<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โรงพยาบาลนวเวช</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 17:23:52 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3713147</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 13:14:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713147</guid>

					<description><![CDATA[<p>การกินอาหารมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจอย่างมาก ถ้ากินผิดแบบเป็นประจำอาจจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้โดย พญ.วริษฐา เล่าสกุล (ว.47917) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจ และทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงอาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่ควรระวังแบบไหนบ้าง รวมทั้งแนะนำหลักการกินลดเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อจะได้นำไปเป็นแนวทางในวางแผนการกินในชีวิตประจำวัน เพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจได้ &#160;อาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อาหารไขมันอิ่มตัวสูง เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ หมูกรอบ ของทอดในน้ำมันปาล์ม/มะพร้าว: ทำให้คอเลสเตอรอล (LDL) สูง → เสี่ยงหลอดเลือดตีบ อาหารไขมันทรานส์ เบเกอรี คุกกี้ พาย มาร์การีน เนยขาว: เพิ่มไขมันเลว ลดไขมันดี (HDL) กินเค็มเกินไป อาหารแปรรูป (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม อาหารกระป๋อง): ทำให้โซเดียมสูง → ความดันโลหิตสูง น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกิน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมหวาน ข้าวขาว ขนมปังขาว: เสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน → กระทบหัวใจ หลักการกินลดเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ มีดังนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3713147">กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3706462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 12:01:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706462</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ ณ วันนี้ ของโรคไข้กาฬหลังแอ่นและคำแนะนำเรื่อง “วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น” ในเด็กไทยจากข่าวสถานการณ์การระบาดของโรค ที่ทำให้มีเด็กวัยรุ่น เสียชีวิตในต่างประเทศนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และแนวทางการป้องกันโรคด้วยวัคซีนในปัจจุบัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับอาการของโรค แนวทางการรักษา และวัคซีนป้องกันวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น เพื่อนำไปใช้ดูแลตนเองและคนที่คุณรัก เพราะในโลกของโรคไข้กาฬหลังแอ่น &#8216;ความรู้&#8217; คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเปลี่ยนจากความตื่นตระหนก เป็นการรับมือที่รวดเร็วและรักษาชีวิตได้ทันเวลา โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ไม่ได้เกิดจากเชื้อเพียงชนิดเดียว แต่พบว่าสามารถเกิดได้จากหลายเชื้อทั้งไวรัส และแบคทีเรีย ปัจจุบัน โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่มีวัคซีนป้องกันแล้ว มี 3 ชนิด คือ ไข้กาฬหลังแอ่น IPD และ Hib ทั้งนี้ IPD และ Hib ในเด็ก เป็นวัคซีนที่มีการฉีดกันอย่างแพร่หลายมากแล้วในปัจจุบัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเยื่อหุ้มสมอง ชื่อว่า Neisseria [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3706462">ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3704641</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 16:33:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704641</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัณโรค (tuberculosis) เป็นโรคระบาดยังพบมีการกระจายอยู่ในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Mycobacterium tuberculosis) โดยเมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดัง ๆ ตะโกน หัวเราะหรือร้องเพลง ทำให้เกิดละอองฝอย (droplet nuclei) ฟุ้งกระจายออกมา เมื่อผู้อื่นสูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าไปสู่ถุงลมในปอด ทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหลายคนมักคุ้นเคยในชื่อ “วัณโรคปอด” เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปอดแล้ว เชื้อโรคก็สามารถแพร่กระจายสู่อวัยวะทั่วร่างกาย เช่น สมอง เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ กระดูกสันหลัง ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น คนส่วนใหญ่ ประมาณ 70-90% เมื่อรับเชื้อวัณโรค เชื้ออาจอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใด ๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้ แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอชไอวี หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เชื้อวัณโรคอาจเจริญเติบโตและแสดงอาการรุนแรงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรควัณโรคในหลายอวัยวะของร่างกาย ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3704641">&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3695472</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 14:04:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695472</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดท้องในเด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เด็กเล็กไปจนถึงวัยเรียน สาเหตุอาจเป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ปรเมศวร์ วงศ์ประเสริฐ (ว.37712) กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children&#8217;s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงสาเหตุของอาการปวดท้องในเด็กที่พบบ่อย  อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที และการดูแลเด็กเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดท้อง เพื่อจะได้นำไปใช้สังเกตอาการลูกน้อย นำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป สาเหตุของอาการปวดท้องในทารก/เด็กที่พบบ่อย อาหารเป็นพิษหรือการติดเชื้อในลำไส้: มักมีอาการปวดท้องร่วมกับท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้ ท้องผูก: เด็กจะปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ อุจจาระแข็ง หรือถ่ายยาก อาหารไม่ย่อย / แพ้อาหารบางชนิด: ทำให้แน่นท้อง ท้องอืด หรือผื่นขึ้นตามตัว พยาธิในลำไส้: อาจมีอาการปวดท้อง น้ำหนักลด หรือคันรอบทวารหนัก ไส้ติ่งอักเสบ: ปวดท้องบริเวณรอบสะดือแล้วร้าวไปท้องขวาล่าง เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ ลำไส้อุดตัน: ปวดท้องรุนแรงไม่ถ่ายไม่ผายลม อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรระวัง ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องไม่หาย: ปวดจนงอตัวหรือปวดนานปวดตลอดเวลา มีไข้สูง ซึม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3695472">ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินเลิฟแล้วผิวพรรณดี เปล่งปลั่งกว่าคนโสดได้จริง หรือคิดไปเอง?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3692906</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 11:18:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3692906</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันว่าคนมีความรักมักจะดูเด็ก หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งกันใช่มั้ย? เพราะความรักไม่ได้แค่ทำให้หัวใจเราพองโต แต่อาจมีผลกับผิวพรรณและการฟื้นฟูสุขภาพได้ วันนี้บทความให้ความรู้โดย พจ.ณัฐธยาน์ เฮงอุดมสวัสดิ์ (พจ.423) แผนกแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลนวเวช จะพาคุณไปสำรวจว่าความรัก ส่งผลกับผิวพรรณและระบบภายในของเราอย่างไร หากบางท่านยังเป็นคนโสด จะมีแนวทางในการดูแลสุขภาพอย่างไรให้ดูเปล่งปลั่งสดใสไม่แพ้คนอินเลิฟ จากการศึกษาทางการแพทย์ เมื่อคนเรามีความรัก ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพันที่ช่วยลดการอักเสบเร่งการฟื้นฟูผิวได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอร์ติซอลที่เป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเสื่อม แก่ง่าย และเกิดการอักเสบ ส่วนในมุมมองของทางแพทย์แผนจีน การจะมีสุขภาพผิวที่ดี มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใสได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะภายในอย่าง ตับ และหัวใจ ที่ส่งผลไปถึงฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ทั้งระบบการไหลเวียนเลือดและพลังงาน ที่เรามักเรียกติดปากกันว่า พลังชี่ แพทย์แผนจีนมีมุมมองต่อสุขภาพผิวอย่างไร? เลือด: นับเป็นส่วนสำคัญที่หล่อเลี้ยงบำรุงทั้งผิวพรรณ เส้นผม เล็บ หากเลือดดี มีปริมาณเพียงพอ ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี ร่างกายจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การฟื้นฟูร่างกายจะทำได้อย่างเต็มที่ ร่างกายจึงดูมีความอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ ตับ: จะทำหน้าที่กักเก็บเลือดและควบคุมการหมุนเวียนของพลังงานชี่ เมื่อเลือดและพลังงานชี่ไหลเวียนดี ไปหล่อเลี้ยงทั้งร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ ผิวพรรณจึงมักจะสดใสและเปล่งปลั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3692906">อินเลิฟแล้วผิวพรรณดี เปล่งปลั่งกว่าคนโสดได้จริง หรือคิดไปเอง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รักนี้ไม่มีพลาด! วาเลนไทน์ปีนี้ รพ.นวเวช ชวนสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3691627</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 14:57:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691627</guid>

					<description><![CDATA[<p>Valentine’s day วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ เดิมทีคือวันรำลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ในศาสนาคริสต์ เมื่อเวลาผ่านไปวันวาเลนไทน์นี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นวันที่เเสดงออกถึงความรักซึ่งกันและกัน จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้วัยรุ่น คู่รัก ตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์ให้ปลอดภัย เช่น ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยง งดการมีเพศสัมพันธ์ในช่องทางอื่นๆ เช่น ปาก ทวารหนัก ไม่ใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กันบุคคลที่เพิ่งรู้จัก หรือผู้ที่ติดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหมั่นรักษาความสะอาดร่างกายเเละอวัยวะเพศอยู่เสมอ โดย 80% ของทุกเพศทุกวัย เสี่ยงติดเชื้อ HPV ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรักด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งช่องคลอด, มะเร็งทวารหนัก, หูดหงอนไก่ ฯลฯ โรงพยาบาลนวเวชจึงจัดโปรโมชั่นวัคซีนเอชพีวี ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV 9-valent Vaccine) 3 เข็ม ในราคาพิเศษ 18,900 บาท จากปกติ 25,300 บาท ระยะเวลาขายตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3691627">รักนี้ไม่มีพลาด! วาเลนไทน์ปีนี้ รพ.นวเวช ชวนสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ในเดือนแห่งความรัก รพ.นวเวช ชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษ ด้วยการมอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together ให้กับคนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3689286</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 15:37:02 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689286</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก โรงพยาบาลนวเวชขอเชิญชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษด้วยสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแล ห่วงใย เพื่อส่งต่อความรักซึ่งกันและกันนำไปสู่การมีสุขภาพดี ผ่านแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together แพ็กคู่ราคาเดียว 7,900 บาท จากราคาปกติ 15,800 บาท โปรแกรมตรวจสุขภาพสุดคุ้มกว่า 22 รายการ ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ทุกไลฟ์สไตล์ และค้นหาทุกความกังวลด้านสุขภาพ ซึ่งระยะเวลาขายตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและคลิกชื้อได้ที่: https://bit.ly/3Z8vqIA โดยเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ รพ. กำหนด เพราะความรักที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI &#8220;ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์&#8221; AACI Clinical Excellence Certification Maternity [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3689286">ในเดือนแห่งความรัก รพ.นวเวช ชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษ ด้วยการมอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together ให้กับคนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟื้นฟูร่างกายหลังปีใหม่: 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3685183</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 17:35:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3685183</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากผ่านช่วงเทศกาลแห่งความสุข ทั้งการปาร์ตี้หนัก กินดื่มไม่อั้น และอดหลับอดนอนจากการเดินทาง หลายคนมักกลับมาพร้อมกับอาการ Post-Holiday Syndrome หรือภาวะอ่อนเพลียหลังวันหยุดยาว ทั้งน้ำหนักตัวที่พุ่งขึ้น อาการบวมน้ำ และความรู้สึกไม่สดชื่น บทความนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับ 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน เพื่อให้คุณกลับมาฟิตพร้อมลุยงานในปีใหม่อย่างเต็มที่ นี่คือคำแนะนำที่ทำตามได้ง่าย ๆ ทันทีดังนี้ 1.ล้าง โซเดียมและน้ำตาล ออกจากร่างกาย ช่วงปีใหม่เรามักทานอาหารรสจัด เค็ม (โซเดียมสูง) และหวานจัด ซึ่งทำให้ตัวบวมและระบบเผาผลาญแปรปรวน สิ่งที่ต้องทำคือการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 2-3 ลิตร ในระหว่างวัน การดื่มน้ำจะช่วยขับโซเดียมส่วนเกิน ลดอาการตัวบวม และช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และงดน้ำหวาน/อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ตับอ่อนได้พักจากการหลั่งอินซูลินหนักๆซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเบาหวาน 2.ปรับ นาฬิกาชีวิตใหม่ การนอนดึกช่วงปีใหม่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน ส่งผลให้ตื่นมาแล้วเพลีย ไม่สดชื่น สิ่งที่ต้องทำ คือการเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3685183">ฟื้นฟูร่างกายหลังปีใหม่: 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อคนที่คุณรักต้องการ..การดูแลเป็นพิเศษ รพ.นวเวช เราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด…ด้วยความใส่ใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3684145</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 14:17:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684145</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลนวเวชให้บริการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ช่วยดูแลคนสำคัญของคุณให้เหมือนคนในครอบครัว ดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยมีรายละเอียดการให้บริการดังนี้ ช่วยทำกิจกรรมประจำวัน ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ เช็ดตัว ดูแลเรื่องการขับถ่าย พลิกตัว ป้องกันแผลกดทับ ติดตามสุขภาพทุกเช้า วัดความดัน เจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ประเมินอาการรายวัน ส่งรายงานให้ญาติ กิจกรรม Activity Support พาเดิน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่เหมาะสม ลดการติดเตียง กระตุ้นสมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย ดูแลผู้ที่ต้องให้อาหารทางสาย (Feeding Tube) ตามมาตรฐานสากล ถูกวิธี ปลอดภัย เช็คอุปกรณ์ และความสะอาด ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด เฝ้าระวังอาการผิดปกติ ดูแลความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อ เพื่อให้การดูแลได้อย่างปลอดภัย อุ่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน ซึ่งแพ็กเกจบริการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ มีบริการแบบ รายวัน/รายเดือน ราคาเริ่มต้น 4,500 บาท/วัน ดูรายละเอียด คลิก: https://bit.ly/3KqMcyQ  โดยเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ รพ. กำหนด ทั้งนี้โรงพยาบาลนวเวชให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3684145">เมื่อคนที่คุณรักต้องการ..การดูแลเป็นพิเศษ รพ.นวเวช เราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด…ด้วยความใส่ใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาลูกเที่ยวอย่างไร ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัยใน&#8230;วันเด็ก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3682096</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 15:51:59 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682096</guid>

					<description><![CDATA[<p>“รักชาติไทย ใส่ใจโลก“ คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 ของทุกปี, วันเด็กเป็นวันที่เด็ก ๆ ทุกคนรอคอย ถือเป็นวันสำคัญที่ประเทศไทยได้จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดีของสังคน ทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป ในแต่ละปีจะจัดกิจกรรมพิเศษที่สนุกสนานและสร้างสรรค์สำหรับเด็กเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ดังนั้นการพาเด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ ออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการจัดกิจกรรมนั้น จึงเลี่ยงความแออัดของผู้คนได้ยาก แล้วจะทำอย่างไรถึงจะพาลูกเที่ยววันเด็กได้อย่างปลอดภัยไร้โรคภัยกลับบ้านไปด้วย ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีการดูแล เพื่อนำไปใช้ดูแลเด็ก ๆ ในช่วงเทศกาลวันเด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป สถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กนั้น มีทั้งรูปแบบ ภายในอาคาร Indoor เช่น พิพิธภัณฑ์เด็ก สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ ราชวิทยาลัย พระราชวังพญาไท โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3682096">พาลูกเที่ยวอย่างไร ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัยใน&#8230;วันเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง? &#8220;เที่ยวทั้งที อย่าลืมเพิ่มภูมิคุ้มกันไปด้วย! การเดินทางและสุขภาพ: เรื่องที่ต้องคิดควบคู่กัน&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3677619</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 17:27:39 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3677619</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; ก่อนจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับเรื่องการจองตั๋ว ที่พัก หรือการเตรียมเสื้อผ้าและกล้องถ่ายรูป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ &#8220;สุขภาพ&#8221; โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันผ่านการฉีดวัคซีน บทความนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับการลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อที่อาจพบเจอในประเทศปลายทาง เพื่อให้คุณดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ บุคคลบางกลุ่มมีความเปราะบางและต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพมากเป็นพิเศษในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่: ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน (กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เพราะอาจไม่รู้ว่าตนเองมีภาวะแฝงอะไรบ้าง) ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ &#8220;ตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง&#8221; เพื่อประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็น ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด การสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐานให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ควรได้รับวัคซีนดังต่อไปนี้: วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ควรฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (dTAP): ควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR): สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): แนะนำเป็นพิเศษ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของนักเดินทาง วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3677619">ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง? &#8220;เที่ยวทั้งที อย่าลืมเพิ่มภูมิคุ้มกันไปด้วย! การเดินทางและสุขภาพ: เรื่องที่ต้องคิดควบคู่กัน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รพ.นวเวช จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพ Prestige DUO ปรารถนาให้คุณมีสุขภาพที่ดีส่งท้ายปี ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3674437</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 08:53:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3674437</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิทธิพิเศษส่งท้ายปี เพื่อดูแลสุขภาพคุณและคนที่ห่วงใย สุขภาพดีคือของขวัญที่ล้ำค่ากว่าทุกสิ่ง โรงพยาบาลนวเวชขอมอบโปรแกรมตรวจสุขภาพแพ็กคู่ “Prestige DUO” ให้คุณได้ดูแลสุขภาพไปพร้อมกับคนสำคัญ ครอบคลุมการตรวจสุขภาพครบถ้วน ราคาเพียง 18,900 บาท (จากปกติ 38,000 บาท) จ่ายเพียง 1 สิทธิ์ รับสิทธิ์อีก 1 สำหรับวัยทำงานและผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองความเสี่ยงในโรคต่าง ๆ พร้อมพบแพทย์เฉพาะทาง สามารถคลิกซื้อได้ที่: https://bit.ly/4olVlYo  เพราะการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกันสร้างความสุขได้อย่างมีความหมาย วันนี้ &#8211; 31 ธันวาคม 2568 และระยะเวลาใช้บริการภายใน 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด ศูนย์ตรวจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI &#8220;ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์&#8221; AACI Clinical Excellence [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3674437">รพ.นวเวช จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพ Prestige DUO ปรารถนาให้คุณมีสุขภาพที่ดีส่งท้ายปี ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แนวทางการรักษา “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3670197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2025 12:10:13 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3670197</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมอนรองกระดูก (Intervertebral disc) มีลักษณะรูปร่างเป็นวงกลม มีขอบเป็นพังผืดเหนียว ภายในมีของเหลวคล้ายเจลบรรจุอยู่ หมอนรองกระดูกนี้คั่นกลางอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก เมื่อหมอนรองกระดูกได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง ของเหลวในหมอนรองกระดูกจะมีโอกาสทะลักออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างเคียง ทำให้เส้นประสาทจะเกิดการอักเสบ หากเส้นประสาทที่ถูกกดทับเป็นเส้นที่เชื่อมโยงกับคอจะส่งผลให้มีอาการปวดร้าวบริเวณแขน ซึ่งเป็นอาการเด่นของโรคในบริเวณกระดูกคอ บางรายมีอาการชาตั้งแต่แขนจนถึงปลายนิ้วมือ ตามมาด้วยกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง และที่สุดอาจถึงกับสูญเสียการควบคุมยกแขนไม่ได้  ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ชุมพล คคนานต์ (ว.36618) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและกระดูกสันหลัง ศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับแนวทางการรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว นำไปสู่การรักษาอย่างทันท่วงที อาการ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” มักเริ่มจากปวดร้าวจากหลังไปถึงขา หรือจากคอร้าวลงแขน บางคนชามือ ชาเท้า หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง สาเหตุหลักมาจาก “หมอนรองกระดูก” ที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังเสื่อม หรือปลิ้น จนเคลื่อนมากดทับเส้นประสาท แนวทางการรักษา แบ่งได้เป็น 3 ระดับหลัก ๆ ดังนี้ การรักษาแบบอนุรักษ์ (ไม่ผ่าตัด) เริ่มจากพักการใช้งาน ยาแก้อักเสบ กายภาพบำบัด ยืดกล้ามเนื้อ และปรับพฤติกรรม เช่น ไม่ก้ม ยกของหนัก หรืออยู่ท่าเดิมนาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3670197">แนวทางการรักษา “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รพ.นวเวช จัดแพ็กเกจการตรวจคัดกรองกระดูกพรุน พร้อมพบแพทย์เฉพาะทาง ราคาเริ่มต้น 990 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3665055</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 10:47:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3665055</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคกระดูกพรุน เกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย อันตรายมากในผู้สูงอายุ กระดูกเปราะ หักง่าย หากลื่นล้ม มีโอกาสเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันกระดูกแตกหักจากภาวะกระดูกพรุน ที่เสี่ยงเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุ เพราะกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบที่รุนแรงในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ แต่จะทราบว่าเป็น “กระดูกพรุน” ก็เมื่อหกล้มจน “กระดูกหัก” รพ.นวเวชจึงได้จัดแพ็กเกจการตรวจคัดกรองกระดูกพรุน เช็คความหนาแน่นของกระดูก พร้อมพบแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ ด้วยแพ็กเกจการตรวจกระดูกสันหลังและสะโพก 2 ส่วน สำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ราคา 990 บาท และแพ็กเกจการตรวจกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ 3 ส่วน สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ราคา 1,590 บาท  โดยราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการในรพ.เรียบร้อยแล้ว การตรวจคัดกรองกระดูกพรุนเหมาะกับใครบ้าง? อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน ภาวะขาดวิตามินดีหรือแคลเซียม ประวัติกระดูกหักบ่อย จากการล้มหรืออุบัติเหตุไม่รุนแรง ประวัติมีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่อาจส่งผลต่อภาวะกระดูกพรุน ผู้ที่ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3665055">รพ.นวเวช จัดแพ็กเกจการตรวจคัดกรองกระดูกพรุน พร้อมพบแพทย์เฉพาะทาง ราคาเริ่มต้น 990 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การเดินทางของเชื้อโรคตัวน้อย “ฤดูฝนที่ชุ่มชื้น ฤดูหนาวแสนเย็นสบาย ไข้หวัดทั้งหลายแพร่กระจายเต็มพื้นที่”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3661578</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 15:50:11 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3661578</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากความชื้นสูงและอากาศที่เย็นลง ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี และทนทานมากขึ้น นอกจากนี้การสัมผัสกับเชื้อโรคที่พัดพามากับลมฝน ทำให้รับเชื้อ และป่วยง่ายขึ้น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงหลักการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป เจ้าเชื้อโรคตัวน้อย แพร่กระจายหลัก ๆ ได้ 3 วิธี Contact transmission คือการสัมผัสเชื้อโดยตรง เช่น การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือการสัมผัสทางอ้อมเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ลูกบิดประตู, โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ แล้วนำมือที่ปนเปื้อนมาสัมผัสกับปาก จมูก หรือตา เช่น แบคทีเรีย Droplet transmission คือการที่โรคแพร่กระจายไปกับฝอยละอองขนาดใหญ่ จากการ ไอ จาม หรือพูด ละอองฝอยที่มีเชื้อจะแพร่กระจายในอากาศในระยะทางใกล้ ๆ (ประมาณ 1 เมตร) เช่น ไข้หวัดใหญ่ Air-borne transmission คือการที่โรคแพร่กระจายไปกับฝอยละอองขนาดเล็ก ฝอยละอองที่มีเชื้อสามารถกระจายไปได้ไกลในอากาศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3661578">การเดินทางของเชื้อโรคตัวน้อย “ฤดูฝนที่ชุ่มชื้น ฤดูหนาวแสนเย็นสบาย ไข้หวัดทั้งหลายแพร่กระจายเต็มพื้นที่”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รพ.นวเวช ตรวจฟรี เช็กภาวะต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต สำหรับเด็กอายุ 2-14 ปี วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3659930</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 11:19:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3659930</guid>

					<description><![CDATA[<p>ได้ยินเสียงลูกน้อยนอนกรน หรือหายใจทางปากบ่อย ๆ อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก! เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ และส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก รีบตรวจเช็กภาวะต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโตสำหรับเด็กอายุ 2-14 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จำนวนจำกัด 100 ท่าน) สามารถได้ที่ลงทะเบียนคลิก: https://bit.ly/4n2SNO7  เด็กนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากภาวะต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ภาวะภูมิแพ้หรือจมูกอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอาจจะมาจาก โรคอ้วน ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ดังนั้นเมื่อการนอนของเด็กผิดปกติ ทำให้เด็กสมาธิสั้น หงุดหงิดง่าย พฤติกรรม รุนแรง การเรียนแย่ลง ความฉลาด สติปัญญา (IQ) น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน หากพบมาบุตรหลานมีอาการเหล่านี้ควรรีบมาพบ แพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย รักษาอาการดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์สุขภาพเด็ก ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI &#8220;ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์&#8221; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3659930">รพ.นวเวช ตรวจฟรี เช็กภาวะต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต สำหรับเด็กอายุ 2-14 ปี วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิล (Tonsil) และต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3656614</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 12:48:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3656614</guid>

					<description><![CDATA[<p>เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักอาการต่อมทอนซิลในเด็ก โดยเด็กมีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ คุณพ่อคุณแม่มักจะถามว่า แล้วเป็นทอนซิลอักเสบมั้ย? ซึ่งผู้ร้ายตัวจริง คือเชื้อไวรัสที่ก่อโรคแต่ทอนซิลเป็นแพะรับบาป เพราะเมื่อตรวจพบทอนซิลโตร่วมกับคอแดง มักจะได้รับการวินิจฉัยว่าลูกเป็น “ต่อมทอนซิลอักเสบ” อันที่จริงทั้งทอนซิลและคอหอย ก็จะแดงเวลาติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนอยู่แล้ว ซึ่งต่อมทอนซิลก็คือ ต่อมน้ำเหลือง ต่อมหนึ่งของร่างกาย ตั้งอยู่ 2 ข้าง บริเวณใกล้ ๆ กับโคนลิ้น ทั้งนี้บทความให้ความรู้โดย พญ.ปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี (ว.34486) กุมารแพทย์เฉพาะทาง โรคทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้เขียนอธิบายให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ สาเหตุ ของเด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่นำไปสังเกตลูกน้อยจะได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป ต่อมน้ำเหลืองคืออะไร? ต่อมน้ำเหลือง เป็นที่อยู่ของเม็ดเลือดขาว โดยเจ้าเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่เหมือนทหารในร่างกาย เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 6 ปีนั้น จะติดเชื้อได้ง่ายเพราะเซลล์ภูมิคุ้มกันก็เปรียบเสมือนทหาร ถ้าเจอศัตรูครั้งแรกก็ยังไม่เก่งดังนั้นจึงต้องเอาทหารจำนวนมากเข้าสู้ เราก็ต้องสร้างทหาร (เซลล์ภูมิคุ้มกัน) จำนวนให้มาก ๆ บ้าน (ต่อมน้ำเหลือง) ก็ต้องใหญ่ตามจำนวนเซลล์ที่มาก เพราะฉะนั้นในเด็กอายุ 2-6 ปี ก็จะมีภาวะต่อมน้ำเหลืองโตได้อยู่แล้ว (lymphoid [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3656614">เด็กนอนกรนจากต่อมทอนซิล (Tonsil) และต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้เท่าทันมะเร็งเต้านม ตรวจเจอเร็ว รักษาเร็ว? ที่นวเวชมีคำตอบ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3651765</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 15:09:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651765</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้หญิง สถิติปัจจุบันในประเทศไทยพบคนไข้มะเร็งเต้านม 40-50 คนต่อวัน และเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม 10 คนต่อวัน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้ชายโอกาสพบได้เพียง 1% และพบได้ในทุกวัย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 45-55 ปี แต่ในระยะหลังพบผู้ป่วยอายุน้อยลง โดยสาเหตุการเกิดโรคเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันทั้งกรรมพันธุ์และความผิดปกติอื่นที่เกิดขึ้นเองภายหลัง ซึ่ง 10 คำถามที่นวเวชมีคำตอบกับ นพ.ปิยศักดิ์ ทหราวานิช (ว.24328) แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมเต้านมและเสริมสร้างเนื้อเต้านม ศูนย์ศัลยกรรม (เต้านม) โรงพยาบาลนวเวช ได้ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เพื่อคลายความกังวลของทุกท่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างถูกต้อง 1.ควรตรวจคัดกรองเมื่อไหร่? คำตอบ: เนื่องจากพบมะเร็งเต้านมในคนอายุน้อยมากขึ้น จึงแนะนำให้เริ่มคัดกรองครั้งแรกเมื่ออายุ 35 ปี การตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ หากไม่พบสิ่งผิดปกติให้คัดกรองอีกครั้ง เมื่่อายุ 40 ปี อย่างสม่ำเสมอทุกปี กรณีจะต้องทานฮอร์โมนระยะยาวไม่ว่าจะด้วยเหตุ การคุมกำเนิดหรือภาวะผิดปกติทางนรีเวช ควรตรวจคัดกรองก่อนเริ่มทานเสมอ โดยหากอายุน้อยกว่า 35 ปี แนะนำให้ทำการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ 2.การบีบและกดเต้านมในการตรวจแมมโมแกรมสามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมได้จริงหรือไม่? คำตอบ: ไม่จริง ความจริง คือ เครื่องแมมโมแกรมถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมาประมาณ 40 ปีแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3651765">รู้เท่าทันมะเร็งเต้านม ตรวจเจอเร็ว รักษาเร็ว? ที่นวเวชมีคำตอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อ RSV และไข้หวัดใหญ่ ระบาดหนัก ควรจะป้องกันและเตรียมตัวรับมืออย่างไร?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3646745</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 12:14:46 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3646745</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงนี้โรคไวรัสทางเดินหายใจระบาดหนัก ทั้งโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ โรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากฝนตกบ่อยและการเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูฝน ฤดูหนาว ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับสาระน่ารู้ไขข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับ RSV และไข้หวัดใหญ่ พร้อมทั้งแนะนำวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรค RSV และไข้หวัดใหญ่ เพื่อนำไปสังเกตลูกน้อยและผู้สูงอายุในบ้านให้ห่างไกลจากโรคติดเชื้อดังกล่าว ประเทศไทยได้เริ่มมีการระบาดของโรคไวรัสทางเดินหายใจ ตั้งแต่ช่วงกลางฤดูฝน แม้ไรโนไวรัสจะพบได้ตลอดทั้งปีอยู่แล้ว แต่สำหรับ RSV ในปีนี้พบว่าเริ่มระบาดตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน จะเห็นได้ว่ามีการระบาดช้าลงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาพอสมควร สาระน่ารู้เกี่ยวกับ RSV และ ไข้หวัดใหญ่ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะซึมเข้าสู่ทางเดินหายใจได้โดยตรงและรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อบุทางเดินหายใจรุนแรง และทำให้เกิดโรคปอดบวม ปอดอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบได้ง่ายมาก ซึ่งติดต่อกันง่ายแบบ Droplet จากสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย ผ่านการไอ จาม และการสัมผัสกันโดยตรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3646745">เมื่อ RSV และไข้หวัดใหญ่ ระบาดหนัก ควรจะป้องกันและเตรียมตัวรับมืออย่างไร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออกกําลังกายหนักแค่ไหน หัวใจต้องพร้อม &#8220;อยากฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ!” อย่าให้การออกกำลังกายกลายเป็นความเสี่ยง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3644462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 13:48:10 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3644462</guid>

					<description><![CDATA[<p>การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า หากหัวใจของเราไม่แข็งแรงเพียงพอ การออกกำลังกายหนักเกินไปอาจกลายเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ซึ่งบทความโดย พญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ (ว.36429) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจก่อนออกกำลังกาย เพราะในบางกรณี ผู้ที่ดูเหมือนจะมีสุขภาพแข็งแรง กลับเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันขณะออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะหัวใจที่แฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว การตรวจเช็กสภาพหัวใจก่อนเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หัวใจต้องพร้อมก่อนร่างกาย ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายที่เข้มข้น เช่น การวิ่งมาราธอน ปั่นจักรยานระยะไกล หรือฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างหนัก ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยเฉพาะการตรวจประเมินสภาพหัวใจ ซึ่งอาจรวมถึงการซักประวัติ การตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจอัลตราซาวน์หัวใจ( Echocardiogram) การตรวจ CT หรือ MRI ในคนที่มีความเสี่ยงบางอย่างหรือตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจเบื้องต้น การตรวจเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าหัวใจของคุณทำงานได้ดีในภาวะปกติและขณะออกแรงมากน้อยเพียงใด อีกทั้งการประเมินช่วยให้คุณรู้ว่าควรออกกำลังกายระดับใดจึงเหมาะและปลอดภัยกับคุณ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือเป็นลมขณะออกกำลังกายหรือใช้แรงเยอะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3644462">ออกกําลังกายหนักแค่ไหน หัวใจต้องพร้อม &#8220;อยากฟิตแค่ไหนก็ต้องเช็คหัวใจ!” อย่าให้การออกกำลังกายกลายเป็นความเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
