IA In-house) และกรณีจัดจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบริษัทที่ให้บริการตรวจสอบภายในที่เป็นหน่วยงานภายนอก (IA Outsource) ดังนี้ (2) กำหนดให้บริษัท IPO บริษัท SPO และบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบภายใน ในแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) และ/หรือแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3736413">ก.ล.ต. ขอนำส่งข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 141/2569 เรื่อง “ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับและส่งเสริมการทำหน้าที่ “ผู้ตรวจสอบภายใน” สำหรับบริษัท IPO&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจาะลึก “แนวปฏิบัติ KYC/CDD” ของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ก.ล.ต. กำหนดชัดเจน เข้มข้น เพิ่มประสิทธิภาพยับยั้งอาชญากรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3735883</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 14:21:03 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735883</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติ “การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า”* สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งเป็น “ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน” เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเข้มข้นของกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Client: KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Client Due Diligence: CDD) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) ให้มีความครอบคลุม รอบด้าน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น ในแนวปฏิบัตินี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก บทความนี้จึงขอพาไป “เจาะลึก” เพื่อให้เห็นถึงที่มาและสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติดังกล่าว ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบธุรกิจและการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจไว้แล้ว** โดยมีการปรับปรุงให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลามาโดยตลอด อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปแบบการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมของลูกค้ามีความรวดเร็ว ซับซ้อน และหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ตลาดทุนจะถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนการกระทำความผิด เช่น การฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีมาตรการที่เหมาะสม สามารถคัดกรอง ป้องกัน และยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ก.ล.ต. จึงได้จัดทำแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนที่มีความเข้าใจกระบวนการปฏิบัติงานจริง อีกทั้งแนวปฏิบัติดังกล่าวยังมีแนวทางที่ตรงกันกับหลักเกณฑ์ของสำนักงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3735883">เจาะลึก “แนวปฏิบัติ KYC/CDD” ของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ก.ล.ต. กำหนดชัดเจน เข้มข้น เพิ่มประสิทธิภาพยับยั้งอาชญากรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศเกณฑ์ “Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” ยกระดับป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3734450</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 11:45:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734450</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศการจัดให้มีการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเรียกว่า “หลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่เพียงพอ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการป้องกันการใช้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับ ปปง. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวไปเมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการที่เสนอ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่ง ก.ล.ต. ได้นำข้อเสนอแนะมาพิจารณาปรับปรุงหลักการให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น และได้จัดทำร่างประกาศกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ (1) ต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) กรณีโอน/รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ self-hosted wallet และเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3734450">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศเกณฑ์ “Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” ยกระดับป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ธปท. และ คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือเดินหน้าโครงการ “Money Story for Influencer”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3734272</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 17:23:41 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734272</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสริมพลังความรู้ด้านการเงินแก่อินฟลูเอนเซอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ผสานความร่วมมือจัดโครงการ “Money Story for Influencer” เพื่อเสริมพลังความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัย แก่อินฟลูเอนเซอร์ในหลากหลายสาขา และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการเล่าเรื่องด้านการเงินได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ โครงการ “Money Story for Influencer” จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านการเงิน ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจบทบาทของหน่วยงานในภาคการเงิน รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การลงทุน และประกันภัยประเภทต่าง ๆ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการสื่อสาร และช่วยลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในสังคม โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 69 ราย มีผู้ผ่านคุณสมบัติได้เข้าร่วมจำนวน 34 เพจ/ช่อง รวม 36 ราย ซึ่งเริ่มกิจกรรมวันแรก ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 เพจ/ช่อง รวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3734272">ก.ล.ต. ธปท. และ คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือเดินหน้าโครงการ “Money Story for Influencer”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733948</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 10:42:31 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733948</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นมากขึ้น การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในครั้งนี้ เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบ ให้มีความรวดเร็วและมีความเข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย เพื่อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม สำหรับหลักการที่เสนอปรับปรุง ได้แก่ (1) การกำหนดหน้าที่ของผู้ลงทุนในการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เพื่อให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ลดความเสี่ยง จากการทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว รวมถึงกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการในต่างประเทศในการรายงานข้อมูลของผู้ถือหลักทรัพย์ที่แท้จริง (2) การกำหนดหน้าที่การรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ในจำนวนที่มีนัยสำคัญ เช่น การวางเป็นหลักประกันบัญชี Margin การนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันการกู้ยืมโดยที่ยังไม่มีการโอนหุ้น การจำนำหุ้นที่จดแจ้งกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) เป็นต้น (3) การกำหนดมาตรการยับยั้งการทำธุรกรรมไว้ชั่วคราว กรณีธุรกรรมมีลักษณะอันอาจเป็นการเอาเปรียบหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ลงทุนหรือประโยชน์ของประชาชน (4) การถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนิติบุคคลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และการมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการตรวจสอบแทน (5) การแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องและการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1184 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: legal@sec.or.th จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 หรือสามารถเข้าไปให้ความคิดเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzQ1OERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733948">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เลขาธิการ ก.ล.ต. เผยการคงมุมมองอันดับเครดิตไทยในระดับ ‘Stable’ เป็นสัญญาณหนุนตลาดทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731926</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 08:26:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731926</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยมุมมองต่อกรณีที่ S&#38;P Global Ratings ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับมีเสถียรภาพ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า “ในวันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&#38;P Global Ratings ได้คงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงด้านเศรษฐกิจมหภาค การบริหารจัดการหนี้ และสถานะทางการคลังของรัฐบาลไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดทุนไทยในมิติต่าง ๆ เช่น กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เพราะจะช่วยลดความกังวลของผู้ลงทุนสถาบันต่างชาติเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงมหภาคของประเทศ ส่งผลให้สินทรัพย์ไทยยังเป็นที่น่าสนใจ และเป็นสัญญาณหรือ sentiment ที่ดีต่อภาคการลงทุน เป็นต้น ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่าตลาดทุนไทยมีความพร้อมและมีระบบนิเวศที่แข็งแกร่งในการรองรับโอกาสเติบโต โดย ก.ล.ต. พร้อมจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากตลาดทุนในการระดมทุนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศต่อไป” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731926">เลขาธิการ ก.ล.ต. เผยการคงมุมมองอันดับเครดิตไทยในระดับ ‘Stable’ เป็นสัญญาณหนุนตลาดทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็น เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกการลงทุนสำหรับกองทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3731866</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 16:42:44 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731866</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุนรวมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมีความสอดคล้องในแนวเดียวกัน ปัจจุบัน กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถลงทุนในสลากออมสินพิเศษที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสิน (สลากออมสิน) และสลากออมทรัพย์ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สลาก ธ.ก.ส.) ได้ ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมสลาก ธอส. ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการให้เพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก” ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว โดยสลาก ธอส. มีโครงสร้างทางกฎหมายและลักษณะการจ่ายผลตอบแทนใกล้เคียงกับสลากออมสินและสลาก ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้อยู่แล้ว แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้กองทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น และสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัว ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1180 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzQxMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล tonyada@sec.or.th หรือ pattarav@sec.or.th จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3731866">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็น เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกการลงทุนสำหรับกองทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุนเดินหน้าชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน Taskforce ตลาดตราสารหนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3730842</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 16:15:46 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730842</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อส่งเสริมคุณภาพของตลาดตราสารหนี้ไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก.ล.ต. ร่วมกับกระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าขับเคลื่อนชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ความน่าสนใจและความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทย และร่วมกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) จัดตั้ง “คณะทำงานพัฒนาตลาดตราสารหนี้ไทย” เพื่อผลักดันแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพตลาดตราสารหนี้ไทยร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในตลาดตราสารหนี้ ด้วยตลาดทุนไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันในภูมิภาค พฤติกรรมผู้ลงทุนที่เปลี่ยนแปลง และพัฒนาการของเทคโนโลยี ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนมาตรการเชิงโครงสร้างร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุน เพื่อให้ตลาดทุนไทยเป็นทั้งแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ และเป็นช่องทาง การออมการลงทุนระยะยาวของประชาชนอย่างมั่นคง โดยชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย ภายใต้คณะทำงานเพื่อพิจารณามาตรการปฏิรูปตลาดทุนไทย (Taskforce) ซึ่งจัดตั้งและดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2568 ดำเนินการภายใต้กรอบการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างฐานผู้ลงทุนคุณภาพ การเพิ่มอุปสงค์ที่มีคุณภาพและน่าสนใจ การยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาด และการพัฒนาระบบนิเวศที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดทุน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวผ่านบัญชีการลงทุนส่วนบุคคล การส่งเสริมบทบาทผู้ลงทุนสถาบัน การดึงดูดบริษัทคุณภาพและธุรกิจ new economy เข้าสู่ตลาดทุน การยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ และ Value Up Program การปรับกระบวนการ IPO และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3730842">ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุนเดินหน้าชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน Taskforce ตลาดตราสารหนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3730812</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 14:39:24 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730812</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติกำหนดให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 วัน คือ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 และให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (work from home) จำนวน 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและรักษาความปลอดภัยให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศประจำปี 2569 นั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาแล้ว จึงกำหนดให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดทำการของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนในการทำธุรกรรมทางการเงิน การซื้อขายหลักทรัพย์ และการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในวันดังกล่าว ซึ่งระบบการซื้อขายและการชำระราคามีการเชื่อมโยงกันทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอความร่วมมือบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พิจารณาการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (work [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3730812">ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. จับมือ คปภ. และ ธปท. ชวนผู้สนใจร่วมออกแบบ “บอร์ดเกม” สร้างสื่อเรียนรู้ด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3730700</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 11:22:41 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730700</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัยสำหรับเยาวชน ผ่านกิจกรรม “MASTER PROTECT &#38; WEALTH BOARD GAME HACKATHON 2026” เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 2569 สำหรับการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปของบอร์ดเกม ประกอบด้วยการวางแผนการเงินใน 3 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการเงินและวินัยทางการเงิน (Money Management), การสร้างและต่อยอดความมั่งคั่งผ่านการลงทุน (Wealth), และการบริหารความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัย (Protection) โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปทุกวัยที่มีไอเดีย อาทิ นักเรียน นักศึกษา ครู นักการศึกษา นักสร้างสรรค์ นักพัฒนาเกม และผู้สนใจด้านการเงินเป็นต้น มีส่วนร่วมในการออกแบบบอร์ดเกม ที่ให้ผู้เล่นได้ฝึกวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจจากสถานการณ์จำลองผ่านการเล่นเกมที่สนุก เข้าใจง่าย และนำประสบการณ์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3730700">ก.ล.ต. จับมือ คปภ. และ ธปท. ชวนผู้สนใจร่วมออกแบบ “บอร์ดเกม” สร้างสื่อเรียนรู้ด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์ค่าธรรมเนียมรายปีของผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3729878</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 15:39:23 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729878</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ก.ล.ต. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเข้าถึงได้จากทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจและกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมรายปีตามอัตราปัจจุบันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงมีแนวคิดในการปรับปรุงเพื่อให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมในเดือนมิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบหลักการทบทวนหลักเกณฑ์การกำหนดค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปครอบคลุมธุรกรรมที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล และสะท้อนต้นทุนในการกำกับดูแล อัตราเงินเฟ้อ โดยไม่เป็นภาระผู้ประกอบธุรกิจมากเกินควร และมีความเท่าเทียมเป็นธรรมมากขึ้น สำหรับหลักการที่เปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้แก่    (1) ปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน และกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เท่ากับอัตราขั้นต่ำที่ 50,000 บาท    (2) ปรับวิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมของผู้ค้าหน่วยลงทุนและตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้สะท้อนปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น    (3) ปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมขั้นสูงสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมมีความเหมาะสม สะท้อนต้นทุนการกำกับดูแล ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1178 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetailsurvey_id=NzM0OURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: aurawan@sec.or.th gritchanut@sec.or.th และ witchulada@sec.or.th จนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3729878">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์ค่าธรรมเนียมรายปีของผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
