<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สำนักงานคณะกรรมการกำกั</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 17:30:46 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3711816</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 11:39:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711816</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้ ทั้งกรณีการใช้เงินไม่เป็นไปตามที่เปิดเผยไว้ และการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคการระดมทุน จากหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ออกตราสารหนี้ (issuer) และหลักเกณฑ์การนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เปิดเผยไว้ ยังมีส่วนที่ไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นที่อาจกระทบต่อการดำเนินการระดมทุนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก.ล.ต. จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการและสรุปผลเมื่อเดือนมกราคม 2569 ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยตามหลักการที่เสนอ ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์เรื่องวัตถุประสงค์การใช้เงินที่เสนอปรับปรุง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ (1) ปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติของ issuer หากมีการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้เปิดเผยไว้ โดยกำหนดข้อยกเว้นเพิ่มเติมสำหรับกรณีที่ได้รับอนุมัติการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินโดยผู้มีอำนาจตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดสิทธิแล้ว (2) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การนำเงินที่ได้รับไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เปิดเผยไว้ โดยกำหนดให้ issuer ต้องใช้เงินตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่เปิดเผย หากประสงค์จะใช้เงินแตกต่างจากที่แจ้งไว้ ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินดังกล่าวก่อน ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1151 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=Njg3NURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์หรือ ทาง e-mail: debt@sec.or.th จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3711816">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงินของผู้ออกตราสารหนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3711758</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 09:42:00 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711758</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการออกหลักเกณฑ์การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance) รองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond สนับสนุนการระดมทุนของภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์ ESG Bond เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูล ในช่วงที่ผ่านมา นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) ธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เป็นเรื่องสำคัญที่ได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่องในระดับประเทศและสากล โดยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ส่งผลให้การพัฒนาระบบการเงินเพื่อความยั่งยืน (sustainable finance) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจ ให้สามารถปรับตัวและดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว อย่างไรก็ดี การส่งเสริมกิจกรรมหรือเศรษฐกิจสีเขียวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ดังนั้น การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (transition finance) จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจเกิดการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจกรรมสีเขียว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและมีข้อจำกัดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (hard-to-abate sector) ก.ล.ต. เห็นถึงความสำคัญของการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และมุ่งสนับสนุนให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านในตลาดทุนไทย จึงเสนอให้มีการออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ ESG Bond [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3711758">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ผนึกกำลังกับสำนักงาน ปปง. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ติดตามข้อมูลใกล้ชิด ยกระดับมาตรการสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3711623</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 15:49:58 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711623</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยกระดับประสิทธิภาพในการติดตามข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นไปอย่างรอบด้าน รวดเร็ว และทันต่อรูปแบบความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการป้องกันไม่ให้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางของทุนเทา การฟอกเงิน หรือเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินและเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินงานคดีสำคัญ ด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลภาคตลาดทุนพร้อมร่วมสนับสนุนและเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันและป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การบูรณาการความร่วมมือ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับสำนักงาน ปปง. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ในการเร่งแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามธุรกรรมต้องสงสัย ขยายผลการตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ตัวตน พฤติกรรม และเส้นทางเงิน ผ่านกลไกการทำงานร่วมและการประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การติดตามเส้นทางเงินและการตรวจสอบพฤติกรรมที่ซับซ้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้เดินหน้ามาตรการสำคัญอื่น ๆ เพื่อสกัดกั้นทุนเทาในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาทิ ยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า การพิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไปยังสำนักงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3711623">ก.ล.ต. ผนึกกำลังกับสำนักงาน ปปง. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ติดตามข้อมูลใกล้ชิด ยกระดับมาตรการสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน มุ่งสกัดอาชญากรรมทางการเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3710865</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 14:25:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3710865</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หารือกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) ในการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักลูกค้า และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน คาดเริ่มใช้มาตรการได้ภายในเดือนเมษายนนี้ ปัจจุบันกระบวนการให้บริการลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจมีขั้นตอนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) เพื่อให้สามารถรู้จักตัวตนของลูกค้าก่อนการให้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมทางการเงินที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน จึงเห็นความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานของกระบวนการ KYC/CDD ให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งในปี 2568 ก.ล.ต. ได้ยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำ KYC/CDD ในครั้งนี้ ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การยกระดับมาตรฐาน KYC/CDD ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นทุนเทาที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3710865">ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน มุ่งสกัดอาชญากรรมทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คณะกรรมการกำกับตลาดทุน เห็นชอบการออกหลักเกณฑ์รองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3710805</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 13:23:58 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3710805</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand Amber Bond) สนับสนุนการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ออกตราสารหนี้ในการระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน หรือกิจกรรมสีเหลือง (amber)* ตามมาตรฐานนิยามและหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งจะช่วยเอื้อให้เกิดผล (impact) เชิงบวก พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย รวมทั้งยังเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนในตลาดทุน โดยยังคงหลักการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกันในทุกตราสาร เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามที่ ก.ล.ต. เสนอ โดย ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับการออกหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3710805">คณะกรรมการกำกับตลาดทุน เห็นชอบการออกหลักเกณฑ์รองรับ Transition Bond และ Thailand Amber Bond</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. – สมาคมบริษัทจัดการลงทุน หารือแนวทางการพัฒนาธุรกิจจัดการลงทุนและตลาดทุนไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3709607</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 10:38:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709607</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้หารือร่วมกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เนื่องในโอกาสนายพจน์ หะริณสุต เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมคนใหม่ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาธุรกิจจัดการลงทุนและตลาดทุนไทย อาทิ การขยายฐานผู้ลงทุน การผลักดันโครงการ TISA และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการลงทุน รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน เพื่อกระชับความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกองทุน ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3709607">ก.ล.ต. – สมาคมบริษัทจัดการลงทุน หารือแนวทางการพัฒนาธุรกิจจัดการลงทุนและตลาดทุนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เดินเกมรุกยกระดับ 5 มาตรการสกัดทุนเทา ปราบปัญหาบัญชีม้าและหลอกลงทุน ย้ำเป็นวาระแห่งชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3708879</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 08:44:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3708879</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสภาวการณ์ในปัจจุบันปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงการลงทุนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก และถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและดำเนินการต่าง ๆ ทั้งมุ่งเน้นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และปราบปรามเมื่อพบการกระทำผิด รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ก.ล.ต. จึงดำเนินการยกระดับ 5 มาตรการสำคัญ ซึ่งรวมถึงมาตรการที่ดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจทั้งในฝั่งบริษัทหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสกัดกั้นทุนเทา แก้ปัญหาบัญชีม้าและการหลอกลงทุน (Investment Scam) มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้ นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่า “การยกระดับทั้ง 5 มาตรการ ทั้งการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนการเชื่อมโยงการติดตามเส้นทางเงินอย่างครบมิติจะช่วยให้การสกัดทุนเทาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในระยะถัดไป ก.ล.ต. จะเร่งติดตามการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะทำงาน Connect the Dots ในการเชื่อมโยงข้อมูล ติดตาม และวางแผนตรวจสอบเส้นทางเงินร่วมกันให้เห็นถึงปลายทางของธุรกรรมชัดเจนขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสกัดบัญชีม้าและธุรกรรมผิดปกติได้ตรงจุด พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและสร้างความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3708879">ก.ล.ต. เดินเกมรุกยกระดับ 5 มาตรการสกัดทุนเทา ปราบปัญหาบัญชีม้าและหลอกลงทุน ย้ำเป็นวาระแห่งชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น Travel Rule ถึงวันที่ 9 เมษายน 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3706416</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 11:26:42 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706416</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายระยะเวลาการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) จาก 15 วันเป็น 30 วัน เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นในส่วนหลักการโดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน หากไม่มีเหตุจำเป็นพิเศษ หรือเรื่องเร่งด่วนตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ตามที่ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นหลักการ Travel Rule เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยเดิมกำหนดระยะเวลารับฟังความคิดเห็น 15 วัน (จนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2569) นั้น ก.ล.ต. เห็นว่าเป็นกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็นพิเศษหรือเหตุเร่งด่วนตามกฎหมาย จึงได้ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็นเป็น 30 วัน เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_ Detail.aspx?SECID=1144 และบนระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=Nj Y0M0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= หรือทาง e-mail: titibhorn@sec.or.th nattira@sec.or.th [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3706416">ก.ล.ต. ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น Travel Rule ถึงวันที่ 9 เมษายน 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่องเทรนด์ IPO โลก-อาเซียน: กระจกสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3705545</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 14:36:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3705545</guid>

					<description><![CDATA[<p>การออกและเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) ถือเป็นกลไกหลักของตลาดทุนในการจัดสรรทรัพยากรทางการเงินจากผู้ลงทุนสู่ภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของระดับการพัฒนาตลาดทุนในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ กิจกรรมการเสนอขายหุ้น IPO ยังเป็นเสมือนกระจกที่สะท้อนระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศในภาพรวมอีกด้วย จากรายงาน Global IPO Trends ปี 2568 โดยบริษัท EY ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาด IPO โลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวน IPO และมูลค่าการระดมทุนหดตัว (เฉลี่ย -3% และ -2% ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 ตลาด IPO โลกเริ่มฟื้นตัว โดยจำนวน IPO เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่มูลค่าการระดมทุนเพิ่มขึ้น 40% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณา IPO สูงสุด 5 อันดับแรก พบว่าจำนวน IPO และมูลค่าการระดมทุนในช่วงปีล่าสุดกระจุกตัวอยู่ในตลาดขนาดใหญ่ (เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3705545">ส่องเทรนด์ IPO โลก-อาเซียน: กระจกสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3704577</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 15:55:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704577</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของการออกและเสนอขายหุ้นกู้หรือพันธบัตรในประเทศไทยสำหรับกิจการต่างประเทศ และหุ้นกู้เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ กรณีที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสากล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ระดมทุน ปัจจุบันการออกและเสนอขายขายตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ได้แก่ การเสนอขายตราสารหนี้สกุลเงินบาทในประเทศไทยโดยกิจการต่างประเทศ (Baht Bond) และสกุลเงินตราต่างประเทศ (FX Bond) ในประเทศไทยสำหรับกิจการต่างประเทศ รวมถึงหุ้นกู้เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitized Bond) ที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ* ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ (issue rating) ไม่ต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (international credit rating agency : inter CRA) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพของตราสารหนี้และความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อความเสี่ยงของผู้ลงทุนไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า กระบวนการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ inter CRA ในบางกรณี เช่น หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่มีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดย inter CRA มีการกำหนดอันดับความน่าเชื่อถือคาดการณ์ (expected rating) ก่อน และจะเปิดเผยการกำหนดอันดับความน่าเชื่อถืออันดับสุดท้าย (final rating) เมื่อได้รับเอกสารทั้งหมดจากผู้ออกตราสารหนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3704577">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย &#8211; แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3703020</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 11:01:37 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3703020</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้าร่วมประชุม IOSCO Asia-Pacific Regional Committee (APRC), ASIFMA Annual Conference 2026 และ APRC Supervisory and Enforcement Directors’ Meeting รวมทั้งร่วมเสวนาในเวที EU-Asia Pacific Forum และ ASIC Symposium โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแลและผู้นำจากภาคธุรกิจร่วมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการกำกับดูแลและการพัฒนาตลาดทุน รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เมื่อวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2569 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. และคณะเข้าร่วมประชุม IOSCO Asia-Pacific Regional Committee (APRC) เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อแนวทางการกำกับดูแลในประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาและส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เช่น ประเด็นพัฒนาการของ Public Market และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3703020">ก.ล.ต. เข้าร่วมการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในภูมิภาคเอเชีย &#8211; แปซิฟิก และภูมิภาคยุโรป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์ Travel Rule เพื่อยกระดับระบบการบริหารความเสี่ยงด้านฟอกเงินและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3701184</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 17:15:37 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3701184</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการกำหนดหลักเกณฑ์การรับส่งข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) โดยมุ่งให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่เพียงพอ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งในประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจฯ ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป ภายหลังจากประสานงานกับ ปปง. แล้ว ก.ล.ต. เห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีหลักการที่เป็นสาระสำคัญ ดังนี้ (1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดนโยบายหรือขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและส่งข้อมูลการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อลูกค้า รวมทั้งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลธุรกรรม ข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้า เพื่อนำมาตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี (2) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลธุรกรรม ข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน พร้อมกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator) (3) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการโอนหรือรับโอน DA [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3701184">ก.ล.ต. มีแนวคิดออกหลักเกณฑ์ Travel Rule เพื่อยกระดับระบบการบริหารความเสี่ยงด้านฟอกเงินและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สำนักงาน คปภ. หารือเชิงนโยบายร่วมกับ FSA ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมือ ยกระดับการกำกับดูแลสู่มาตรฐานสากล รับมือความเสี่ยงยุคใหม่อย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3700158</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 11:57:47 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700158</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย และนางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตลอดจนผู้แทนของสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของ Financial Services Agency (FSA) โดยมี Mr. Ozaki Yu ตำแหน่ง Vice Commissioner for International Affairs และ Mr. Ujima Mayumi ตำแหน่ง Deputy Director, GLOPAC ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 13 และ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องระหว่างสำนักงาน คปภ. และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3700158">สำนักงาน คปภ. หารือเชิงนโยบายร่วมกับ FSA ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมือ ยกระดับการกำกับดูแลสู่มาตรฐานสากล รับมือความเสี่ยงยุคใหม่อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนใน “หุ้นของบริษัทที่เข้าโครงการ JUMP+” ได้ เริ่ม 1 มี.ค. 69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3699299</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:08:51 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699299</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) เพิ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป ให้เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืน ที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้ เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยในการสนับสนุน บจ. ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจด้านธรรมาภิบาลควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการเติบโตของบริษัท รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว ก.ล.ต. ได้ออกประกาศ* ตามหลักการที่ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้หุ้นของ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย** และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนที่กองทุนรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3699299">ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนใน “หุ้นของบริษัทที่เข้าโครงการ JUMP+” ได้ เริ่ม 1 มี.ค. 69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. ประสานปิดกั้นแอปพลิเคชันหลอกลงทุนแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันผู้ลงทุน ลดความเสียหายอย่างรวดเร็ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3697824</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 11:08:08 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3697824</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก.ล.ต. เดินหน้าตรวจสอบและเตือนประชาชนเกี่ยวกับกรณีแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) หลอกลวงลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมประสานความร่วมมือไปยัง Google เพื่อปิดกั้นแอปพลิเคชันดังกล่าว พร้อมย้ำให้ประชาชนระมัดระวังในการลงทุน หากไม่แน่ใจโทรปรึกษาสายด่วนฯ ก.ล.ต. 1207 กด 22 หรือตรวจสอบรายชื่อผ่านระบบ Investor Alert ปัจจุบันการหลอกลงทุนมีรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น มิจฉาชีพมักใช้สื่อสังคมออนไลน์ โฆษณาออนไลน์ หรือการส่งข้อความชักชวนให้ลงทุน แอบอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง บริษัทหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนหลอกให้ลงทุน ซึ่งมีทั้งรูปแบบการโอนเงินเข้าบัญชี ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับการลงทุน หรือผ่านเว็บไซต์ จากกรณีล่าสุด ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เพื่อชักชวนลงทุนในแอปพลิเคชันที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยเข้าข่ายการหลอกลวงลงทุน ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบ พร้อมเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันดังกล่าวบนระบบ Investor Alert และประชาสัมพันธ์เตือนภัยเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นผ่านช่องทาง Facebook Page ของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีการประสานความร่วมมือไปยัง Google ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน โดย Google ได้ดำเนินการปิดกั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3697824">ก.ล.ต. ประสานปิดกั้นแอปพลิเคชันหลอกลงทุนแอบอ้างเป็นบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันผู้ลงทุน ลดความเสียหายอย่างรวดเร็ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภารกิจ ก.ล.ต. บนเส้นทางการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3696909</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 11:11:46 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696909</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ขยับจากพื้นที่ของนวัตกรรมเฉพาะกลุ่ม เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินในหลายประเทศทั่วโลก ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงพัฒนาการทางเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้ลงทุน โครงสร้างตลาด และรูปแบบการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลขยายตัว ตลาดทุนซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นกลไกหลักด้านการระดมทุนและการลงทุนในสินทรัพย์แบบดั้งเดิม จึงเริ่มต้องปรับตัวเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มีโครงสร้าง กลไก และลักษณะความเสี่ยงแตกต่างจากระบบเดิมอย่างชัดเจน ในบริบทที่ตลาดกำลังเปลี่ยน บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลจึงไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการควบคุมหรือบังคับใช้กฎหมาย หากแต่ต้องขยับไปสู่การออกแบบกรอบนโยบายและโครงสร้างตลาด เพื่อให้ตลาดทุนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ ทิศทางดังกล่าวสะท้อนอย่างชัดเจนในแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปี 2569 ซึ่งมีแผนงานหลัก 3 ด้าน โดยไม่ได้มองเพียงบทบาทของผู้กำกับดูแล แต่ชี้ให้เห็นบทบาทของ ก.ล.ต. ในฐานะผู้ออกแบบโครงสร้างตลาดทุนไทยให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว หนึ่งในแกนสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้แก้ข้อจำกัดของระบบการเงินเดิม โดยเฉพาะ Distributed Ledger Technology (DLT) และ Tokenization ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตลาดทุน ตั้งแต่การลดความเสี่ยงด้านการชำระราคา ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ธุรกรรมสามารถดำเนินได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ภาพดังกล่าวเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือระหว่างโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox ของ ก.ล.ต. และโครงการ Programmable Payment Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดสอบการใช้ Programmable Payment หรือแนวคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3696909">ภารกิจ ก.ล.ต. บนเส้นทางการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3696197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 08:41:56 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696197</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ พร้อมคณะผู้บริหาร ก.ล.ต. เข้าหารือกับพลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พลตำรวจตรี โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และคณะผู้บริหารของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อประสานแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วย และการทำงานเชิงรุกร่วมกันอย่างใกล้ชิดในด้านการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายในกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “การหารือในระดับนโยบายกับ CIB และ บก.ปอศ. จะช่วยให้กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลของ ก.ล.ต. ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการกระผิดในตลาดทุน มีความกระชับและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินการของ ก.ล.ต. เช่น การอำพรางตัวตนของผู้กระทำผิดเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การทำเสนอซื้อเพื่อครอบงำกิจการ หรือหลักเกณฑ์การขอรับความเห็นชอบการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในผู้ประกอบธุรกิจที่ ก.ล.ต. กำกับดูแล และการใช้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นช่องทางหลอกลงทุน นอกเหนือจากที่ ก.ล.ต. มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกรอบของกฎหมายเพื่อประโยชน์ในการทำหน้าที่ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมาโดยตลอด” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3696197">ก.ล.ต. เข้าหารือ CIB และ บก.ปอศ. เพื่อการทำงานเชิงรุกร่วมกันในการป้องกันและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายกับกรณีเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดในตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Quantum Risk: บททดสอบการรักษาความลับที่ต้องแข่งกับเวลา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3695278</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 11:08:41 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695278</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปลายปีที่แล้ว ก.ล.ต. ได้ชวนท่านผู้อ่านเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “Quantum Risk” หรือภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมกันไปแล้ว และเราได้ทิ้งท้ายความสำคัญของการมีแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับคลื่นลูกใหญ่นี้ได้อย่างสมดุล ในฉบับนี้เราจะมาเจาะลึกกันต่อว่าทำไมเราต้องรีบจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน และ “เวลา” เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านอย่างไร ปัจจุบันบรรยากาศของโลกตลาดทุนให้ความสำคัญกับคำว่า ความไว้วางใจ หรือ “Trust” มากกว่ายุคไหน ๆ และสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจได้ก็คือ “การรักษาความลับ” ในการดำเนินธุรกิจให้มีความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุน/ประชาชนมีความเชื่อถือ เชื่อมั่น และไว้วางใจในการใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน โดยสิ่งเหล่านี้จะส่งเสริมให้ภาคตลาดทุนเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในฐานะผู้ดูแลตลาดทุน ก.ล.ต. อยากใช้โอกาสนี้ ชวนทุกท่านกลับมาสำรวจ “สุขภาพความปลอดภัย” หรือที่รู้จักกันในชื่อเป็นทางการว่า ความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ขององค์กรอีกครั้ง ว่าในขณะที่เรากำลังวิ่งไปข้างหน้า เราได้เตรียม “รากฐาน” ให้แข็งแรงพอที่จะรองรับอนาคตแล้วหรือยัง? หลายท่านอาจสงสัยว่า “คอมพิวเตอร์ควอนตัมยังมาไม่ถึง แล้วทำไมเราต้องรีบร้อน?” คำตอบซ่อนอยู่ในแนวคิดที่น่ากังวลอย่าง Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) หรือ Store Now, Decrypt Later [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3695278">Quantum Risk: บททดสอบการรักษาความลับที่ต้องแข่งกับเวลา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการขยายระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนของบริษัทจดทะเบียนต่อกรรมการหรือพนักงาน (ESOP)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3692383</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 10:36:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3692383</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืน ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงการซื้อหุ้นคืนฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้บริษัทจดทะเบียนสามารถพิจารณาเลือกช่วงเวลาในการจำหน่ายหุ้นที่สอดคล้องกับสภาพตลาดและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 (กฎกระทรวงการซื้อหุ้นคืนฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) โดยมีสาระสำคัญของการปรับปรุง ดังนี้ (1) ขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน กรณีเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนสามารถเลือกช่วงเวลาในการจำหน่ายที่เหมาะสมกับสภาพตลาดได้มากขึ้น (2) กำหนดเพดานในการซื้อหุ้นคืน เพื่อจำกัดจำนวนหุ้นที่บริษัทจดทะเบียนสามารถซื้อคืน และ (3) ยกเลิกระยะเวลาพักคอย (Breaking Period) ซึ่งเป็นระยะเวลาพักก่อนการเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงดังกล่าว ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการได้รับยกเว้นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) ต่อ ก.ล.ต. กรณีบริษัทจดทะเบียนทำการจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนต่อกรรมการหรือพนักงานของบริษัทจดทะเบียน (ESOP) โดยสามารถขอขยายระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืน ได้อีกไม่เกิน 2 ปี หากเข้าเงื่อนไขตามที่กฎกระทรวงการซื้อหุ้นคืนฉบับแก้ไขเพิ่มเติมกำหนด ในทุกข้อดังต่อไปนี้    (1) บริษัทจดทะเบียนไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการซื้อหุ้นคืน แต่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น    (2) ราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทจดทะเบียนย้อนหลัง 3 เดือน ก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติให้จัดประชุมผู้ถือหุ้นต่ำกว่าราคาซื้อคืนเฉลี่ย    (3) บริษัทจดทะเบียนได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการซื้อหุ้นคืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3692383">ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการขยายระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนของบริษัทจดทะเบียนต่อกรรมการหรือพนักงาน (ESOP)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับ “ตลาดอนุพันธ์ไทย” รองรับสินค้าและตัวแปรอ้างอิงรูปแบบใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3691782</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 08:47:18 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691782</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สนับสนุนการกำหนดสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (พ.ร.บ. สัญญาฯ) พร้อมออกหลักเกณฑ์รองรับการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกระดับการพัฒนาตลาดอนุพันธ์ของไทยให้ไปในทิศทางเดียวกับตลาดอนุพันธ์ต่างประเทศ และเพื่อให้การให้บริการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มการคุ้มครองผู้ลงทุน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “การกำหนดสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.บ. สัญญาฯ ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรองรับสินค้าและตัวแปรอ้างอิงรูปแบบใหม่ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล สามารถเป็นสินค้าอ้างอิงได้และช่วยทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (crypto as an asset class) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึง กระจายการลงทุนและจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ลงทุนในวงกว้าง (inclusive opportunity) นอกจากนี้ การกำหนดให้คาร์บอนเครดิตสามารถเป็นสินค้าอ้างอิงจากเดิมเป็นตัวแปรอ้างอิง เพื่อเป็นการรองรับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบส่งมอบจริง เพิ่มเติมจากการชำระราคาส่วนต่าง (Cash Settlement) ผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสอดคล้องกับหลักการที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งจะช่วยให้เกิดการส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่นำไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” หลังจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3691782">ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับ “ตลาดอนุพันธ์ไทย” รองรับสินค้าและตัวแปรอ้างอิงรูปแบบใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
