<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมอนามัย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Aug 2026 17:30:50 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สธ. ห่วงสุขาภิบาลและสุขอนามัยจากน้ำท่วม เร่งส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752949</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 17:27:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752949</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยในจังหวัดน่าน ส่งผลให้ประชาชนหลายครัวเรือนอาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ จึงได้มอบหมายให้กรมอนามัยเร่งสนับสนุนภารกิจสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยส่งทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม (SEhRT) พร้อมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนักในจังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นได้รับผลกระทบ 11 ตำบล 3 อำเภอ และมีการเปิดศูนย์อพยพและจุดช่วยเหลือประชาชน จำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่อำเภอปัว จึงได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่และกรมอนามัยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการดูแลสุขภาพประชาชนในศูนย์พักพิง และประสานการสนับสนุนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากกรมอนามัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยได้มอบหมายให้ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เข้าสนับสนุนการจัดการด้านสุขาภิบาล สุขอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมทั้งประสานความพร้อมกับทีม SEhRT สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการประเมินศูนย์พักพิงตามหลักการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม 7 มิติ โดยครอบคลุมการจัดการน้ำสะอาดและน้ำบริโภค การจัดการสุขาภิบาลอาหาร การจัดการห้องน้ำ ห้องส้วม สิ่งปฏิกูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752949">สธ. ห่วงสุขาภิบาลและสุขอนามัยจากน้ำท่วม เร่งส่งทีม SEhRT ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752509</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 09:07:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752509</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารสาธารณสุขอำเภอระดับสูง รุ่นที่ 4 ครั้งที่ 4 โดยมี แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมอนามัย ผู้บริหารสาธารณสุขอำเภอ และผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมงาน ณ โรงแรมพูลแมน เขาหลัก รีสอร์ท จังหวัดพังงา แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยยังกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพหลายมิติ ทั้งการเตรียมรับโรคอุบัติใหม่ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตกว่า 3 ใน 4 ของคนไทยทั้งหมด หรือประมาณ 4 แสนคนต่อปี เป็นปัญหาสาธารณสุขที่กรมอนามัยยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันโรค NCDs อย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย การป้องกันโรค และการพัฒนาระบบบริการ โดยผลักดันการดำเนินงานศูนย์ป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs Prevention Center) ระดับอำเภอ ตามนโยบายสุขภาพที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม ซึ่งสาธารณสุขอำเภอทั่วประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752509">กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน เหตุไฟไหม้ป่าพรุ จ.นครศรีธรรมราช]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750465</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 08:55:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750465</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ประกอบกับกระแสลมแรงและสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้  ป่าพรุควนเคร็งในเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ควันไฟปกคลุมพื้นที่หมู่ 1, 6, 8, 9 และ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด รวมถึงบริเวณด้านหลังโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา กรมอนามัย มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่ดูแลประชาชนในชุมชนโดยรอบ พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ ให้คำแนะนำการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองและควันไฟและสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นและควันไฟแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดไฟไหม้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และยังคงลุกลามเป็นบริเวณกว้างจากกระแสลมแรง โดยเฉพาะบริเวณป่าเสม็ดขาวในพื้นที่ป่าพรุ ก่อนลุกลามเข้าสู่สวนปาล์มน้ำมันของประชาชน และเข้าใกล้โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 150 เมตร เบื้องต้นพบประชาชนในพื้นที่ รวมกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ ใต้กระแสลมได้รับผลกระทบจากควันไฟแล้วกว่า 3,000 คน จึงมอบหมายให้ ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช ประสานทีม SEhRT สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขอำเภอชะอวด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750465">กรมอนามัย ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่เฝ้าระวังสุขภาพประชาชน เหตุไฟไหม้ป่าพรุ จ.นครศรีธรรมราช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750322</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 16:57:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750322</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนผู้ประกอบการใช้เกณฑ์จำแนกอาหารตามมาตรฐานโภชนาการของประเทศไทย หรือ Thailand Nutrient Profiling Model (Thailand NPM) เพื่อปรับสูตรผลิตภัณฑ์ อาหารลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เป็นทางเลือกอาหารและเครื่องดื่มให้เหมาะสมสำหรับเด็กและประชาชน      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วนในเด็กเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง จากการศึกษาคุณภาพด้านโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย พบว่า ผลิตภัณฑ์จำนวนมากมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงกว่าระดับที่แนะนำตามเกณฑ์มาตรฐานโภชนาการของ WHO กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ หรือ Product Reformulation ด้วยการลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว และเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ เช่น ใยอาหาร โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพด้านโภชนาการมากขึ้น       นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า Thailand NPM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750322">กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยย้ำ “อาหารสะอาด น้ำปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี” หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750170</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 16:00:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750170</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าประชาชนทั่วไป แนะให้ให้ความสำคัญกับ “อาหาร น้ำ และสุขอนามัย” ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับน้ำและสิ่งแวดล้อมในช่วงน้ำท่วม แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพของประชาชน เนื่องจากสภาพแวดล้อมอาจมีการปนเปื้อนของน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ และสิ่งสกปรก รวมถึงมีข้อจำกัดในการจัดหาอาหาร น้ำสะอาด การประกอบอาหาร และการขับถ่าย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำไม่สะอาด เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคอหิวาตกโรค และโรคไวรัสตับอักเสบ เอ รวมถึงโรคที่สัมพันธ์กับการสัมผัสน้ำท่วมขังและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน เช่น โรคไข้ฉี่หนูและโรคตาแดง ทั้งนี้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีสุขภาพเปราะบางควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าประชาชนทั่วไป นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดการอาหารและน้ำ โดยเฉพาะในศูนย์พักพิงชั่วคราว ควรดำเนินการอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค อาหารควรปรุงสุกใหม่ เลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาด และจัดเก็บอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบอาหารต้องมีสุขอนามัย รวมถึงใช้อุปกรณ์และภาชนะที่สะอาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750170">กรมอนามัยย้ำ “อาหารสะอาด น้ำปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี” หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ชวนทำความรู้จัก “พ.ร.บ.นมผง” ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3749924</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 13:21:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3749924</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ พร้อมเผยผลสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “พ.ร.บ.นมผง” พบ ประชาชนเคยได้ยินกฎหมาย “พ.ร.บ.นมผง” เข้าใจถูกต้องว่าเพื่อ “คุ้มครองทารกและเด็กเล็กจากอิทธิพลทางการตลาด ลดการโฆษณาที่อาจทำให้เข้าใจผิด” แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569 เนื่องจากนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น นอกจากนี้ กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง“พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560” หรือ “พ.ร.บ.นมผง” เมื่อเดือนมีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่าง 874 พบว่า ประชาชนร้อยละ 34.44 “เคยได้ยินและทราบเนื้อหาบางส่วน” และ ร้อยละ 28.72 “เคยได้ยินแต่ไม่ทราบรายละเอียด” ขณะที่มีเพียงร้อยละ 21.74 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3749924">กรมอนามัย รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ชวนทำความรู้จัก “พ.ร.บ.นมผง” ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ “ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3749299</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 08:37:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3749299</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงนี้ สามารถส่งผลกระทบ และสร้างความสะเทือนใจ โดยเฉพาะในสถานศึกษา ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยเด็กวัยเรียน รวมถึงครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงให้ความสำคัญกับการประเมินภาวะความเครียด ความวิตกกังวล และปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลังเผชิญหรือรับรู้เหตุการณ์รุนแรง เพราะการรับรู้ข่าวสาร ภาพ หรือข้อความผ่านสื่อและสังคมออนไลน์ อาจทำให้เด็กเกิดความกังวลหรือมีคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง “สิ่งสำคัญในช่วงนี้ คือทำให้เด็กรู้ว่า เขาไม่ได้เผชิญความรู้สึกเหล่านี้เพียงลำพัง มีผู้ใหญ่ที่พร้อมรับฟัง และขณะนี้มีผู้เกี่ยวข้องกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองและโรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ที่เด็กสามารถพูดคุยและแสดงความรู้สึกได้อย่างสบายใจ” ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจึงมีความสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก แนะนำสร้างความเข้าใจเพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวได้ กรมอนามัยขอแนะนำ 7 ข้อ ดังนี้ 1) ฟังก่อน อย่ารีบสอน เปิดโอกาสให้เด็กถามและเล่าความรู้สึก โดยไม่คาดคั้นหรือบังคับ ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องมีคำตอบให้ทุกเรื่อง แต่การรับฟังอย่างตั้งใจจะช่วยให้เด็กรู้ว่ามีคนพร้อมอยู่ข้าง 2) พูดความจริง แต่เลือกคำให้เหมาะกับวัย ไม่ควรโกหกหรือพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก” แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดที่รุนแรงหรือเกินกว่าที่เด็กจำเป็นต้องรู้ สามารถใช้คำง่าย ๆ เช่น “เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และเจ้าหน้าที่กำลังดูแลสถานการณ์อยู่” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3749299">กรมอนามัย ชวนพ่อแม่ดูแลใจลูก หลังรับรู้ข่าวสะเทือนใจ ย้ำ “ฟังลูก อยู่ข้างลูก และพากลับสู่ความรู้สึกปลอดภัย”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยชู ‘Active School&#8217; ชวนเยาวชนขยับวันละ 60 นาที รับวันเยาวชนสากล ลดเสี่ยง NCDs-หนุนพัฒนาการรอบด้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3749268</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 17:36:00 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3749268</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันเยาวชนสากล 12 สิงหาคม (International Youth Day) กรมอนามัยเดินหน้าส่งเสริมเด็กและเยาวชนไทยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ผ่านแนวทาง “Active School” เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต พัฒนาสมรรถภาพทางกายและสุขภาพจิต พร้อมลดความเสี่ยงโรค NCDs และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การสร้างเสริมสุขภาพเด็กและวัยรุ่นจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วัยเรียน โดยเปิดโอกาสให้มีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันทั้งในบ้าน โรงเรียน และชุมชน สุขภาพของเด็กไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่และโอกาสให้เด็กได้เล่น เรียนรู้ และเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม การส่งเสริมกิจกรรมทางกายจึงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ กรมอนามัยจึงส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักเฉลี่ยอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด ส่งเสริมสุขภาพจิต ลดความเครียด รวมถึงลดความเสี่ยงของโรค NCDs ในอนาคต ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ผ่านโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3749268">กรมอนามัยชู ‘Active School&#8217; ชวนเยาวชนขยับวันละ 60 นาที รับวันเยาวชนสากล ลดเสี่ยง NCDs-หนุนพัฒนาการรอบด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยห่วงใยประชาชน เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ดูแลสุขอนามัย ป้องกันภัยสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3748359</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 08:32:17 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748359</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนักและฝนที่สะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรมอนามัยมีความห่วงใยประชาชน จึงสั่งการทีม SEhRT ร่วมกับหน่วยงานระดับพื้นที่ เตรียมความพร้อมดูแลประชาชน จัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมสื่อสารความเสี่ยงและให้คำแนะนำประชาชน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาและรายงานสถานการณ์อุทกภัยของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ที่ยังคงยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์เป็น “สูงเฉพาะพื้นที่” โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ยโสธร และแม่ฮ่องสอน ประกอบกับหลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน กรมอนามัยมีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมทั้งด้านสุขภาพและของใช้จำเป็น โดยเตรียมอาหาร น้ำดื่มสะอาด ยาประจำตัว และของใช้จำเป็นสำหรับการอพยพ หากได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐให้ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรมอนามัย ได้สั่งการทีม SEhRT ศูนย์อนามัยประสานการทำงานร่วมกับทีม SEhRT ระดับพื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3748359">กรมอนามัยห่วงใยประชาชน เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ดูแลสุขอนามัย ป้องกันภัยสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดเวที National Health Literacy Annual Meeting 2026 กรมอนามัย ชู AI ยกระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ รับโลกอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3748184</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 14:55:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748184</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย มอบหมายแพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งชาติ ประจำปี 2569 (National Health Literacy Annual Meeting 2026) ครั้งที่ 6 ภายใต้ชื่อ “AI Empowering HL: The Future of Healthy World” (ปรับเปลี่ยนโลกให้สุขภาพดี ด้วยพลังความรอบรู้ด้านสุขภาพและ AI) โดยมี นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมอนามัย และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน ณ โรงแรมอิงธาร รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก        แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โลกปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและระบบสุขภาพ แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3748184">เปิดเวที National Health Literacy Annual Meeting 2026 กรมอนามัย ชู AI ยกระดับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ รับโลกอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. &#8211; ภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment&#8221; รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746852</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 11:34:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746852</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข เปิดงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาตปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Breastfeeding for a Sustainable Start in Life: Strengthen What Works” พร้อมประกาศนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และเป้าหมายของประเทศไทย โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมงาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายมีมุ่งเน้นในการขับเคลื่อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระบบบริการสุขภาพ ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัว เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย สร้าง “จุดเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืน” ให้เด็กไทยทุกคน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนดให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746852">สธ. &#8211; ภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment&#8221; รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. “ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด&#8221; มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746651</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 17:38:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746651</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประกาศขับเคลื่อนแนวทางเวชปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยเตรียมนำไปใช้ในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) ทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อให้การประเมินและให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามมาตรฐาน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ทางด้าน ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์พัญญู พันธ์บูรณะ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางเวชปฏิบัตินี้อ้างอิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ระดับโลก (ACOG และ WHO) ซึ่งแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์มีกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ เพื่อลดความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ รวมถึงการประเมินความปลอดภัยตามหลักการ FITT ข้อห้ามเด็ดขาดและสัญญาณเตือนภัยที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที คำแนะนำการยกของหนักตามช่วงอายุครรภ์ เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องในสถานพยาบาลทั่วประเทศ ขณะที่ แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักฐานทางการแพทย์ ชี้ให้เห็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังรกทำให้ทารกได้รับออกซิเจนเต็มที่ ซึ่งผลวิจัยพบว่าการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที หรือระดับปานกลางไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณหรือคุณภาพน้ำนมแม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746651">สธ.-ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ-มูลนิธินมแม่ฯ-สสส. “ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด&#8221; มุ่งยกระดับคลินิก ANC ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[4 กระทรวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน&#8221; ใช้ข้อมูลสุขภาพประชาชน พร้อมวางนโยบาย สร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเด็กไทยคุณภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746204</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 13:38:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746204</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” เพื่อส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ โดยนำข้อมูลจากโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายมาเป็นฐานกำหนดนโยบาย ยกระดับสุขภาพ การศึกษา และคุณภาพชีวิตเด็กไทย อย่างบูรณาการ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงอายุ 5 ปี มุ่งให้เด็กทุกคนเติบโตสมวัย มีพัฒนาการเหมาะสม และเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยมี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.ชูสิน วรเดช รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์วิชัย เอกพลากร ที่ปรึกษาโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ร่วมแถลงข่าว แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กซึ่งไม่ได้เริ่มต้นที่โรงพยาบาล แต่เริ่มต้นจากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746204">4 กระทรวง ผนึกกำลังขับเคลื่อน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน&#8221; ใช้ข้อมูลสุขภาพประชาชน พร้อมวางนโยบาย สร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเด็กไทยคุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด &#8220;Health Promotion Synergy 2026&#8221; สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746119</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 12:13:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746119</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย มอบหมายให้ แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาภาคีเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ &#8220;Health Promotion Synergy 2026 : Shaping the Future Together&#8221; โดยมีผู้บริหารกรมอนามัย และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน ณ ห้องฟีนิกซ์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของกรมอนามัยในการส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด &#8220;4H Plus for a Healthy Future&#8221; เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกระดับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ &#8220;ทั้งนี้ การขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง&#8221; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746119">กรมอนามัยผนึกภาคีทั่วประเทศ จัด &#8220;Health Promotion Synergy 2026&#8221; สานพลังเครือข่าย ยกระดับระบบส่งเสริมสุขภาพไทยรับอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ชู การบริหารขันธ์ สร้างพระแข็งแรง หนุน “วัดส่งเสริมสุขภาพ&#8221; ชุมชนเป็นสุข]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3745756</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 17:13:05 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3745756</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์อย่างเป็นระบบ ชู “การบริหารขันธ์สำหรับพระสงฆ์” เป็นแนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวิถีสงฆ์และสอดคล้องกับหลักพระธรรมวินัย พร้อมผลักดันให้วัดเป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะ เชื่อมพลังคณะสงฆ์ ภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พระสงฆ์เป็นศูนย์รวมจิตใจและมีบทบาทสำคัญต่อชุมชน การส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์จึงไม่ใช่เพียงการดูแลสุขภาพรายบุคคล แต่ยังสามารถขยายผลสู่ประชาชนและชุมชนโดยรอบวัด ปัจจุบันพระสงฆ์ไทยยังเผชิญกับพฤติกรรมเนือยนิ่งและการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โดยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ ปี 2567 พบว่า พระสงฆ์มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ร้อยละ 45.6 กรมอนามัยจึงพัฒนาองค์ความรู้ “การบริหารขันธ์สำหรับพระสงฆ์” เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันและสอดคล้องกับหลักพระธรรมวินัย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า การขับเคลื่อนงานให้เกิดผลอย่างยั่งยืนต้องดำเนินการควบคู่ทั้งด้านพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม โดยส่งเสริมให้วัดจัดพื้นที่ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเคลื่อนไหว เช่น ทางเดินจงกรมและพื้นที่สำหรับการบริหารขันธ์ ทั้งนี้ กรมอนามัยจะเดินหน้าสนับสนุนองค์ความรู้และขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับพระสงฆ์  ผ่านความร่วมมือกับคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างพระสงฆ์สุขภาพดี พัฒนาวัดให้เป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะ และส่งต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ดีสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารขันธ์สำหรับพระสงฆ์ประกอบด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3745756">กรมอนามัย ชู การบริหารขันธ์ สร้างพระแข็งแรง หนุน “วัดส่งเสริมสุขภาพ&#8221; ชุมชนเป็นสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปลัด สธ. ห่วงใยประชาชน เหตุไฟไหม้โกดังพลาสติก จ.ชลบุรี สั่งการดูแล เฝ้าระวังสุขภาพประชาชนและผลกระทบสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3744530</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 09:12:31 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744530</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บพลาสติกในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากควันไฟ ฝุ่นละออง และมลพิษจากการเหตุการณ์ดังกล่าว และสั่งการให้กรมอนามัยเร่งลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนและเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังพลาสติกในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พบประชาชนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบจากควันไฟ ฝุ่นละออง และกลิ่นเหม็นจากการเผาไหม้เป็นจำนวนมาก โดยครอบคลุมพื้นที่อาคารหอพักจำนวน 6 อาคาร มีผู้อาศัยประมาณ 1,400 คน รวมถึงบ้านเรือนใกล้เคียงจุดเกิดเหตุในรัศมี 1 กิโลเมตร จำนวน 144 ครัวเรือน 551 ราย โดยหน่วยงานราชการได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่เสี่ยงและย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ การเกิดเพลิงไหม้พลาสติกอาจก่อให้เกิดสารเคมีและสารมลพิษปนเปื้อนในอากาศ เช่น ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารสไตรีน รวมถึงสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งหากได้รับสัมผัสหรือสูดดมเป็นระยะเวลานาน โดยสารเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองทางเดินหายใจ ไอ หายใจลำบาก เวียนศีรษะ หรือมึนศีรษะ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3744530">ปลัด สธ. ห่วงใยประชาชน เหตุไฟไหม้โกดังพลาสติก จ.ชลบุรี สั่งการดูแล เฝ้าระวังสุขภาพประชาชนและผลกระทบสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ชวนรุ่นใหญ่วัยเก๋าแอคทีฟ ต่อยอดกระแสแอโรบิกสวนลุม สร้างทุกจังหวะ ให้มีคุณค่า“ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3744277</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2026 13:24:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744277</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนผู้สูงอายุออกกำลังกายตามกระแส &#8220;แอโรบิกสวนลุมพินี&#8221; ตามแนวคิด &#8220;ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย&#8221; พร้อมย้ำ การขยับร่างกายเป็นประจำช่วยเสริมความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว ลดความเสี่ยงหกล้ม และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต พร้อมแนะเลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะกับสมรรถภาพ &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกระแส “แอโรบิกสวนลุมพินี” ที่กำลังได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า การออกกำลังกายในพื้นที่สาธารณะเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย สนุก และเหมาะกับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเต้นแอโรบิกได้ หรือการขยับร่างกายตาม จังหวะเพลง โดยควรปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับสมรรถภาพของตนเอง ลดการกระโดด และแรงกระแทก เน้นการย่ำเท้า ก้าวซ้าย-ขวา แกว่งแขน และเคลื่อนไหวต่อเนื่องในระดับที่ยังสามารถพูดคุยได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด เสริมกำลังกล้ามเนื้อ ความคล่องตัว และการทรงตัว ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม รวมทั้งช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น และสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชน            [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3744277">กรมอนามัย ชวนรุ่นใหญ่วัยเก๋าแอคทีฟ ต่อยอดกระแสแอโรบิกสวนลุม สร้างทุกจังหวะ ให้มีคุณค่า“ขยับทุกวัน แข็งแรงทุกวัย”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย-กรมควบคุมโรค-สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยกระดับ ’Health Literacy’ &#038; ’Vaccine Literacy’ ผ่านระบบ HL Hub]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3742497</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 17:06:50 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3742497</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ลงนามบันทึกความในการสำรวจข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพและวัคซีนของประชาชน โดย นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ลงนามความร่วมมือดังกล่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือในการสำรวจข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพและวัคซีนของประชาชนผ่านระบบ HL Hub เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับนำไปใช้กำหนดทิศทางนโยบาย แผนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน โดยมี แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และแพทย์หญิงสุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพมีการส่งต่ออย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด หรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค อาทิ โรคทางเดินหายใจ โรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคทางเดินอาหาร โรคจากสัตว์สู่คน การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถคัดกรอง เข้าใจ และเลือกใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง กรมอนามัยเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพประชาชน โดยมี “ศูนย์รวมข้อมูลและกิจกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพประเทศไทย” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3742497">กรมอนามัย-กรมควบคุมโรค-สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยกระดับ ’Health Literacy’ &amp; ’Vaccine Literacy’ ผ่านระบบ HL Hub</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ห่วงใยประชาชน ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร โรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว แนะป้องกันผลกระทบจากควันพิษ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3740131</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 15:42:56 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3740131</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย (ชาย 9 ราย หญิง 18 ราย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย รวมผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น 90 ราย กรมอนามัยได้ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่ดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองและสารมลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีความห่วงใยสุขภาพของประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ จึงมอบหมายให้ ทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม SEhRT กรมอนามัย และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน และสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อปกป้องและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากผลกระทบของควันไฟ ควันพิษ และมลพิษทางอากาศที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3740131">กรมอนามัย ห่วงใยประชาชน ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร โรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว แนะป้องกันผลกระทบจากควันพิษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยประกาศรางวัล GREEN Health Quality Awards 2026 เชิดชูโรงแรม-แหล่งท่องเที่ยว-อุทยานแห่งชาติ ต้นแบบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3739955</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 12:16:07 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3739955</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกาศผลรางวัล GREEN Health Hotel Quality Awards 2026 และ GREEN Health Attraction Quality Awards 2026 เพื่อเชิดชูโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และอุทยานแห่งชาติ ต้นแบบการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การคัดเลือก GREEN Health Hotel Quality Awards 2026 และ GREEN Health Attraction Quality Awards 2026 จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมและยกย่องสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้มาตรฐาน GREEN Health เป็นกรอบในการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีนี้ กรมอนามัยได้เพิ่มรางวัล GREEN Health Attraction National Park 2026 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3739955">กรมอนามัยประกาศรางวัล GREEN Health Quality Awards 2026 เชิดชูโรงแรม-แหล่งท่องเที่ยว-อุทยานแห่งชาติ ต้นแบบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
