<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%8a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/โรงพยาบาลนวเวช</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Oct 2026 17:47:54 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[‘รพ.นวเวช’ กับภารกิจ ‘Health Partner’ เดินหน้าดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต ‘Health Journey’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3770264</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 10:23:38 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3770264</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญของทุกชีวิต ยิ่งในยุคนี้ประชาชนหันมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีกันมากขึ้น หลายคนจึงไม่ได้สนใจเพียงว่าเมื่อเจ็บป่วยแล้วต้องไปรักษาที่ไหน แต่กำลังหาทางว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ป่วย เมื่อเข็มทิศด้านสุขภาพเบนเข็มมาทางนี้ หน่วยงานสำคัญอย่าง “โรงพยาบาล” จึงต้องปรับบทบาท จากสถานที่สำหรับรักษาโรค ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว และหนึ่งในโรงพยาบาลที่ปรับตัวสู่ทิศทางดังกล่าวคือ โรงพยาบาลนวเวช โดยดำเนินการผ่านแนวคิด Health Partner และการดูแลแบบ Health Journey ที่มองสุขภาพเป็นเส้นทางต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง การป้องกันและค้นหาความเสี่ยง ไปจนถึงการรักษา ฟื้นฟู และกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพอีกครั้ง ‘Health Partner’ ไม่ใช่แค่รักษา แต่คือการเดินไปด้วยกัน “คนไม่ได้ตั้งคำถามว่าป่วยแล้วไปรักษาที่ไหน แต่จะตั้งคำถามว่าจะทำยังไงให้ไม่ป่วย” มุมมองของ ณัฐพล เดชวิทักษ์ กรรมการอำนวยการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบสุขภาพ เดิมทีภาพของโรงพยาบาลมักถูกผูกไว้กับการเป็นสถานที่สำหรับคนป่วย แต่บริบทด้านสุขภาพในวันนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย คนอายุยืนขึ้น คนอายุเยอะมีมากขึ้น ขณะเดียวกันโรคเรื้อรังก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมากขึ้นเช่นกัน สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้ช่วงเวลาที่มีชีวิตยืนยาวนั้นมาพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย แนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การนิยามบทบาทของนวเวชใหม่ จากโรงพยาบาลที่รอให้คนเข้ามารักษาเมื่อเจ็บป่วย สู่การเป็น “Health Partner” หรือ “เพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ” ที่ทำงานร่วมกับผู้รับบริการตั้งแต่วันที่ยังไม่ป่วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3770264">‘รพ.นวเวช’ กับภารกิจ ‘Health Partner’ เดินหน้าดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต ‘Health Journey’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งเต้านม ไม่ต้องรอให้อายุเยอะก็เป็นได้จริงหรือ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3767511</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Oct 2026 14:40:27 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3767511</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงมีความเชื่อว่า มะเร็งเต้านม เป็นโรคของผู้สูงอายุ ใช่ครับ แต่นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว ซึ่งเดิมทีพบเป็นในช่วงอายุ 65+/- กันมาก แล้วช่วงอายุที่พบมากได้ขยับลงมาเป็นช่วง 55+/- แล้ว ขณะนี้ช่วงอายุ 45+/- พบจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ หลายเคสพบเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุ 20 คงต้องตั้งคำถามตัวใหญ่ ๆ ว่า ทำไม ทำไม ? บทความให้ความรู้โดย นพ.ปิยศักดิ์ ทหราวานิช (ว.24328) แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมเต้านมและเสริมสร้างเนื้อเต้านม ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช จะตอบคำถามนี้ได้ทุกท่านต้องเข้าใจหลักการของการเกิดมะเร็ง (เต้านม) ก่อน             เนื้อเยื่อต่าง ๆ ตามร่างกายมีเซลล์เล็ก ๆ เป็นส่วนประกอบ เซลล์เหล่านี้มีวัฏจักรการแบ่งตัว มีอายุไขและตายอยู่ตลอดเวลา ทุก ๆ ครั้ง ของการแบ่งตัวก็จะได้เซลล์ที่หน้าตาเหมือนเดิม หน้าทีเหมือนเดิม และมีอายุไขเท่าเดิม เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย มะเร็งเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิดพลาด ได้เซลล์ที่ผิดปกติ หน้าตาไม่เหมือนเดิม ไม่ทำหน้าที่ตามเดิมและไม่ยอมตาย และกลับแบ่งตัวได้เองแบบที่ควบคุมไม่ได้ แล้วอะไร? [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3767511">มะเร็งเต้านม ไม่ต้องรอให้อายุเยอะก็เป็นได้จริงหรือ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เจาะลึก 7 วิธีตรวจเช็ก “โรคหัวใจ” เทคโนโลยีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3765424</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 17:00:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3765424</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก &#8220;โรคหัวใจ&#8221; ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของคนทั่วโลกจึงได้รับการพัฒนาวิธีการตรวจรักษาให้มีความแม่นยำ หมอตี๋-นพ.ธิติศักดิ์ สกุลวรกิตติ (ว.59772) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช จะพามาไขข้อข้องใจว่า การตรวจหัวใจแต่ละแบบเหมาะกับใคร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง การตรวจหาและรักษาปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors Screening) คืออะไร: การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลและไขมัน และวัดความดันโลหิต เหมาะกับใคร: ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแล้วหรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ข้อดี: เป็นขั้นตอนที่ทำได้ง่าย มีความคุ้มค่า และช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram (ECG)) คืออะไร: การตรวจการนำไฟฟ้าของหัวใจด้วยการติดแผ่นรับสัญญาณบริเวณหน้าอก แขนและขา แสดงออกมาเป็นเส้นกราฟ เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีอาการใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ ใจเต้นไม่ตรงจังหวะ ข้อดี: ตรวจได้ง่าย รู้ผลทันที สามารถบอกความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจได้ดี รวมถึงยังสามารถบอกถึงความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิด การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography หรือ Echo) คืออะไร: ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (คลื่นอัลตราซาวนด์) ตรวจบริเวณหน้าอกเพื่อประเมินการทำงานหัวใจ (คล้ายการอัลตราซาวนด์ทารกในหญิงตั้งครรภ์) เหมาะกับใคร: ผู้ที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3765424">เจาะลึก 7 วิธีตรวจเช็ก “โรคหัวใจ” เทคโนโลยีไหนที่ใช่สำหรับคุณ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงพยาบาลนวเวช เคียงข้างชุมชนร่วมมือกับเขตบึงกุ่ม สนับสนุนพื้นที่บรรจุทราย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3765397</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 15:27:11 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3765397</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงพยาบาลนวเวช เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานเขตบึงกุ่ม เร่งให้การช่วยเหลือพื้นที่และประชาชนอย่างทันท่วงที โดยได้เปิดพื้นที่บริเวณลานจอดรถด้านหลังโรงพยาบาล เพื่อใช้เป็นจุดบรรจุทรายลงกระสอบ สำหรับนำไปใช้ป้องกันและชะลอน้ำท่วมในพื้นที่เขตบึงกุ่ม โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือต้องการกระสอบทราย สามารถเดินทางมารับและขนทรายได้จนกว่าปริมาณทรายจะหมด (สามารถติดตามอัปเดตสถานะจำนวนทรายได้ทาง Facebook Page: สำนักงานเขตบึงกุ่ม Buengkum District Office) นอกจากนี้ โรงพยาบาลนวเวช ยังได้มอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำดื่ม ให้แก่สำนักงานเขตบึงกุ่ม เพื่อส่งต่อไปยังผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลนวเวชและหน่วยงานภาครัฐเป็นการบูรณาการทรัพยากรและร่วมกันช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลนวเวชขอส่งกำลังใจให้ประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมยืนหยัดเคียงข้างชุมชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมให้ก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน      </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3765397">โรงพยาบาลนวเวช เคียงข้างชุมชนร่วมมือกับเขตบึงกุ่ม สนับสนุนพื้นที่บรรจุทราย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[10 อาการเตือนก่อนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน รู้ทัน สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีป้องกัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3759604</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 14:46:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3759604</guid>

					<description><![CDATA[<p>หัวใจเป็นอวัยวะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหยุดพัก แม้ในเวลาที่เราหลับหัวใจก็ยังคงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอย่างต่อเนื่อง ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden cardiac arrest) คือการที่หัวใจหยุดทำงานฉับพลัน ทำให้ไม่สามารถบีบเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้ สมอง และอวัยวะสำคัญจะเริ่มขาดเลือด และเสียชีวิตในที่สุด วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้โดย พญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ (ว.36429) อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึง 10 อาการ สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งแนวทางการป้องกัน เพื่อจะได้นำไปเป็นแนวทางในการเฝ้าระวังตนเองและคนรอบข้าง เพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจวายได้ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน( heart attack หรือ myocardial infarction)” เกิดขึ้นได้อย่างไร? กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือคนทั่วไปบางทีอาจเรียกว่าหัวใจวาย มักเกิดขึ้นเมื่อเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือหยุดลงอย่างเฉียบพลัน โดยหนึ่งในกลไกสำคัญ คือคราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการแตก หรือมีการเปลี่ยนแปลงจนเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนได้ แล้วภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน( sudden cardiac arrest) คืออะไร หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน( sudden cardiac arrest) คือภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ผู้ป่วยจะหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปรกติ จนถึงเสียชีวิตตามมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3759604">10 อาการเตือนก่อนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน รู้ทัน สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีป้องกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป&#8230;รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3753965</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2026 08:16:43 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3753965</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราทุกคน ตั้งแต่เด็กเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ มีโอกาสได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อภาพข่าวหรือสถานการณ์มีความตึงเครียด ความวิตกกังวล และความหดหู่ จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ (ว.55098) จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช ได้ถ่ายทอดเกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อจิตใจ สัญญาณเตือน และแนวทางการรับมือ เพื่อให้คนทุกช่วงวัยสามารถรู้เท่าทันอารมณ์และดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.เข้าใจผลกระทบของข่าวสารต่อจิตใจในแต่ละช่วงวัย การรับข่าวสารร้ายแรงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิด ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม &#8220;Doomscrolling&#8221; ที่เป็นการไถหน้าจอหาแต่ข่าวร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อแต่ละวัยต่างกัน ดังนี้ ผู้สูงอายุ: มักรับข่าวสารผ่านทีวีหรือโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานตลอดวัน ประกอบกับมีเวลาว่างมาก จึงมีโอกาสหมกมุ่นกับข่าวสาร จนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง กังวลเกี่ยวกับอนาคตของลูกหลาน หรือรู้สึกว่าโลกไม่ปลอดภัย เด็กและวัยรุ่น: เด็กอาจได้รับภาพหรือคลิปความรุนแรงโดยตรงผ่านสื่อออนไลน์ โดยยังขาดความเข้าใจบริบทที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว สับสน หรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตนเองและครอบครัว วัยทำงาน: เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และรู้สึกผิดที่ตนเองยังใช้ชีวิตสุขสบายในขณะที่ผู้อื่นกำลังเผชิญความทุกข์ 2.สัญญาณเตือนว่าคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเครียดจากข่าว สัญญาณทั่วไป รู้สึกกังวล ใจสั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3753965">รู้เท่าทันจิตใจเมื่อเสพข่าวมากเกินไป&#8230;รับมือความเครียดจากข่าวสารในเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3750695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 11:34:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3750695</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่อาจเคยสงสัยใช่ไหมว่า ทั้งที่เลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดให้ลูกทานแล้ว แต่ทำไมลูกยังดูตัวเล็ก หรือดูไม่สดใสเท่าที่ควร? ความจริงแล้ว &#8216;ปริมาณ&#8217; สารอาหารอาจไม่สำคัญเท่ากับ&#8217;การดูดซึม&#8217; เพราะร่างกายของเด็ก ๆ มีกลไกที่ซับซ้อน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช จะพาทุกคนไปเจาะลึกสูตรลับการจับคู่สารอาหาร&#8217; ที่จะช่วยให้ลูกรักของคุณโตไวและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้ การจับคู่อาหารให้ลูกรับประทานที่เหมาะสมจะเพิ่มประโยชน์ให้ลูก “ดูดซึมดี โตไว แข็งแรง” แนวคิดนี้ “ใช่เลย” ในระดับลึกเด็กกินของดีแค่ไหน แต่ถ้าร่างกายดูดซึมไม่ได้ก็เสียของการจับคู่อาหารที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ และเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ในเด็กช่วงกำลังโต โดยเฉพาะ ธาตุเหล็ก วิตามินเอ ดี อี เค และแคลเซียม อาหารสำคัญที่มีหลักฐานและใช้ได้จริงในบ้าน 6 คู่ มีดังนี้ เหล็กควบคู่กับวิตามินซี ช่วยให้เหล็กดูดซึมเพิ่มหลายเท่า (ป้องกันซีด อ่อนเพลีย สมาธิดีขึ้น) ตัวอย่างคู่อาหาร ไข่ / ตับ / เนื้อแดง ควบคู่กับ ส้ม / ฝรั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3750695">สูตรลับจับคู่สารอาหาร เทคนิคช่วยลูกดูดซึมดี เติบโตสมวัย สไตล์กุมารแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3746389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 14:47:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3746389</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอด้วยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบัน ‘ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ&#8217; ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอ หรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคน ไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษา แต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม การจำแนกการแสดงอาการของโรคไทรอยด์ว่า สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ กลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน เช่น ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานสูง) หรือภาวะไฮโปไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานต่ำ) ซึ่งแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการใช้ยารักษาเป็นแกนหลัก ผู้ป่วยจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลฮอร์โมนปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งอุบัติขึ้น โดยปัจจุบันทิศทางการรักษาของแพทย์จะมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงหัตถการผ่าตัดเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าตัวโรคยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นสำหรับในกรณีที่ผลการตรวจในขั้นต้นมีความก้ำกึ่ง และยากต่อการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจตามปกติ การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเพิ่มความถี่ถ้วนด้วยการส่งตรวจพิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Molecular Testing หรือการตรวจรหัสพันธุกรรมลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นรอยโรคเนื้อร้าย ส่งผลให้แพทย์มีข้อมูลเชิงลึกมาประเมินร่วม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกโรค รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากแนวคิดที่ต้องการลดหัตถการได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการคัดกรองทำหน้าที่ตรวจเช็กและวิเคราะห์ลักษณะก้อนเนื้อควบคู่ไปกับประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของโรค พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3746389">เปิดแนวทางรักษา ‘ไทรอยด์’ ยุคใหม่ ผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก-การสลายเนื้องอกไทรอยด์ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ เพิ่มทางเลือกการรักษา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วันแม่ปีนี้ รพ.นวเวช ขอเชิญชวนตอบแทนคำว่ารักด้วยการดูแลสุขภาพกับแคมเปญ Mother’s Day 2026 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3744916</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 17:28:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3744916</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันแม่ปีนี้ บอกรักให้ถึงหัวใจ ตอบแทนรักที่ยิ่งใหญ่ด้วยสุขภาพที่ดีกับ ‘โรงพยาบาลนวเวช’ มอบของขวัญที่ดีที่สุด เพื่อดูแลสุขภาพให้กับคนที่คุณรัก ด้วยแคมเปญ “Mother’s Day 2026” สำหรับคุณแม่ทุกช่วงวัยที่ต้องการตรวจสุขภาพ เพื่อทราบความแข็งแรงของร่างกาย รวมทั้งค้นหาความผิดปกติในการทำงานของระบบต่าง ๆ แบบเฉพาะเจาะจง อาทิ โปรแกรม Active Life, โปรแกรม Healthy Life และ โปรแกรม Perfect Lady ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท “การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน” (Preventive Healthcare) เป็นการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม แต่ยังช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนดูแล ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและคงคุณภาพชีวิตที่ดี (Quality of Life) ให้คุณแม่และคุณที่คุณรักได้ สามารถชื้อผ่านช่องทางออนไลน์คลิกซื้อได้ที่: https://bit.ly/4ejGH16  และ Application Navavej plus เปิดขายตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569 ระยะเวลาใช้บริการภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3744916">วันแม่ปีนี้ รพ.นวเวช ขอเชิญชวนตอบแทนคำว่ารักด้วยการดูแลสุขภาพกับแคมเปญ Mother’s Day 2026 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปลดล็อกความลับวัยทอง เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนไป แต่เราเลือก &#8220;ดีไซน์สุขภาพ&#8221; เองได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3739339</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2026 15:24:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3739339</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ฮอร์โมนวัยทอง” ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปตามอายุ แต่คือจุดเปลี่ยนของสุขภาพที่เราสามารถจัดการได้ โดยฮอร์โมนวัยทอง คือ ภาวะที่ร่างกายมีการลดลงอย่างน่าใจหายของฮอร์โมนเพศ เนื่องจากรังไข่ (ในผู้หญิง) หรืออัณฑะ (ในผู้ชาย) เริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุ โดยหลัก ๆ แล้วจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน คือ ฮอร์โมน Estrogen – เอสโตรเจนในผู้หญิง และ ฮอร์โมน Testosterone – เทสโทสเตอโรนในผู้ชายซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ชณัฐ ปิยพงศ์โกวิท (ว.66496) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ประจำศูนย์ปราณ โรงพยาบาลนวเวช ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนวัยทองในผู้หญิง เมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งร่างกายของคนเราทุกคนต้องเผชิญกับสถานีที่ชื่อว่า &#8216;วัยทอง&#8217; มันคือช่วงเวลาที่ฮอร์โมนในร่างกายเริ่มลดระดับลง ทั้งร่างกายที่เหนื่อยง่ายและอารมณ์ที่เปราะบาง แต่ก่อนที่จะกังวลไปไกล ทุกท่านสามารถทำความเข้าใจ เพื่อสุขภาพที่คุณสามารถลุกขึ้นมาดีไซน์และจัดการมันด้วยตัวเองได้ หลายคนเข้าใจว่าวัยทอง คือ ช่วงที่ประจำเดือนหมด และมีอาการร้อนวูบวาบเพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “วัยทอง” เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิตผู้หญิง และส่งผลต่อสุขภาพในหลายมิติ ตั้งแต่การนอนหลับ อารมณ์ น้ำหนัก สมอง หัวใจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว เมื่อฮอร์โมนเริ่มลดลง ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไร? ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงก่อนวัยทอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3739339">ปลดล็อกความลับวัยทอง เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนไป แต่เราเลือก &#8220;ดีไซน์สุขภาพ&#8221; เองได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral valve) &#8220;แผลเล็ก&#8221; ไม่ต้องเปิดอก นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3729595</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 16:56:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงการผ่าตัดหัวใจ หลายคนคงภาพจำคือการ &#8220;ผ่าเปิดกลางหน้าอก&#8221; ที่ต้องตัดกระดูก พักฟื้นนาน และทิ้งรอยแผลเป็นยาวไว้เป็นที่ระลึก แต่วันนี้เทคโนโลยีไปไกลกว่านั้นมากด้วยเทคนิคการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัลด้วยเทคนิค MIMVS วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความโดย ผศ.นพ.บุลวัชร์ หอมวิเศษ (ว.25288) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจและทรวงอก ศูนย์โรคหัวใจ และทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงสาเหตุและอาการ ข้อดี ขั้นตอนการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัลด้วยเทคนิค MIMVS รวมทั้งแนะนำการฟื้นฟูสุขภาพหลังการผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล &#8220;ลิ้นหัวใจไมทรัล&#8221; คือ ประตูกั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย หน้าที่หลัก : เปิดให้เลือดแดง (ที่มีออกซิเจนสูง) ไหลลงสู่หัวใจห้องล่างเพื่อไปเลี้ยงร่างกาย และ &#8220;ปิดสนิท&#8221; เพื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับขึ้นไปที่ปอด เปรียบเทียบ: เหมือน &#8220;วาล์วทางเดียว&#8221; ถ้าวาล์วนี้รั่วหรือตีบ หัวใจจะทำงานหนักจนเหนื่อยง่าย หอบ หรือน้ำท่วมปอดได้ รูปร่าง: มีลักษณะคล้าย &#8220;หมวกของพระสังฆราช&#8221; (Mitre) จึงเป็นที่มาของชื่อ Mitral นั่นเอง สาเหตุและอาการของโรคลิ้นหัวใจไมทรัล โรคลิ้นหัวใจไมทรัลที่พบบ่อย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1.ลิ้นหัวใจไมทรัลรั่ว (Mitral Regurgitation) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3729595">ผ่าตัดลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral valve) &#8220;แผลเล็ก&#8221; ไม่ต้องเปิดอก นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3727725</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 16:10:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3727725</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาที่ดิอาร์คองโก &#8211; ยูกันดา&#160; การระบาดยังรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยรายงานจากองค์การอนามัยโลก&#160; สงสัยผู้ติดเชื้อ จำนวนมากกว่า 900 ราย และเสียชีวิตแล้ว 220 ราย โดยการระบาดครั้งนี้ เกิดจากสายพันธุ์ Bundibugyo (บุนดิบูโย) ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 บอร์ดโรคติดต่อ ฯ แห่งประเทศไทย ได้ยกระดับสกัด “อีโบลา” จากผู้เดินทางจาก 2 ประเทศ “ดิอาร์คองโก-ยูกันดา” โดยเมื่อเข้าไทยจำเป็นต้องกักกันตัว 21 วัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายหลักการแพร่เชื้อ อาการ การรักษา และการป้องกัน ใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป เชื้อไวรัสอีโบลา (Ebolavirus) ก่อให้เกิดโรคอีโบลา (Ebola disease) โลกรู้จักเชื้อนี้ครั้งแรก ในปี 1976&#160; โดยพบไวรัสนี้ที่ริมแม่น้ำอีโบลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3727725">ทำความรู้จัก ‘ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคติดเชื้อจากสัตว์ฟันแทะที่อาจรุนแรงถึงชีวิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3726185</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 08:45:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726185</guid>

					<description><![CDATA[<p>Hantavirus เป็นไวรัสกลุ่ม Orthohantavirus ในวงศ์ Hantaviridae ซึ่งพบได้ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด โดยเฉพาะหนูป่า หนูนา และหนูบ้าน เชื้อไวรัสจะถูกขับออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ เมื่อคนสูดดมละอองฝุ่นหรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากสัตว์ฟันแทะจึงอาจติดเชื้อได้ โรคนี้พบได้หลายประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ในบางรายเชื้ออาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ภาวะปอดอักเสบเฉียบพลัน หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับเชื้อปริมาณมากหรือมาพบแพทย์ล่าช้า อัตราการเสียชีวิตของโรคชนิดรุนแรงอาจสูงถึง 30–40% ไวรัสฮันตา ติดต่อทางไหน? การติดต่อของไวรัสฮันตา มีดังนี้ สูดดมละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ สัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาสัมผัสจมูก ปาก หรือดวงตา ถูกสัตว์ฟันแทะกัด พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานหรือพักอาศัยในบริเวณที่มีหนูจำนวนมาก เช่น โกดัง โรงนา ฟาร์ม บ้านร้าง หรือพื้นที่เก็บของอับชื้น โดยทั่วไปโรคนี้ไม่ค่อยติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นไวรัสบางสายพันธุ์ในทวีปอเมริกาใต้ที่มีรายงานการแพร่เชื้อระหว่างคนได้ การระบาดบนเรือสำราญ ปี 2026 เดือนพฤษภาคม 2026 มีรายงานการระบาดของ Andes virus ซึ่งเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3726185">ไวรัสฮันตา (Hantavirus) โรคติดเชื้อจากสัตว์ฟันแทะที่อาจรุนแรงถึงชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไข้ ไข้ ไข้ &#8230; หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3723726</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 11:13:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723726</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้น รวมทั้งแหล่งน้ำท่วมขังจากฝนตกชุก เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค และสัตว์พาหะนำโรค ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายอาการและการป้องกันสำหรับการเฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรคติดต่อ เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป เตือนภัย!! เฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรค ดังนี้ โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ อาการ : ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ป้องกัน : วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย  โรคปอดอักเสบ อาการ : ไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อยอย่างเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ป้องกัน : วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3723726">ไข้ ไข้ ไข้ &#8230; หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“การนอนหลับ” การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตที่คุณสร้างเองได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3720479</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 16:44:21 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3720479</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกที่หมุนไวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และวิกฤตการณ์โลกที่ถาโถม หลายคนเลือกที่จะเบียดบังเวลา &#8220;นอน&#8221; เพื่อนำไปแลกกับการทำงานหรือการแก้ปัญหา จนลืมไปว่า &#8220;การนอนให้มีคุณภาพ&#8221; คืออาวุธที่ดีที่สุดในการรับมือกับทุกวิกฤตของโรคต่าง ๆ &#160;ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.นัยนา เงินมาก (ว.42548) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ประจำศูนย์ปราณ โรงพยาบาลนวเวช ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง การนอนหลับ วิธีการนอน และกุญแจสำคัญสู่การนอนระดับคุณภาพ เพื่อจะได้นำไปใช้สังเกตตนเอง ทำให้ทุกค่ำคืน คือ การ &#8216;รีเซ็ต&#8217; ร่างกาย เพราะการนอนที่มีคุณภาพเป็นช่วงเวลาทองที่เซลล์นับล้านจะลุกขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง เพื่อให้คุณตื่นมาพร้อมกับสุขภาพที่ดี คุณ &#8220;นอนไม่หลับ&#8221; จริง ๆ หรือแค่ &#8220;ลืม&#8221; วิธีการนอน? ทางการแพทย์ระบุว่า ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) ที่ควรได้รับการแก้ไข ต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คุณภาพไม่ได้: หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย หรือตื่นเช้าเกินไปจนอ่อนเพลีย กระทบชีวิต: กลางวันไม่สดชื่น สมาธิสั้น หรืออารมณ์แปรปรวน เรื้อรัง: เป็นอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3720479">“การนอนหลับ” การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตที่คุณสร้างเองได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3716984</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 17:10:02 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716984</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ บ้าน&#160; อาจจะมีความกลุ้มใจในเรื่องการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะวัยเตาะแตะที่อยากจะเล่นมากกว่าอยากจะรับประทานอาหาร แต่ละมื้อผ่านไปด้วยความยากเย็น ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การกลับมาหา &#8216;พลังจากธรรมชาติ&#8217; คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกรักเติบโตได้อย่างสมวัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการสร้างลูกให้สูง แกร่ง และสมบูรณ์แบบ เริ่มต้นได้ที่คำแรกของมื้ออาหาร สิ่งสำคัญอันแรก คือบรรยากาศในการรับประทานต้องมีความสุข&#160; สนุก เฉกเช่นเดียวกับการเล่น&#160; ไม่บังคับ&#160; ไม่ยัดเยียด ให้ทานเป็นมื้อ ๆ รับประทานพร้อมผู้ใหญ่และไม่ควรให้นมหรือขนมก่อนมื้อข้าว&#160; เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหิว&#160; เรื่องที่ 2 ในเด็กที่รับประทานได้น้อย เราจะเน้นเรื่องคุณภาพอาหารมากกว่าปริมาณอาหารครบ 5 หมู่ และจับคู่อาหาร เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูดซึม ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “พลังอาหารธรรมชาติ” ที่ครบถ้วนและเหมาะกับวัยของเขา มีดังนี้ โปรตีนจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกาย และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เด็กวัยเรียนควรได้โปรตีนทุกมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า แคลเซียม + วิตามินดี: เสริมกระดูกให้ยาวพบมากใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3716984">5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโต สูง แข็งแรง และสมวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3713147</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 13:14:12 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713147</guid>

					<description><![CDATA[<p>การกินอาหารมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจอย่างมาก ถ้ากินผิดแบบเป็นประจำอาจจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ วันนี้เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้โดย พญ.วริษฐา เล่าสกุล (ว.47917) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจ และทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงอาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่ควรระวังแบบไหนบ้าง รวมทั้งแนะนำหลักการกินลดเสี่ยงโรคหัวใจ เพื่อจะได้นำไปเป็นแนวทางในวางแผนการกินในชีวิตประจำวัน เพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจได้ &#160;อาหารประเภทที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อาหารไขมันอิ่มตัวสูง เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ หมูกรอบ ของทอดในน้ำมันปาล์ม/มะพร้าว: ทำให้คอเลสเตอรอล (LDL) สูง → เสี่ยงหลอดเลือดตีบ อาหารไขมันทรานส์ เบเกอรี คุกกี้ พาย มาร์การีน เนยขาว: เพิ่มไขมันเลว ลดไขมันดี (HDL) กินเค็มเกินไป อาหารแปรรูป (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก แฮม อาหารกระป๋อง): ทำให้โซเดียมสูง → ความดันโลหิตสูง น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกิน น้ำอัดลม ชานมไข่มุก ขนมหวาน ข้าวขาว ขนมปังขาว: เสี่ยงเบาหวาน น้ำหนักเกิน → กระทบหัวใจ หลักการกินลดเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ มีดังนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3713147">กินแบบไหน&#8230;.ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3706462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 12:01:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706462</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ ณ วันนี้ ของโรคไข้กาฬหลังแอ่นและคำแนะนำเรื่อง “วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น” ในเด็กไทยจากข่าวสถานการณ์การระบาดของโรค ที่ทำให้มีเด็กวัยรุ่น เสียชีวิตในต่างประเทศนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และแนวทางการป้องกันโรคด้วยวัคซีนในปัจจุบัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับอาการของโรค แนวทางการรักษา และวัคซีนป้องกันวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น เพื่อนำไปใช้ดูแลตนเองและคนที่คุณรัก เพราะในโลกของโรคไข้กาฬหลังแอ่น &#8216;ความรู้&#8217; คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเปลี่ยนจากความตื่นตระหนก เป็นการรับมือที่รวดเร็วและรักษาชีวิตได้ทันเวลา โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ไม่ได้เกิดจากเชื้อเพียงชนิดเดียว แต่พบว่าสามารถเกิดได้จากหลายเชื้อทั้งไวรัส และแบคทีเรีย ปัจจุบัน โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่มีวัคซีนป้องกันแล้ว มี 3 ชนิด คือ ไข้กาฬหลังแอ่น IPD และ Hib ทั้งนี้ IPD และ Hib ในเด็ก เป็นวัคซีนที่มีการฉีดกันอย่างแพร่หลายมากแล้วในปัจจุบัน โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเยื่อหุ้มสมอง ชื่อว่า Neisseria [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3706462">ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง &#8220;ป้องกัน&#8221;โรคไข้กาฬหลังแอ่น&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3704641</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2026 16:33:17 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704641</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัณโรค (tuberculosis) เป็นโรคระบาดยังพบมีการกระจายอยู่ในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Mycobacterium tuberculosis) โดยเมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดัง ๆ ตะโกน หัวเราะหรือร้องเพลง ทำให้เกิดละอองฝอย (droplet nuclei) ฟุ้งกระจายออกมา เมื่อผู้อื่นสูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าไปสู่ถุงลมในปอด ทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหลายคนมักคุ้นเคยในชื่อ “วัณโรคปอด” เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปอดแล้ว เชื้อโรคก็สามารถแพร่กระจายสู่อวัยวะทั่วร่างกาย เช่น สมอง เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ กระดูกสันหลัง ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น คนส่วนใหญ่ ประมาณ 70-90% เมื่อรับเชื้อวัณโรค เชื้ออาจอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใด ๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้ แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอชไอวี หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เชื้อวัณโรคอาจเจริญเติบโตและแสดงอาการรุนแรงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรควัณโรคในหลายอวัยวะของร่างกาย ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค เพื่อใช้สำหรับดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3704641">&#8220;วัณโรค” แพร่กระจายเชื้ออย่างไร? เรื่องต้องรู้เพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3695472</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 14:04:34 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3695472</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดท้องในเด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เด็กเล็กไปจนถึงวัยเรียน สาเหตุอาจเป็นเพียงความผิดปกติเล็กน้อย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ปรเมศวร์ วงศ์ประเสริฐ (ว.37712) กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children&#8217;s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึงสาเหตุของอาการปวดท้องในเด็กที่พบบ่อย  อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที และการดูแลเด็กเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดท้อง เพื่อจะได้นำไปใช้สังเกตอาการลูกน้อย นำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป สาเหตุของอาการปวดท้องในทารก/เด็กที่พบบ่อย อาหารเป็นพิษหรือการติดเชื้อในลำไส้: มักมีอาการปวดท้องร่วมกับท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้ ท้องผูก: เด็กจะปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ อุจจาระแข็ง หรือถ่ายยาก อาหารไม่ย่อย / แพ้อาหารบางชนิด: ทำให้แน่นท้อง ท้องอืด หรือผื่นขึ้นตามตัว พยาธิในลำไส้: อาจมีอาการปวดท้อง น้ำหนักลด หรือคันรอบทวารหนัก ไส้ติ่งอักเสบ: ปวดท้องบริเวณรอบสะดือแล้วร้าวไปท้องขวาล่าง เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ ลำไส้อุดตัน: ปวดท้องรุนแรงไม่ถ่ายไม่ผายลม อาการปวดท้องแบบไหนที่ควรระวัง ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องไม่หาย: ปวดจนงอตัวหรือปวดนานปวดตลอดเวลา มีไข้สูง ซึม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3695472">ปวดท้องในเด็ก อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
