<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/health_th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/health_th</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Jun 2026 11:08:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[จัดการปัญหาสิวให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ด้วยเลเซอร์รักษาสิวที่ BSL Clinic]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729359</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 10:55:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729359</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาสิวที่มักขึ้นซ้ำซาก ทั้งบริเวณใบหน้าหรือกรอบหน้า เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจและบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปล่อยทิ้งไว้หรือพยายามดูแลด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดรอยดำ รอยแดง หรือรอยแผลเป็นที่ยากต่อการฟื้นฟู การดูแลสิวด้วยเลเซอร์รักษาสิวจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยดูแลตามสาเหตุ ให้เหมาะกับปัญหาสิวของแต่ละบุคคล เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาแลดูสุขภาพดีและคืนความมั่นใจให้กล้าเผยผิวได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ทำไมการรักษาสิวด้วยตัวเองถึงอาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาผิว? หลายคนมักเลือกดูแลสิวด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อยาทาเพื่อหวังให้สิวยุบตัวลง หรือการพยายามกดและบีบสิวอักเสบ ซึ่งวิธีการเหล่านี้มักเป็นการจัดการปัญหาที่ปลายเหตุและมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้กระบวนการอักเสบของสิวเกิดการลุกลาม แรงกดอาจทำให้หนองและเชื้อแบคทีเรียกระจายตัวลงลึกสู่ชั้นผิว จนทิ้งรอยดำรอยแดงที่ฝังลึกเอาไว้&#160; นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวยังอาจไปทำลายความสมดุลตามธรรมชาติ ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงและเกิดการอุดตันหรือเป็นสิวใหม่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว ทางเลือกฟื้นฟูผิวที่ BSL Clinic การดูแลผิวที่ BSL Clinic ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อการดูแลที่ครอบคลุมสาเหตุการเกิดสิว โดยมุ่งเน้นการจัดการปัญหาจากต้นตอ เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และส่งเสริมผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อสภาพผิวในระยะยาว ประเมินผิวแบบ Case by Case โดยแพทย์ที่ดูเเลด้านสิว จุดเด่นที่สำคัญคือการให้เวลาในการประเมินผิวโดยแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจถึงกลไกการเกิดสิว เพราะสภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การวิเคราะห์สาเหตุการเกิดสิวอย่างละเอียดแบบ Case by Case จึงเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ตัวยาและเทคโนโลยีที่ใช้ตอบสนองต่อปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้เป้าหมาย สิวลดลง ผิวใสขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดการปัญหาสิวที่ต้นเหตุ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ เพื่อการดูแลที่สาเหตุที่แท้จริง ทางคลินิกมีการใช้เทคโนโลยีโปรแกรมเลเซอร์สิวที่ออกแบบมาเพื่อส่งผ่านพลังงานลงไปช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป พร้อมทั้งช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบภายใต้ชั้นผิว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729359">จัดการปัญหาสิวให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ด้วยเลเซอร์รักษาสิวที่ BSL Clinic</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729348</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 10:52:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729348</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเคยพูดหรือได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยๆ เช่น ขอแสงเพิ่มหน่อย, ตัวหนังสือเล็กไปหรือเปล่า, เดี๋ยวขอยืดแขนก่อนอ่านไม่ชัด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้ว อาการมองใกล้ไม่ชัด อ่านข้อความในโทรศัพท์ลำบาก หรือเริ่มต้องพกแว่นอ่านหนังสือติดตัวตลอดเวลา เป็นสัญญาณของ &#8220;สายตายาวตามวัย&#8221; ภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และกำลังกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนยุคดิจิทัลมากกว่าที่คิด พญ.ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัด แก้ไขสายตา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมการใช้สายตาเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอแทบตลอดวัน ทั้งการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การตอบแชตผ่านสมาร์ตโฟน การประชุมออนไลน์ รวมถึงการขับรถในเวลากลางคืน ทำให้อาการมองใกล้ไม่ชัดเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในคนวัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะ &#8220;สายตายาวตามวัย&#8221; &#8220;สายตายาวตามวัย&#8221; เกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์ตาจะค่อยๆ แข็งตัวและสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้ดวงตาไม่สามารถโฟกัสวัตถุระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าอาการมองใกล้ไม่ชัดเป็นเรื่องปกติของอายุ และคิดว่าการใส่แว่นคือทางออกเดียว แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น และลดการพึ่งพาแว่นตาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย ปัจจุบันมีเทคโนโลยี &#8220;PRESBYOND&#8221; ซึ่งเป็นนวัตกรรมเลสิคที่ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของการมองเห็นทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ตอบโจทย์การใช้สายตาในชีวิตประจำวันมากขึ้น พญ.ชญาตา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729348">รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลพระรามเก้า ผนึก NIA และ 32 ภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพไทยสู่อนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 10:45:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729331</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือภายใต้ &#8220;โครงการนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืน&#8221; กับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์ สุขภาพ และ Wellness รวม 32 องค์กร เพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพของประเทศ เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub) ของภูมิภาคอาเซียน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมด้าน MedTech, HealthTech และ Wellness ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถานพยาบาล เพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมที่มีศักยภาพจากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนามาตรฐาน การทดสอบนวัตกรรม และการสร้างโอกาสการเติบโตเชิงพาณิชย์ให้กับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทย นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรงพยาบาลพระรามเก้ามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงพลังของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคการแพทย์ ในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม &#8220;บทบาทของโรงพยาบาลพระรามเก้าในความร่วมมือครั้งนี้ คือการร่วมเป็นพันธมิตรด้านการแพทย์และสถานพยาบาลที่ช่วยประเมินความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์หรือแพลตฟอร์มจากสตาร์ตอัปและงานวิจัยว่าสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของโรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสมเพียงใด รวมถึงให้ข้อเสนอแนะด้าน Clinical workflow, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729331">โรงพยาบาลพระรามเก้า ผนึก NIA และ 32 ภาคีเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพไทยสู่อนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจาะลึก Smart Hospital รามาธิบดี เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้ป่วย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729252</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 09:11:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729252</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และจำนวนผู้ป่วยโรคซับซ้อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบสาธารณสุขยุคใหม่จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้รวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึงมากขึ้น สิ่งนี้คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญเบื้องหลัง “โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี” ที่เป็นมากกว่าการเพิ่มพื้นที่ในการ รักษาผู้ป่วย แต่เป็นการวางรากฐานระบบการแพทย์แห่งอนาคตของประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ Smart Hospital หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ ซึ่งผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบ Internet of Things (IoT) เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ เพื่อรองรับความท้าทายด้านสุขภาพ และพันธกิจด้านการบริการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรมของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีในอนาคต “เทคโนโลยี” ไม่ได้แทนที่คน แต่ช่วยให้ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิด Smart Hospital เทคโนโลยีเข้ามาเป็น ‘ผู้ช่วย’ สำคัญของบุคลากร ทางการแพทย์ ตั้งแต่ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล หุ่นยนต์ที่ช่วยลดภาระงาน ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT ที่ช่วยติดตามอาการผู้ป่วยแบบ Real-Time [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729252">เจาะลึก Smart Hospital รามาธิบดี เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้ป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ตรงจุด ด้วยวัคซีน High Dose]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729211</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:40:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729211</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลหัวเฉียว ห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุจากภัยเงียบโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจที่อาจดูเหมือนธรรมดา แต่แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หลอดลมอักเสบ และปอดบวม ที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แบบ High Dose สามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคได้สูงถึง 70 &#8211; 80% ทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมรับมือกับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆ ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป อีกทั้งลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และลดอัตราการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729211">ป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ตรงจุด ด้วยวัคซีน High Dose</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729185</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:35:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729185</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย “Active Living Forum 2026” ภายใต้แนวคิด “Every Move Counts” หรือ “ทุกขยับนับหมด” โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ภาควิชาการ ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคมจากทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร        นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโรค NCDs ควบคู่กับพฤติกรรมเนือยนิ่งและการนั่งนานที่เพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS+ ที่เปลี่ยนจาก “การซ่อมสุขภาพ” ไปสู่ “การสร้างสุขภาพ” ยึดหลักการป้องกันโรคที่ดีที่สุด คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729185">สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare เปลี่ยน Food Waste สู่ Future Fuel มุ่งสู่ Net Zero Healthcare Ecosystem]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729118</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:20:28 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729118</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ร่วมกับ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด และ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ภายใต้โครงการ “Fry to Fly” ของกลุ่มบริษัทบางจาก ตอกย้ำความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างคุณค่าจากทรัพยากรใช้แล้ว และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พิธีลงนามจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยมี&#160;นายอิทธิ ทองแตง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล,&#160;นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729118">เครือ รพ. พญาไท-เปาโล จับมือกลุ่มบริษัทบางจาก ขับเคลื่อน Sustainable Healthcare เปลี่ยน Food Waste สู่ Future Fuel มุ่งสู่ Net Zero Healthcare Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้ก่อนสตาร์ท! พร้อมไปต่อกับ “วิ่งมาราธอน” ฟีเวอร์ เจาะลึกการรักษาและฟื้นฟู คืนสู่สนามได้อย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729087</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 17:14:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729087</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ทั่วโลกรวมถึงคนไทยกำลังอยู่ในกระแส “วิ่งมาราธอน” ฟีเวอร์ ซึ่งไม่ใช่แค่เทรนด์การออกกำลังกาย แต่ผสมผสานกีฬาเข้ากับสังคม แฟชั่น และการท่องเที่ยว จนเกิดเป็น &#8220;Run Club&#8221; รูปแบบใหม่ กลายเป็นสเตตัสทางสังคมที่บ่งบอกถึงวินัย ความใส่ใจสุขภาพ และเป็นพื้นที่สงบทางใจ ภายใต้ภาพความสำเร็จที่เส้นชัย หลายคนอาจมองไม่เห็นว่า การวิ่งมาราธอนมีความเสี่ยงแฝงอยู่มากมาย หากขาดความเข้าใจ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีความห่วงใยขอพาไปเจาะลึกโลกมาราธอน ทั้งการเตรียมตัวอย่างมีกลยุทธ์ และที่สำคัญที่สุดคือ ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่นักวิ่งต้องเจอ พร้อมแนวทางการรักษาเพื่อคืนสู่สนามได้อย่างยั่งยืน  เรื่องต้องรู้ก่อนสตาร์ท! ไปกับกระแสฟีเวอร์ หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนตัวเองจากนักวิ่งหน้าใหม่ในสวนสาธารณะไปสู่การเป็น &#8220;นักวิ่งมาราธอน&#8221; นั้น ไม่ได้อยู่ที่ความใจสู้ แต่อยู่ที่ &#8220;กระบวนการเตรียมตัวอย่างมีวิทยาศาสตร์&#8221; ประกอบด้วย 3 แกนหลัก การสะสมระยะทาง (Base Building):ร่างกายมนุษย์ต้องการเวลาในการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หัวใจ ปอด เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาพัฒนาอย่างน้อย 4-6 เดือน นักวิ่งจำเป็นต้องเพิ่มระยะทางวิ่งรวมต่อสัปดาห์ไม่เกิน 10% เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป ตารางซ้อมที่สมดุล:การซ้อมมาราธอนไม่ใช่แค่การวิ่งยาว (Long Run) แต่ต้องผสมผสานการวิ่งแบบ Easy Run เพื่อสร้างความอึด, Tempo Run เพื่อพัฒนาความทนทานต่อกรดแลกติก และที่สำคัญที่สุดคือ Strength Training หรือการเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางและขาให้แข็งแรงพอ สารอาหารและการพักผ่อน (Nutrition &#38; Recovery):คาร์โบไฮเดรตคือเชื้อเพลิงหลัก การโหลดสารอาหารที่ถูกต้องทั้งก่อน ซ้อม และหลังซ้อม รวมถึงการนอนหลับให้สนิทวันละ 7-8 ชั่วโมง คือช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม อีกมุมหนึ่งคือ ความเสี่ยงและอาการบาดเจ็บ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729087">รู้ก่อนสตาร์ท! พร้อมไปต่อกับ “วิ่งมาราธอน” ฟีเวอร์ เจาะลึกการรักษาและฟื้นฟู คืนสู่สนามได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลเอกชล จัดเวิร์กชอปฟรี “Mother Class คุณแม่คุณภาพกับเอกชล ครั้งที่ 2” ชวนคุณแม่ตั้งครรภ์เตรียมความพร้อมก่อนคลอด พร้อมรับส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728899</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 14:43:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728899</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลเอกชล เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ ประกาศจัดกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ &#8220;Mother Class คุณแม่คุณภาพ กับเอกชล&#8221; ครั้งที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 &#8211; 12.00 น. เพื่อให้ความรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ในการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างมั่นใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรม ภายในงาน คุณแม่และผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับไฮไลต์สาระความรู้และกิจกรรมภาคปฏิบัติมากมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้: เสวนาเจาะลึก &#8220;คลอดเอง vs ผ่าคลอด&#8221;: ร่วมรับฟังข้อดีและข้อจำกัดของการคลอดแต่ละรูปแบบอย่างละเอียด โดยสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยในการวางแผนและตัดสินใจอย่างถูกต้อง เวิร์กชอปฝึกทักษะการดูแลทารก: ลงมือปฏิบัติจริงกับการฝึกอาบน้ำและอุ้มลูกน้อยอย่างถูกวิธีภายใต้คำแนะนำของพยาบาลวิชาชีพ กิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่: เรียนรู้ท่ากายบริหารที่ถูกต้องเพื่อการฟื้นฟูรูปร่างและสุขภาพหลังคลอดอย่างปลอดภัย Exclusive Tour: เปิดบ้านพาเข้าชมสถานที่จริง ทั้งห้องคลอดและห้องดูแลเด็กอ่อน (เนอสเซอรี่) เพื่อสร้างความคุ้นเคยและมั่นใจในมาตรฐานการบริการ นอกจากสาระความรู้แล้ว โรงพยาบาลเอกชลยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับคุณแม่ที่เข้าร่วมงานและตัดสินใจจองแพ็กเกจคลอดภายในกิจกรรม รับส่วนลดทันที 2,000 บาท กิจกรรม &#8220;Mother Class คุณแม่คุณภาพ กับเอกชล&#8221; ครั้งที่ 2 เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมงานจำนวนจำกัด สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สนใจสามารถสำรองสิทธิ์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกการตลาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728899">โรงพยาบาลเอกชล จัดเวิร์กชอปฟรี “Mother Class คุณแม่คุณภาพกับเอกชล ครั้งที่ 2” ชวนคุณแม่ตั้งครรภ์เตรียมความพร้อมก่อนคลอด พร้อมรับส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Ayasan Holdings เปิดตัวบริการดูแลผู้สูงอายุ “Ayasan Cares” รับตลาดบริการดูแลผู้สูงอายุแบบเยี่ยมบ้านและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทยโตต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3728729</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:35:37 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728729</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุแบบเยี่ยมบ้าน (Home Care) และบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่การดูแลผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว แต่ด้วยการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว และจำนวนครอบครัวที่มีสมาชิกทำงานนอกบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้การใช้บริการดูแลผู้สูงอายุจากภาคเอกชนได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังมีผู้เกษียณอายุจากประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และประเทศตะวันตกอื่น ๆ เลือกย้ายมาพำนักระยะยาวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุ บริการช่วยเหลือการใช้ชีวิตประจำวัน และบริการผู้ดูแล (Caregiver) ขยายตัวทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว Ayasan Cares ซึ่งเป็นแบรนด์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้สูงอายุภายใต้ Ayasan Holdings Co., Ltd. ได้เดินหน้าขยายการให้บริการดูแลผู้สูงอายุแบบเยี่ยมบ้านในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ในการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันแก่ผู้รับบริการจำนวนมากทั่วประเทศ Ayasan Cares ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการให้บริการด้านการดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ภายใต้เครือ Ayasan Holdings ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการดูแลครอบครัว บริการแม่บ้าน บริการพี่เลี้ยงเด็ก และบริการช่วยเหลือการใช้ชีวิตในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทได้ร่วมมือและประสานงานกับสถาบันทางการแพทย์หลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับบริการดูแลผู้สูงอายุและพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางจำนวนผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมโยงระหว่างบริการทางการแพทย์และบริการดูแลที่บ้านจึงได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน ปัจจุบัน ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตนเองต่อไปมากกว่าการย้ายเข้าสถานดูแลผู้สูงอายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3728729">Ayasan Holdings เปิดตัวบริการดูแลผู้สูงอายุ “Ayasan Cares” รับตลาดบริการดูแลผู้สูงอายุแบบเยี่ยมบ้านและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทยโตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คณะสหเวชศาสตร์ ดำเนินโครงการยกระดับการดูแลผู้สูงอายุด้วยโภชนบำบัดแม่นยำที่บูรณาการข้อมูลสุขภาพช่องปากและผลทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ภายใต้โครงการศูนย์สัมฤทธิ์สุข]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728678</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:24:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728678</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน ด้วยโภชนบำบัดแม่นยำที่บูรณาการข้อมูลสุขภาพช่องปากและผลทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ภายใต้โครงการศูนย์สัมฤทธิ์สุข มหาวิทยาลัยพะเยา ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุกแบบบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และข้อมูลสุขภาพรายบุคคล มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนโภชนบำบัดอย่างแม่นยำและเหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละราย  คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ดำเนินโครงการบริการวิชาการแก่ชุมชน “ยกระดับการดูแลผู้สูงอายุด้วยโภชนบำบัดแม่นยำที่บูรณาการข้อมูลสุขภาพช่องปากและผลทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์” โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยพะเยา ได้แก่ คณะสหเวชศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 06.30 – 12.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างยั่งยืน ภายในพิธีเปิดโครงการ ได้รับเกียรติจาก นายสันติ สารเร็ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส กล่าวต้อนรับคณะผู้ดำเนินโครงการและผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 3 คณะร่วมกล่าวต้อนรับและแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ประกอบด้วย ศ.ทพญ.ดร.พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ผศ.ดร.สุริศักดิ์ ประสานพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728678">คณะสหเวชศาสตร์ ดำเนินโครงการยกระดับการดูแลผู้สูงอายุด้วยโภชนบำบัดแม่นยำที่บูรณาการข้อมูลสุขภาพช่องปากและผลทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ภายใต้โครงการศูนย์สัมฤทธิ์สุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งปากมดลูก โรคที่ป้องกันได้ แต่ยังพรากชีวิตผู้หญิงไทยอยู่ทุกวัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:23:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728667</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ในปัจจุบัน วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV และเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ในแต่ละปี ประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่หลายพันราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จำนวนไม่น้อย สิ่งที่น่าเสียดายคือ มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นเหตุ และหากตรวจพบในระยะเริ่มต้น ก็มีโอกาสรักษาได้ผลดีอย่างมาก  พญ.อสมา วาณิชตันติกุล สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลเมดพาร์ค อธิบายว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขาดเทคโนโลยีการรักษา แต่อยู่ที่การที่ผู้หญิงจำนวนมากยังไม่ได้เข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ “มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกมักไม่มีอาการ ผู้ป่วยหลายรายจึงไม่ทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติ จนกระทั่งเริ่มมีเลือดออกผิดปกติ ตกขาวผิดปกติ หรือมีอาการอื่น ๆ ซึ่งหลายครั้งโรคอาจลุกลามไปมากแล้ว”  เชื้อ HPV จุดเริ่มต้นของมะเร็งที่หลายคนมองข้าม มะเร็งปากมดลูกกว่า 99% มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ HPV 18 เชื้อชนิดนี้ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ ทั้งการสอดใส่ การสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 80% มีโอกาสติดเชื้อ HPV อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะกลายเป็นมะเร็ง เนื่องจากในคนส่วนใหญ่ ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 1-2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728667">มะเร็งปากมดลูก โรคที่ป้องกันได้ แต่ยังพรากชีวิตผู้หญิงไทยอยู่ทุกวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส หนุนองค์กรเตรียมแผนรับมือผลกระทบเอลนีโญและฤดูพายุเฮอริเคน เพื่อคุ้มครองพนักงานและลดความเสี่ยงทางธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728556</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 14:42:46 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728556</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนะแนวทางให้องค์กรเสริมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยง ฤดูพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีการคาดการณ์ว่าจำนวนและความรุนแรงของพายุในปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต อย่างไรก็ดี อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย ได้เชิญชวนให้องค์กรต่าง ๆ มองการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นแรงผลักดันในการยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยง แทนที่จะใช้เป็นเหตุผลในการลดระดับความเข้มข้นของมาตรการเตรียมความพร้อม เนื่องจากคาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลให้รูปแบบสภาพอากาศมีความผันผวนและคาดเดาได้ยากมากยิ่งขึ้น องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NOAA) พยากรณ์ว่า พายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกปีนี้จะมีจำนวนและความรุนแรงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยคาดว่าจะมีพายุรุนแรงถึงระดับที่ต้องตั้งชื่อประมาณ 8-14 ลูก รวมถึงพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ 1-3 ลูก การคาดการณ์ดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะมีความรุนแรงในช่วงพีคของฤดูพายุเฮอริเคน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเอื้อให้เกิดการก่อตัวของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ไม่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุในมหาสมุทรแอตแลนติก จอช โดซอร์ (Josh Dozor) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการความช่วยเหลือด้านการแพทย์และความปลอดภัยของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า “แม้ในฤดูที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนและความรุนแรงของพายุจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่พายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังเช่นกรณีของเฮอริเคนแอนดรูว์ในปี 2535 ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยพายุเพียงลูกเดียวได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนและการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน การที่พายุสามารถทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วได้กลายเป็นลักษณะที่พบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้น องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องระมัดระวังและเตรียมความพร้อมในการรับมือตลอดฤดูพายุเฮอริเคน ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้” วิกเตอร์ เฟอร์เรรา (Victor Ferreira) ผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ส่วนงานบริการที่ปรึกษาของอินเตอร์เนชั่นแนล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728556">อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส หนุนองค์กรเตรียมแผนรับมือผลกระทบเอลนีโญและฤดูพายุเฮอริเคน เพื่อคุ้มครองพนักงานและลดความเสี่ยงทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วว. ผนึกกำลังพันธมิตรวิจัย-อุตสาหกรรมนานาชาติ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สเต็มเซลล์ ยกระดับเศรษฐกิจฐานชีวภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728485</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 12:27:03 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728485</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.พงศธร  ประภักรางกูล  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติในหัวข้อ “TISTR International Conference 2026 : Advancing Stem Cell and Extracellular Vesicle Technologies for Human Health&#8221; เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเซลล์บำบัดและอนุภาคนอกเซลล์ (extracellular vesicles) ระหว่างนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากในและต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัยและนวัตกรรมด้าน cell therapy และ EV-based therapy ตั้งแต่ระดับ preclinical จนถึงการผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง วว. และสถาบันวิจัยระดับนานาชาติในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงสำหรับการแพทย์และสุขภาพ รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างภาคการวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานกำกับดูแลในการขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมด้าน cell therapy ไปสู่การใช้งานทางคลินิกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในวันที่  8  มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728485">วว. ผนึกกำลังพันธมิตรวิจัย-อุตสาหกรรมนานาชาติ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สเต็มเซลล์ ยกระดับเศรษฐกิจฐานชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ ม.มหิดล ลงนาม MOU ศึกษาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศกับสุขภาพของคนไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728478</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 12:14:21 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728478</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย และ รองศาสตราจารย์ ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา วีรชาติยานุกูล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและศาลายา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อเดินหน้าโครงการวิจัยระดับเมกะเทรนด์ ภายใต้หัวข้อ “การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศกับสุขภาพของคนไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยได้รับการสนับสนุนจาก พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน (Prudence Foundation) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ณ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย กล่าวว่า “วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต พรูเด็นเชียล จึงมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความพร้อมให้แก่สังคมไทย ผ่านการลงทุนในองค์ความรู้และงานวิจัย การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ จะเป็นการนำความรู้เชิงวิชาการมาประยุกต์ใช้กับการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์และออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” รองศาสตราจารย์ ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า “วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เข้าร่วมความร่วมมือครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728478">พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ ม.มหิดล ลงนาม MOU ศึกษาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศกับสุขภาพของคนไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โปรแกรมตรวจคัดกรองผู้มีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก @รพ. หัวเฉียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728331</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 17:11:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728331</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตความผิดปกติ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความรุนแรงของโรค คลินิกสูตินรีเวช ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอมอบแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สำหรับคุณผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่น ปวดท้องน้อย หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติในระยะเริ่มต้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมวางแผนดูแลรักษาอย่างเหมาะสม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกสูตินรีเวช ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว โทร. 08-1234-1356</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728331">โปรแกรมตรวจคัดกรองผู้มีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก @รพ. หัวเฉียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อนามัยโพล เผย คนไทยดื่มนมมากขึ้น นมจืดครองใจอันดับ 1 เหตุเพราะดีต่อสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728235</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 16:12:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728235</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัยเผยผลสำรวจอนามัยโพล ปี 2569 พบคนไทยดื่มนมเป็นประจำทุกวันและดื่มในปริมาณที่เหมาะสมวันละ 2 แก้วเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยนิยมดื่มนมจืดมากที่สุด และเลือกดื่มนมเพราะเชื่อมั่นในคุณค่าทางโภชนาการ สะท้อนแนวโน้มการใส่ใจสุขภาพและความสำเร็จของการรณรงค์ส่งเสริมการดื่มนมอย่างต่อเนื่อง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงผลสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “พฤติกรรมการดื่มนม” ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2569 จำนวน 1,999 คน พบว่า คนไทยดื่มนมทุกวัน ร้อยละ 30.17 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน ร้อยละ 24.01 สูงขึ้นกว่าผลสำรวจปี 2567 ที่การดื่มนมทุกวันเพียงร้อยละ 19.6 และดื่ม 2 แก้วต่อวัน เพียงร้อยละ 11.9 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่นิยมดื่มนมจืดมากที่สุด ถึงร้อยละ 73.54 ส่วนสาเหตุที่ดื่มนมเพราะคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 76.69 นมเป็นสินค้าคุณภาพ ร้อยละ 42.07 และรสชาติของนม ร้อยละ 33.22 และหากมีนมติดบ้านจะช่วยให้คนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728235">อนามัยโพล เผย คนไทยดื่มนมมากขึ้น นมจืดครองใจอันดับ 1 เหตุเพราะดีต่อสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บาดแผลทางใจรักษาได้ไหม? ทำความเข้าใจ Trauma และ PTSD ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตคนยุคใหม่ รู้เท่าทัน 5 วิธีรับมือกับ PTSD ในชีวิตประจำวัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 14:41:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728163</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเคยเผชิญกับบาดแผลทางใจ ไม่ว่าจะมาจากวัยเด็ก ครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือเหตุการณ์ยากลำบากในชีวิต บางครั้งความรู้สึกเหล่านั้นอาจฝังลึกอยู่ในจิตใจและร่างกาย วิธีที่เราตอบสนองต่อโลกและผู้คนรอบตัวอาจเกิดจากบาดแผลทางใจ (Trauma) โดยไม่รู้ตัว โดยแสดงออกผ่านความวิตกกังวล ความรู้สึกชาชิน ทางอารมณ์ อาการปวดตามร่างกาย หรือการหลีกเลี่ยงผู้คนและสถานการณ์บางอย่างแต่บาดแผลจากวัยเด็กที่ฝังลึกในใจสามารถเยียวยาได้หรือไม่ หรือเราทำได้เพียงแค่เรียนรู้ที่จะรับมือกับบาดแผลเหล่านี้ให้ได้เท่านั้น ทำความเข้าใจ Trauma และ PTSD คืออะไร? บาดแผลทางใจ (Trauma) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อเหตุการณ์ที่ยากลำบากหรือรุนแรงเกินกว่าที่จิตใจจะรับมือได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย สำหรับบางคนประสบการณ์ในวัยเด็ก เช่น การถูกละเลยทางอารมณ์ ความขัดแย้งภายในครอบครัว การถูกกลั่นแกล้ง การถูกทำร้าย หรือการสูญเสีย อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวรวมถึงการวิธีแสดงออกในความสัมพันธ์ บาดแผลทางอารมณ์ที่ไม่รับการดูแลสามารถพัฒนาเป็นภาวะ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) ได้ ซึ่งสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ เช่น ความวิตกกังวลในการใช้ชีวิต การเห็นภาพเหตุการณ์ย้อนหลังซ้ำ ๆ (flashbacks) การถูกกระตุ้นทางอารมณ์ได้ง่าย ความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือการใช้ชีวิตด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา Mike Miller ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านคลินิกของ Yatra Trauma Centre กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728163">บาดแผลทางใจรักษาได้ไหม? ทำความเข้าใจ Trauma และ PTSD ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตคนยุคใหม่ รู้เท่าทัน 5 วิธีรับมือกับ PTSD ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แพทย์เตือน ลำไส้เสียสมดุล อาจกระทบสุขภาพมากกว่าที่คิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728126</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 13:51:05 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728126</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว “สุขภาพลำไส้” คือ จุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลร่างกายจากภายใน ปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพลำไส้ หรือ Gut Health ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการแพทย์ เนื่องจากมีข้อมูลวิจัยจำนวนมากที่พบว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญ การนอนหลับ รวมถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ซึ่งอาการท้องอืด อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เต็มที่ หรือภูมิแพ้ที่เป็นซ้ำ ๆ แท้จริงแล้ว อาจมีความเกี่ยวข้องกับ จุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ GUT Microbiome ทั้งทางตรงและทางอ้อม พญ.เพ็ญประไพ หงษ์ศรีสุวรรณ์ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเมดพาร์ค อธิบายว่า “ภายในลำไส้ของมนุษย์มีจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ร่วมกัน ทั้งชนิดที่เป็นประโยชน์และชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย” GUT Microbiome จุลินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ GUT Microbiome หรือ ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ คือ กลุ่มแบคทีเรียและจุลินทรีย์สุขภาพที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ โดยจุลินทรีย์แต่ละชนิดจะทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศเฉพาะบุคคล ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ลำไส้ถือเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ร่างกายต้องสัมผัสกับสิ่งภายนอกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728126">แพทย์เตือน ลำไส้เสียสมดุล อาจกระทบสุขภาพมากกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3728025</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 11:46:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728025</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรค PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยคาดว่า ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงราว 1 ใน 8 คน หรือมากกว่า 170 ล้านคนทั่วโลก1 แต่ชื่อเดิมนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า เป็นเพียง โรคถุงน้ำรังไข่ ทั้งที่บางรายอาจไม่พบถุงน้ำในรังไข่เลย2 ล่าสุด PCOS ได้รับการเสนอชื่อใหม่ในวงการสุขภาพทั่วโลกเป็น PMOS3 ซึ่งย่อมาจาก Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome เพื่ออธิบาย PCOS ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะถุงน้ำในรังไข่หรือระบบสืบพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ น้ำหนัก และสุขภาพในระยะยาว ประเด็นสำคัญของชื่อใหม่ คือ การชวนให้ผู้หญิงมองภาวะนี้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อื่นๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ4 โดยเฉพาะโรคอ้วนที่พบมากถึง 4 ใน 5 ของผู้หญิงที่มีภาวะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3728025">ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
