<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โรงพยาบาลรามคำแหง</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Oct 2026 17:45:39 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง&#8230; ปรับพฤติกรรมแล้วไม่หาย ทำไมเทคโนโลยี PMS ถึงช่วยได้?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3768005</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 13:40:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3768005</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดตึงต้นคอ สะบัก บ่า ไหล่ จากการนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ คือสัญญาณของ &#8220;ออฟฟิศซินโดรม&#8221; แม้ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้จนเรื้อรัง อาจกระทบคุณภาพชีวิตและการทำงานอย่างมาก การดูแลรักษาเบื้องต้น: ปรับสรีระและพฤติกรรม: ปรับท่านั่ง ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ และพักผ่อนให้เพียงพอ การรักษามาตรฐาน: ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทานยาตามแพทย์สั่ง หรือทำกายภาพบำบัด รู้จักเทคโนโลยี PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) หากปรับพฤติกรรมหรือทำกายภาพบำบัดแล้วยังไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมีทางเลือกด้วย &#8220;เครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)&#8221; ที่ส่งคลื่นไปกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง ช่วยลดอาการปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวได้อย่างแม่นยำ PMS เหมาะกับภาวะใดบ้าง? กลุ่มอาการปวด: ออฟฟิศซินโดรม ปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง กลุ่มโรคกระดูกสันหลัง: กระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเคลื่อน กลุ่มอาการชาและอ่อนแรง: พังผืดข้อมือกดทับเส้นประสาท ปลายประสาทอักเสบ หรือแขนขาอ่อนแรง ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ ข้อห้ามใช้: ผู้มีประวัติชัก ฝังโลหะรูปวงแหวน หรือฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ปวดเกิน 3 เดือน ไม่ควรปล่อยไว้: ไม่ควรซื้อยาทานเองหรือนวดบรรเทาเพียงอย่างเดียว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3768005">ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง&#8230; ปรับพฤติกรรมแล้วไม่หาย ทำไมเทคโนโลยี PMS ถึงช่วยได้?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หมดกังวลเรื่องกลัวเข็ม! ป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบไม่ต้องเจ็บตัว ทั้งเด็กและวัยทำงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3767580</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Oct 2026 15:07:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3767580</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูก&#8221; นวัตกรรมวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (LAIV) ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันบริเวณเยื่อบุทางเดินหายใจด่านแรกโดยตรง พ่นสบายๆ ที่โพรงจมูก ตอบโจทย์ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่สายกลัวเข็ม ให้คุณและครอบครัวได้รับการปกป้องอย่างมั่นใจและสะดวกสบายยิ่งขึ้น  จุดเด่นของการพ่นจมูก• เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 2 &#8211; 49 ปี• ไม่ต้องฉีด ไม่เจ็บตัว ไม่ปวดแขนหลังฉีด• กระตุ้นภูมิคุ้มกันตรงจุดที่เยื่อบุทางเดินหายใจ ด่านแรกของการติดเชื้อ แพ็กเกจวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูก (VACC FLUMIST) ราคาพิเศษ 1,690 บาท  (หมายเหตุ: เนื่องจากเป็นวัคซีนสูตรเฉพาะที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่าชนิดฉีด แนะนำให้จองสิทธิ์ล่วงหน้า) ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ (กลุ่มที่ไม่แนะนำแบบพ่น):• คุณแม่ตั้งครรภ์• ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง หรือรับประทานยากดภูมิ• เด็กและวัยรุ่น (อายุ 2-17 ปี) ที่กำลังรับประทานยาแอสไพริน• ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่หรือส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง(กลุ่มดังกล่าวแนะนำเลือกใช้แบบฉีดแทนเพื่อความปลอดภัย) หมายเหตุ:1. ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ ค่าบริการพยาบาล และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว 2. สามารถใช้บริการแพ็กเกจได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 25693. เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1512 ต่อ 2999Line Official: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3767580">หมดกังวลเรื่องกลัวเข็ม! ป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบไม่ต้องเจ็บตัว ทั้งเด็กและวัยทำงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[AVM หลอดเลือดสมองผิดปกติ รู้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3766691</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 14:07:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3766691</guid>

					<description><![CDATA[<p>AVM คืออะไร? AVM (Arteriovenous Malformation) คือภาวะหลอดเลือดสมองผิดปกติที่หลอดเลือดแดงเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำโดยตรง โดยไม่มีหลอดเลือดฝอยคอยลดแรงดันตามปกติส่งผลให้หลอดเลือดดำได้รับแรงดันสูงผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกและเกิดเลือดออกในสมอง AVM แสดงอาการอย่างไร?AVM อาจไม่มีอาการ หรือแสดงอาการแตกต่างกันตามตำแหน่งและลักษณะของหลอดเลือดผิดปกติอาการนำที่พบได้บ่อย ได้แก่- เลือดออกในสมอง (ประมาณ 45–60%) : อาจมีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน แขนขาอ่อนแรง หรือหมดสติ- อาการชัก (ประมาณ 20–30%) : อาจเป็นอาการชักเฉพาะที่หรือชักทั้งตัว- ปวดศีรษะ (ประมาณ 13–15%) : อาจปวดเรื้อรังหรือเป็น ๆ หาย ๆ=- อาการผิดปกติทางระบบประสาท (ประมาณ 5–7%) เช่น แขนขาอ่อนแรง ชา หรือพูดผิดปกติ- ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการ และตรวจพบ AVM โดยบังเอิญจากการตรวจภาพสมอง *หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นสัดส่วนอาการนำโดยประมาณในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัย ไม่ใช่โอกาสเกิดอาการในอนาคตของผู้ป่วย AVM ทุกราย ตรวจพบ AVM จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่? AVM ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย! แพทย์จะประเมินขนาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3766691">AVM หลอดเลือดสมองผิดปกติ รู้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[How to! วิธีดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน หลังเผลอหรือต้องลุยน้ำท่วม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3764388</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Sep 2026 11:11:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3764388</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมขัง การเดินลุยน้ำคือสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะน้ำขังเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย ยิ่งผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนอย่าง &#8220;ประสาทรับความรู้สึกเสื่อม&#8221; จนเกิดอาการเท้าชา ร่วมกับ &#8220;ภาวะหลอดเลือดตีบ&#8221; หากถูกของคมบาดจนเกิดแผล อาจไม่รู้สึกเจ็บและทำให้แผลติดเชื้อลุกลามได้ง่าย! แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้ว ควรรีบดูแลเท้าด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ล้างทำความสะอาดทันที: ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้ทั่วถึงหลังขึ้นจากน้ำ 2. เช็ดให้แห้งสนิท: ซับให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการอับชื้นและเชื้อรา 3. ตรวจเช็กเท้าอย่างละเอียด: สังเกตรอยถลอก บาดแผล ตุ่มน้ำ หรือความผิดปกติทุกครั้ง 4. สังเกตอาการผิดปกติ: หากพบแผล บวม แดง หรือมีอาการปวดชา ควรรีบพบแพทย์ ห้ามปล่อยไว้หรือซื้อยามาทาเอง หากพบแผลเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการปวดชาที่ขาเวลาเดิน การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า โรงพยาบาลรามคำแหง ดูแลแผลเบาหวานที่เท้าโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ • ตรวจประเมินด้วย ABI และ TBI: เทคโนโลยีเช็กการอุดตันและความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงบริเวณขาและนิ้วเท้า ทราบผลเร็ว ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนตรวจ • [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3764388">How to! วิธีดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน หลังเผลอหรือต้องลุยน้ำท่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“RAM HERO RUN 2027” งานวิ่งที่ชวนทุกคนมาร่วมดูแลสุขภาพหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3763374</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2026 13:18:29 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3763374</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมออกวิ่งเพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงกันหรือยัง?โรงพยาบาลรามคำแหง ขอเชิญชวนนักวิ่งและผู้รักสุขภาพร่วมงานวิ่งการกุศล “RAM HERO RUN 2027” งานวิ่งที่ชวนทุกคนมาร่วมดูแลสุขภาพหัวใจ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดหาเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) มอบให้กับสวนสาธารณะ! สถานที่: สวนหลวง ร.๙ วันงาน: วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2570 ระยะทางวิ่ง: 3K / 5K / 10K / 21K เปิดรับสมัครเพียง 3,000 คนเท่านั้น!สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999Line Official: @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3763374">“RAM HERO RUN 2027” งานวิ่งที่ชวนทุกคนมาร่วมดูแลสุขภาพหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ความเครียด นอนไม่พอ&#8230; เสี่ยงภาวะสมองฝ่อก่อนวัย!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3762749</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 16:04:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3762749</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างความเครียดเรื้อรังและการนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นตัวการเร่งให้เซลล์สมองเสื่อมสภาพและเกิดภาวะสมองฝ่อ (Cerebral Atrophy) ได้เร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว! ทำไมความเครียดและการนอนน้อยถึงส่งผลเสียต่อสมอง? &#8211; ความเครียดเรื้อรัง: กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนความเครียด ส่งผลกระทบต่อความจำและประสิทธิภาพการทำงานของสมอง &#8211; การนอนหลับไม่เพียงพอ: ขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูของสมอง ส่งผลต่อการเรียนรู้ สมาธิ และการตัดสินใจนอกจากปัจจัยด้านอายุและพันธุกรรมแล้ว โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ก็เป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เนื้อเยื่อสมองลดลงได้เช่นกัน การตรวจประเมินภาวะสมองฝ่อและสมองเสื่อม ปัจจุบันการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถทำได้โดยการทำแบบทดสอบประเมินความจำ ร่วมกับการตรวจเลือด (Lab) เพื่อหาค่าสารเคมีและโปรตีนในสมอง โดยเจาะลึก 2 ส่วนหลัก: • ตรวจโปรตีนสะสมในเลือด (P-tau 217 และ Amyloid-beta): ตรวจหาโปรตีนพิษที่สะสมและทำลายเซลล์สมอง ช่วยประเมินความเสี่ยงอัลไซเมอร์ล่วงหน้าได้หลายปีตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ • ตรวจยีน APOE: เช็กความเสี่ยงทางพันธุกรรม เพื่อวางแผนชะลอความเสื่อมของสมองได้ทันเวลาขั้นตอนการตรวจเลือด ทำเพียงครั้งเดียว ปริมาณเท่ากับการตรวจสุขภาพทั่วไปเท่านั้นแนวทางการดูแลและปกป้องสุขภาพสมอง • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน • จัดการความเครียด: หาเวลาผ่อนคลาย เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3762749">ความเครียด นอนไม่พอ&#8230; เสี่ยงภาวะสมองฝ่อก่อนวัย!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[B.E.F.A.S.T. จุดสังเกตสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3762126</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2026 11:00:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3762126</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต เกิดจากเซลล์สมองบางส่วนได้รับความเสียหาย เนื่องจากหลอดเลือดแตก ตีบ หรืออุดตันสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือ อาการมักมาแบบเฉียบพลันโดยไม่ทันตั้งตัว และยิ่งเข้ารับการรักษาช้าเท่าไหร่ เซลล์สมองก็ยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น การรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ไว้ ทั้งเพื่อตัวเองและคนใกล้ชิดเช็กสัญญาณเตือนง่ายๆ ด้วยหลัก B.E.F.A.S.T.หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นแบบ &#8220;ทันทีทันใด&#8221; เพียงหนึ่งอาการ ควรเข้าพบแพทย์ทันที เพราะแต่ละอาการอาจมาจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองส่วนนั้นๆ B &#8211; Balance เวียนหัวบ่อย ทรงตัวไม่ได้ E &#8211; Eyes ตามัว เห็นภาพซ้อน มองเห็นคล้ายม่านบังตา F &#8211; Face ปากเบี้ยว มุมปากตก A &#8211; Arm รู้สึกอ่อนแรง หรือ ชาตามแขนขา S &#8211; Speech พูดไม่ออก บอกไม่ถูก พูดไม่ชัด ไม่เข้าใจคำพูด T &#8211; Time ถ้าสังเกตว่ามีอาการผิดปกติ ควรต้องรีบมาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดหากสังเกตพบอาการเหล่านี้ในตัวเองหรือคนใกล้ชิด อย่ารอดูอาการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3762126">B.E.F.A.S.T. จุดสังเกตสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ เลือกรับชมได้ทั้งที่โรงพยาบาล และรับชม LIVE สดผ่าน Facebook และ YouTube]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3761990</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 17:46:32 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3761990</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลรามคำแหง ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ เลือกรับชมได้ทั้งที่โรงพยาบาล และรับชม LIVE สดผ่าน Facebook และ YouTube งานสัมมนาสุขภาพหัวใจ “Check Your Heart : รู้ทันหัวใจ ดูแลได้ทุกจังหวะ” รู้ทันโรคหัวใจ เพื่อดูแลได้อย่างเหมาะสมในทุกจังหวะชีวิตโรงพยาบาลรามคำแหง ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ“Check Your Heart: รู้ทันหัวใจ ดูแลได้ทุกจังหวะ” เลือกเข้าร่วมได้ 2 รูปแบบ1. ร่วมงานสัมมนาที่โรงพยาบาลรามคำแหง2. รับชม LIVE ฟรี ผ่าน Facebook และ YouTube ของโรงพยาบาลรามคำแหง เจาะลึกการดูแลโรคหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย ทางเลือกในการรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โดยทีมแพทย์และผู้ชำนาญการ กับ 4 หัวข้อสำคัญ รู้ให้ไว “หัวใจขาดเลือด”โดย ศาสตราธิคุณ นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิมผู้ชำนาญการขยายหลอดเลือดหัวใจ อายุรกรรมหัวใจ และหัตถการรักษาหัวใจและหลอดเลือด นวัตกรรมการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กโดย นพ.ภูวดล ฐิติวราภรณ์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ และศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3761990">ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ เลือกรับชมได้ทั้งที่โรงพยาบาล และรับชม LIVE สดผ่าน Facebook และ YouTube</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ&#8230; อันตรายกว่าที่คิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3760502</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 10:09:39 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3760502</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุบัติเหตุหกล้มในผู้สูงอายุจนเกิด &#8220;กระดูกสะโพกหัก&#8221; ไม่ได้น่ากังวลแค่ความเจ็บปวด แต่อันตรายที่แท้จริงคือ &#8220;การนอนติดเตียง&#8221; เพราะเมื่อผู้ป่วยลุกเดินไม่ได้ ร่างกายจะทรุดโทรมเร็ว และอาจตามมาด้วยภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดติดเชื้อ แผลกดทับ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ทำความรู้จักกับ เทคนิค DAA Direct Anterior Approach (DAA) คือเทคนิคผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมที่เข้าทาง &#8220;ด้านหน้า&#8221; ของข้อสะโพก โดยอาศัยช่องว่างธรรมชาติระหว่างมัดกล้ามเนื้อ แทนการผ่าตัดแบบเดิมที่มักต้องตัดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อสะโพก จุดเด่นของเทคนิค DAA ข้อควรรู้: ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3760502">กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ&#8230; อันตรายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ Check Your Heart : รู้ทันหัวใจ ดูแลได้ทุกจังหวะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3759960</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 12:12:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3759960</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันซับซ้อน ต้องการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก หรือมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ… ร่วมเปิดทุกทางเลือกการรักษากับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง ขอเชิญผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่สนใจ ร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การออกกำลังกาย การตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจ พร้อมเปิดพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนและรับคำแนะนำจากทีมแพทย์โรคหัวใจและทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างใกล้ชิด หากคุณเคยฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจและได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัด หรือกำลังตัดสินใจเลือกแนวทางรักษา สามารถนำเอกสาร ผลตรวจ และแผ่น CD มาประกอบการปรึกษาได้ในวันงานสัมมนา • วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 &#124; เวลา 12.00 – 15.30 น.• ห้องประชุม ชั้น 10 อาคาร 3 โรงพยาบาลรามคำแหงลงทะเบียนวันนี้ ลุ้นรับสิทธิ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จำนวนจำกัด)&#62;&#62; คลิกลงทะเบียน:  • กล่าวเปิดงาน โดย นพ.สุธี ลีละเศรษฐกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามคำแหง• รู้ให้ไว &#8220;หัวใจขาดเลือด&#8221; โดย ศาสตราธิคุณ นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม ผู้ชำนาญการขยายหลอดเลือดหัวใจ, อายุรกรรมหัวใจ, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3759960">ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสุขภาพหัวใจ Check Your Heart : รู้ทันหัวใจ ดูแลได้ทุกจังหวะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดจุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืด ท้องเฟ้อเรื้อรังหลังกินอาหารมัน&#8230; อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ &#8220;นิ่วในถุงน้ำดี&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3758051</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 17:28:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3758051</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนเลือกทานยาบรรเทาอาการไปเรื่อยๆ เพราะกลัวการผ่าตัด กลัวความเจ็บ หรือกลัวแผลเป็นยาว&#8230; แต่ความจริงคือ ยาไม่สามารถสลายตัวนิ่วในถุงน้ำดีได้ ปัจจุบันการผ่าตัดถุงน้ำดีมีทางเลือกอย่างเทคโนโลยี &#8220;ผ่าตัดส่องกล้องแผลรูเดียว (Single Port Laparoscopic Surgery)&#8221; ? การรักษาตั้งแต่ระยะที่ถุงน้ำดียังไม่มีภาวะอักเสบแทรกซ้อน ช่วยให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและฟื้นตัวได้ดีกว่าปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อน หากเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนหรือมีความกังวลเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี การเข้ารับการตรวจคัดกรองกับแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3758051">ปวดจุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืด ท้องเฟ้อเรื้อรังหลังกินอาหารมัน&#8230; อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ &#8220;นิ่วในถุงน้ำดี&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สารจากอาหารที่คุณกิน&#8230; อาจเชื่อมโยงกับโรคสมองเสื่อมโดยไม่รู้ตัว!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3757307</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 16:06:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3757307</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้จัก TMAO (Trimethylamine N-Oxide) สารที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายสารอาหารบางชนิด ซึ่งหากสะสมในร่างกายปริมาณมาก ไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังส่งผลเสียต่อสมองโดยตรงTMAO เกิดจากสารอาหารกลุ่มใดบ้าง? เกิดจากการย่อยสลายสารอาหาร 3 กลุ่มหลัก ได้แก่: TMAO เกี่ยวข้องกับสมองอย่างไร? สาร TMAO มีส่วน กระตุ้นการอักเสบในระบบประสาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์: กินอย่างไรให้ปลอดภัย? อาหารอย่างเนื้อแดง ไข่ หรือนม ยังคงเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็น จึงไม่จำเป็นต้องงดเด็ดขาด เพียงแค่เน้น &#8220;ทานอย่างสมดุล&#8221; สลับกับการทานผัก ผลไม้ และโปรตีนจากเนื้อปลา เพื่อควบคุมไม่ให้ร่างกายสะสม TMAO สูงเกินไป อ่านบทความฉบับเต็ม คลิก &#62;&#62; https://www.ram-hosp.co.th/th/news_detail/2686 ข้อควรรู้ ปัจจุบันแพทย์สามารถใช้ระดับ TMAO เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและสมอง ร่วมกับการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3757307">สารจากอาหารที่คุณกิน&#8230; อาจเชื่อมโยงกับโรคสมองเสื่อมโดยไม่รู้ตัว!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อาการ RSV ในเด็ก สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกตมากกว่าไข้หวัดธรรมดา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3756194</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 11:28:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3756194</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไข้ธรรมดา หรือ RSV กันแน่? สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกต ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เด็กๆ มักป่วยบ่อย และหนึ่งในเชื้อที่พบได้บ่อยคือ ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ แต่เด็กอายุถึง 5 ขวบก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน RSV ก่อให้เกิดอาการอะไรได้บ้าง เชื้อ RSV สามารถก่อให้เกิดอาการได้ตั้งแต่หวัดธรรมดา คออักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ ไปจนถึงปอดบวม สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกต เด็กกลุ่มไหนที่ควรระวังเป็นพิเศษ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคปอด หรือโรคหัวใจ มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจาก RSV ได้มากกว่าเด็กทั่วไป หากสงสัยควรพาไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ การป้องกันการติดเชื้อ เชื้อ RSV ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ติดเชื้อ พ่อแม่และผู้ดูแลสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังนี้  ข้อควรรู้ RSV มักเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่หากอาการรุนแรงขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลวได้ หากสงสัยว่าลูกมีอาการของ RSV ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่เหมาะสม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3756194">อาการ RSV ในเด็ก สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกตมากกว่าไข้หวัดธรรมดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขอเชิญสตรีตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 7-9 เดือน หรือสตรีตั้งครรภ์ผู้ที่สนใจ ร่วมงานอบรมครรภ์คุณภาพ 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3756190</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 11:27:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3756190</guid>

					<description><![CDATA[<p>เตรียมความพร้อมก่อนต้อนรับเจ้าตัวเล็กด้วยความมั่นใจ&#8230; ขอเชิญสตรีตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 7-9 เดือน หรือสตรีตั้งครรภ์ผู้ที่สนใจ ร่วมงานอบรมครรภ์คุณภาพ 2026 “Healthy Moms and babies” ร่วมเตรียมความพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาวะร่างกายและจิตใจ พร้อมรับคำแนะนำการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์และขั้นตอนการเตรียมพร้อมดูแลทารกหลังคลอด จากทีมแพทย์เฉพาะทางและประสบการณ์ตรงของทีมสหสาขาวิชา พร้อมเปิดพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิด วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 &#124; เวลา 08.00 – 12.30 น. ณ อาคาร 3 ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง กิจกรรมนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียน คลิก &#62;&#62; https://forms.gle/GMrFuBK1ZVbD52b38 ไลต์กิจกรรม : 1. รู้จักและรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ 2. เสวนา “ Healthy Moms and babies ” : เตรียมตัวคลอดเอง/ผ่าคลอด, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3756190">ขอเชิญสตรีตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 7-9 เดือน หรือสตรีตั้งครรภ์ผู้ที่สนใจ ร่วมงานอบรมครรภ์คุณภาพ 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ใจสั่น เหนื่อยง่าย บางครั้งเป็นๆ หายๆ&#8230;อาจไม่ใช่แค่เพลีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3754049</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 11:48:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3754049</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการใจสั่น เต้นไม่สม่ำเสมอ หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ &#8220;ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation: AF)&#8221; ซึ่งเป็นความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุด ทำไมถึงไม่ควรปล่อยผ่านหากภาวะ AF ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม AF จะพัฒนาจาก AF ระยะแรก ที่เป็นๆหายๆ ไปสู่ AF ต่อเนื่องเรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จากลิ่มเลือดอุดตันได้ รู้จัก Pulse Field Ablation (PFA)PFA คือเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการรักษาหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว มีลักษณะการทำงานดังนี้ ความแม่นยำเฉพาะเจาะจง — ใช้พลังงานไฟฟ้าแรงดันสูงในระยะเวลาสั้นมาก (Micro-second) ซึ่งจะทำลายที่เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่ผิดปกติเท่านั้น ลดความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง — เนื่องจากใช้สนามไฟฟ้า โดยไม่ใช้ความร้อนหรือความเย็นจัดในการรักษา จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่ออวัยวะใกล้เคียง เช่น เส้นประสาทกะบังลม หลอดอาหาร หรือหลอดเลือดดำ ใช้เวลารักษาไม่นาน — จึงช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นหลังการรักษาได้ ข้อควรรู้วิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับการประเมินและดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทางด้านไฟฟ้าหัวใจ หากมีอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3754049">ใจสั่น เหนื่อยง่าย บางครั้งเป็นๆ หายๆ&#8230;อาจไม่ใช่แค่เพลีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เข่าฝืด เข่าบวม เดินแล้วมีเสียงกรอบแกรบ&#8230; อาการนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753143</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 11:22:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753143</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเข่าตึงๆ ฝืดๆ พอลุกเดินแล้วได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือเริ่มมีอาการบวมร้อนบริเวณข้อ&#8230; อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณตามวัย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ของ ภาวะข้อเข่าเสื่อม จากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ การทานยาหรือฉีดเข่าอาจไม่ออกฤทธิ์ได้ผลดีในระยะรุนแรงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมถือเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาใช้งานข้อเข่าได้ดีอีกครั้ง ปัจจุบันการเพิ่มความแม่นยำและนุ่มนวลด้วย &#8220;เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด&#8221; (Robotic-Assisted Surgery) คือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาทำงานร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์และ AI เพื่อเป็นผู้ช่วยแพทย์ในการวางแผนและดำเนินการผ่าตัด ซึ่งมีส่วนช่วยตอบโจทย์ความกังวลของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น: การจำลองโครงสร้างแบบ 3 มิติ เฉพาะบุคคล: ช่วยให้แพทย์วางแผนกำหนดตำแหน่งและขนาดของข้อเทียมได้อย่างเหมาะสมในระดับมิลลิเมตร เพื่อให้การเคลื่อนไหวใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ประเมินสมดุลเนื้อเยื่อดิจิทัล (Real-time): ช่วยวัดค่าความตึงของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าขณะผ่าตัด เพื่อการปรับแนวข้อเข่าที่ลงตัว ถนอมเนื้อเยื่อโดยรอบ: ระบบควบคุมความปลอดภัยของหุ่นยนต์จะช่วยจำกัดขอบเขตการตัดกระดูกให้ตรงจุด ลดการรบกวนเนื้อเยื่อดีและเส้นเลือดข้างเคียง จึงช่วยลดการเสียเลือดและความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ (หมายเหตุ: เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความแม่นยำ โดยการผ่าตัดและการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) การฟื้นตัวและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดผู้ป่วยหลายท่านกังวลเรื่องระยะเวลาการฟื้นตัว ซึ่งในปัจจุบันด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่บอบช้ำน้อยลง ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี ทำให้กระบวนการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น 1. การฝึกเคลื่อนไหวและการลุกเดิน:โดยทั่วไป แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มฝึกเหยียด-งอเข่า (ตั้งเป้าหมายประมาณ 90 องศา) และ เริ่มฝึกลุกเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินได้ภายในไม่กี่วันหลังผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมและมั่นใจก่อนเตรียมตัวกลับบ้าน 2. การกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน:ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถค่อยๆ กลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ในชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ 3. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753143">เข่าฝืด เข่าบวม เดินแล้วมีเสียงกรอบแกรบ&#8230; อาการนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำไมบางครั้งการตรวจหัวใจต้องผ่านทาง&#8230;หลอดอาหาร?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752772</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:31:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752772</guid>

					<description><![CDATA[<p>Transesophageal Echocardiogram (TEE) เป็นอีกวิธีหนึ่งของการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ ด้วยการส่องผ่านหลอดอาหาร เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับหัวใจ จึงทำให้เห็นภาพการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนกว่า ทำไมต้องตรวจผ่านหลอดอาหารเนื่องจากหลอดอาหารอยู่ด้านหลังของหัวใจ การตรวจด้วยวิธีนี้จึงเป็นการตรวจหัวใจจากด้านในของทางเดินอาหาร ทำให้เครื่องมือตรวจอยู่ใกล้หัวใจมากขึ้น โดยไม่มีปอดหรือกระดูกซี่โครงมาบัง ส่งผลให้เห็นภาพการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนกว่าการตรวจผ่านผนังหน้าอกทั่วไป ประโยชน์ของการตรวจด้วยวิธีนี้ การเตรียมตัวก่อนตรวจ ขั้นตอนขณะตรวจ เจ้าหน้าที่จะพ่นยาชาบริเวณคอ และให้ยาคลายเครียดในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจรู้สึกกังวลหรือมีอาการเกร็ง จากนั้นแพทย์จะให้ผู้เข้ารับการตรวจนอนตะแคง แล้วค่อยๆ สอดท่อตรวจเข้าทางปาก โดยผู้เข้ารับการตรวจจะค่อยๆ กลืนจนท่อตรวจลงไปถึงหลอดอาหาร ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่จะวัดชีพจร ความดันโลหิต และการหายใจอยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาตรวจประมาณ 20-40 นาที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752772">ทำไมบางครั้งการตรวจหัวใจต้องผ่านทาง&#8230;หลอดอาหาร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตัดติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค ESD]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3752765</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 15:29:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3752765</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) คือ เทคนิคการส่องกล้องตัดติ่งเนื้อที่มีขนาดตั้งแต่ 2 ซม. ขึ้นไป จากผนังทางเดินอาหารผ่านกล้อง เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ หากแพทย์ตรวจพบรอยโรคหรือติ่งเนื้อ แพทย์จะใช้ ESD เพื่อตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ คนไข้จะไม่มีแผลหน้าท้อง เจ็บตัวน้อยกว่า และสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าการผ่าตัดปกติ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ เหมาะกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงมะเร็ง ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก เพราะหากเจอเร็ว แพทย์จะสามารถส่องกล้องตัดออกได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายและปกป้องสุขภาพของคุณในระยะยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3752765">ตัดติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค ESD</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ลูกแหวะนมบ่อย ท้องป่อง งอแงหลังกินนม&#8230;อาจไม่ใช่แค่กินอิ่ม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750160</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 15:59:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750160</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายครอบครัวเข้าใจว่ายิ่งลูกกินนมเยอะยิ่งดี แต่รู้หรือไม่ว่า การให้นมลูกมากเกินไป จนระบบย่อยอาหารของทารกทำงานไม่ทัน อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า &#8220;Overfeeding&#8221; ได้ Overfeeding คืออะไรคือภาวะที่ทารกได้รับนมมากเกินความต้องการของร่างกายในแต่ละมื้อหรือแต่ละวัน ส่งผลให้ลูกรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง หรือแหวะนมบ่อย ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กที่กินนมแม่จากเต้าและได้รับนมจากจากขวดอย่างไรก็ตาม ทารกที่กินนมแม่จากเต้าโดยตรงมีโอกาสเกิดภาวะนี้น้อยกว่า เพราะสามารถควบคุมปริมาณนมที่ตนเองต้องการได้ดีกว่า สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีภาวะนี้ สิ่งที่พ่อแม่ทำได้เมื่อสงสัยว่าลูกกินนมมากเกินไป1. สังเกตว่าลูกร้องเพราะหิวจริงหรือด้วยสาเหตุอื่น เช่น อยากให้อุ้ม ง่วงนอน ผ้าอ้อมเปียก ไม่สบายตัว หรือเพียงต้องการปลอบโยน2. ให้นมตามสัญญาณความหิวของลูก ไม่ควรรอจนลูกร้องไห้มาก3. สังเกตสัญญาณอิ่ม ไม่จำเป็นต้องบังคับให้กินต่อจนหมดขวด4. ใช้วิธีป้อนนมแบบช้าๆ หยุดพักเป็นระยะระหว่างป้อนนม (paced feeding)5. อุ้มลูกในท่าที่เหมาะสมระหว่างให้นม และให้ลูกเรอหลังมื้ออาหาร6. หลังให้นมควรอุ้มลูกในท่าศีรษะสูง ประมาณ 20-30 นาที7. ติดตามน้ำหนักและการเจริญเติบโตตามนัด โดยประเมินร่วมกับแพทย์ ข้อควรรู้เด็กแต่ละคนมีความต้องการปริมาณนมไม่เท่ากัน โดยทั่วไปทารกจะเริ่มปรับตัวและกินนมได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นในช่วง 3-4 เดือนแรกหากคุณแม่ไม่มั่นใจเรื่องปริมาณหรือวิธีการให้นมที่เหมาะสมกับลูก ควรปรึกษาคลินิกนมแม่หรือกุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999 Line Official : @ramhospital</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750160">ลูกแหวะนมบ่อย ท้องป่อง งอแงหลังกินนม&#8230;อาจไม่ใช่แค่กินอิ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ภัยเงียบที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3748806</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:33:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3748806</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm)” เกิดจากการเสื่อมสภาพของผนังเส้นเลือดแดงใหญ่ที่บางและอ่อนแอลง ประกอบกับภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่คอยดันให้หลอดเลือดขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดการโป่งพอง และเสี่ยงต่อการปริแตกเฉียบพลันซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการเส้นเลือดแดงโป่งพองในช่องอก สัญญาณวิกฤต&#8230; เมื่อเส้นเลือดเริ่มปริแตกหากเส้นเลือดแดงใหญ่เกิดการปริแตก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือปวดหลังอย่างรุนแรงเฉียบพลัน หน้ามืด วูบ ช็อก และความดันโลหิตตกอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเสียเลือดภายใน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที การตรวจสุขภาพประจำปีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการตรวจพบรอยโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ทันเวลา และลดความเสี่ยงอันตรายได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3748806">โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ภัยเงียบที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
