<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โรงพยาบาลนวเวช</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 Sep 2026 18:02:37 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป&#8230;รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753965</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 08:16:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753965</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราทุกคน ตั้งแต่เด็กเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ มีโอกาสได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อภาพข่าวหรือสถานการณ์มีความตึงเครียด ความวิตกกังวล และความหดหู่ จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ (ว.55098) จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช ได้ถ่ายทอดเกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อจิตใจ สัญญาณเตือน และแนวทางการรับมือ เพื่อให้คนทุกช่วงวัยสามารถรู้เท่าทันอารมณ์และดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.เข้าใจผลกระทบของข่าวสารต่อจิตใจในแต่ละช่วงวัย การรับข่าวสารร้ายแรงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิด ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม &#8220;Doomscrolling&#8221; ที่เป็นการไถหน้าจอหาแต่ข่าวร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อแต่ละวัยต่างกัน ดังนี้ ผู้สูงอายุ: มักรับข่าวสารผ่านทีวีหรือโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานตลอดวัน ประกอบกับมีเวลาว่างมาก จึงมีโอกาสหมกมุ่นกับข่าวสาร จนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง กังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกหลาน หรือรู้สึกว่าโลกไม่ปลอดภัย เด็กและวัยรุ่น: เด็กอาจได้รับภาพหรือคลิปความรุนแรงโดยตรงผ่านสื่อออนไลน์ โดยยังขาดความเข้าใจบริบทที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว สับสน หรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตนเองและครอบครัว วัยทำงาน: เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และรู้สึกผิดที่ตนเองยังใช้ชีวิตสุขสบายในขณะที่ผู้อื่นกำลังเผชิญความทุกข์ 2.สัญญาณเตือนว่าคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเครียดจากข่าว สัญญาณทั่วไป รู้สึกกังวล ใจสั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753965">รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป&#8230;รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 11:34:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750695</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่อาจเคยสงสัยใช่ไหมว่า ทั้งที่เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดให้ลูกทานแล้ว แต่ทำไมลูกยังดูตัวเล็ก หรือดูไม่สดใสเท่าที่ควร? ความจริงแล้ว &#8216;ปริมาณ&#8217; สารอาหารอาจไม่สำคัญเท่ากับ&#8217;การดูดซึม&#8217; เพราะร่างกายของเด็ก ๆ มีกลไกที่ซับซ้อน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช จะพาทุกคนไปเจาะลึกสูตรลับการจับคู่สารอาหาร&#8217; ที่จะช่วยให้ลูกรักของคุณโตไวและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้ การจับคู่อาหารให้ลูกรับประทานที่เหมาะสมจะเพิ่มประโยชน์ให้ลูก “ดูดซึมดี โตไว แข็งแรง” แนวคิดนี้ “ใช่เลย” ในระดับลึกเด็กกินของดีแค่ไหน แต่ถ้าร่างกายดูดซึมไม่ได้ก็เสียของการจับคู่อาหารที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ และเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ในเด็กช่วงกำลังโต โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก วิตามินเอ ดี อี เค และแคลเซียม อาหารสำคัญที่มีหลักฐานและใช้ได้จริงในบ้าน 6 คู่ มีดังนี้ เหล็กควบคู่กับวิตามินซี ช่วยให้เหล็กดูดซึมเพิ่มหลายเท่า (ป้องกันซีด อ่อนเพลีย สมาธิดีขึ้น) ตัวอย่างคู่อาหาร ไข่ / ตับ / เนื้อแดง ควบคู่กับ ส้ม / ฝรั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750695">สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 14:47:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746389</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอด้วยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบัน ‘ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ&#8217; ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอ หรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคน ไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษา แต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม การจำแนกการแสดงอาการของโรคไทรอยด์ว่า สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ กลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน เช่น ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานสูง) หรือภาวะไฮโปไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานต่ำ) ซึ่งแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการใช้ยารักษาเป็นแกนหลัก ผู้ป่วยจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลฮอร์โมนปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งอุบัติขึ้น โดยปัจจุบันทิศทางการรักษาของแพทย์จะมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงหัตถการผ่าตัดเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าตัวโรคยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นสำหรับในกรณีที่ผลการตรวจในขั้นต้นมีความก้ำกึ่ง และยากต่อการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจตามปกติ การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเพิ่มความถี่ถ้วนด้วยการส่งตรวจพิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Molecular Testing หรือการตรวจรหัสพันธุกรรมลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นรอยโรคเนื้อร้าย ส่งผลให้แพทย์มีข้อมูลเชิงลึกมาประเมินร่วม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกโรค รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากแนวคิดที่ต้องการลดหัตถการได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการคัดกรองทำหน้าที่ตรวจเช็กและวิเคราะห์ลักษณะก้อนเนื้อควบคู่ไปกับประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของโรค พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746389">เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วันแม่ปีนี้ รพ.นวเวช ขอเชิญชวนตอบแทนคำว่ารักด้วยการดูแลสุขภาพกับแคมเปญ Mother’s Day 2026 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3744916</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 17:28:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744916</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันแม่ปีนี้ บอกรักให้ถึงหัวใจ ตอบแทนรักที่ยิ่งใหญ่ด้วยสุขภาพที่ดีกับ ‘โรงพยาบาลนวเวช’ มอบของขวัญที่ดีที่สุด เพื่อดูแลสุขภาพให้กับคนที่คุณรัก ด้วยแคมเปญ “Mother’s Day 2026” สำหรับคุณแม่ทุกช่วงวัยที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อทราบความแข็งแรงของร่างกาย รวมทั้งค้นหาความผิดปกติในการทำงานของระบบต่าง ๆ แบบเฉพาะเจาะจง อาทิ โปรแกรม Active Life, โปรแกรม Healthy Life และ โปรแกรม Perfect Lady ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท “การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน” (Preventive Healthcare) เป็นการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม แต่ยังช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนดูแล ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและคงคุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of Life) ให้คุณแม่และคุณที่คุณรักได้ สามารถชื้อผ่านช่องทางออนไลน์คลิกซื้อได้ที่: https://bit.ly/4ejGH16  และ Application Navavej plus เปิดขายตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569 ระยะเวลาใช้บริการภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3744916">วันแม่ปีนี้ รพ.นวเวช ขอเชิญชวนตอบแทนคำว่ารักด้วยการดูแลสุขภาพกับแคมเปญ Mother’s Day 2026 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปลดล็อกความลับวัยทอง เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนไป แต่เราเลือก &#8220;ดีไซน์สุขภาพ&#8221; เองได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3739339</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 15:24:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3739339</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฮอร์โมนวัยทอง” ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปตามอายุ แต่คือจุดเปลี่ยนของสุขภาพที่เราสามารถจัดการได้ โดยฮอร์โมนวัยทอง คือ ภาวะที่ร่างกายมีการลดลงอย่างน่าใจหายของฮอร์โมนเพศ เนื่องจากรังไข่ (ในผู้หญิง) หรืออัณฑะ (ในผู้ชาย) เริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุ โดยหลัก ๆ แล้วจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน คือ ฮอร์โมน Estrogen – เอสโตรเจนในผู้หญิง และ ฮอร์โมน Testosterone – เทสโทสเตอโรนในผู้ชายซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ชณัฐ ปิยพงศ์โกวิท (ว.66496) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ประจำศูนย์ปราณ โรงพยาบาลนวเวช ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนวัยทองในผู้หญิง เมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งร่างกายของคนเราทุกคนต้องเผชิญกับสถานีที่ชื่อว่า &#8216;วัยทอง&#8217; มันคือช่วงเวลาที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มลดระดับลง ทั้งร่างกายที่เหนื่อยง่ายและอารมณ์ที่เปราะบาง แต่ก่อนที่จะกังวลไปไกล ทุกท่านสามารถทำความเข้าใจ เพื่อสุขภาพที่คุณสามารถลุกขึ้นมาดีไซน์และจัดการมันด้วยตัวเองได้ หลายคนเข้าใจว่าวัยทอง คือ ช่วงที่ประจำเดือนหมด และมีอาการร้อนวูบวาบเพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “วัยทอง” เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิตผู้หญิง และส่งผลต่อสุขภาพในหลายมิติ ตั้งแต่การนอนหลับ อารมณ์ น้ำหนัก สมอง หัวใจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว เมื่อฮอร์โมนเริ่มลดลง ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไร? ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงก่อนวัยทอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3739339">ปลดล็อกความลับวัยทอง เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนไป แต่เราเลือก &#8220;ดีไซน์สุขภาพ&#8221; เองได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral valve) &#8220;แผลเล็ก&#8221; ไม่ต้องเปิดอก นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729595</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 16:56:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงการผ่าตัดหัวใจ หลายคนคงภาพจำคือการ &#8220;ผ่าเปิดกลางหน้าอก&#8221; ที่ต้องตัดกระดูก พักฟื้นนาน และทิ้งรอยแผลเป็นยาวไว้เป็นที่ระลึก แต่วันนี้เทคโนโลยีไปไกลกว่านั้นมากด้วยเทคนิคการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัลด้วยเทคนิค MIMVS วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความโดย ผศ.นพ.บุลวัชร์ หอมวิเศษ (ว.25288) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจ และทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงสาเหตุและอาการ ข้อดี ขั้นตอนการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัลด้วยเทคนิค MIMVS รวมทั้งแนะนำการฟื้นฟูสุขภาพหลังการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล &#8220;ลิ้นหัวใจไมทรัล&#8221; คือ ประตูกั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย หน้าที่หลัก : เปิดให้เลือดแดง (ที่มีออกซิเจนสูง) ไหลลงสู่หัวใจห้องล่างเพื่อไปเลี้ยงร่างกาย และ &#8220;ปิดสนิท&#8221; เพื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับขึ้นไปที่ปอด เปรียบเทียบ: เหมือน &#8220;วาล์วทางเดียว&#8221; ถ้าวาล์วนี้รั่วหรือตีบ หัวใจจะทำงานหนักจนเหนื่อยง่าย หอบ หรือน้ำท่วมปอดได้ รูปร่าง: มีลักษณะคล้าย &#8220;หมวกของพระสังฆราช&#8221; (Mitre) จึงเป็นที่มาของชื่อ Mitral นั่นเอง สาเหตุและอาการของโรคลิ้นหัวใจไมทรัล โรคลิ้นหัวใจไมทรัลที่พบบ่อย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1.ลิ้นหัวใจไมทรัลรั่ว (Mitral Regurgitation) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729595">ผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral valve) &#8220;แผลเล็ก&#8221; ไม่ต้องเปิดอก นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3727725</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 16:10:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727725</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาที่ดิอาร์คองโก &#8211; ยูกันดา&#160; การระบาดยังรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยรายงานจากองค์การอนามัยโลก&#160; สงสัยผู้ติดเชื้อ จำนวนมากกว่า 900 ราย และเสียชีวิตแล้ว 220 ราย โดยการระบาดครั้งนี้ เกิดจากสายพันธุ์ Bundibugyo (บุนดิบูโย) ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 บอร์ดโรคติดต่อ ฯ แห่งประเทศไทย ได้ยกระดับสกัด “อีโบลา” จากผู้เดินทางจาก 2 ประเทศ “ดิอาร์คองโก-ยูกันดา” โดยเมื่อเข้าไทยจำเป็นต้องกักกันตัว 21 วัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายหลักการแพร่เชื้อ อาการ การรักษา และการป้องกัน ใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป เชื้อไวรัสอีโบลา (Ebolavirus) ก่อให้เกิดโรคอีโบลา (Ebola disease) โลกรู้จักเชื้อนี้ครั้งแรก ในปี 1976&#160; โดยพบไวรัสนี้ที่ริมแม่น้ำอีโบลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3727725">ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคติดเชื้อจากสัตว์ฟันแทะที่อาจรุนแรงถึงชีวิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3726185</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 08:45:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726185</guid>

					<description><![CDATA[<p>Hantavirus เป็นไวรัสกลุ่ม Orthohantavirus ในวงศ์ Hantaviridae ซึ่งพบได้ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด โดยเฉพาะหนูป่า หนูนา และหนูบ้าน เชื้อไวรัสจะถูกขับออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ เมื่อคนสูดดมละอองฝุ่นหรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากสัตว์ฟันแทะจึงอาจติดเชื้อได้ โรคนี้พบได้หลายประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ในบางรายเชื้ออาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ภาวะปอดอักเสบเฉียบพลัน หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับเชื้อปริมาณมากหรือมาพบแพทย์ล่าช้า อัตราการเสียชีวิตของโรคชนิดรุนแรงอาจสูงถึง 30–40% ไวรัสฮันตา ติดต่อทางไหน? การติดต่อของไวรัสฮันตา มีดังนี้ สูดดมละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ สัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาสัมผัสจมูก ปาก หรือดวงตา ถูกสัตว์ฟันแทะกัด พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานหรือพักอาศัยในบริเวณที่มีหนูจำนวนมาก เช่น โกดัง โรงนา ฟาร์ม บ้านร้าง หรือพื้นที่เก็บของอับชื้น โดยทั่วไปโรคนี้ไม่ค่อยติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นไวรัสบางสายพันธุ์ในทวีปอเมริกาใต้ที่มีรายงานการแพร่เชื้อระหว่างคนได้ การระบาดบนเรือสำราญ ปี 2026 เดือนพฤษภาคม 2026 มีรายงานการระบาดของ Andes virus ซึ่งเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3726185">ไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคติดเชื้อจากสัตว์ฟันแทะที่อาจรุนแรงถึงชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไข้ ไข้ ไข้ &#8230; หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3723726</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 11:13:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723726</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้น รวมทั้งแหล่งน้ำท่วมขังจากฝนตกชุก เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และสัตว์พาหะนำโรค ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายอาการและการป้องกันสำหรับการเฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรคติดต่อ เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป เตือนภัย!! เฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรค ดังนี้ โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ อาการ : ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ป้องกัน : วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย  โรคปอดอักเสบ อาการ : ไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อยอย่างเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ป้องกัน : วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3723726">ไข้ ไข้ ไข้ &#8230; หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“การนอนหลับ” การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตที่คุณสร้างเองได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3720479</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 16:44:21 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3720479</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกที่หมุนไวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และวิกฤตการณ์โลกที่ถาโถม หลายคนเลือกที่จะเบียดบังเวลา &#8220;นอน&#8221; เพื่อนำไปแลกกับการทำงานหรือการแก้ปัญหา จนลืมไปว่า &#8220;การนอนให้มีคุณภาพ&#8221; คืออาวุธที่ดีที่สุดในการรับมือกับทุกวิกฤตของโรคต่าง ๆ &#160;ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.นัยนา เงินมาก (ว.42548) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ประจำศูนย์ปราณ โรงพยาบาลนวเวช ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง การนอนหลับ วิธีการนอน และกุญแจสำคัญสู่การนอนระดับคุณภาพ เพื่อจะได้นำไปใช้สังเกตตนเอง ทำให้ทุกค่ำคืน คือ การ &#8216;รีเซ็ต&#8217; ร่างกาย เพราะการนอนที่มีคุณภาพเป็นช่วงเวลาทองที่เซลล์นับล้านจะลุกขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง เพื่อให้คุณตื่นมาพร้อมกับสุขภาพที่ดี คุณ &#8220;นอนไม่หลับ&#8221; จริง ๆ หรือแค่ &#8220;ลืม&#8221; วิธีการนอน? ทางการแพทย์ระบุว่า ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) ที่ควรได้รับการแก้ไข ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คุณภาพไม่ได้: หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย หรือตื่นเช้าเกินไปจนอ่อนเพลีย กระทบชีวิต: กลางวันไม่สดชื่น สมาธิสั้น หรืออารมณ์แปรปรวน เรื้อรัง: เป็นอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3720479">“การนอนหลับ” การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตที่คุณสร้างเองได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716984</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 17:10:02 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716984</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ บ้าน&#160; อาจจะมีความกลุ้มใจในเรื่องการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะวัยเตาะแตะที่อยากจะเล่นมากกว่าอยากจะรับประทานอาหาร แต่ละมื้อผ่านไปด้วยความยากเย็น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การกลับมาหา &#8216;พลังจากธรรมชาติ&#8217; คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกรักเติบโตได้อย่างสมวัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการสร้างลูกให้สูง แกร่ง และสมบูรณ์แบบ เริ่มต้นได้ที่คำแรกของมื้ออาหาร สิ่งสำคัญอันแรก คือบรรยากาศในการรับประทานต้องมีความสุข&#160; สนุก เฉกเช่นเดียวกับการเล่น&#160; ไม่บังคับ&#160; ไม่ยัดเยียด ให้ทานเป็นมื้อ ๆ รับประทานพร้อมผู้ใหญ่และไม่ควรให้นมหรือขนมก่อนมื้อข้าว&#160; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหิว&#160; เรื่องที่ 2 ในเด็กที่รับประทานได้น้อย เราจะเน้นเรื่องคุณภาพอาหารมากกว่าปริมาณอาหารครบ 5 หมู่ และจับคู่อาหาร เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูดซึม ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “พลังอาหารธรรมชาติ” ที่ครบถ้วนและเหมาะกับวัยของเขา มีดังนี้ โปรตีนจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกาย และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เด็กวัยเรียนควรได้โปรตีนทุกมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า แคลเซียม + วิตามินดี: เสริมกระดูกให้ยาวพบมากใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716984">5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3713147</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 13:14:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713147</guid>

					<description><![CDATA[<p>การกินอาหารมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจอย่างมาก ถ้ากินผิดแบบเป็นประจำอาจจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้โดย พญ.วริษฐา เล่าสกุล (ว.47917) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจ และทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงอาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่ควรระวังแบบไหนบ้าง รวมทั้งแนะนำหลักการกินลดเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อจะได้นำไปเป็นแนวทางในวางแผนการกินในชีวิตประจำวัน เพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจได้ &#160;อาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อาหารไขมันอิ่มตัวสูง เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ หมูกรอบ ของทอดในน้ำมันปาล์ม/มะพร้าว: ทำให้คอเลสเตอรอล (LDL) สูง → เสี่ยงหลอดเลือดตีบ อาหารไขมันทรานส์ เบเกอรี คุกกี้ พาย มาร์การีน เนยขาว: เพิ่มไขมันเลว ลดไขมันดี (HDL) กินเค็มเกินไป อาหารแปรรูป (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม อาหารกระป๋อง): ทำให้โซเดียมสูง → ความดันโลหิตสูง น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกิน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมหวาน ข้าวขาว ขนมปังขาว: เสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน → กระทบหัวใจ หลักการกินลดเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ มีดังนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3713147">กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3706462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 12:01:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706462</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ ณ วันนี้ ของโรคไข้กาฬหลังแอ่นและคำแนะนำเรื่อง “วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น” ในเด็กไทยจากข่าวสถานการณ์การระบาดของโรค ที่ทำให้มีเด็กวัยรุ่น เสียชีวิตในต่างประเทศนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และแนวทางการป้องกันโรคด้วยวัคซีนในปัจจุบัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับอาการของโรค แนวทางการรักษา และวัคซีนป้องกันวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น เพื่อนำไปใช้ดูแลตนเองและคนที่คุณรัก เพราะในโลกของโรคไข้กาฬหลังแอ่น &#8216;ความรู้&#8217; คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเปลี่ยนจากความตื่นตระหนก เป็นการรับมือที่รวดเร็วและรักษาชีวิตได้ทันเวลา โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ไม่ได้เกิดจากเชื้อเพียงชนิดเดียว แต่พบว่าสามารถเกิดได้จากหลายเชื้อทั้งไวรัส และแบคทีเรีย ปัจจุบัน โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่มีวัคซีนป้องกันแล้ว มี 3 ชนิด คือ ไข้กาฬหลังแอ่น IPD และ Hib ทั้งนี้ IPD และ Hib ในเด็ก เป็นวัคซีนที่มีการฉีดกันอย่างแพร่หลายมากแล้วในปัจจุบัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเยื่อหุ้มสมอง ชื่อว่า Neisseria [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3706462">ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3704641</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 16:33:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704641</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัณโรค (tuberculosis) เป็นโรคระบาดยังพบมีการกระจายอยู่ในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Mycobacterium tuberculosis) โดยเมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดัง ๆ ตะโกน หัวเราะหรือร้องเพลง ทำให้เกิดละอองฝอย (droplet nuclei) ฟุ้งกระจายออกมา เมื่อผู้อื่นสูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าไปสู่ถุงลมในปอด ทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหลายคนมักคุ้นเคยในชื่อ “วัณโรคปอด” เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปอดแล้ว เชื้อโรคก็สามารถแพร่กระจายสู่อวัยวะทั่วร่างกาย เช่น สมอง เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ กระดูกสันหลัง ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น คนส่วนใหญ่ ประมาณ 70-90% เมื่อรับเชื้อวัณโรค เชื้ออาจอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใด ๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้ แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอชไอวี หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เชื้อวัณโรคอาจเจริญเติบโตและแสดงอาการรุนแรงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรควัณโรคในหลายอวัยวะของร่างกาย ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3704641">&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3695472</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 14:04:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695472</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดท้องในเด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เด็กเล็กไปจนถึงวัยเรียน สาเหตุอาจเป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ปรเมศวร์ วงศ์ประเสริฐ (ว.37712) กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children&#8217;s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงสาเหตุของอาการปวดท้องในเด็กที่พบบ่อย  อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที และการดูแลเด็กเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดท้อง เพื่อจะได้นำไปใช้สังเกตอาการลูกน้อย นำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป สาเหตุของอาการปวดท้องในทารก/เด็กที่พบบ่อย อาหารเป็นพิษหรือการติดเชื้อในลำไส้: มักมีอาการปวดท้องร่วมกับท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้ ท้องผูก: เด็กจะปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ อุจจาระแข็ง หรือถ่ายยาก อาหารไม่ย่อย / แพ้อาหารบางชนิด: ทำให้แน่นท้อง ท้องอืด หรือผื่นขึ้นตามตัว พยาธิในลำไส้: อาจมีอาการปวดท้อง น้ำหนักลด หรือคันรอบทวารหนัก ไส้ติ่งอักเสบ: ปวดท้องบริเวณรอบสะดือแล้วร้าวไปท้องขวาล่าง เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ ลำไส้อุดตัน: ปวดท้องรุนแรงไม่ถ่ายไม่ผายลม อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรระวัง ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องไม่หาย: ปวดจนงอตัวหรือปวดนานปวดตลอดเวลา มีไข้สูง ซึม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3695472">ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินเลิฟแล้วผิวพรรณดี เปล่งปลั่งกว่าคนโสดได้จริง หรือคิดไปเอง?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3692906</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 11:18:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3692906</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันว่าคนมีความรักมักจะดูเด็ก หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งกันใช่มั้ย? เพราะความรักไม่ได้แค่ทำให้หัวใจเราพองโต แต่อาจมีผลกับผิวพรรณและการฟื้นฟูสุขภาพได้ วันนี้บทความให้ความรู้โดย พจ.ณัฐธยาน์ เฮงอุดมสวัสดิ์ (พจ.423) แผนกแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลนวเวช จะพาคุณไปสำรวจว่าความรัก ส่งผลกับผิวพรรณและระบบภายในของเราอย่างไร หากบางท่านยังเป็นคนโสด จะมีแนวทางในการดูแลสุขภาพอย่างไรให้ดูเปล่งปลั่งสดใสไม่แพ้คนอินเลิฟ จากการศึกษาทางการแพทย์ เมื่อคนเรามีความรัก ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพันที่ช่วยลดการอักเสบเร่งการฟื้นฟูผิวได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอร์ติซอลที่เป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเสื่อม แก่ง่าย และเกิดการอักเสบ ส่วนในมุมมองของทางแพทย์แผนจีน การจะมีสุขภาพผิวที่ดี มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใสได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะภายในอย่าง ตับ และหัวใจ ที่ส่งผลไปถึงฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ทั้งระบบการไหลเวียนเลือดและพลังงาน ที่เรามักเรียกติดปากกันว่า พลังชี่ แพทย์แผนจีนมีมุมมองต่อสุขภาพผิวอย่างไร? เลือด: นับเป็นส่วนสำคัญที่หล่อเลี้ยงบำรุงทั้งผิวพรรณ เส้นผม เล็บ หากเลือดดี มีปริมาณเพียงพอ ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี ร่างกายจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การฟื้นฟูร่างกายจะทำได้อย่างเต็มที่ ร่างกายจึงดูมีความอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ ตับ: จะทำหน้าที่กักเก็บเลือดและควบคุมการหมุนเวียนของพลังงานชี่ เมื่อเลือดและพลังงานชี่ไหลเวียนดี ไปหล่อเลี้ยงทั้งร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ ผิวพรรณจึงมักจะสดใสและเปล่งปลั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3692906">อินเลิฟแล้วผิวพรรณดี เปล่งปลั่งกว่าคนโสดได้จริง หรือคิดไปเอง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รักนี้ไม่มีพลาด! วาเลนไทน์ปีนี้ รพ.นวเวช ชวนสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3691627</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 14:57:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691627</guid>

					<description><![CDATA[<p>Valentine’s day วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ เดิมทีคือวันรำลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ในศาสนาคริสต์ เมื่อเวลาผ่านไปวันวาเลนไทน์นี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นวันที่เเสดงออกถึงความรักซึ่งกันและกัน จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้วัยรุ่น คู่รัก ตระหนักถึงการมีเพศสัมพันธ์ให้ปลอดภัย เช่น ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยง งดการมีเพศสัมพันธ์ในช่องทางอื่นๆ เช่น ปาก ทวารหนัก ไม่ใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กันบุคคลที่เพิ่งรู้จัก หรือผู้ที่ติดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหมั่นรักษาความสะอาดร่างกายเเละอวัยวะเพศอยู่เสมอ โดย 80% ของทุกเพศทุกวัย เสี่ยงติดเชื้อ HPV ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรักด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งช่องคลอด, มะเร็งทวารหนัก, หูดหงอนไก่ ฯลฯ โรงพยาบาลนวเวชจึงจัดโปรโมชั่นวัคซีนเอชพีวี ชนิด 9 สายพันธุ์ (HPV 9-valent Vaccine) 3 เข็ม ในราคาพิเศษ 18,900 บาท จากปกติ 25,300 บาท ระยะเวลาขายตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3691627">รักนี้ไม่มีพลาด! วาเลนไทน์ปีนี้ รพ.นวเวช ชวนสร้างภูมิคุ้มกันให้คนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ในเดือนแห่งความรัก รพ.นวเวช ชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษ ด้วยการมอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together ให้กับคนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3689286</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 15:37:02 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689286</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก โรงพยาบาลนวเวชขอเชิญชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษด้วยสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแล ห่วงใย เพื่อส่งต่อความรักซึ่งกันและกันนำไปสู่การมีสุขภาพดี ผ่านแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together แพ็กคู่ราคาเดียว 7,900 บาท จากราคาปกติ 15,800 บาท โปรแกรมตรวจสุขภาพสุดคุ้มกว่า 22 รายการ ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ทุกไลฟ์สไตล์ และค้นหาทุกความกังวลด้านสุขภาพ ซึ่งระยะเวลาขายตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและคลิกชื้อได้ที่: https://bit.ly/3Z8vqIA โดยเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ รพ. กำหนด เพราะความรักที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ 2025 รวมถึง โปรแกรมการรับรอง AACI &#8220;ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์&#8221; AACI Clinical Excellence Certification Maternity [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3689286">ในเดือนแห่งความรัก รพ.นวเวช ชวนทุกท่านบอกรักคนพิเศษ ด้วยการมอบแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Together ให้กับคนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟื้นฟูร่างกายหลังปีใหม่: 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3685183</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 17:35:23 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3685183</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากผ่านช่วงเทศกาลแห่งความสุข ทั้งการปาร์ตี้หนัก กินดื่มไม่อั้น และอดหลับอดนอนจากการเดินทาง หลายคนมักกลับมาพร้อมกับอาการ Post-Holiday Syndrome หรือภาวะอ่อนเพลียหลังวันหยุดยาว ทั้งน้ำหนักตัวที่พุ่งขึ้น อาการบวมน้ำ และความรู้สึกไม่สดชื่น บทความนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับ 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน เพื่อให้คุณกลับมาฟิตพร้อมลุยงานในปีใหม่อย่างเต็มที่ นี่คือคำแนะนำที่ทำตามได้ง่าย ๆ ทันทีดังนี้ 1.ล้าง โซเดียมและน้ำตาล ออกจากร่างกาย ช่วงปีใหม่เรามักทานอาหารรสจัด เค็ม (โซเดียมสูง) และหวานจัด ซึ่งทำให้ตัวบวมและระบบเผาผลาญแปรปรวน สิ่งที่ต้องทำคือการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 2-3 ลิตร ในระหว่างวัน การดื่มน้ำจะช่วยขับโซเดียมส่วนเกิน ลดอาการตัวบวม และช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และงดน้ำหวาน/อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ตับอ่อนได้พักจากการหลั่งอินซูลินหนักๆซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเบาหวาน 2.ปรับ นาฬิกาชีวิตใหม่ การนอนดึกช่วงปีใหม่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน ส่งผลให้ตื่นมาแล้วเพลีย ไม่สดชื่น สิ่งที่ต้องทำ คือการเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3685183">ฟื้นฟูร่างกายหลังปีใหม่: 5 เคล็ดลับกู้คืนสุขภาพฉบับเร่งด่วน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อคนที่คุณรักต้องการ..การดูแลเป็นพิเศษ รพ.นวเวช เราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด…ด้วยความใส่ใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3684145</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 14:17:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684145</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลนวเวชให้บริการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ช่วยดูแลคนสำคัญของคุณให้เหมือนคนในครอบครัว ดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยมีรายละเอียดการให้บริการดังนี้ ช่วยทำกิจกรรมประจำวัน ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ เช็ดตัว ดูแลเรื่องการขับถ่าย พลิกตัว ป้องกันแผลกดทับ ติดตามสุขภาพทุกเช้า วัดความดัน เจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ประเมินอาการรายวัน ส่งรายงานให้ญาติ กิจกรรม Activity Support พาเดิน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่เหมาะสม ลดการติดเตียง กระตุ้นสมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย ดูแลผู้ที่ต้องให้อาหารทางสาย (Feeding Tube) ตามมาตรฐานสากล ถูกวิธี ปลอดภัย เช็คอุปกรณ์ และความสะอาด ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด เฝ้าระวังอาการผิดปกติ ดูแลความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อ เพื่อให้การดูแลได้อย่างปลอดภัย อุ่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน ซึ่งแพ็กเกจบริการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ มีบริการแบบ รายวัน/รายเดือน ราคาเริ่มต้น 4,500 บาท/วัน ดูรายละเอียด คลิก: https://bit.ly/3KqMcyQ  โดยเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ รพ. กำหนด ทั้งนี้โรงพยาบาลนวเวชให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3684145">เมื่อคนที่คุณรักต้องการ..การดูแลเป็นพิเศษ รพ.นวเวช เราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด…ด้วยความใส่ใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
