<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%aa/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/เทิร์นอะราวด์-โฟกัส</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 17:26:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์เปิดผลสำรวจ Digital Transformation ล่าสุด ชี้องค์กรไทยมาถูกทางแล้ว แต่ความตื่นตัวต่อ GenAI ยังตามหลังกระแสโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3611879</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2025 13:32:29 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3611879</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรธุรกิจไทยยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลสำรวจ Deloitte Thailand Digital Transformation Survey 2025 โดยดีลอยท์ ประเทศไทย ที่จัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระบุว่า องค์กรไทยเริ่มผสานดิจิทัลสู่ธุรกิจหลักมากขึ้น แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลอย่างรวดเร็ว การปรับตัวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร นอกจากนี้ ยังมีการนำ Generative AI (GenAI) มาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น การเดินหน้าเรื่องเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลขององค์กรไทย ในปี 2568 สถานะขององค์กรไทยในเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ยังคงใกล้เคียงกับผลสำรวจของปีที่ผ่านมา โดยองค์กร ที่อยู่ในระยะ ‘Doing Digital’ มีสัดส่วนมากที่สุดที่ร้อยละ 44 ตามด้วยระยะ ‘Becoming Digital’ ที่ร้อยละ 28 และระยะ ‘Being Digital’ ที่ร้อยละ 15 ขณะที่กลุ่ม ‘Exploring Digital’ กับ &#8216;Digital Laggard&#8217; เป็นส่วนน้อยที่ร้อยละ 10 และร้อยละ 3 ตามลำดับ เหล่านี้สะท้อนถึงการวางกลยุทธ์ที่สมดุลและระมัดระวังมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3611879">ดีลอยท์เปิดผลสำรวจ Digital Transformation ล่าสุด ชี้องค์กรไทยมาถูกทางแล้ว แต่ความตื่นตัวต่อ GenAI ยังตามหลังกระแสโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ จับมือ SME D BANK และ LiVEx เปิดโครงการเสริมความพร้อมที่สำคัญของผู้ประกอบการในการเข้าตลาด “Acceleration Program &#8211; Road to LiVE” รุ่นที่ 2]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3493775</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jul 2024 16:33:33 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3493775</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME D Bank) และตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) โดย นายวัลลภ วิไลวรวิทย์ และนางสาวลสิตา มากัต พาร์ทเนอร์ บริการด้านการสอบบัญชี ดีลอยท์ ประเทศไทย (ที่สี่และห้าจากซ้าย) นางสาวกัลยา เฉลิมโชคชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้รับผิดชอบสายงานบริหารเงินและบัญชี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ที่หกจากซ้าย) และ นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ,ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์, กรรมการผู้จัดการบริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด (ที่ห้าจากขวา) ร่วมเป็นประธาน ในพิธีเปิดงานและงานปฐมนิเทศ Acceleration Program &#8211; Road to LiVE รุ่นที่ 2 โครงการเสริมความพร้อมที่สำคัญของผู้ประกอบการในการเข้าตลาดทุน ณ ห้อง สุรศักดิ์ บอลรูม โรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อเร็วๆนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3493775">ดีลอยท์ จับมือ SME D BANK และ LiVEx เปิดโครงการเสริมความพร้อมที่สำคัญของผู้ประกอบการในการเข้าตลาด “Acceleration Program &#8211; Road to LiVE” รุ่นที่ 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ ประเทศไทย เผยผลการสํารวจ Thailand Business Transition for Future Energy Ambition Survey ประจำปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3425469</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Dec 2023 08:46:43 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3425469</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย เผยผลสำรวจ Thailand Business Transition for Future Energy Ambition Survey 2023 ซึ่งเผยข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติของบริษัทในประเทศไทยต่อความยั่งยืนและมาตรการทางสิ่งแวดล้อม และความท้าทายที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ผลสำรวจนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ธุรกิจต้องปรับตัวตามเป้าหมายทางความยั่งยืนและดำเนินการทางกลยุทธ์เพื่อจัดการกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และนำเสนอแผนกลยุทธ์ให้กับบริษัทที่ต้องการหาแนวทางดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ดีลอยท์ ประเทศไทย ได้ทำการสำรวจ Thailand Business Transition for Future Energy Ambition Survey 2023 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจากบริษัทในประเทศไทย 57 แห่ง จาก 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มอุปโภคบริโภค, พลังงาน, ทรัพยากรและอุตสาหกรรม, บริการทางการเงิน, และวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการดูแลสุขภาพ การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติของบริษัทต่อการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนและสภาพอากาศ และความท้าทายที่พวกเขากำลังเผชิญ ผลการสำรวจประกอบด้วยสามประเด็นสำคัญ ได้แก่ กลยุทธ์ การดำเนินงานในระดับปฏิบัติการ และมาตรการทางการเงินเพื่อความยั่งยืนและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในด้านกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าปัจจัยทางกฎหมายและการปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้รับผลกระทบจากทั้งนโยบายระหว่างประเทศและระดับประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทดำเนินกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนและรองรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 41 ได้รับการผลักดันนโยบายระหว่างประเทศ ในขณะที่ร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3425469">ดีลอยท์ ประเทศไทย เผยผลการสํารวจ Thailand Business Transition for Future Energy Ambition Survey ประจำปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ จับมือ SME D BANK เปิดโครงการติวเข้ม SMEs- Startups เตรียมพร้อมก้าวสู่ตลาดทุน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3350293</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 10:29:19 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3350293</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย โดยนายชวาลา เทียนประเสริฐกิจ Audit &#38; Assurance Leader พร้อมด้วย นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) จัดพิธีเปิดโครงการ Acceleration Program &#8211; Road to LiVE ซึ่งเป็นโครงการติวเข้มให้กับผู้ประกอบการ SMEs- Startups ในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ตลาดทุน “LiVE Exchange” เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนสูงสุด 1 ล้านบาท โดยมี นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ในฐานะผู้สนับสนุน ให้เกียรติร่วมงาน ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพ เมื่อเร็วๆนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3350293">ดีลอยท์ จับมือ SME D BANK เปิดโครงการติวเข้ม SMEs- Startups เตรียมพร้อมก้าวสู่ตลาดทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์จับมือ SME D BANK ปั้น SMEs- Startups ก้าวสู่ตลาดทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3347752</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 16:01:16 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3347752</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย ผนึก SME D BANK ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ไลฟ์ ฟินคอร์ป จัดหลักสูตรติดอาวุธ SMEs- Startups ก้าวสู่ตลาดทุน เพิ่มศักยภาพธุรกิจ เสริมความรู้ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบงานที่สำคัญ การแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา สนับสนุนการต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ จำลองการนำเสนอและรับฟังความเห็นจากนักลงทุนตัวจริง พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนสูงสุด 1 ล้านบาท นายชวาลา เทียนประเสริฐกิจ Audit &#38; Assurance Leader ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับเกียรติร่วมเป็นที่ปรึกษาโครงการ Acceleration Program &#8211; Road to LiVE หรือเส้นทางเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) และ บริษัท ไลฟ์ ฟินคอร์ป จำกัด (LiVE) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3347752">ดีลอยท์จับมือ SME D BANK ปั้น SMEs- Startups ก้าวสู่ตลาดทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง ชี้ถึงโอกาสในการพัฒนาระบบนิเวศ Startup ในประเทศไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนในระยะเริ่มต้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3299867</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2023 17:10:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3299867</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาฉบับใหม่ “อนาคตของไทยสตาร์ทอัพ และ Venture Capital”โดยดีลอยท์ คอนซัลติ้ง (“ดีลอยท์”) ชี้ว่า Startup ไทยจำนวนมากเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันและดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Startup ในไทยยังคงประสบปัญหาในการเข้าถึงเงินทุนระยะเริ่มต้นจากแหล่งเงินทุนอย่างเช่น Venture Capital Firm (VC) ส่งผลให้ Startup ในไทยขาดแคลนเงินทุนที่ต้องการเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ การศึกษาครั้งนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ Startup ไม่ว่าจะเป็น ผู้ก่อตั้ง Startup VC และหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 20 ราย ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงอ้างอิงผลการวิจัยจากสถาบันต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยการศึกษาฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นไปได้ในการพัฒนาสตาร์ทอัพและ Venture Capital ในประเทศไทย ปัญหาหลักของระบบนิเวศในประเทศไทยที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข จากการศึกษาระบบนิเวศในประเทศไทย เราพบว่าระบบนิเวศในประเทศไทยนั้นประสบปัญหาในหลายๆ ด้าน โดยปัญหาหลักที่ขัดขวางการเติบโตของระบบนิเวศนั้น มีตั้งแต่ปัญหาการเข้าถึงเงินทุน จนไปถึงความยากลำบากในการหาผู้ประกอบกิจการที่มีความสามารถ ยกตัวอย่างเช่น “ปัญหาที่ Startup ไทยเผชิญอยู่นั้นเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน” ดร.เมธินี จงสฤษดิ์หวัง กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง กล่าว “เงินทุนระยะเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อ Startup [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3299867">ดีลอยท์ คอนซัลติ้ง ชี้ถึงโอกาสในการพัฒนาระบบนิเวศ Startup ในประเทศไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนในระยะเริ่มต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ เผย ESG เป็นวาระขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กรอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3264900</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2022 15:44:55 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3264900</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย เผยรายงานผลการสำรวจ Thailand ESG and Sustainability Survey Report 2022 พบว่า ESG มีความสำคัญต่อการพัฒนาภูมิทัศน์ทางธุรกิจมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เกิดการวางมาตรฐานในการวัดผลการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจตามหลักเกณฑ์ด้าน ESG นอกจากนี้ ความสนใจของนักลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่มีการดำเนินการตามเป้าหมาย ESG อย่างจริงจังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นายกษิติ เกตุสุริยงค์ Sustainability &#38; Climate Leader ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันประเด็นด้าน ESG หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล กลายเป็นประเด็นหลักในการตัดสินใจในทางธุรกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การประเมินความเสี่ยงและเปิดรับโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG ขององค์กร เพื่อปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ผลการสำรวจของดีลอยท์ ประเทศไทย เผยให้เห็นความท้าทายหลายประการในการบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การประหยัดต้นทุน ไปจนถึงการหาตลาด และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ” ดีลอยท์ ประเทศไทยได้ทำการสำรวจ Thailand ESG and [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3264900">ดีลอยท์ เผย ESG เป็นวาระขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กรอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ เผยรายงานฉบับใหม่ นำเสนอความมุ่งมั่นด้านการจัดการด้านความยั่งยืน ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3246477</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2022 16:07:01 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3246477</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ เผยรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “ความมุ่งมั่นในการจัดการด้านความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2565” นำเสนอความท้าทายในการจัดการด้านความยั่งยืนที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญอยู่ และความมุ่งมั่นของภาครัฐเพื่อจัดการกับความท้าทายเหล่านั้น เพื่อให้ภูมิภาคนี้ได้แสดงศักยภาพในทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากุญแจสำคัญในพัฒนาการจัดการด้านความยั่งยืนคือการส่งเสริมให้แต่ละประเทศร่วมมือกันในระดับภูมิภาคและส่งเสริมภาครัฐสร้างพันธมิตรใหม่ๆ ที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ภาครัฐและภาคเอกชน องค์กรในประเทศและองค์กรระดับนานาชาติ รายงานฉบับนี้ จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Deloitte Center for the Edge และสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council) มุ่งให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงลึกของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนห้าด้านสำคัญ ที่คัดเลือกโดยสมาชิกสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน ได้แก่ พลังงานและสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำ ของเสียและความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลแบบครบวงจรสำหรับบริษัทต่างชาติและนักลงทุนในการระบุประเด็นด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลกระทบมากที่สุด รายงานดังกล่าวแสดงภาพรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียดจาก 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ภาพรวมการจัดการด้านความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความคืบหน้าในการจัดการความยั่งยืนในปัจจุบันของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการวิเคราะห์ในรายงานตามระเบียบวิธีวิจัย มีการให้คะแนนตามผลงานของแต่ละประเทศ เป็นไปตามดัชนีที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป้าหมายและพันธสัญญาของประเทศต่างๆ จะถูกนำมาประเมินกับเป้าหมายที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3246477">ดีลอยท์ เผยรายงานฉบับใหม่ นำเสนอความมุ่งมั่นด้านการจัดการด้านความยั่งยืน ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ ประเทศไทย ประกาศรางวัล  “Thailand’s Best Managed Companies” เป็นปีที่สอง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3230157</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Aug 2022 09:53:51 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3230157</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทยจัดงานมอบรางวัล “Thailand’s Best Managed Companies” ปีที่ 2 ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสทอเรีย กรุงเทพ โดยในปีนี้มีบริษัทที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 13 บริษัท Thailand’s Best Managed Companies เป็นโปรแกรมที่ดีลอยท์จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยที่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ รายชื่อบริษัทที่ได้รับรางวัล Thailand Best Managed Companies 2022 บริษัท กลุ่มอุตสาหกรรม บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) การศึกษา บริษัท เบ็ทเทอร์ ฟาร์ม่า จำกัด (ได้รับรางวัลในปี 2021) การเกษตร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ได้รับรางวัลในปี 2021) การผลิตและจัดจําหน่ายเครื่องดื่ม บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) การบริหารจัดการและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3230157">ดีลอยท์ ประเทศไทย ประกาศรางวัล  “Thailand’s Best Managed Companies” เป็นปีที่สอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ ประกาศจับมือกับ “ไอโอซี” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โอลิมปิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/sport/3178656</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Apr 2022 13:22:26 +0700</pubDate>
				<category>sport</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/sport/3178656</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (The International Olympic Committee: IOC) และดีลอยท์ ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรระดับโลกของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นระยะเวลา 10 ปี จนถึงปี 2575 ดีลอยท์จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรระดับโลกของกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกทั่วโลก โดยมีส่วนร่วมจัดการแข่งขันทั้งหมด 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้ : ปารีส 2024, โอลิมปิกและพาราลิมปิก ฤดูหนาว มิลาโน คอร์ทีน่า 2026, ลอส แองเจลิส 2028, โอลิมปิกและพาราลิมปิก ฤดูหนาว 2030 และ บริสเบน 2032 ในฐานะพันธมิตรระดับโลกของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ดีลอยท์ จะนำความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการบริหารจัดการและที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อช่วยให้ระบบนิเวศด้านดิจิตัลของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมีความปลอดภัย รัดกุมมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โอลิมปิก ดีลอยท์และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ร่วมมือเป็นพันธมิตรที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยนำความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของดีลอยท์มาช่วยให้คณะกรรมการโอลิมปิกสากลตระหนักถึงศักยภาพของแผนยุทธศาสตร์เพื่ออนาคต ตามวาระโอลิมปิก 2020+5 และวิสัยทัศน์ที่จะสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมด้วยกีฬา ในการร่วมมือกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลครั้งนี้ ดีลอยท์จะมอบหมายทีมผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่มีความสามารถด้านบริหารจัดการหลากหลายและด้านการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าให้กับคณะกรรมการโอลิมปิกระดับชาติ (National Olympic Committees) แฟนกีฬาหลายพันล้านคน และนักกีฬาหลายพันคนที่สนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ดีลอยท์จะนำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและหลักบรรษัทภิบาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/sport/3178656">ดีลอยท์ ประกาศจับมือกับ “ไอโอซี” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โอลิมปิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์เปิดตัวโปรแกรมเรียนรู้ด้านสภาพภูมิอากาศ จุดประกายให้บุคลากร กว่า 330,000 คน ทั่วองค์กรมีส่วนช่วยโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3093475</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2021 17:31:16 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3093475</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ทยอยเปิดตัวโปรแกรมการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศสำหรับบุคลากรภายในองค์กรกว่า 330,000 คนทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มใช้พร้อมกันทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป เป้าหมายของโปรแกรมนี้คือ เพื่อเป็นการให้ข้อมูล ส่งเสริม และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พนักงานของดีลอยท์ในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เราทั่วทั้งโลกต่างกำลังเผชิญ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับดีลอยท์ได้ริเริ่มนำโปรแกรมเช่นนี้มาตอกย้ำถึงข้อเท็จจริงที่เรากำลังประสบ และช่วยผลักดันให้พนักงานทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ กล้าที่จะแก้วิกฤตได้อย่างมั่นใจและพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา ไม่ว่าจะจากที่บ้าน ที่ทำงาน รวมถึงเมื่อต้องให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าของเรา ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังปะทุอยู่นั้นลกของเราต้องการระบบนิเวศแห่งการลงมือทำและการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน อันรวมไปถึงชุมชนธุรกิจและเหล่าพนักงาน ซึ่งจะสามารถเสริมกำลังและก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงร่วมกันได้อย่างแข็งแกร่ง โปรแกรมเรียนรู้ใหม่นี้ที่ดีลอยท์ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund: WWF) ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเรื่องของสภาพภูมิอากาศ และปลูกฝังทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ทุกคนพร้อมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรของดีลอยท์ได้เรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องในการสู้กับวิกฤต และจุดประกายให้พวกเขาลงมือทำ &#8220;ในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น เราต้องทำความเข้าใจถึงประเด็นดังกล่าวให้ได้เสียก่อนการมีสื่อที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการเฉพาะจะสามารถผลักดันให้ทุกคนเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องตามความจำเป็นเพื่อที่จะต่อสู่กับสิ่งที่กำลังเผชิญ&#8221; พูนิต เรนเจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ โกลบอล กล่าว &#8220;โปรแกรมเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของดีลอยท์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยปลดล็อกศักยภาพของสิ่งที่มีค่าและทรงพลังที่สุด นั่นก็คือบุคลากรของเราเอง ด้วยการให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่พนักงานของดีลอยท์ทั้ง 330,000 คนทั่วโลก เราจะสามารถขับเคลื่อนการลงมือแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อช่วยโลกในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้&#8221; โปรแกรมการเรียนรู้บนช่องทางดิจิทัลประกอบด้วยบทเรียนในรูปแบบของวิดีโอ ข้อมูลภาพเชิงโต้ตอบและเรื่องราวตัวอย่างจากพนักงานของดีลอยท์ที่อุทิศตนเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพอากาศทั่วโลกพร้อมเสริมด้วยแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลกแบบไดนามิก ที่ให้เนื้อหาเกี่ยวกับสภาพอากาศโดยครอบคลุมสื่อหลากหลายประเภท และหลังจากที่ได้เรียนรู้กันไปเป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว จะถึงเวลาเดินหน้าสู่ตามเส้นทางที่ดีลอยท์ได้เริ่มดำเนินการเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างวัฒนธรรมการตระหนักรู้ถึงคุณค่าและใส่ใจในปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการลงมือทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3093475">ดีลอยท์เปิดตัวโปรแกรมเรียนรู้ด้านสภาพภูมิอากาศ จุดประกายให้บุคลากร กว่า 330,000 คน ทั่วองค์กรมีส่วนช่วยโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานผลการสำรวจ Digital Transformation Survey 2021  ความเข้าใจและการปรับตัวกับ Digital Disruption ของธุรกิจในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3083014</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 14:49:54 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3083014</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันธุรกิจกำลังเผชิญกับ digital disruption และผู้บริหารทั่วโลกส่วนใหญ่ยอมรับว่าได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มุมมองขององค์กรในประเทศไทย ที่มีต่อ digital disruption และแนวทางในการปรับตัวไปสู่ดิจิทัลจึงมีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ดีลอยท์ ประเทศไทย จึงได้ทำการสำรวจ Thailand Digital Transformation Survey ขึ้น เพื่อให้เข้าใจมุมมองและการปรับตัวสู่ดิจิทัลขององค์กรในประเทศไทย “เราทำ Thailand Digital Transformation Survey ครั้งแรก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงต้นเดือนมกราคม 2563 ต่อมาได้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วโลก เราจึงทำการสำรวจเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงมกราคม 2564 เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนว่าการระบาดของโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจในประเทศไทย การสำรวจ Digital Transformation นี้เป็นรายงานประจำปี ที่ดีลอยท์ ประเทศไทย ตั้งใจจะให้เป็นมาตรฐานในการวิเคราะห์ความรู้สึกที่มีต่อความก้าวหน้าในการปรับตัวสู่ดิจิทัลขององค์กรในประเทศไทย” ดร. นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าว เพื่อเปรียบเทียบให้ชัดเจนว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3083014">รายงานผลการสำรวจ Digital Transformation Survey 2021  ความเข้าใจและการปรับตัวกับ Digital Disruption ของธุรกิจในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีลอยท์ ประกาศผลผู้ชนะ รางวัล “Thailand’s Best Managed Companies”   ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3079747</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:29:03 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3079747</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์ ประเทศไทย ประกาศมอบรางวัลให้แก่ 6 บริษัทผู้ชนะรางวัล Thailand’s Best Managed Companies โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเป็นปีแรกในประเทศไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 Thailand’s Best Managed Companies จัดทำขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยที่มีรายได้มากกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ที่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ชนะรางวัล “บริษัทที่มีการบริหารจัดการดีที่สุดของประเทศไทย” ปี 64  บริษัท  อุตสาหกรรม  บริษัท เบ็ทเทอร์ ฟาร์ม่า จำกัด  ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  อาหารและเครื่องดื่ม  บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด  ร้านสะดวกซื้อ  บริษัท เฌอร่า จำกัด (มหาชน)  วิศวกรรมและการก่อสร้าง  บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3079747">ดีลอยท์ ประกาศผลผู้ชนะ รางวัล “Thailand’s Best Managed Companies”   ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไอพีโอ เซาท์อีสท์เอเชียรุ่ง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดในปี 2563]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3004646</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2020 13:50:11 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3004646</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถึงแม้จะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แต่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ยังสามารถระดมทุนหุ้นไอพีโอได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ปี 2563 ประเทศไทยเป็นดาวเด่น ด้วยมูลค่าหุ้นไอพีโอรวม 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าหุ้นไอพีโอของอีกห้าประเทศในเซาท์อีสท์เอเชียรวมกัน บริษัท deep-tech แรกของสิงคโปร์ที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์ สามารถระดมทุนได้มากกว่าทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ทั้งสองทรัสต์ที่เพิ่งระดมทุนไปในปี 2563 ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจเป็นที่ต้องการของนักลงทุน ดีลอยท์ได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดทุนในภูมิภาคเซาท์อีสท์เอเชียยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤติและความไม่แน่นอนมากมายในปี 2563 นับตั้งแต่วิกฤตการณ์การระบาดของโควิด-19 ความตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาพรวมระยะเวลา 10 เดือนครึ่งของ ปี 2563 หุ้นไอพีโอของบริษัทในภูมิภาคจำนวน 100 บริษัท ที่มีการเสนอขายต่อสาธารณะ สามารถระดมทุนได้เป็นมูลค่ารวม 6.44 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจำนวนไอพีโอรวมจะลดลงร้อยละ 38 จาก 161 บริษัท ในปี 2562 และ มูลรวมหุ้นรวมลดลงร้อยละ 12 จาก 7.34 พันล้านเหรียญสหรัฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3004646">ไอพีโอ เซาท์อีสท์เอเชียรุ่ง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดในปี 2563</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
