<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมประมง</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 17:30:51 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรมประมงอัปเกรดระบบ FGIS แผนที่ออนไลน์ ใช้งานง่าย-ข้อมูลครบ รวมมาตรฐานสำคัญด้านประมง หนุนการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำสู่ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3696504</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 15:00:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696504</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมงโชว์ผลสำเร็จการพัฒนาต่อยอดระบบ FGIS (Fisheries GIS Portal) แผนที่ออนไลน์ด้านการประมง เปิดตัวระบบการรับรองมาตรฐานโดยกรมประมง National Standard Certification by Department of Fisheries ที่รวบรวมข้อมูลรายละเอียดการรับรองมาตรฐานสำคัญในฟาร์มเพาะเลี้ยงและสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ รองรับการส่งออกไปยังต่างประเทศ ตามแนวคิด Fisheries Connect for Sustainability ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกเกษตรกร และผู้ประกอบการให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ระบบ FGIS หรือ Fisheries GIS Portal เป็นแผนที่ภูมิสารสนเทศที่กรมประมงได้มีการพัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านการประมงและแสดงผลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถค้นหาพิกัดด้านการประมงได้อย่างหลากหลาย เช่น แผนที่แสดงตำแหน่งหน่วยงานสังกัดกรมประมง ตำแหน่งฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) และผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) แผนที่แสดงข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านการประมงอื่น ๆ เป็นต้น โดยระบบจะแสดงข้อมูลเชิงสรุป ภาพรวมของข้อมูลที่สำคัญ และรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สำหรับระบบการรับรองมาตรฐานโดยกรมประมง หรือ National Standard Certification by [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3696504">กรมประมงอัปเกรดระบบ FGIS แผนที่ออนไลน์ ใช้งานง่าย-ข้อมูลครบ รวมมาตรฐานสำคัญด้านประมง หนุนการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำสู่ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;หนึ่งปี มีครั้งเดียว&#8221; ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3695197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 09:09:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695197</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมง โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดน่าน บูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงควบคู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อยอดปรากฏการณ์ธรรมชาติอันโดดเด่นของ “ปลากอง” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริอย่างยั่งยืน นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า…จังหวัดน่านมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าและหาได้ยาก โดยเฉพาะปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปลาปีกแดง (ปลาออ) เป็นพฤติกรรมในการผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติของปลาปีกแดง ปลาท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำน่าน โดยปลาจำนวนนับพันนับหมื่นตัวจะพากันว่ายทวนน้ำขึ้นมารวมฝูง ผสมพันธุ์ และวางไข่ตามแก่งหิน และลำน้ำตื้น ในลำน้ำสาขาของแม่น้ำน่าน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ เช่น ลำน้ำมาง ลำน้ำว้า บ้านสบมาง และบ้านผาสุก ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน–เมษายน และจะเด่นชัด ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์–มีนาคม โดยมักเกิดตรงกับวันพระ ขึ้น 14–15 ค่ำ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่หาชมได้ยาก พบได้แห่งเดียวในประเทศไทย สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับ การปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงและระบบนิเวศ กรมประมง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการส่งเสริมการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยชุมชน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์ทรัพยากร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3695197">&#8220;หนึ่งปี มีครั้งเดียว&#8221; ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..โชว์ศักยภาพขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ในเวทีผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค สร้างความสมดุลประสิทธิภาพการผลิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3691092</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 17:32:50 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691092</guid>

					<description><![CDATA[<p>ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติไป่หยุน เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนอธิบดีกรมประมง นำคณะผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในเขตเศรษฐกิจเอเปค (Workshop on Sharing Best Public and Private Practices in the Aquaculture Sector and Coexisting with Biodiversity in the APEC Region) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือของคณะทำงานด้านมหาสมุทรและการประมงเอเปค (Ocean and Fisheries Working Group : OFWG) และเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2026 (APEC 2026) โดยมีผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน จากองค์กรระหว่างประเทศและประเทศสมาชิกจากเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้าร่วม อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3691092">กรมประมง..โชว์ศักยภาพขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ในเวทีผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค สร้างความสมดุลประสิทธิภาพการผลิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2569 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมดุล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3690312</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 09:41:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3690312</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมงเตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ประจำปี 2569 ในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ &#8211; 15 พฤษภาคม 2569 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม &#8211; 14 มิถุนายน 2569 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจ สร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล และสนับสนุนการทำประมงให้เกิดความยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “อ่าวไทยตอนกลาง” เป็นพื้นที่สำคัญที่กรมประมงได้มีการประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน หรือมาตรการปิดอ่าวมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจหลากหลายชนิด โดยมีเป้าหมายหลักคือการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการศึกษาวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลทางด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความเหมาะสมของมาตรการ ทั้งด้านขอบเขตพื้นที่ ช่วงเวลา รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมของเครื่องมือประมงที่ได้รับการยกเว้นให้ทำการประมง ให้สอดคล้องกับสภาวะทรัพยากรและบริบทการทำประมงในปัจจุบันโดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กรมประมงได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดเรื่องความยาวอวนติดตาปลาและวิธีการทำการประมงในมาตรการช่วงที่ 1 และข้อกำหนดเรื่องการใช้เครื่องมืออวนครอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3690312">กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2569 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างสมดุล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3689033</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 11:57:02 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689033</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.พ. 69 กรมประมงร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทยและภาคเอกชน จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ งาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–17 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จังหวัดปทุมธานี ด้วยวันที่ 17 มีนาคม 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพันธุ์ปลานิลจากสวนจิตรลดาให้แก่กรมประมง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานิลในประเทศไทย จนกลายเป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชนทั่วประเทศมาจนถึงปัจจุบัน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า&#8230;เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี แห่งการพระราชทานปลานิล โอกาสนี้ กรมประมง จึงได้จัดกิจกรรมการประกวดวาดภาพระบายสี ในหัวข้อ “มีอยู่ มีกิน เพราะปลานิลของพ่อ” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมถ่ายทอดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชดำริ ต่อยอดคุณค่าของ “ปลานิลพระราชทาน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3689033">กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..โชว์ผลสำเร็จ 7 ปี โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ยกระดับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นทั่วประเทศ 3,497 องค์กร ดันรายได้ ปี’68 พุ่ง 464.57 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686326</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 09:51:37 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686326</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชู “ตราด” เป็นตัวอย่างการพัฒนาอาชีพที่สร้างเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน กรมประมง..เผยผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมงระยะเวลา 7 ปี สามารถยกระดับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงทั่วประเทศได้ถึง 3,497 องค์กร สมาชิกกว่า 121,713 ราย ส่งผลให้รายได้รวมในปี 2568 พุ่งขึ้น 464.57 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11.21 สูงกว่าค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการทรัพยากรประมงยั่งยืน ชู จ. ตราด เป็นตัวอย่างการพัฒนาอาชีพประมงที่เข้มแข็ง พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ขับเคลื่อนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส โดยส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมงควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความมั่งคั่งและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในห้วงระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2562 – 2568) สามารถผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกับกรมประมงได้ถึง 3,497 องค์กร สมาชิกรวมกว่า 121,713 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686326">กรมประมง..โชว์ผลสำเร็จ 7 ปี โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ยกระดับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นทั่วประเทศ 3,497 องค์กร ดันรายได้ ปี’68 พุ่ง 464.57 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง ยกระดับความปลอดภัยสำหรับการย้ายฝั่งทำการประมงแจ้งแนวทางปฏิบัติตามหลักกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวประมง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3683973</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 09:07:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3683973</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมงกำหนดแนวทางเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ย้ายพื้นที่ทำการประมงจากจากฝั่งทะเลอันดามันไปฝั่งอ่าวไทย หรือจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งทะเลอันดามัน เจ้าของเรือต้องแจ้งข้อมูลล่วงหน้ากับศูนย์ PIPO ก่อนการย้ายพื้นที่ เพื่อประสานแจ้งไปยังประเทศมาเลเซีย ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและปัญหากฎหมายระหว่างประเทศ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันให้กรมประมงดำเนินการปรับปรุงกฎหมายการย้ายพื้นที่ทำการประมง เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องชาวประมง ซึ่งกรมประมง ได้ออกประกาศกรมประมงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนพื้นที่การทำการประมง ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สามารถขอเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง จากฝั่งทะเลอันดามันไปฝั่งอ่าวไทย หรือจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งทะเลอันดามันได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งชาวประมงมักได้รับความเสียหายประสบอุบัติเหตุเรือจมจากมรสุม ดังนั้น แนวทางการปฏิบัติในการย้ายพื้นที่ทำการประมงจึงเป็นเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือจากเจ้าของเรือประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินเรือ และเกิดการดำเนินกิจการประมงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญก่อให้เกิดความเข้าใจและความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านด้วย สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง ต้องแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ก่อนออกจากพื้นที่ทำการประมงที่ได้รับอนุญาตเดิม และก่อนเข้าพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ย้ายด้วย และเมื่อได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนพื้นที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ขอเปลี่ยนพื้นที่จะไม่สามารถกลับไปทำการประมงในพื้นที่เดิมได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย โดยการขอเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมงจะทำได้ตามห้วงเวลาที่ขอเปลี่ยนเท่านั้น เมื่อหมดจากห้วงเวลาที่อนุญาตให้กลับไปทำประมงในพื้นที่เดิม อย่างไรก็ตาม การย้ายพื้นที่ทำการประมงมีความจำเป็นต้องเดินเรือผ่านน่านน้ำของประเทศมาเลเซีย ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงไทยในการเดินเรือผ่านน่านน้ำต่างประเทศ กรมประมงจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อใช้สำหรับการประสานงานกับประเทศมาเลเซีย โดยกำหนดให้เจ้าของเรือประมงที่มีความประสงค์จะย้ายพื้นที่ทำการประมงจัดเตรียมข้อมูลและแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) ในพื้นที่ ดังนี้ 1. รายชื่อเรือที่ประสงค์จะย้ายพื้นที่ทำการประมง รวมทั้ง รายชื่อผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3683973">กรมประมง ยกระดับความปลอดภัยสำหรับการย้ายฝั่งทำการประมงแจ้งแนวทางปฏิบัติตามหลักกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวประมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..ร่วมสร้างสีสันในงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3680545</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 14:42:10 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3680545</guid>

					<description><![CDATA[<p>โชว์ ชม ชิม กิจกรรมสาธิตแปรรูปสัตว์น้ำ ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบประมงท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ดัน จ.พะเยา สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจประมง–ท่องเที่ยว ยั่งยืน กรมประมง..ร่วมออกร้านสาธิตแปรรูปสัตว์น้ำในงาน “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 ธันวาคม 2568 หนุนเชื่อมโยงอัตลักษณ์วิถีประมงท้องถิ่นกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผ่านกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาทักษะการแปรรูปสัตว์น้ำอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเสริมรายได้ให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจในพื้นที่จังหวัดพะเยา ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการถนนเกษตรงาม ริมกว๊านพะเยา ตามนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาผลผลิตภาคประมงเพื่อต่อยอดสู่การเพิ่มมูลค่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนการใช้วัตถุดิบสัตว์น้ำที่มีในท้องถิ่นมาแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดให้เกษตรกรทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ดังนั้น การร่วมออกร้านสาธิตการแปรรูปสัตว์น้ำในงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่กรมประมงจะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจในพื้นที่จังหวัดพะเยาอย่างใกล้ชิด โดยมีรายละเอียดกิจกรรมสาธิตการแปรรูปสัตว์น้ำในเมนูต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3680545">กรมประมง..ร่วมสร้างสีสันในงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง จัดประชุมความร่วมมือติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง เร่งจัดทำ MOU หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3677492</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 15:15:47 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3677492</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสานเข้าถึงระบบ RTS &#8211; NSW เสริมทัพคุมเข้มเรือสนับสนุนฯ โปร่งใส ตรวจสอบได้ กรมประมงจัดประชุมแบ่งปันความร่วมมือในการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง ภายหลังมีการยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดวิธีปฏิบัติของเจ้าของเรือประมงที่ใช้สนับสนุนเรือที่ใช้ทำการประมง หรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ พ.ศ. 2565 เพื่อบูรณาการการทำงาน สร้างกลไก ในการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางในการติดตามเรือสนับสนุนการประมง ณ ห้องประชุมพะยูน กรมประมง และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Zoom Cloud Meetings โดยมีกรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน และกองทัพเรือ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วม นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแบ่งปันความร่วมมือในการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง โดยมีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมพะยูน กรมประมง และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Zoom Cloud Meetings ว่า สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการยกเลิกกฎกระทรวง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3677492">กรมประมง จัดประชุมความร่วมมือติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังเรือสนับสนุนการประมง เร่งจัดทำ MOU หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..จัดเวิร์คช็อปทำแผน “นวัตกรรมและการลงทุน” นำร่องยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย ภายใต้ความร่วมมือ FAO และ NACA]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657257</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 11:53:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657257</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมง ร่วมกับ สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAORAP) และเครือข่ายศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (NACA) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนนวัตกรรมและการลงทุนภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประเทศไทย หนุนยกระดับการขับเคลื่อนภาคประมงไทยสู่ความยั่งยืน ในระหว่างวันที่ 21 &#8211; 22 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง 1 อาคารปรีดากรรณสูต กรมประมง นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดการประชุมดังกล่าวว่า การพลิกโฉมภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไปสู่ระบบการผลิตที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นวาระสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่บนฐานนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ กรมประมงจึงได้ร่วมกับ สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations Regional Office for Asia and the Pacific : FAORAP) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657257">กรมประมง..จัดเวิร์คช็อปทำแผน “นวัตกรรมและการลงทุน” นำร่องยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย ภายใต้ความร่วมมือ FAO และ NACA</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง จับมือ STF ขับเคลื่อนความปลอดภัยทางทะเล ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับลูกเรือประมง ยกระดับแรงงานภาคประมงไทยสู่มาตรฐานสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3655561</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 13:33:48 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3655561</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การกู้ชีพ การช่วยเหลือคนจมน้ำ และการดับเพลิงเบื้องต้นสำหรับลูกเรือประมง” โดยมีนายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีลูกเรือประมงจากจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงชาวประมงในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมอบรมกว่า 80 ราย ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานภาคประมงไทยให้มีความรู้ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า… ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สุขอนามัย และการคุ้มครองสวัสดิภาพของคนทำการประมงมาอย่างต่อเนื่อง ตามกฎกระทรวง ในเรื่องระบบความปลอดภัยประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงต้องจัดให้มีคนประจำเรืออย่างน้อยหนึ่งคนผ่านการอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐ เพื่อให้การออกทำประมงเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งภาคการประมงไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ เป็นแหล่งสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP) ในการส่งออก และการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญและเป็นแหล่งอาหารโปรตีนหลักสำหรับการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภาคการประมงที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของชาติ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมงจึงได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้นสำหรับผู้ควบคุมเรือและแรงงานประมงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ลูกเรือประมง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุระหว่างปฏิบัติงานในทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3655561">กรมประมง จับมือ STF ขับเคลื่อนความปลอดภัยทางทะเล ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับลูกเรือประมง ยกระดับแรงงานภาคประมงไทยสู่มาตรฐานสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ข่าวดี พ.ร.บ. ประมงใหม่ ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ปรับ 71 มาตรา ลดโทษ–เพิ่มสิทธิทำประมงพื้นบ้าน ฟื้นชีวิตชาวประมงไทย สอดรับมาตรฐานสากล หนุนประมงไทยเป็นครัวโลกอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3648172</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 10:54:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3648172</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายทั้งภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคประชาชน ที่ผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ของประเทศไทย โดยการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. …. ขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ในพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ขึ้นมา โดยบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้มุ่งหมายเพื่อการจัดระเบียบการประมงในประเทศไทยและในน่านน้ำทั่วไป เพื่อป้องกันมิให้มีการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้อยู่ในภาวะที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษยชาติอย่างยั่งยืน และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดำรงอยู่ในสภาพที่เหมาะสมตามแนวทาง กฎเกณฑ์ และมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในนานาประเทศ รวมทั้ง คุ้มครองสวัสดิภาพของคนประจำเรือ และป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมายในภาคการประมง ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่น ทั้งนี้ จากการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. …. ซึ่งใช้ระยะเวลารวมแล้วกว่า 4 ปี (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2564) ขณะนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3648172">ข่าวดี พ.ร.บ. ประมงใหม่ ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ปรับ 71 มาตรา ลดโทษ–เพิ่มสิทธิทำประมงพื้นบ้าน ฟื้นชีวิตชาวประมงไทย สอดรับมาตรฐานสากล หนุนประมงไทยเป็นครัวโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไปรษณีย์ไทย x กรมประมง” เปิดเส้นทางส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดต่างประเทศ เสริมช่องทางให้ผปก. ประเดิมเฟสแรก 5 ปลายทาง “อเมริกา – เอเชีย” รุกหนุนแบรนด์ดิ้งประเทศไทยแหล่งผลิตสัตว์น้้ำสวยงาม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/logistics/3646591</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 17:13:06 +0700</pubDate>
				<category>logistics</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3646591</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จับมือกรมประมงเปิดบริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรก โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม 2568 ส่งออกปลากัด ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปตลาดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะรองรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงกว่า 10,000 ราย ภายใต้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ โดยปัจจุบันตลาดสัตว์น้ำสวยงามโลกมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 11% และมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีสัดส่วนถึง 40% ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยได้วางแนวทางเพื่อก้าวข้ามบทบาทการเป็นผู้ให้บริการรับ–ส่งพัสดุสู่ผู้ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดได้พัฒนาความร่วมมือกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขับเคลื่อนการส่งสัตว์น้ำสวยงามไปยังตลาดต่างประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสะท้อนบริการของไปรษณีย์ไทยภายใต้กลยุทธ์ Parcel Defined Logistics ซึ่งเป็นการออกแบบระบบการขนส่งให้สอดคล้องกับทุกประเภทสินค้า ทั้งสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สินค้าที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ บริการส่งสินค้าไซส์จัมโบ้ บริการส่งด่วนผลไม้ รวมทั้งที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยได้ส่งสัตว์น้ำสวยงามในประเทศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/logistics/3646591">ไปรษณีย์ไทย x กรมประมง” เปิดเส้นทางส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดต่างประเทศ เสริมช่องทางให้ผปก. ประเดิมเฟสแรก 5 ปลายทาง “อเมริกา – เอเชีย” รุกหนุนแบรนด์ดิ้งประเทศไทยแหล่งผลิตสัตว์น้้ำสวยงาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง จับมือ ม.เกษตร เปิดเกมรุกยกระดับสินค้าประมง ขยายโอกาสทางการตลาด ด้วยกลยุทธ์การขายยุคใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3635554</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 11:10:13 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3635554</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “ตลาดนำ สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าประมงคุณภาพ” เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการตลาด และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าประมงคุณภาพสู่ผู้บริโภค โดยมี นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และ ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิงคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย คณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าประมงเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ภายใต้ตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีความสด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการกระจายสินค้าประมงคุณภาพสู่ผู้บริโภค ผ่านการดำเนินงานร้าน Fisherman Shop เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “ตลาดนำ สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าประมงคุณภาพ” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดและขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าประมง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยีการแปรรูปสัตว์น้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3635554">กรมประมง จับมือ ม.เกษตร เปิดเกมรุกยกระดับสินค้าประมง ขยายโอกาสทางการตลาด ด้วยกลยุทธ์การขายยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมสั่งการเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมงทุกพื้นที่เสี่ยงพายุ “วิภา”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3623719</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jul 2025 16:51:54 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3623719</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง สั่งการเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะ เรือและรถบรรทุกยกสูง เข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังจากสถานการณ์ของพายุโซนร้อน &#8220;วิภา&#8221; ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนี้พายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว โดยกรมประมง ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพิษณุโลกและลำปาง 39 นาย เรือตรวจการประมง 9 ลำ และรถบรรทุกยกสูง 9 คัน เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน พร้อมทั้งสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมการเฝ้าระวัง บ่อปลา กระชังในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งสนับสนุนการป้องกัน ระงับยับยั้งเรือประมง ตามประกาศงดเดินเรือของจังหวัด ตลอดจนเตรียมพร้อมให้สำนักงานประมงจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ “ก.ช.ภ.อ.” คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกิ่งอำเภอ “ก.ช.ภ.กอ.” และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด “ก.ช.ภ.จ.” ได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ท้ายนี้ กรมประมงจะดำเนินการในทุกมิติอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการให้ความช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วน และการให้คำแนะนำ รวมถึงการเข้าสำรวจและเยียวยาเกษตรกรชาวประมงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในครั้งนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3623719">กรมประมง ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมสั่งการเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมงทุกพื้นที่เสี่ยงพายุ “วิภา”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมงโชว์ไอเดียแปรรูป “สาหร่ายผักกาดทะเล” พลิกโฉมสู่แพ็กเกจจิงรักษ์โลกและสารสกัดเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3623214</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 17:12:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3623214</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมงพลิกโฉม “สาหร่ายผักกาดทะเล” สู่บรรจุภัณฑ์ชีวภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เดินหน้ายกระดับงานวิจัยพร้อมต่อยอดและขยายผลในวงกว้าง มุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ภายใต้แนวทาง “ตลาดนํา นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของความเค็มได้ดี เจริญเติบโตเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะเวลาอันสั้นและตลอดทั้งปี ประกอบกับมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีราคาจำหน่ายสูง จึงมีความเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์และแปรรูปอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรักสุขภาพที่มีแนวโน้มความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยกรมประมงได้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งการเพาะเลี้ยง การเก็บรักษา การแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการขยายช่องทางการตลาด สามารถขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรจนประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา มีปริมาณผลผลิตสาหร่ายทะเลสูงถึง 1,031.31 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 43,335,000 บาท ด้าน นางสาวพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กล่าวเสริมในรายละเอียดว่า “สาหร่ายผักกาดทะเล” จัดว่าเป็นวัตถุดิบที่มีศักยภาพสูงสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอาหารฟังก์ชัน หรือ Functional Foods ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและส่งเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3623214">กรมประมงโชว์ไอเดียแปรรูป “สาหร่ายผักกาดทะเล” พลิกโฉมสู่แพ็กเกจจิงรักษ์โลกและสารสกัดเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง..ผนึกกำลังชุมชน Kick Off “ประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้านจากโขงสู่กว๊านพะเยา”ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 15 ล้านตัว คืนสู่แหล่งต้นน้ำ หนุนเพิ่มประชากรในช่วงฤดูวางไข่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3620983</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 14:44:27 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3620983</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ บ้านศรีดอนชัย ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กรมประมง..เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำครั้งใหญ่! จัด Kick Off เปิดโครงการฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงแหล่งน้ำสำคัญ “ประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้านจากโขงสู่กว๊านพะเยา” ประจำปีงบประมาณ 2568 ผนึกกำลังชุมชนปล่อยพันธุ์ปลาที่เพาะพันธุ์ได้จากชุดเพาะพันธุ์ปลาแบบเคลื่อนที่ (Mobile Hatchery) ลงสู่ลำน้ำโขงแหล่งต้นน้ำในช่วงฤดูปลาวางไข่ รวมกว่า 15 ล้านตัว พร้อมมอบพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน 1 แสนตัว ให้ตัวแทนชุมชน 18 ชุมชน 22 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีผู้นำชุมชน ข้าราชการ นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวว่า โครงการฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรประมงแหล่งน้ำสำคัญ “ประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้าน” เป็นโครงการที่กรมประมงได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เพื่อฟื้นฟูผลผลิตสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศวิทยาให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์สู่แหล่งต้นน้ำและแม่น้ำสาขา ด้วยการร่วมกับชุมชนในพื้นที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยด้วยชุดอุปกรณ์เพาะพันธุ์ปลาแบบเคลื่อนที่ (Mobile hatchery) และนำผลผลิตลูกปลาวัยอ่อนที่ได้ปล่อยคืนสู่ต้นน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3620983">กรมประมง..ผนึกกำลังชุมชน Kick Off “ประมงร่วมอาสาพาปลากลับบ้านจากโขงสู่กว๊านพะเยา”ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 15 ล้านตัว คืนสู่แหล่งต้นน้ำ หนุนเพิ่มประชากรในช่วงฤดูวางไข่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำที่มาพร้อมกับหน้าฝน พร้อมแนะแนวทางการเลี้ยงและการป้องกัน เพื่อช่วยลดความสูญเสีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3613902</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 14:17:33 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3613902</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า… ด้วยขณะนี้ประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่และมีสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจกระทบต่อคุณภาพน้ำในบ่อดิน กระชัง และระบบเลี้ยงอื่น ๆ ทั้งในด้านอุณหภูมิ ปริมาณออกซิเจน ความเป็นกรด–ด่าง และความขุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้สัตว์น้ำเกิดความเครียด ปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงต่อการติดโรคและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มี แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ซึ่ง นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมประมง ได้มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงจึงได้มีแผนเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2568 (ด้านประมง) และสั่งการหน่วยงานที่มีที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัด พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ กรมประมงจึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น สำหรับโรคสัตว์น้ำที่มักพบและควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน มีดังนี้ โดยแนวทางในการป้องกันโรคข้างต้นรวมถึงโรคอื่นที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางในการดูแลสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน มีดังนี้ ทั้งนี้ หากเกษตรกรพบปัญหาด้านโรคสัตว์น้ำ สามารถขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำได้ที่กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง หมายเลขโทรศัพท์ 0-2579-4122 รวมทั้งสามารถติดต่อสำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานประมงอำเภอหรือหน่วยงานอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3613902">กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำที่มาพร้อมกับหน้าฝน พร้อมแนะแนวทางการเลี้ยงและการป้องกัน เพื่อช่วยลดความสูญเสีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โฆษกกรมประมงเผยยอดรับซื้อปลาหมอคางดำ 1 เดือน 2,298,422 กิโลกรัม เน้นย้ำความเชื่อมั่น กรมประมงดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องทุกมิติ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3612752</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2025 16:59:52 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3612752</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า ผลักดันให้รัฐบาลจัดงบประมาณ งบกลางเร่งด่วน เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ จำนวน 97,817,400 บาท ให้แก่กรมประมง เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหา ภายใต้ 2 มาตรการหลัก ดังนี้ มาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด จำนวน 92,004,056 บาท และมาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ จำนวน 5,813,344 บาท โดยกรมประมงได้ดำเนินการรับซื้อปลาหมอคางดำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ผ่านจุดรับซื้อในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช และสงขลา แบ่งเป็น ราคารับซื้อปลาหมอคางดำ 15 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3612752">โฆษกกรมประมงเผยยอดรับซื้อปลาหมอคางดำ 1 เดือน 2,298,422 กิโลกรัม เน้นย้ำความเชื่อมั่น กรมประมงดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องทุกมิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมประมง…หนุนเกษตรกรเปลี่ยน “บ่อกุ้งร้าง” เพื่อสร้างรายได้ด้วยการเลี้ยง “ปูทะเล”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3612374</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2025 12:13:09 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3612374</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมประมง&#8230;ส่งเสริมการเพาะเลี้ยง “ปูทะเล” ในบ่อกุ้งร้าง หวังฟื้นแหล่งผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจให้กลับมามีศักยภาพอีกครั้ง  หนุนสร้างอาชีพ สร้างรายได้ใหม่ให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ตามนโยบายของนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เขตชายฝั่งทะเลผ่านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งทะเลของไทยต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ราคาตกต่ำ และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งจำเป็นต้องยุติการเลี้ยง และปล่อยบ่อกุ้งทิ้งร้างอย่างไร้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ผลักดันแนวทางการฟื้นฟูบ่อกุ้งร้าง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพ มุ่งสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นที่มีศักยภาพสูงและเหมาะสมกับพื้นที่เดิม ซึ่งหนึ่งในสัตว์น้ำทางเลือกที่ได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องคือ “ปูทะเล” ซึ่งถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และจำหน่ายได้ราคาดี มีความต้องการสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญสามารถนำมาเลี้ยงในบ่อเดิมที่เคยเลี้ยงกุ้งทะเลได้โดยไม่ต้องลงทุนปรับปรุงมากนัก โดยแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ชายฝั่ง แต่ยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดพื้นที่รกร้าง และส่งเสริมอาชีพประมงให้กลับมาเข้มแข็งและยั่งยืนอีกครั้ง นายวิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงครามเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่กรมประมงส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปูทะเลในบ่อกุ้งร้าง ซึ่งยังมีบ่อที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์กว่า 1,000 ไร่ เพื่อปรับเปลี่ยนมาใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยใช้ต้นทุนที่น้อยลง แต่ได้ผลตอบแทนหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับทางจังหวัดมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสภาพแวดล้อมที่ดี เกษตรกรจึงสามารถดึงน้ำจากธรรมชาติมาเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างเช่นปูทะเลได้ทั้งในรูปแบบธรรมชาติ กึ่งธรรมชาติ และเชิงพาณิชย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3612374">กรมประมง…หนุนเกษตรกรเปลี่ยน “บ่อกุ้งร้าง” เพื่อสร้างรายได้ด้วยการเลี้ยง “ปูทะเล”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
