<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมอนามัย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Jul 2026 17:51:04 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เปิดเวทีประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ขับเคลื่อน สุขภาพช่องปากไทย มุ่งดูแล “ทุกช่วงวัย ทุกช่วงวัน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3737893</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 16:39:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737893</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 พ.ศ. 2569 โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัยเป็นผู้กล่าวรายงาน และผู้บริหารกรมอนามัย แขกผู้มีเกียรติร่วมงานณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร นายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน สำหรับสุขภาพช่องปาก มีนโยบายมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม และเท่าเทียม โดยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบบริการปฐมภูมิ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้มีการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพช่องปากร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเวลา และทุกช่วงวัย ปรับมุมมองจากการซ่อมสู่การสร้าง ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพ ด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้จัดการประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 พ.ศ. 2569 สุขภาพช่องปากตลอด 24 ชั่วโมง: ดูแลทุกช่วงวัย&#8230;ใส่ใจทุกช่วงวัน “24 Hours of Oral Health: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3737893">เปิดเวทีประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ขับเคลื่อน สุขภาพช่องปากไทย มุ่งดูแล “ทุกช่วงวัย ทุกช่วงวัน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทันตสาธารณสุขไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หนุนยาสีฟันฟลูออไรด์เข้มข้นสูง 5,000ppm ภายใต้ การดูแลของทันตแพทย์ เพื่อป้องกันฟันผุในผู้สูงอายุและผู้มีความพิการที่แปรงฟันได้ยาก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3737784</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 16:03:36 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737784</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทันตแพทย์ และบุคลากรทันตสาธารณสุขทั่วประเทศทั่วประเทศ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพช่องปาก เลือกใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์เข้มข้น 5,000 ppm โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงฟันผุ อาทิ สูงอายุและผู้มีความพิการที่แปรงฟันได้ยาก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากข้อมูลผลการสำรวจสุขภาวะช่องปากแห่งชาติครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 พบว่าประชาชนไทยกว่าครึ่งประสบปัญหาฟันผุทุกกลุ่มอายุ โดยมีความชุกร้อยละ 49.7 ในเด็กอายุ 12 ปี เพิ่มเป็นร้อยละ 61.2 ในวัยรุ่น 15 ปี และร้อยละ 80.9 ในกลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุมีรากฟันผุร้อยละ 29.1 และเพิ่มเป็นร้อยละ 82.4 ในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง การไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่ได้รับการฉายรังสีจะมีภาวะน้ำลายลดลง ส่งผลให้เกิดฟันผุสูงถึงร้อยละ 74 ภายหลังการฉายรังสีเป็นระยะเวลา 7 ปี สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในระดับทั่วไป 1,000–1,500 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด อาจไม่เพียงพอในการป้องกันฟันผุในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องมีทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3737784">ทันตสาธารณสุขไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หนุนยาสีฟันฟลูออไรด์เข้มข้นสูง 5,000ppm ภายใต้ การดูแลของทันตแพทย์ เพื่อป้องกันฟันผุในผู้สูงอายุและผู้มีความพิการที่แปรงฟันได้ยาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“พัฒนา” มอบกระทรวงสาธารณสุขประกาศมาตรฐานการกินใหม่ “FBDG ประกาศมาตรฐาน การกินใหม่ “FBDGs &#038; ธงโภชนาการ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3736430</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 16:49:14 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736430</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลักดันสู่ Healthy Canteen ทั่วไทย ชู “รัฐสภา” ต้นแบบ Healthy Canteen ระดับประเทศ วันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) ประเทศไทยเดินหน้าพัฒนานโยบายโภชนาการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับรัฐสภา และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมเปิดตัว “ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพดีของคนไทยทุกกลุ่มวัย (Food-Based Dietary Guidelines : FBDGs)” และ “ธงโภชนาการ” ให้เป็นมาตรฐานการบริโภคอาหารของคนไทย และสร้างสิ่งแวดล้อมอาหารสุขภาพ ผลักดันลงสู่ Healthy Canteen ที่ทุกคนเข้าถึงง่าย นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐสภาในฐานะองค์กรนิติบัญญัติของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการเป็นองค์กรต้นแบบด้านสุขภาพ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหารและโภชนาการ เพราะการส่งเสริมสุขภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่เปิดตัว FBDGs และ ธงโภชนาการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารสุขภาพได้ในชีวิตประจำวัน รัฐสภาจึงร่วมขับเคลื่อน &#8216;Healthy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3736430">“พัฒนา” มอบกระทรวงสาธารณสุขประกาศมาตรฐานการกินใหม่ “FBDG ประกาศมาตรฐาน การกินใหม่ “FBDGs &amp; ธงโภชนาการ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย-รพ.วันเวลา ส่งเสริมการวางแผนรักษาล่วงหน้า ด้วย “บันทึกวันเวลา” สร้างช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3735413</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 13:50:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735413</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชันแนล เปิดตัวโครงการ “บันทึกวันเวลา” (Living Will) เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ความต้องการของผู้ป่วยได้รับการรับฟังและเคารพจากระบบสุขภาพ แนะนำประชาชนควรวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพล่วงหน้า เพื่อให้สามารถออกแบบการดูแลสุขภาพตนเองในวาระสุดท้าย           แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ คือ มีผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน สิ่งสำคัญในการวางแผนชีวิต นอกจากเรื่องเงินและความพร้อมหลังเกษียณ แต่สิ่งที่ไม่มีการกล่าวถึง คือ การวางแผนการรักษาพยาบาลในวันที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง หากไม่สามารถพูดหรือสื่อสารได้ ก็ไม่สามารถบอกความต้องการในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ โครงการ “บันทึกวันเวลา” (Living Will) จึงถูกออกแบบขึ้น เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความปรารถนาระหว่างผู้ป่วยกับระบบสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ที่จัดบริการสุขภาพครอบคลุมบริการส่งเสริมป้องกัน รักษา ฟื้นฟู การดูแลระยะยาว การดูแลแบบประคับประคอง รวมไปถึงการดูแลระยะท้ายของชีวิต สำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เพราะการวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า ไม่ใช่แค่หัวใจสำคัญของการรักษาทางการแพทย์ แต่ยังเป็นการเคารพในความเป็นมนุษย์ในการเข้าถึงระบบสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย        นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3735413">กรมอนามัย-รพ.วันเวลา ส่งเสริมการวางแผนรักษาล่วงหน้า ด้วย “บันทึกวันเวลา” สร้างช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย–Lion เดินหน้า “จังหวัดเด็กไทยฟันดี ปี 2” ยกระดับ Sandbox จังหวัดเด็กฟันดี ให้ครอบคลุม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3734152</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 15:40:05 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734152</guid>

					<description><![CDATA[<p>หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ เป็นประธานเปิดงานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็ก : Sandbox จังหวัดเด็กฟันดี และร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง  ความร่วมมือ โครงการไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี ปีที่ 2 พร้อมด้วย คุณชาติ จันทร์วิจิตร ประธาน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย เข้าร่วมลงนาม ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทันตบุคลากร และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วม ทั้งสิ้น 200 คน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็ก หรือ Sandbox จังหวัดเด็กฟันดี ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3734152">กรมอนามัย–Lion เดินหน้า “จังหวัดเด็กไทยฟันดี ปี 2” ยกระดับ Sandbox จังหวัดเด็กฟันดี ให้ครอบคลุม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ.–ศธ.-มท. ขับเคลื่อน สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สร้างเด็กไทยคุณภาพ รับโลกอนาคต ในศตวรรษที่ 21]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3734119</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 15:24:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734119</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข จัดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สานพลังรับมือความเปลี่ยนแปลง” มุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีสุขภาพดี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีสมรรถนะ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สานพลังรับมือความเปลี่ยนแปลง” ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร อัตราการเกิดที่ลดลง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง การพัฒนาเด็กไทยในวันนี้ จึงเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน ทั้งนี้ เด็กและเยาวชน คือ ทุนมนุษย์ที่สำคัญที่สุดของประเทศ การสร้างเด็กไทยให้มีสุขภาพดี มีความรู้ มีทักษะชีวิต และสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาพดีตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนกระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงวัยรุ่น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมโภชนาการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3734119">สธ.–ศธ.-มท. ขับเคลื่อน สุขภาพเด็ก สุขภาพโลก สร้างเด็กไทยคุณภาพ รับโลกอนาคต ในศตวรรษที่ 21</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3734061</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 15:06:39 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3734061</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว “แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2” เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยตั้งเป้าขยายผลความสำเร็จ ชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน ร้อยละ 100 “ทุกบ้าน ทุกครัวเรือน ต้องมีไอโอดีน” ไอโอดีน เพื่อปกป้องพัฒนาการทางสมองของเด็กและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทุกช่วงวัย          แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยในปีงบประมาณ 2569 ใช้กลไก “แพลตฟอร์มไอโอดีน ระยะที่ 2” เป็นหัวใจหลัก ประกอบด้วย 1) การเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีน โดยการตรวจไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ 2) การตรวจสอบคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือน และร้านอาหาร และ 3) การส่งเสริมให้ทุกชุมชนหมู่บ้าน ผ่านเกณฑ์ชุมชน หมู่บ้านไอโอดีน สำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมในการลดปัญหาการขาดสารไอโอดีน ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 3 – 5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3734061">วันไอโอดีนแห่งชาติ กรมอนามัยชูแพลตฟอร์มดิจิทัลติดตามหญิงตั้งครรภ์-คุณภาพเกลือทั่วไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยเปิดเวทีระดมสมองผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ชูผลสำรวจสุขภาพเด็กไทย NHES 7 ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยและเยาวชนอย่างบูรณาการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3733671</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 16:38:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733671</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเวที “การบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย” ระดมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศจากภาคสาธารณสุข การศึกษา และสังคม ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์เด็กไทยจากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (NHES 7) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและกำหนดทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังการประชุมการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ณ ห้อง Sapphire 118 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ว่า กรมอนามัยจัดการประชุม “การบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร สังคม และเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัว ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ได้จัดการอภิปราย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์วิชัย เอกพลากร อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงเริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3733671">กรมอนามัยเปิดเวทีระดมสมองผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ชูผลสำรวจสุขภาพเด็กไทย NHES 7 ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยและเยาวชนอย่างบูรณาการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เด็กเกิดใหม่ลดฮวบ! กรมอนามัย-ยูนิเซฟ เร่งสร้างพ่อ-แม่คุณภาพ เปิด “โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน” ยกระดับการดูแลแม่และเด็กสู่ยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3731634</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 12:04:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3731634</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน มุ่งสร้างความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพแม่และเด็กแบบไร้รอยต่อ เพื่อรับมือวิกฤตเด็กเกิดใหม่ลดลง โดยมี แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร          แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 502,107 คน และมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 5 แสนคนในปี 2566 และในปี 2568 เด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 380,000 คน นอกจากจำนวนที่ลดลงแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนา “คุณภาพของแม่และเด็ก” โดยต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญในช่วง “2,500 วันแรกของชีวิต” อันเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโต และเด็กต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มศักยภาพ กรมอนามัยจึงร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย พัฒนา “ชุดการเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน” นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้ครอบครัวไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3731634">เด็กเกิดใหม่ลดฮวบ! กรมอนามัย-ยูนิเซฟ เร่งสร้างพ่อ-แม่คุณภาพ เปิด “โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน” ยกระดับการดูแลแม่และเด็กสู่ยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย หนุน “10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้&#8221; พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729413</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 12:25:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729413</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) ผ่านแนวคิด “10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้” ตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมและปลอดภัยอย่างเท่าเทียม การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรการให้บริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ระหว่างวันที่ 11 – 12 มิถุนายน 2569 ณ ศักดิ์สยาม เลคไซด์ รีสอร์ท จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สุขภาพไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรค แต่รวมถึงสุขภาวะทางกาย จิตใจ และสังคม การสร้างสภาพแวดล้อมและบริการสุขภาพที่เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคล จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแลรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยประยุกต์ใช้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตผ่าน 10 เสาหลักสุขภาพดี ได้แก่ การรับประทานอาหารที่เหมาะสมการมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับเพียงพอ การจัดการความเครียด การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ การดูแลสุขภาพช่องปาก การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทุกเพศและการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เพื่อดูแลสุขภาพของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729413">กรมอนามัย หนุน “10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้&#8221; พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729185</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:35:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729185</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย “Active Living Forum 2026” ภายใต้แนวคิด “Every Move Counts” หรือ “ทุกขยับนับหมด” โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาควิชาการ ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคมจากทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร        นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโรค NCDs ควบคู่กับพฤติกรรมเนือยนิ่งและการนั่งนานที่เพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS+ ที่เปลี่ยนจาก “การซ่อมสุขภาพ” ไปสู่ “การสร้างสุขภาพ” ยึดหลักการป้องกันโรคที่ดีที่สุด คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729185">สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อนามัยโพล เผย คนไทยดื่มนมมากขึ้น นมจืดครองใจอันดับ 1 เหตุเพราะดีต่อสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728235</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 16:12:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728235</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัยเผยผลสำรวจอนามัยโพล ปี 2569 พบคนไทยดื่มนมเป็นประจำทุกวันและดื่มในปริมาณที่เหมาะสมวันละ 2 แก้วเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยนิยมดื่มนมจืดมากที่สุด และเลือกดื่มนมเพราะเชื่อมั่นในคุณค่าทางโภชนาการ สะท้อนแนวโน้มการใส่ใจสุขภาพและความสำเร็จของการรณรงค์ส่งเสริมการดื่มนมอย่างต่อเนื่อง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงผลสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “พฤติกรรมการดื่มนม” ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 จำนวน 1,999 คน พบว่า คนไทยดื่มนมทุกวัน ร้อยละ 30.17 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน ร้อยละ 24.01 สูงขึ้นกว่าผลสำรวจปี 2567 ที่การดื่มนมทุกวันเพียงร้อยละ 19.6 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน เพียงร้อยละ 11.9 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่นิยมดื่มนมจืดมากที่สุด ถึงร้อยละ 73.54 ส่วนสาเหตุที่ดื่มนมเพราะคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 76.69 นมเป็นสินค้าคุณภาพ ร้อยละ 42.07 และรสชาติของนม ร้อยละ 33.22 และหากมีนมติดบ้านจะช่วยให้คนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728235">อนามัยโพล เผย คนไทยดื่มนมมากขึ้น นมจืดครองใจอันดับ 1 เหตุเพราะดีต่อสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3727642</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 15:05:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727642</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO) มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนปฏิบัติการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปี 2570 ณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อกำหนดทิศทาง มาตรการ และเป้าหมายการดำเนินงานร่วมกัน มุ่งยกระดับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเป็นระบบ รองรับสถานการณ์อัตราการเกิดที่ลดลง และพัฒนาคุณภาพประชากรไทยตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย แพทย์หญิงสมสิริ สกลสัตยาทร กรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ดร.ไอหลาน หลี่ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายและผู้เข้าร่วมประชุม  นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อโครงสร้างประชากร กำลังแรงงาน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพประชากรตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิต ภายใต้แนวคิด “ทุกการเกิดต้องมีคุณค่า” เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพแข็งแรง และมีพัฒนาการสมวัย ทั้งนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพและพัฒนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมองและร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อ โรค NCDs และโรคภูมิแพ้ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3727642">กรมอนามัย WHO มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยกระดับคุณภาพเด็กไทย รับมือวิกฤติเด็กเกิดน้อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ ‘หวานปกติ = หวาน50%’ เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3727324</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 17:33:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727324</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำเร็จของแคมเปญ “หวานปกติ = หวาน 50%” หลังดำเนินการครบ 3 เดือน พบได้รับการตอบรับเชิงบวกจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค พร้อมต้อนรับพันธมิตรใหม่ “ZUS Coffee” แบรนด์กาแฟที่มีฐานสาขาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในต่างประเทศ และกำลังเดินหน้าขยายสาขาอย่างรวดเร็วในประเทศไทย เข้าร่วมปรับมาตรฐานความหวานในเมนูเครื่องดื่มชงทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 30,000 สาขา  แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หลังจากการประกาศแคมเปญ “หวานปกติ = หวาน 50%” ครบ 3 เดือน ผลตอบรับจากทั้งภาคเอกชนและผู้บริโภค เป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้น ถือเป็นความร่วมมือสำเร็จจากความร่วมมือสำคัญในการยกระดับความหวาน 50% ให้เป็นมาตรฐานความหวานปกติ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแคมเปญแล้ว 14 แบรนด์ ประกอบด้วย คาเฟ่อเมซอน อินทนิล ออลล์คาเฟ่ คัดสรร เบลลินี่ แบล็คแคนยอน พันธุ์ไทย ชาวดอย อินเตอร์คอฟ ทรูคอฟฟี่ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มและโรงแรมในเครือเซ็นทรัล The Coffee Club [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3727324">สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ ‘หวานปกติ = หวาน50%’ เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3726085</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 17:39:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726085</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จับมือ LOTUS’S และ 7-Eleven ร่วมจัดแคมเปญรณรงค์ส่งเสริมการดื่มนม ช่วยให้คนไทยทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ควบคู่การออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต สะสมมวลกระดูก ป้องกันมวลกล้ามเนื้อลดลง และชะลอโรคกระดูกพรุน หลังพบเด็กไทย เพียงร้อยละ 23 ดื่มนม ได้ 2 แก้วต่อวัน      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยเดินหน้าสร้างพฤติกรรมการดื่มนม ภายใต้แนวคิด “ดื่มนมจืด 2 แก้วทุกวัน ทุกวัย” เนื่องจากนมโคมีสารอาหารจำเป็นถึง 13 ชนิด โดยเฉพาะแคลเซียมและโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเสริมความหนาแน่นของกระดูก การซ่อมแซมร่างกาย และการเจริญเติบโต โดยเฉพาะเด็ก ควรดื่มนมจืด 2 แก้วต่อวัน โดยแบ่งเป็นช่วงเช้า และเย็น ร่วมกับการกินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3726085">กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัยรณรงค์ “พระแอคทีฟ” ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ “ถวายอาหารสุขภาพ” ลดโรค NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3725919</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 14:46:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725919</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ เนื่องในวันวิสาขบูชา ภายใต้แนวคิด “พระสุขภาพดี วิถีแอคทีฟ” และ “ขยับกาย ได้บุญ ได้สุขภาพ” ชวนพระสงฆ์มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับสมณสารูป เพื่อลดการเกิดโรค NCDs พร้อมขับเคลื่อนวัดสู่ “วัดส่งเสริมสุขภาพ” อย่างยั่งยืน      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า วันวิสาขบูชาเป็นโอกาสสำคัญที่พุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการดำรงสมณกิจ โดยปัจจุบันพระสงฆ์มีแนวโน้มป่วยด้วยโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมเนือยนิ่ง การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ รวมถึงการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม จากการรับบิณฑบาต การส่งเสริมให้พระสงฆ์มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการปฏิบัติธรรมและการดำรงสมณกิจในชีวิตประจำวัน        นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กิจกรรมทางกายสำหรับพระสงฆ์ ควรเป็นกิจกรรมที่เรียบง่าย ปลอดภัย และสอดคล้องกับสมณสารูป เช่น การเดินจงกรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3725919">กรมอนามัยรณรงค์ “พระแอคทีฟ” ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ “ถวายอาหารสุขภาพ” ลดโรค NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3725768</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 17:31:55 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725768</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนผู้สูงอายุไทยดูแลสุขภาพตามเทรนด์ “Longevity” และ “Healthy Ageing” ด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ผ่านสูตร “2:1:1” เน้นฝึกความแข็งแรง การทรงตัว คาร์ดิโอ และยืดเหยียด เพื่อช่วยลดเสี่ยงหกล้ม ลดโรค NCDs และเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว        แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หลายประเทศให้ความสำคัญกับพื้นที่ Blue Zone หรือพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนจำนวนมาก ซึ่งประชากรในพื้นที่เหล่านี้มีวิถีชีวิตที่ใกล้เคียงกัน คือ การใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ ขยับร่างกายสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ทำสวน หรือทำงานบ้าน รวมถึงการกินอาหารเหมาะสม พักผ่อนเพียงพอ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพดีและอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ดังนั้น การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน จึงไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก แต่เป็นการ “ขยับบ่อย ขยับทุกวัน” เช่น เดิน ทำสวน ทำงานบ้าน หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ซึ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว    [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3725768">ส่องเทรนด์ Longevity-Healthy Ageing ชวนสูงวัยแอคทีฟ! อายุยืน อย่างมีคุณภาพ แนะขยับตามสูตร 2:1:1 ลดหกล้ม ลด NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย ชู “มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก” ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3725623</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 13:31:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725623</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อน “มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก” อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “คุณภาพ เข้าถึงได้” มุ่งยกระดับบริการสุขภาพให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับครอบครัวถึงชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริม “การฝากครรภ์คุณภาพ” ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเชิงรุก ผ่าน “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” ที่นำบริการถึงพื้นที่ห่างไกล ลดช่องว่างการเข้าถึงบริการที่จำเป็น แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์อนามัยแม่และเด็กปี 2569 พบว่า หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 20.93 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน หรือในหญิงคลอดบุตรทุก 100,000 คน พบเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์หรือการคลอดประมาณ 21 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไม่เกิน 15 คน และในเด็กเกิดใหม่ที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 28 วัน เสียชีวิตคิดเป็น 4.30 คนต่อพันการเกิดมีชีพ หรือ ในเด็กเกิดใหม่ทุก 1,000 คน มีทารกเสียชีวิตในช่วง 28 วันแรกของชีวิตประมาณ 4 คน สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้น้อยกว่า 4 คน ทั้งนี้ ทุกการสูญเสียของแม่และเด็กส่งผลต่อทั้งครอบครัวและอนาคตของประเทศ การเข้าถึงบริการฝากครรภ์และการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพตั้งแต่ระยะแรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3725623">กรมอนามัย ชู “มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก” ส่งรถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย ดูแลถึงชุมชนและพื้นที่ห่างไกล ลดเหลื่อมล้ำสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมอนามัย จับมือ กรมบัญชีกลาง อัปสกิลคนทำงานยุคใหม่ ชู ‘Lifestyle Medicine&#8217; บาลานซ์ชีวิต &#8211; แก้วิกฤตเครียดสะสม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3725476</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:04:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725476</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย คุณแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง จับมือ ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายดูแลสุขภาพเชิงรุก มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐยุคใหม่ผ่านการสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) เติมเต็มการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม (Well-being) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างองค์กรแห่งความสุขอย่างยั่งยืน ณ กรมบัญชีกลาง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในด้านต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะทางวิชาชีพ (Hard Skills) เท่านั้น การดูแลสุขภาวะแบบองค์รวมและการสร้างสมดุลชีวิตและการทำงานยังถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเสาหลักของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” โดยเฉพาะประเด็น Strong Health &#38; Prevention ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เชิงรุก ควบคู่กับนโยบาย Happy Health Workforce ที่ส่งเสริมให้คนทำงานมีความสุขและมีสุขภาพที่มั่นคง “กรมอนามัยได้มุ่งมั่นนำเครื่องมือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมาสนับสนุนบุคลากรภาครัฐ ผ่านหลักการของ “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” (Lifestyle Medicine) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นระบบผ่าน 6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3725476">กรมอนามัย จับมือ กรมบัญชีกลาง อัปสกิลคนทำงานยุคใหม่ ชู ‘Lifestyle Medicine&#8217; บาลานซ์ชีวิต &#8211; แก้วิกฤตเครียดสะสม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ดื่มนม–ขยับกาย–นอนเร็ว” กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3725461</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:00:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725461</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์รับวันดื่มนมโลก 1 มิถุนายน ชวนเด็กวัยเรียนวัยรุ่นดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ควบคู่การมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน และนอนก่อน 3 ทุ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต สูงดี สมส่วน สุขภาพแข็งแรง พร้อมลดความเสี่ยงโรค NCDs ในอนาคต      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า เด็กวัยเรียนวัยรุ่นเป็นช่วงวัยสำคัญของการเจริญเติบโต การดื่มนมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการส่งเสริมความสูง แต่ควรทำควบคู่กับการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยแนะนำให้เด็กดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว มีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน และเข้านอนก่อนเวลา 21.00 น. อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือ Growth Hormone ได้อย่างมีประสิทธิภาพ        นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนแคมเปญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3725461">“ดื่มนม–ขยับกาย–นอนเร็ว” กรมอนามัย แนะ สูตรลับเด็กไทยสูงดี สมส่วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
