<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมอนามัย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 May 2026 17:36:00 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยปลุกพลังคนวัยทำงาน! ดัน Health Literacy – Lifestyle Medicine สู้ NCDs สร้าง ‘สุขภาพดี ผลิตภาพสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3723905</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 14:57:19 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723905</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างกระแส &#8220;Be Healthy, More Productivity&#8221; หวังลดปัญหาโรค NCDs ในกลุ่มวัยทำงาน หลังพบคนไทยเสียชีวิตจาก NCDs มากกว่า 400,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1,000 ราย พร้อมชูแนวคิด &#8220;Health Literacy&#8221; ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และ &#8220;Lifestyle Medicine&#8221; เวชศาสตร์วิถีชีวิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ สร้างกระแส Be Healthy, More Productivity ระดับพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 12 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ปัจจุบันโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน มะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3723905">กรมอนามัยปลุกพลังคนวัยทำงาน! ดัน Health Literacy – Lifestyle Medicine สู้ NCDs สร้าง ‘สุขภาพดี ผลิตภาพสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HL Hub เผย “ความรอบรู้โรค NCDs” เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3723715</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 11:11:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723715</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประชาชน พบว่า ผู้ที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพสูง มีแนวโน้มในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันโรค NCDs ได้ดีกว่า ชี้ 6 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย ความเครียด สังคม การนอนหลับ และสารเสพติด เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs       แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประชาชนเกี่ยวกับโรค NCDs จากศูนย์รวมข้อมูลและกิจกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพประเทศไทย (HL HUB) จำนวน 490 คน พบว่า กลุ่มที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับดีเยี่ยมร้อยละ 14.69 มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 41.67 ในขณะกลุ่มมีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับเพียงพอร้อยละ 72.65 กลับมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เพียงร้อยละ 20.22 แสดงให้เห็นว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพที่สูงกว่ามีแนวโน้มให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดีกว่า          แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หากวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ประชาชนที่ไม่สามารถมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ได้ เกิดจากปัจจัยหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3723715">HL Hub เผย “ความรอบรู้โรค NCDs” เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ถอดบทเรียนซีเกมส์–อาเซียนพาราเกมส์ ยกระดับสุขอนามัยรองรับมหกรรมกีฬานานาชาติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3722716</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 10:29:48 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3722716</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม รองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 หลังลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานที่แข่งขันและโรงแรมที่พักกว่า 169 แห่ง ใน 11 จังหวัด พบส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐาน แต่ยังพบปัญหาการจัดการขยะ สุขลักษณะห้องน้ำ และเหตุท้องเสียเป็นกลุ่มก้อนในนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ พร้อมเตรียมนำบทเรียนพัฒนามาตรฐานรองรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต         เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการดำเนินงาน ทีมปฏิบัติการตรวจประเมินและเฝ้าระวังด้านสุขลักษณะและอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานที่จัดแข่งขันและโรงแรมที่พักรองรับการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 (ค.ศ.2025) และกีฬาอาเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568 (ค.ศ.2025) ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี และผ่านระบบ Video Conference ว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3722716">กรมอนามัย ถอดบทเรียนซีเกมส์–อาเซียนพาราเกมส์ ยกระดับสุขอนามัยรองรับมหกรรมกีฬานานาชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“รมว.พัฒนา” ขับเคลื่อนสุขภาพคนไทยทุกช่วงวัย สู่เมืองสุขภาพดี–โรงพยาบาล Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3721591</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 15:22:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3721591</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “MOPH PLUS+” 7 เสาหลัก มอบกรมอนามัย เร่งดำเนินงานด้านสุขภาพคนไทยทุกช่วงวัย ควบคู่การยกระดับโรงพยาบาลสีเขียว มุ่งสู่ Net Zero พร้อมรับมือวิกฤตเด็กเกิดต่ำ สังคมสูงวัย และป้องกันโรค NCDs ผ่านแนวคิด Healthy Living in Healthy Cities และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine)        นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือข้อราชการและติดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ กรมอนามัย ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบาย “MOPH PLUS+” 7 เสาหลัก ขับเคลื่อนสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ เพื่อให้เด็กเกิดรอด สมวัย และประชาชนทุกกลุ่มวัย ห่างไกล NCDs และบริการเป็นเลิศ มุ่งสู่ รพ.สีเขียว Low Carbon &#38; Climate Resilient to Net [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3721591">“รมว.พัฒนา” ขับเคลื่อนสุขภาพคนไทยทุกช่วงวัย สู่เมืองสุขภาพดี–โรงพยาบาล Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ชู “รพ.สีเขียว” ลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2593]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3721566</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 15:13:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3721566</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับระบบบริการสุขภาพควบคู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามนโยบาย “บริการเป็นเลิศ มุ่งสู่โรงพยาบาลสีเขียว” ตั้งเป้าภายในปี 2593 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งเป็นโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำและคาร์บอนเครดิต สนับสนุนเป้าหมายประเทศสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย ด้านบริการเป็นเลิศ มุ่งสู่โรงพยาบาลสีเขียว โดยปัจจุบันปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยในปี 2567 พบผู้เสียชีวิตจากความร้อน 63 ราย ผลกระทบจากปัญหา PM2.5 ภัยพิบัติมีความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้น ภาคสาธารณสุขทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ ร้อยละ 5.2 ส่วนประเทศไทย ร้อยละ 6–10 กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนด “เสาหลักสาธารณสุขไทย” โดยเสาหลัก ที่ 5 คือ “บริการเป็นเลิศ มุ่งสู่โรงพยาบาลสีเขียว” เพื่อยกระดับบริการสุขภาพควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด ลดก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 โดยกำหนดให้โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขดำเนินมาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อย่างเข้มข้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาสู่การรับรองคาร์บอนเครดิต โดยมีกลไกการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง      [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3721566">สธ. ชู “รพ.สีเขียว” ลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.ชวนคนไทย “ใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ” ขยับทุกวันทุกวัยดีต่อสุขภาพ ลดเสี่ยงโรค NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3721550</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 15:08:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3721550</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมก้าวท้าใจส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อคนไทยสุขภาพดี Anamai Family Run 2026 รณรงค์ให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ผู้บริหาร บุคลากรสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย ประชาชนและครอบครัว เข้าร่วมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ รวมกว่า 600 คน โดยนายพัฒนากล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอและมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง กระทรวงสาธารณสุขจึงเดินหน้าส่งเสริม “การใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ” (Active Living) ซึ่งไม่ใช่เพียงการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา แต่คือการขยับร่างกายในชีวิตประจำวันของทุกคน เช่น เดิน ใช้บันไดเล่นกับลูก ใช้ขนส่งสาธารณะ หรือขยับระหว่างทำงาน สอดคล้องกับแนวคิด “Every Move Counts” หรือ “ทุกการขยับมีความหมาย” เพราะทุกการเคลื่อนไหวล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การสร้างการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ ต้องอาศัยทั้งสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการขยับ ตั้งแต่ครอบครัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3721550">สธ.ชวนคนไทย “ใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ” ขยับทุกวันทุกวัยดีต่อสุขภาพ ลดเสี่ยงโรค NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ผนึกกำลัง 5 หน่วยงาน สืบสานพระราชปณิธาน เสริมทักษะบุคลากร ส่งมอบ ชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ห่างไกล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3720136</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:25:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3720136</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย 5 หน่วยงาน มอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ และมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม ในโครงการขยายโอกาสการพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและสุขาภิบาลอาหารของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มุ่งเน้นการเข้าถึงน้ำสะอาด ให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี           นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอนามัย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมวิทยาศาสตร์บริการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมูลนิธิพัฒนาฝีมือแรงงาน ในความร่วมมือทางวิชาการ องค์ความรู้และเทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อเป็นการสนองพระราชดําริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมโภชนาการ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพน้ำที่ไม่สะอาดในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร การส่งมอบชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนรวมถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง            คุณภิญญาพัชญ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3720136">กรมอนามัย ผนึกกำลัง 5 หน่วยงาน สืบสานพระราชปณิธาน เสริมทักษะบุคลากร ส่งมอบ ชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ห่างไกล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ผสานภาคีเครือข่าย มอบกรมอนามัยรณรงค์แคมเปญ &#8220;Stop Fat, Start Fit: ภารกิจพิชิตสูง&#8221; ชวนเด็กไทยขยับ 60 นาทีทุกวัน ตามสูตร 10 – 20 &#8211; 30 หวัง ลดอ้วน &#8211; เพิ่มสูง &#8211; ลดNCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3720086</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 17:32:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3720086</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กรุงเทพมหานคร กรมพลศึกษา กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) ผู้บริหาร นักวิชาการ ครู และนักเรียน จำนวน 400 คน ร่วมงานสร้างกระแสออกกำลังกายต้อนรับเปิดเทอม &#8220;Stop Fat, Start Fit: ภารกิจพิชิตสูง&#8221; (NCDs The Series: Healthy Living in Healthy School) ณ โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี              นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3720086">สธ. ผสานภาคีเครือข่าย มอบกรมอนามัยรณรงค์แคมเปญ &#8220;Stop Fat, Start Fit: ภารกิจพิชิตสูง&#8221; ชวนเด็กไทยขยับ 60 นาทีทุกวัน ตามสูตร 10 – 20 &#8211; 30 หวัง ลดอ้วน &#8211; เพิ่มสูง &#8211; ลดNCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย เผยเด็กแรกเกิด 10 คน พบ 1 คน คลอดก่อนกำหนด ย้ำฝากครรภ์เร็วช่วยลดเสี่ยง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718709</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 14:27:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718709</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นท้าทายด้านสาธารณสุข โดยพบว่าทารกไทยประมาณ 1 ใน 10 ราย หรือร้อยละ 10 เกิดภาวะ คลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในทารกแรกเกิด พร้อมเน้นย้ำการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของหญิงไทย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นท้าทายด้านสาธารณสุข โดยพบว่าทารกไทยประมาณ 1 ใน 10 ราย หรือร้อยละ 10 เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในทารกแรกเกิด และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระบบทางเดินหายใจ สมอง ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในอนาคต ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่พบในหญิงตั้งครรภ์ไทย ได้แก่ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและการติดเชื้อช่องคลอด และปัญหาสุขภาพช่องปาก กระทรวงสาธารณสุขยังคงเดินหน้าลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดของประเทศให้ต่ำกว่าร้อยละ 8 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแม่และเด็กไทยอย่างยั่งยืน และสร้างรากฐานประชากรที่มีคุณภาพในระยะยาวต่อไป แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยเน้นย้ำ “การฝากครรภ์เร็ว” ภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718709">กรมอนามัย เผยเด็กแรกเกิด 10 คน พบ 1 คน คลอดก่อนกำหนด ย้ำฝากครรภ์เร็วช่วยลดเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. แนะประชาชนเลี่ยงบริโภค “หอยสาละวิน” ชั่วคราว หลังพบการปนเปื้อนโลหะหนัก ในบางพื้นที่ ย้ำเลือกบริโภคอาหารปลอดภัย และผลน้ำประปาในพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3718560</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 11:54:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718560</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการบริโภค “หอยสาละวิน” เป็นการชั่วคราว ภายหลังมีผลการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานวิจัยในพื้นที่พบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วในตัวอย่างหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุด ซึ่งมีค่ามากกว่ามาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง สื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถเลือกบริโภคและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม นายแพทย์สมฤกษ์ จีงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า หอยซึ่งเป็นสัตว์หน้าดินมีแนวโน้มสะสมสารโลหะหนักจากตะกอนและแหล่งน้ำได้สูงกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น สอดคล้องกับข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำในบางช่วงของแม่น้ำสาละวินที่พบสารหนู สูงกว่าค่ามาตรฐานในบางจุด ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของประเทศไทย และแนวทางขององค์การอนามัยโลก กำหนดให้สารหนูในน้ำไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในระยะยาว โดยค่าที่ตรวจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุดของแม่น้ำสาละวินสูงกว่าค่าดังกล่าว จึงอาจส่งผลให้สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยที่อาศัยบริเวณพื้นท้องน้ำ มีการสะสมสารดังกล่าวมาก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยขอให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานการปนเปื้อนเป็นการชั่วคราว หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำบริเวณหน้าดินหรือพื้นที่เสี่ยง รวมถึงอาหารที่มาจากแหล่งน้ำผิวดินที่อาจมีการสะสมของสารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำโดยตรง ทั้งนี้ ระบบน้ำประปาหมู่บ้านและน้ำประปาภูเขาในพื้นที่ส่วนใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3718560">สธ. แนะประชาชนเลี่ยงบริโภค “หอยสาละวิน” ชั่วคราว หลังพบการปนเปื้อนโลหะหนัก ในบางพื้นที่ ย้ำเลือกบริโภคอาหารปลอดภัย และผลน้ำประปาในพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงาน นัดตรงเวลา แต่นอนไม่ตรงเวลา เสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มอายุสุขภาพดี แนะนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717629</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:01:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717629</guid>

					<description><![CDATA[<p>        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงานมีความตรงต่อเวลามากขึ้น ในการนัดหมายหรือตารางการทำงาน แต่เมื่อถึงเวลานอนกลับเลื่อนออกไป ไม่ตรงเวลา เสี่ยงส่งผลกระทบสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากการนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและสมอง แนะให้ความสำคัญกับการนอนเทียบเท่านัดหมายสำคัญ เพื่อลดความเสียงโรค NCDs และภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว          แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มคนทำงาน คือ สามารถจัดการเวลาเรื่องงานและการนัดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การประชุมหรือการนัดหมาย แต่กลับละเลย &#8220;เวลานอน&#8221; โดยมักเลื่อนเวลาเข้านอนออกไป และทำกิจกรรมอื่นแทน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือหรือเสพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานฟื้นฟูอย่างเข้มข้น โดยสมองจะทำหน้าที่กำจัดของเสียทีสะสมระหว่างวัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม หากมีการสะสมในระยะยาว และขณะเดียวกัน ร่างกายยังปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์          นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วัยทำงานถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลครอบครัว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717629">กรมอนามัย เผยพฤติกรรมใหม่วัยทำงาน นัดตรงเวลา แต่นอนไม่ตรงเวลา เสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มอายุสุขภาพดี แนะนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717314</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 16:46:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717314</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลผนึกกำลัง 6 หน่วยงาน “สาธารณสุข &#8211; มหาดไทย &#8211; แรงงาน &#8211; อุตสาหกรรม &#8211; การอุดมศึกษาฯ &#8211; สสส.” ยกระดับสุขภาวะคนไทยกลุ่มวัยทำงาน กว่า 38 ล้านคน ครอบคลุมทั้งด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และสวัสดิการในการทำงาน เป็นวัยทำงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน            วันนี้ (30 เมษายน 2569) ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดมหกรรมรณรงค์ สร้างกระแส “Be Healthy More Productivity (สุขภาพดี ผลิตภาพเพิ่ม)” พร้อมมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717314">รัฐบาลผนึก 6 หน่วยงาน ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานกว่า 38 ล้านคน เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ชี้ “เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์” เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด แนะคุม BMI และวางแผนตั้งครรภ์คุณภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716845</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 15:34:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716845</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้ “เบาหวานขณะตั้งครรภ์” เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เพิ่มภาระสุขภาพระยะยาว แนะหญิงวัยเจริญพันธุ์วางแผนตั้งครรภ์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และคัดกรองความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ลดภาวะแทรกซ้อน สร้างจุดเริ่มต้นชีวิตที่มีคุณภาพ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ภาวะเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทารกและภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว จากข้อมูลพบว่า หญิงตั้งครรภ์ในกลุ่มประชากรเอเชียที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ≥23 กก./ม² มีความเสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8–2.5 เท่า และหากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ≥25 กก./ม² ความเสี่ยงเพิ่มเป็น 2–3 เท่า กรมอนามัยจึงขอแนะให้หญิงวัยเจริญพันธุ์วางแผนตั้งครรภ์ โดยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมโรคประจำตัวให้สงบ และเข้ารับการคัดกรองความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการคลอดก่อนกำหนด ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กล่าวว่า การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะการคลอดก่อนกำหนด ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน กระทรวงสาธารณสุข จึงจับมือภาคีเครือข่ายเร่งพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข เพื่อยกระดับการดูแลหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงสถานพยาบาล เพื่อให้สามารถคัดกรองและดูแลกลุ่มเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาส เกิดภาวะแทรกซ้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716845">กรมอนามัย ชี้ “เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์” เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด แนะคุม BMI และวางแผนตั้งครรภ์คุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยขับเคลื่อน “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ” ระดับประเทศ ยกร่างแผน HL ชาติ ระยะที่ 3]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716749</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 13:53:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716749</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ พ.ศ. 2571–2575 ระยะที่ 3 ระดมผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายร่วมวางทิศทาง หวังยกระดับคนไทยรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ลดโรค NCDs และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะแห่งชาติ พ.ศ. 2571 – 2575 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาวะของประเทศในอีก 5 ปี ข้างหน้า มีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และตัวชี้วัดที่ชัดเจน ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่นำไปสู่โรค NCDs ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เมื่อประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เพียงพอ จะนำไปสู่พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโรค ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ด้าน นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การยกร่างแผนครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716749">กรมอนามัยขับเคลื่อน “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ” ระดับประเทศ ยกร่างแผน HL ชาติ ระยะที่ 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ผนึกกำลัง Nanotec ใช้นาโนเทคโนโลยียกระดับ “น้ำประปาหมู่บ้าน” หลังผ่านมาตรฐานแค่ ร้อยละ 9.5]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3716168</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 17:14:44 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716168</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัยจับมือ Nanotec เร่งยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน หลังพบข้อมูลปี 2568  ผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 9.5 สะท้อนปัญหาคุณภาพน้ำที่ยังไม่ปลอดภัย และก่อให้เกิดข้อร้องเรียนจากประชาชนต่อเนื่อง    กรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (Nanotec) เร่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน หลังผลสำรวจปี 2568 พบผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 9.5 เตรียมนำนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี พัฒนาชุดตรวจคุณภาพน้ำ ระบบเฝ้าระวัง และเสริมศักยภาพท้องถิ่น หวังให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนดำเนินงานระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2572) โดยมี นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมลงนาม ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ        นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ยังน่าเป็นห่วง หลังข้อมูลปี 2568 พบว่าน้ำที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีเพียงร้อยละ 9.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3716168">กรมอนามัย ผนึกกำลัง Nanotec ใช้นาโนเทคโนโลยียกระดับ “น้ำประปาหมู่บ้าน” หลังผ่านมาตรฐานแค่ ร้อยละ 9.5</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยห่วงใยประชาน เลี่ยงการใช้หนังสือพิมพ์ห่ออาหาร แนะนำเลือก Food Grade “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3715724</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 09:15:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715724</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แม้บางร้านจะมีการรองด้วยพลาสติกอีกชั้นก็ตาม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรค ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพได้ แนะนำเลือก “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า กระดาษหนังสือพิมพ์ไม่ใช่วัสดุสัมผัสอาหาร (Food Grade) และอาจมีสารตกค้างจากกระบวนการพิมพ์และหมึกพิมพ์ เช่น สารตะกั่ว (Lead) สารโลหะหนักบางชนิด สารไฮโดรคาร์บอนจากหมึกพิมพ์ สารระเหยอินทรีย์ (VOCs) รวมถึงสารเคมีจากสีย้อมพิมพ์ ซึ่งอาจปนเปื้อนสู่อาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสอาหารร้อนหรืออาหารที่มีไขมัน เช่น ข้าวผัด ของทอด หรือข้าวเหนียวปิ้ง หากสัมผัสกับกระดาษหนังสือพิมพ์โดยตรงหรือผ่านวัสดุรองที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้สารปนเปื้อนเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหารได้ง่ายขึ้น  “ทั้งนี้ บางร้านจะมีการใช้พลาสติกรองอาหาร แต่หากไม่ใช่วัสดุฟู้ดเกรด หรือไม่สามารถป้องกันการสัมผัสอาหารได้อย่างสมบูรณ์ ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมโดยเด็ดขาด พร้อมแนะนำให้ประชาชนเลือกบริโภคอาหารจากร้านที่มีความ สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร และควรเลือกร้านที่มีสัญลักษณ์รับรอง SAN หรือ SAN Plus ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3715724">กรมอนามัยห่วงใยประชาน เลี่ยงการใช้หนังสือพิมพ์ห่ออาหาร แนะนำเลือก Food Grade “สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“รมว.พัฒนา” ส่งทีมลงพื้นที่ลดเสี่ยงผลกระทบสุขภาพจากควันไฟบ่อขยะสงขลา สนับสนุน N95 ใช้ห้องปลอดฝุ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3715610</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 17:40:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715610</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมประชาชน และติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (บ่อขยะเกาะแต้ว) ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ล่าสุดยังคงมีไฟไหม้บางจุดต่อเนื่อง เกิดกลุ่มควันสีดำจำนวนมากส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศพบฝุ่น PM2.5 และ PM10 เกินค่ามาตรฐานได้สนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 จำนวน 2,340 ชิ้น เตรียมห้องปลอดฝุ่นและมุ้งสู้ฝุ่น สนับสนุนศูนย์พักพิงชั่วคราว และดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (บ่อขยะเกาะแต้ว) ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ยังคงมีไฟไหม้บางจุดต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีดำจำนวนมากและกระทบคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ ได้มอบหมายให้กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศ 5 จุด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ เช่น วัดสามกอง และ รพ.สต.เกาะแต้ว พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 สูงเกินค่ามาตรฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3715610">“รมว.พัฒนา” ส่งทีมลงพื้นที่ลดเสี่ยงผลกระทบสุขภาพจากควันไฟบ่อขยะสงขลา สนับสนุน N95 ใช้ห้องปลอดฝุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยจับมือเอกชน ปั้นฟิตเนสไทยสู่มาตรฐานประเทศ ดันคนเมือง “ขยับมากขึ้น” สู่ Healthy City]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3714857</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 13:10:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714857</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัยผนึกกำลังภาคเอกชน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสถานออกกำลังกายทั่วประเทศ หลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม Virgin Active สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ชูฟิตเนสไม่ใช่แค่ที่ออกกำลังกาย แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานสุขภาพคนเมือง” พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Active Living ให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และอยากขยับอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การสร้างเมืองสุขภาพดี คือการออกแบบเมืองให้ประชาชน “อยากขยับ” และสามารถมีกิจกรรมทางกายได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ฟิตเนส เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของคนเมือง ที่ช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว ประชาชนจะออกกำลังกายสม่ำเสมอได้ ต้องมีสถานที่ที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และเชื่อมั่นได้ว่ามีมาตรฐาน การยกระดับฟิตเนสไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมาตรฐานสถานที่ออกกำลังกายที่กรมอนามัย ให้ความสำคัญ ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของอาคารสถานที่และอุปกรณ์ออกกำลังกาย การจัดสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ระบบระบายอากาศที่เหมาะสม ความสะอาดของพื้นที่ใช้บริการ การมีบุคลากรหรือผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ความสามารถ รวมถึงการให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังรวมถึงระบบบริหารจัดการความเสี่ยง การเตรียมพร้อมด้านปฐมพยาบาล และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการออกกำลังกาย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น “ทั้งนี้ การลงพื้นที่ “ตรวจเยี่ยมและเสริมพลัง” สถานออกกำลังกาย Virgin Active Fitness เพื่อต่อยอดต้นแบบฟิตเนสคุณภาพสู่การยกระดับมาตรฐานสถานที่ออกกำลังกายทั่วประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3714857">กรมอนามัยจับมือเอกชน ปั้นฟิตเนสไทยสู่มาตรฐานประเทศ ดันคนเมือง “ขยับมากขึ้น” สู่ Healthy City</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ชื่นชม “นครปฐม” ขับเคลื่อนลดการคลอดก่อนกำหนดผ่านกลไกจังหวัด อำเภอ และ สถานบริการ เพื่อสร้างคุณภาพเด็กไทยในอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3714653</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 16:01:37 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714653</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข ชื่นชมจังหวัดนครปฐม เดินหน้ามาตรการเชิงรุกแก้ปัญหาการคลอดก่อนกำหนดให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 8 ภายในปี 2570 โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ควบคู่การพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาล เพื่อค้นหาหญิงตั้งครรภ์รายใหม่ให้ได้รับการฝากครรภ์คุณภาพโดยเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด พร้อมติดตามเยี่ยมบ้านและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือตามความจำเป็น นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การคลอดก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) เป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดให้เหลือน้อยกว่า ร้อยละ 8 ในปี 2570 เพื่อสนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมภ์โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ นำร่อง 25 จังหวัด ภายใต้ 3 มาตรการสำคัญ คือ 1) สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของการคลอดก่อนกำหนดและสัญญาณเตือนให้แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว 2) ยกระดับให้ความรู้ผ่านโรงเรียนพ่อแม่ 3) ยกระดับฝากครรภ์คุณภาพด้วยการคัดกรอง 5 โรคเสี่ยง ได้แก่ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคความดันโลหิตสูงและครรภ์เป็นพิษ โลหิตจาง โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด รวมถึงการดูแลสุขภาพช่องปากขณะตั้งครรภ์ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ กล่าวว่า การขับเคลื่อนการลดภาวะคลอดก่อนกำหนดมีการร่วมวางแผนและบูรณาการระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงทั้งระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3714653">สธ. ชื่นชม “นครปฐม” ขับเคลื่อนลดการคลอดก่อนกำหนดผ่านกลไกจังหวัด อำเภอ และ สถานบริการ เพื่อสร้างคุณภาพเด็กไทยในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.-มท.-กทม. ร่วมสร้าง “อนาคตเด็กไทยสดใส เริ่มต้นด้วยการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3714601</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 15:07:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714601</guid>

					<description><![CDATA[<p>นำ “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” บริการในพื้นที่ห่างไกล เนื่องในโอกาสวันคล้าย วันประสูติ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ วันนี้ (22 เมษายน 2569) นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมกันรณรงค์เพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด ภายใต้โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร “อนาคตเด็กไทยสดใส เริ่มต้นด้วยการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด” เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร (29 เมษายน 2569) ณ ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3714601">สธ.-มท.-กทม. ร่วมสร้าง “อนาคตเด็กไทยสดใส เริ่มต้นด้วยการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
