<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/pwc-thailand/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/pwc-thailand</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2026 11:07:38 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Thailand’s healthcare sector shifts towards preventive and personalised care, says PwC]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3735351</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 13:22:22 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735351</guid>

					<description><![CDATA[<p>BANGKOK, 29 June 2026 – Thailand’s healthcare sector is undergoing a fundamental shift from a ‘treat when sick’ model to one focused on prevention and personalised care, driven by advances in artificial intelligence (AI), increased use of data and changing consumer expectations, PwC Thailand says. The transformation is reshaping the healthcare landscape, requiring providers to adapt [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3735351">Thailand’s healthcare sector shifts towards preventive and personalised care, says PwC</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้เทรนด์เฮลแคร์ไทยพลิกสู่การป้องกันและการดูแลเฉพาะบุคคล หนุนองค์กรเร่งใชข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3735216</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 11:45:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735216</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย เผยอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากโมเดล ‘รักษาเมื่อป่วย’ สู่ ‘การดูแลเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล’ ตามกระแสโลก โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก AI การใช้ข้อมูล และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในระบบนิเวศที่กำลังขยายข้ามอุตสาหกรรม นางสาว ศนิชา อัครกิตติลาภ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดการดูแลสุขภาพ (healthcare) ของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และการดูแลสุขภาพให้มีอายุยืนยาว (longevity) โดยได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ผลกระทบจากโควิด–19 ปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกขึ้น “ทุกวันนี้โครงสร้างของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่แค่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผู้บริโภค เทคโนโลยี และเม็ดเงินลงทุน ซึ่งกำลังเร่งให้ระบบด้านสุขภาพขยับจากการรักษา ไปสู่การป้องกันและการดูแลแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น” นางสาว ศนิชา กล่าว “ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคในวันนี้มีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการเข้าถึงข้อมูล การเปรียบเทียบบริการ และการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ทำได้สะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้ ‘ผู้บริโภคสุขภาพ’ มีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น และคาดหวังประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับทั้งคุณภาพการดูแลและประสบการณ์ผู้ป่วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปได้อย่างแท้จริง” เธอ กล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงาน Global Health Report ของ PwC ระบุว่า อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก AI ข้อมูล และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้โมเดลการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อป่วย (reactive care) ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า (preventive care) และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่คือการเพิ่มคุณภาพชีวิต (healthspan) ที่ดีในระยะยาว ข้อมูลและ AI: กลไกสำคัญของการดูแลสุขภาพยุคใหม่ นางสาว ศนิชา กล่าวต่อว่า ‘ข้อมูล’ จะเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะต่อไป โดยผู้บริโภคจะยิ่งมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น ผ่านแอปพลิเคชัน หรือรายงานดิจิทัล แทนการเข้าถึงระบบแบบดั้งเดิมที่ต้องขอเอกสารจากสถานพยาบาล ทั้งนี้ องค์กรควรเร่งพัฒนาความสามารถด้านการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อรองรับการดูแลเชิงคาดการณ์ (predictive care) และการบริการที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี และการกำกับดูแลข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง ผู้ให้บริการจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจร (data lifecycle) ควบคู่กับการยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้ AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ์อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ โดยมีบทบาทในการคาดการณ์โรคล่วงหน้า สนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ และยกระดับการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ข้อมูลจากรายงาน Global Digital Trust Insights ประจำปี 2568 ของ PwC ระบุว่า ผู้นำในอุตสาหกรรมเฮลแคร์เพียง 24% มั่นใจว่าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ ขณะที่มีเพียง 19% ที่มั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้าน AI ระบบนิเวศเฮลแคร์ไทยขยายสู่ความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม  ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า นางสาว ศนิชา กล่าวว่า อุตสาหกรรมเฮลแคร์ของไทยจะพัฒนาไปสู่ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ค้าปลีก ประกันภัย หรือการขนส่ง โดยรูปแบบบริการจะผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เช่น การดูแลสุขภาพที่บ้านผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีและระบบการสื่อสารเพื่อบริการด้านสุขภาพ การแพทย์ทางไกล (telehealth) และบริการสุขภาพแบบครบวงจร “ในอนาคต การแข่งขันจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ให้บริการด้านสุขภาพแบบดั้งเดิม แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้เล่นในระบบนิเวศที่หลากหลาย ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับโมเดลธุรกิจเดิมจาก hospital-centric มาลงทุนในเทคโนโลยี ข้อมูล และการสร้างพันธมิตร เพื่อขยายระบบนิเวศของธุรกิจเฮลแคร์ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวมากขึ้น” เธอกล่าว </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3735216">PwC ชี้เทรนด์เฮลแคร์ไทยพลิกสู่การป้องกันและการดูแลเฉพาะบุคคล หนุนองค์กรเร่งใชข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Thailand infrastructure investment projected to hit THB21 trillion by 2050]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3728347</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 17:17:20 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728347</guid>

					<description><![CDATA[<p>Closing the infrastructure gap will be critical to long-term competitiveness, PwC says Annual infrastructure spending in Thailand is expected to rise from USD18bn in 2024 (approximately THB589bn)[1] to USD28 billion (approximately THB900bn) by 2050, bringing cumulative investment to USD641bn, or around THB21tn.  Transport will remain the largest investment segment through 2050, accounting for 44% of total investment, while power [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3728347">Thailand infrastructure investment projected to hit THB21 trillion by 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC แนะไทยเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน คาดเม็ดเงินลงทุนแตะ 21 ล้านล้านบาทในปี 2593]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3728064</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 12:18:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728064</guid>

					<description><![CDATA[<p>การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยต่อปี คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 (ราว 5.89 แสนล้านบาท)[1] เป็น 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนล้านบาท) ในปี 2593 ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมอยู่ที่ 641 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแตะระดับ 21 ล้านล้านบาท   ภาคคมนาคมจะยังเป็นภาคส่วนที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดจนถึงปี 2593 โดยคิดเป็น 44% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานคาดว่าเป็นภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุด  การลงทุนในอาคารศูนย์ข้อมูล จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวมประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.5 แสนล้านบาท)   PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ท่ามกลางแรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวที่คาดว่ามูลค่าการลงทุนสะสมจะสูงถึง 21 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 จากการเร่งลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ  ผลวิเคราะห์จากรายงาน PwC Global Infrastructure Outlook ปี 2593 ระบุว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2593 หรือเติบโตราว 56% สะท้อนความจำเป็นในการเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure gap) ของประเทศ  ในระดับโลก รายงานชี้ว่า เม็ดเงินลงทุนกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการลงทุนต่อปีจะเพิ่มขึ้นจาก 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 6.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2593 ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มูลค่าการลงทุนสะสมทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 151.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนการเร่งลงทุนของประเทศต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง การใช้พลังงานไฟฟ้า (electrification) และการเติบโตของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล  ทั้งนี้ ภาคคมนาคมยังคงเป็นสัดส่วนหลักของการลงทุนในไทย คิดเป็นประมาณ 44% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลกำลังเร่งตัว โดยเฉพาะการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (data centre) และเครือข่ายที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  นาย ณัฏฐ์ อัสดิษฐ์สกุล หุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า   “ประเทศไทยยังเผชิญช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน ระหว่างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและศักยภาพที่มีอยู่จริง ซึ่งยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นจากเมกะเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การลงทุนไม่ได้เป็นเพียงการรองรับการเติบโต แต่เป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”  นาย ณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า โอกาสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยจะกระจุกตัวในสามด้านหลัก ได้แก่  โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะdata centre ในพื้นที่ EEC ซึ่งแม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีขนาดการลงทุนสูงที่สุดของโลก แต่ในระดับเอเชียก็ถือเป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวและมีโอกาสการลงทุนค่อนข้างโดดเด่น   โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง จากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยไทยยังมีการลงทุนต่อเนื่องในโครงการสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ &#8211; โคราช &#8211; หนองคาย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก การขยายเส้นทางของระบบขนส่งมวลชลทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเครือข่ายมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ ๆ โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3728064">PwC แนะไทยเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน คาดเม็ดเงินลงทุนแตะ 21 ล้านล้านบาทในปี 2593</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC named a global leader in Sustainability Consulting]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3719033</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 12:49:22 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3719033</guid>

					<description><![CDATA[<p>BANGKOK, 8 May 2026 – PwC has been named as a global leader in sustainability consulting by Verdantix, an independent research and advisory firm, in its Green Quadrant: Sustainability Consulting (2026) report.  The recognition reflects PwC’s strong capabilities in delivering sustainability services that are closely integrated with business strategy, helping organisations translate sustainability ambitions into tangible commercial value.  According to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3719033">PwC named a global leader in Sustainability Consulting</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน จาก Verantix]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3719030</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 12:49:08 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3719030</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 8 พฤษภาคม 2569 – PwC ได้รับการจัดอันดับให้เป็น ผู้นำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน จาก Verdantix บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาอิสระระดับนานาชาติ ในรายงาน Green Quadrant: Sustainability Consulting (ปี 2569) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของ PwC ในการส่งมอบบริการด้านความยั่งยืนที่ผสานเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ได้จริง  Verdantix ระบุว่า จุดแข็งของ PwC อยู่ที่แนวทางการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน (sustainability consulting) ที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจและมุงสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงปี 2567–2568 องค์กรทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในฐานะเครื่องมือสร้างมูลค่าทางธุรกิจ มากกว่าการมุ่งตอบโจทย์การปฏิบัติตามข้อกำหนดเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ รายงานระบุว่า PwC สามารถปรับแนวทางการบริการได้อย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับปัจจัยขับเคลื่อนด้านการเงิน การดำเนินงาน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร นอกจากนี้ PwC ยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะของผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เพื่อแปลงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถวัดผลได้ ส่งผลให้ฐานลูกค้าขยายจากผู้บริหารด้านความยั่งยืน (Chief Sustainability Officers: CSOs) ไปสู่ผู้บริหารระดับสูงด้านการเงิน (CFOs) ด้านการปฏิบัติการ (COOs) และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIOs) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของโครงการเปลี่ยนผ่านองค์กรที่ผสานประเด็นความยั่งยืนไว้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักโดยรวม ยิ่งไปกว่านั้น PwC ยังโดดเด่นด้านการให้บริการด้านความยั่งยืนแบบครบวงจร (end-to-end sustainability delivery) สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยเชื่อมโยงกลยุทธ์ การรายงานผล และการลงมือปฏิบัติเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมใช้ข้อมูลด้านความยั่งยืนในฐานะข้อมูลทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้านการดำเนินงานและการลงทุนในระยะยาว ด้วยเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมในระดับภูมิภาคและประเทศ ช่วยให้ PwC สามารถส่งมอบโซลูชันด้านความยั่งยืนที่ขยายผลได้ในระดับโลก ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละตลาด นางสาว ลินน์ บาเบอร์ รองหัวหน้ากลุ่มลูกค้าด้านความยั่งยืนระดับโลก และหุ้นส่วนของ PwC ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า: “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืนจาก Verdantix เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน องค์กรจำเป็นต้องบูรณาการความยั่งยืนเข้าไปในทุกมิติของการดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น แต่เพื่อสร้างมูลค่าอย่างแท้จริง ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น” ด้านนาย ชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนและ ESG บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า: “การที่ PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืนจาก Verdantix ตอกย้ำมุมมองของเราที่ไม่ได้มองว่าความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่องของการรายงานหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างคุณค่าและการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว ในฐานะที่ PwC เป็นเครือข่ายระดับโลกทำให้เราสามารถเชื่อมโยงกลยุทธ์ เทคโนโลยี และข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบและวัดผลได้จริง ซึ่งในส่วนของ PwC ประเทศไทยเอง เราได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติระดับสากลมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรไทย ในช่วงเวลาที่ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อการเข้าถึงเงินทุน ความสามารถในการแข่งขัน บริหารความเสี่ยง และสร้างมูลค่าแก่ธุรกิจ”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3719030">PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน จาก Verantix</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI กว่า 75% กระจุกตัวใน 20% ขององค์กรชั้นนำ ขณะที่ผู้นำมุ่งใช้ AI เพื่อขับเคลืื่อนการเติบโตมากกว่าประสิทธิภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3715625</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 17:43:14 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715625</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI มีโอกาสมากกว่าสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อระบุและคว้าโอกาสการเติบโต รวมถึงยกระดับและปรับรูปแบบธุรกิจ  มีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ผสาน AI ตั้งแต่ต้น แทนการแค่เพิ่มเครื่องมือ AI เข้าไปในกระบวนการเดิม  มีแนวโน้มสูงกว่าเกือบสามเท่า (2.8 เท่า) ในการเพิ่มสัดส่วนการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ พร้อมเดินหน้าเรื่องการกำกับดูแล AI มากกว่าองค์กรทั่วไป  PwC เผยผลการศึกษาใหม่ ‘AI Performance study’ พบ มีเพียงไม่กี่บริษัทที่กำลังก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการแปลงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่จับต้องได้ รายงานฉบับนี้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงจำนวน 1,217 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารของบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครอบคลุม 25 อุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อประเมินทั้งรายได้และการเพิ่มประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการใช้ AI รวมถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริง  ผลการศึกษาพบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI เกือบสามในสี่ (74%) ถูกครอบครองโดยองค์กรเพียงหนึ่งในห้า (20%) สะท้อนให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนและกว้างขึ้นระหว่างกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI และธุรกิจส่วนใหญ่ที่ยังวนอยู่กับขั้นตอนการทดลอง (pilot) ใช้ AI  PwC ระบุว่า ความต่างของกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือ AI มากกว่าเท่านั้น แต่คือการใช้ AI เป็นตัวเร่งการเติบโตและพลิกโฉมธุรกิจ โดยมองหาโอกาสการสร้างรายได้ใหม่จากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม (industry convergence) พร้อมวางรากฐานด้านข้อมูล ธรรมาภิบาล และความน่าเชื่อถือ ให้รองรับการขยายผลในวงกว้าง  นาย โจ แอทกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน AI ระดับโลกของ PwC กล่าวว่า  “หลายองค์กรเร่งทำโครงการนำร่องด้าน AI แต่มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถเปลี่ยนการทดลองให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่วัดผลได้สิ่งที่ทำให้บริษัทที่เป็นผู้นำแตกต่างคือการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน และยังวางรากฐานให้ AI ขยายผลได้จริงและเชื่อถือได้”  ผู้นำด้าน AI ขนะเกมด้วยการเติบโต ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ  รายงานระบุว่า องค์กรที่สร้างผลลัพธ์จาก AI ได้โดดเด่นที่สุดมองเทคโนโลยีดังกล่าวเป็น ‘เครื่องยนต์แห่งการพลิกโฉม’ โดยใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและขยายโอกาสในการเติบโตนอกอุตสาหกรรมเดิม โดยบริษัทกลุ่มผู้นำด้าน AI รายงานว่า:  มีแนวโน้มมากกว่าคู่แข่ง 2.6 เท่าในการระบุว่า AI ช่วยขยายขีดความสามารถในการปรับรูปแบบธุรกิจ  มีแนวโน้มมากกว่าบริษัทอื่นสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อระบุและคว้าโอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม เช่น การร่วมมือกับพันธมิตรนอกภาคอุตสาหกรรมหลักของตน  ทั้งนี้ PwC ระบุว่า โอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานทางการเงินจาก AI สูงที่สุด โดยมีน้ำหนักมากกว่าการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว  เน้นความไว้วางใจ-ระบบอัตโนมัติทำงานอย่างสอดผสานเพื่อสร้างผลลัพธ์  รายงานยังชี้ว่า วิธีที่กลุ่มผู้นำบริษัทนำ AI มาใช้ภายในองค์กรของตนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทที่มีผลลัพธ์ทางการเงินจาก AI ได้ดีที่สุดมีแนวโน้มมากกว่าเกือบสองเท่าในการนำ AI มาใช้ในรูปแบบขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานหลายอย่างภายใต้กรอบการกำกับ (guardrails) (1.8 เท่า) หรือการทำงานแบบสามารถตัดสินใจและปรับปรุงประสิทธิภาพได้เอง (autonomous, self-optimising) (1.9 เท่า)  นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ยังเร่งเพิ่มสัดส่วนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากมนุษย์ ในอัตราเกือบสามเท่า (2.8 เท่า) เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น  PwC ระบุว่า ระบบอัตโนมัติของกลุ่มผู้นำเกิดจากการให้ความสำคัญกับ ‘ความไว้วางใจที่ขยายผลได้’ (trust [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3715625">PwC ชี้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI กว่า 75% กระจุกตัวใน 20% ขององค์กรชั้นนำ ขณะที่ผู้นำมุ่งใช้ AI เพื่อขับเคลืื่อนการเติบโตมากกว่าประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Three-quarters of AI’s economic gains are being captured by just 20% of companies – with the leading companies focused on growth, not just productivity: PwC]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3715622</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 17:42:30 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715622</guid>

					<description><![CDATA[<p>The leading companies are approximately two to three times more likely to use AI to identify and pursue growth opportunities and reinvent their business model.  They are twice as likely to redesign workflows to incorporate AI rather than simply adding AI tools.   They are three times (2.8x) more likely to have increased the number of decisions made without human [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3715622">Three-quarters of AI’s economic gains are being captured by just 20% of companies – with the leading companies focused on growth, not just productivity: PwC</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC Thailand and Mahidol University sign MoU to strengthen academic collaboration and develop future-ready talent]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3711450</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 14:08:09 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711450</guid>

					<description><![CDATA[<p>BANGKOK, 9 April 2026 – On 17 March 2026, Pisit Thangtanagul, Chief Executive Officer of PwC Thailand, and Professor Piyamitr Sritara, M.D., FRCP, President of Mahidol University, signed a memorandum of understanding (MoU) to promote academic collaboration and talent development. The signing was witnessed by Svasvadi Anumanrajdhon, Chief People and Culture Officer of PwC Thailand, and Professor Naeti Suksomboon, Pharm.D., Ph.D., PFHEA, Vice President for Education at [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3711450">PwC Thailand and Mahidol University sign MoU to strengthen academic collaboration and develop future-ready talent</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาบุคลากรสู่ความพร้อมในอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3711443</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 14:06:53 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711443</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นาย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร PwC ประเทศไทย และศาสตราจารย์นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาบุคลากร โดยมีนางสาว สวาสดิ์วดี อนุมานราชธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรม PwC ประเทศไทย และศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกร เนติ สุขสมบูรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การวิจัย และการพัฒนาบุคลากร ระหว่างภาคธุรกิจและภาคการศึกษา เพื่อเตรียมบุคลากรสำหรับอนาคตและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3711443">PwC ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาบุคลากรสู่ความพร้อมในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้ซีอีโอไทยมั่นใจรายได้ลดลงต่ำสุดในรอบสามปี ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3707532</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 12:55:35 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707532</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย เผยรายงานผลสำรวจล่าสุดพบ มีเพียง 24% ของซีอีโอไทยที่ ‘เชื่อมั่นอย่างมาก’ ว่าองค์กรของตนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ ลดลงจาก 47% ในปี 2566 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามปี สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นของผู้บริหารไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่ผันผวน และการเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI   รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก ประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย (PwC’s 29th Global CEO Survey: Thailand) ภายใต้หัวข้อ ‘การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก (PwC 2026 Global CEO Survey) ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุน และความเสี่ยงไซเบอร์ ขณะเดียวกันยังมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการยกระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ในระดับองค์กร และการขยายสู่ธุรกิจหรือโดเมนใหม่เพื่อการเติบโตระยะยาว  นาย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยในปีนี้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามปี เพราะโจทย์ไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจชะลอ แต่เป็นความเสี่ยงที่ซ้อนทับกัน ตั้งแต่ความผันผวนในระดับมหภาค กำแพงภาษี ไปจนถึงความเสี่ยงไซเบอร์ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทบทั้งต้นทุน การวางแผนงาน และการตัดสินใจลงทุนโดยรวม”  ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปรับลดลงเช่นกัน โดยมีเพียง 34% ของซีอีโอไทยที่คาดว่าเศรษฐกิจในประเทศจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของซีอีโอทั่วโลกที่ 55% อย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปี 2569 เป็นปีที่องค์กรต้องบริหารงานภายใต้บริบทของ ‘ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ’ และต้องตัดสินใจอย่างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นกับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาว  นอกจากความกังวลด้านเศรษฐกิจ ผลสำรวจยังพบว่า ซีอีโอไทยมอง ความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค และ ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เป็นความเสี่ยงสำคัญสูงสุดของธุรกิจในปีนี้ (ที่ 29% เท่ากัน) ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กำแพงภาษี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างแรงกดดันต่อการวางแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง  “ในปีนี้ ผู้นำธุรกิจไทยเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศที่ซับซ้อนมากกว่าที่เคย ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระทบต้นทุนและความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังทำให้ซีอีโอจำนวนมากเลือกใช้แนวทางที่รอบคอบมากขึ้นในการตัดสินใจ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อบริหารความเสี่ยงเฉพาะหน้าควบคู่ไปกับการรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ” นาย พิสิฐ กล่าว  องค์กรไทยเปิดรับ AI แล้ว แต่ยังต้องเร่งปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจ  ผลสำรวจพบว่า แม้ 33% ของซีอีโอไทยระบุว่า องค์กรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีเพียงส่วนน้อย (18%) ที่สามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้พร้อมกัน สะท้อนความท้าทายด้านโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ข้อมูล ทักษะบุคลากร และกรอบการกำกับดูแล AI  นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ การนำ AI มาใช้ในองค์กรไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในงานบริการสนับสนุนและกระบวนการภายใน ขณะที่การประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้โดยตรงยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าทางธุรกิจ ไม่ได้เกิดจากการนำ AI เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความพร้อมด้านข้อมูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3707532">PwC ชี้ซีอีโอไทยมั่นใจรายได้ลดลงต่ำสุดในรอบสามปี ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ-การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC: Thai CEOs’ revenue confidence falls to three-year low amid economic and AI disruption]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3707528</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 12:55:03 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707528</guid>

					<description><![CDATA[<p>Confidence among Thai business leaders has fallen sharply, with only 24% of CEOs expressing strong confidence in their organisations’ revenue growth this year, down from 47% in 2023 and the lowest level in three years.   Findings from PwC Thailand’s 29th Global CEO Survey – Thailand: Leading through uncertainty in the age of AI, show that confidence is being eroded by a convergence of pressures, including economic uncertainty, geopolitical [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3707528">PwC: Thai CEOs’ revenue confidence falls to three-year low amid economic and AI disruption</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC Thailand honoured with ‘Leading of People’ award at Future Trends Awards 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3700880</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 11:53:21 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700880</guid>

					<description><![CDATA[<p>On 26 February, PwC Thailand was awarded the ‘Leading of People’ category under ‘The Better World Corporate Awards’ at the Future Trends Awards 2026, held at BHIRAJ Hall, BITEC.  Svasvadi Anumanrajdhon, Chief People and Culture Officer, accepted the award on behalf of PwC Thailand. This recognition highlights PwC Thailand’s continued commitment to creating a positive and meaningful impact on its workforce. The firm prioritises people-centric management, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3700880">PwC Thailand honoured with ‘Leading of People’ award at Future Trends Awards 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย รับรางวัล ‘องค์กรยอดเยี่ยมด้านบุคลากร’ จาก Future Trends Awards 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3700883</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 11:53:15 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700883</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย ได้รับรางวัล ‘The Better World Corporate Awards’ สาขา ‘องค์กรยอดเยี่ยมด้านบุคลากร’ (Leading of People) ในงาน Future Trends Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ ภิรัชฮอลล์ ไบเทค บางนา โดยมีคุณ สวาสดิ์วดี อนุมานราชธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรม เป็นตัวแทนรับรางวัลในนามของบริษัท รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PwC ประเทศไทย ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารบุคลากรที่เน้นพนักงานเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมในทุกระดับ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดรับความแตกต่างและจัดสรรโอกาสอย่างเป็นธรรม โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ผลลัพธ์ และการวัดผลที่ชัดเจน นอกจากนี้ PwC ประเทศไทย ยังเน้นการสร้างคุณค่าให้แก่บุคลากรผ่านแนวคิด ‘People Value Proposition’ (PVP) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคต เติบโตไปพร้อมกับองค์กร และส่งเสริมความเท่าเทียมเพื่อสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3700883">PwC ประเทศไทย รับรางวัล ‘องค์กรยอดเยี่ยมด้านบุคลากร’ จาก Future Trends Awards 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC Thailand urges organisations to accelerate responsible AI and strengthen governance]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/business_en/3691871</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 10:01:49 +0700</pubDate>
				<category>business_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691871</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC Thailand warns that while artificial intelligence (AI) adoption is accelerating across Thai organisations, many still lack the governance frameworks needed to manage risks and ensure responsible use. Thai businesses are urged to fast-track the development of robust AI governance to build trust, enhance transparency, and prepare for the rise of autonomous AI agents.  Phansak Sethsathira, Risk Assurance Partner at PwC Thailand, noted that Thai organisations are showing a strong interest in adopting AI to boost operational efficiency. This trend aligns with insights from the Thailand Hopes [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/business_en/3691871">PwC Thailand urges organisations to accelerate responsible AI and strengthen governance</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย แนะองค์กรไทยเร่งสร้างกรอบกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3691656</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 15:20:03 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691656</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย เผยองค์กรไทยส่วนใหญ่ยังขาดกรอบการกำกับดูแลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงและการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ แม้เดินหน้าใช้ AI ในวงกว้างเพื่อเพิ่มศักยภาพ และตอบสนองต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แนะผู้บริหารเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่รัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเสริมความโปร่งใสในยุค AI Agents ที่กำลังเปลี่ยนโฉมโลกธุรกิจ  นาย พันธ์ศักดิ์ เสตเสถียร หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชีด้านการบริหารความเสี่ยง บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรไทยมีความกระตือรือร้นในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) มาใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ รายงานผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568 ซึ่งระบุว่า แรงงานไทยใช้ AI ในการทำงานประจำวันเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 24% ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี หลายองค์กรยังคงประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง และขาดกรอบการกำกับดูแลระดับองค์กรที่ครอบคลุมการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) นอกจากนี้ หลายองค์กรยังมองว่า AI เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายไอที (IT department) มากกว่ายุทธศาสตร์ขององค์กร รวมถึงละเลยเรื่องคุณภาพข้อมูลและทักษะ AI ของบุคลากร ซึ่งล้วนส่งผลต่อความยั่งยืนและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว  “เมื่อ AI เริ่มตัดสินใจและทำงานที่เคยเป็นบทบาทของมนุษย์ได้ การมีกรอบกำกับดูแลที่เข้มแข็งและบุคลากรที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีจึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรต่าง ๆ ควรต้องกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและการใช้งาน AI ให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่า AI สามารถทำงานภายใต้หลักความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นมาตรฐาน ที่สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว” นาย พันธ์ศักดิ์ กล่าว  ในขณะที่อุตสาหกรรมธนาคาร ประกันภัย และค้าปลีก เป็นผู้นำในการนำหลักการ Responsible AI มาใช้มากขึ้น นาย พันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า ธุรกิจไทยโดยรวมยังคงต้องเร่งพัฒนากรอบการกำกับดูแลและแนวทางการใช้งาน AI ให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น  ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงานผลสำรวจ 2025 Responsible AI Survey ของ PwC พบว่า องค์กรที่มีการกำกับดูแล AI ที่เข้มแข็งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ โดย 58% ของผู้ตอบแบบสำรวจรายงานว่าได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment: ROI) และประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้น ขณะที่ 55% กล่าวว่าประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมในองค์กรดีขึ้น และ 51% กล่าวว่าการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบช่วยเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูล ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าที่ยั่งยืนผ่านการกำกับดูแล AI ที่รัดกุม  เตรียมความพร้อมสู่ยุคของ AI อัตโนมัติ  นาย พันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI agent ที่สามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและสังคมในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ องค์กรไทยจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ด้านความเสี่ยง รวมถึงใช้แนวทาง Responsible AI ในทุกมิติ ทั้งด้านนโยบาย การทดสอบผลลัพธ์ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า AI มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3691656">PwC ประเทศไทย แนะองค์กรไทยเร่งสร้างกรอบกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สหราชอาณาจักรเปิดตัวโครงการ Climate Finance Accelerator ประเทศไทย และเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Call for Proposals)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3689989</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 12:18:31 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689989</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของประเทศไทยในการดำเนินการตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) โครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) เป็นโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคระดับโลกที่ช่วยให้ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศพัฒนาโครงการให้พร้อมต่อการลงทุน (investment‑ready) โดยตั้งแต่ปี 2563 มีโครงการมากกว่า 200 โครงการทั่วโลกที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้ CFA และสามารถระดมทุนไปแล้วด้วยมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ CFA Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเปิดตัว (Launch Event) เมื่อวานนี้ โดยรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต นายเดวิด โทมัส ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน ภาคธุรกิจ ตลอดจนผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยและ PwC ประเทศไทย เข้าร่วม การเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Call for Proposals) สำหรับประเทศไทย มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 16 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3689989">สหราชอาณาจักรเปิดตัวโครงการ Climate Finance Accelerator ประเทศไทย และเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Call for Proposals)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้นักลงทุนทั่วโลกจับตาเทคโนโลยีดันธุรกิจโต แต่คาดหวังให้องค์กรต้องเปิดเผยกลยุทธ์และนโยบายด้าน AI อย่างโปร่งใส]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3685102</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 14:09:55 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3685102</guid>

					<description><![CDATA[<p>61% ชี้เทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ดึงดูดการลงทุนมากที่สุดในอีกสามปีข้างหน้า แซงหน้ากลุ่มอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ  นักลงทุน 92% เรียกร้องให้บริษัทที่พวกเขาลงทุนจัดสรรเงินทุนเพิ่มขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะที่ 88% กล่าวว่าการเติบโตทางธุรกิจและการเสริมความยืดหยุ่นจะต้องควบคู่ไปด้วย  ประมาณสามในสี่ (74%) คาดหวังให้บริษัทกล้าที่จะขยายโอกาสข้ามเส้นแบ่งอุตสาหกรรมแบบเดิม เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตให้สูงขึ้น  ความโปร่งใสยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญเกี่ยวกับ AI โดยมีเพียงสองในห้า (37%) เท่านั้นที่พึงพอใจต่อการเปิดเผยกลยุทธ์และนโยบาย AI ของบริษัทในปัจจุบัน  นักลงทุนมากกว่าสองในห้าต้องการให้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนใน AI (42%) ผลตอบแทนที่ได้รับ (42%) และกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม (47%) ผลสำรวจล่าสุดของ PwC เปิดเผยว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาเทคโนโลยีและ AI ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจในอนาคต โดยกลุ่มเทคโนโลยีถูกยกให้เป็นภาคธุรกิจที่มีศักยภาพดึงดูดเงินลงทุนสูงสุดในช่วงสามปีข้างหน้า ขณะที่นักลงทุนกว่า 90% เรียกร้องให้บริษัทที่ตนลงทุนเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ อีกทั้งผลักดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลและนโยบายเกี่ยวกับ AI อย่างโปร่งใสมากกว่าเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล รายงานผลสำรวจ 2025 Global Investor Survey ของ PwC ระบุว่า นักลงทุนมากกว่าสามในห้า (61%) กล่าวว่า เทคโนโลยีมีแนวโน้มจะได้รับเงินลงทุนมากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นถึงสองถึงสามเท่า โดยการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งตามมาเป็นอันดับสองที่ 25% รองลงมาคือ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่ 24% และภาคการธนาคารและตลาดทุนที่ 19% ทั้งนี้ ผลสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจำนวน 1,074 คนใน 26 ประเทศและอาณาเขต พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วในปัจจุบันทำให้นักลงทุนมากถึง 92% ต้องการเห็นบริษัทที่พวกเขาลงทุนเพิ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีให้ทันสมัย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต กระแสสนับสนุนการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างท่วมท้นนี้เกิดขึ้นในขณะที่นักลงทุนเห็นว่าบริษัทต่าง ๆ เริ่มได้รับผลตอบแทนจากการนำ AI มาใช้ โดยในปีที่ผ่านมา นักลงทุนรายงานว่าบริษัทที่ตนลงทุนมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานจาก AI (86%) เพิ่มผลกำไร (71%) และสร้างรายได้ (66%) อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ นักลงทุนมากกว่าสามในสี่ (78%) ยังระบุด้วยว่าพวกเขาจะเพิ่มการลงทุนอย่างน้อยในระดับปานกลางในบริษัทที่เดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กรโดยรวมด้วย AI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3685102">PwC ชี้นักลงทุนทั่วโลกจับตาเทคโนโลยีดันธุรกิจโต แต่คาดหวังให้องค์กรต้องเปิดเผยกลยุทธ์และนโยบายด้าน AI อย่างโปร่งใส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Investors overwhelmingly look to technology sector to fuel growth—but expect greater transparency on AI strategies and policies: PwC 2025 Global Investor Survey]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3685099</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 14:09:40 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3685099</guid>

					<description><![CDATA[<p>61% say technology will be the sector attracting the most investment over the next three years—well ahead of every other sector    92% are calling on companies they invest in to increase capital allocation to technological transformation and cybersecurity (88%)—with growth and resilience expected to go hand-in-hand  Roughly three-fourths (74%) expect higher growth from companies that pursue opportunities [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3685099">Investors overwhelmingly look to technology sector to fuel growth—but expect greater transparency on AI strategies and policies: PwC 2025 Global Investor Survey</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผยแรงงานไทยเผชิญความตึงเครียดทางการเงิน แต่การใช้งาน AI จุดประกายความหวังท่ามกลางความท้าทาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3681928</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 08:47:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681928</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจ PwC ประเทศไทย ปี 2568 ชี้แรงงานไทยรับมือแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างมุมมองในแง่ดีและโอกาสใหม่ในอนาคต กรุงเทพฯ, 16 ธันวาคม 2568 – PwC ประเทศไทย เผยผลสำรวจล่าสุดในปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าแรงงานไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำ AI เข้ามาใช้ในที่ทำงานกำลังสร้างความหวังและโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนทำงานไทย พร้อมแนะนายจ้างยกระดับทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงเพื่อสร้างแรงงานที่มีความพร้อมสำหรับอนาคต รายงานผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568  (Thailand Hopes &#38; Fears Survey 2025) ของ PwC พบว่า แรงงานไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ความกังวลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังถูกท้าทายด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเกือบครึ่ง (48%) ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ากำลังเผชิญความเครียดด้านการเงิน เพิ่มขึ้นจาก 43% ในปี 2567 โดย 11% มีปัญหาในการชำระค่าใช้จ่าย และ 37% เหลือเงินหลังค่าใช้จ่ายที่จำเป็นน้อยหรือแทบไม่มีเลย แม้ 51% ได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น และ 20% ได้เลื่อนตำแหน่งในปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3681928">PwC เผยแรงงานไทยเผชิญความตึงเครียดทางการเงิน แต่การใช้งาน AI จุดประกายความหวังท่ามกลางความท้าทาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
