<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/เดอะ-เรด-คอมมูนิเคชั่น</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Apr 2026 17:45:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เที่ยวไทยฝ่าคลื่นความขัดแย้ง ชูจุดขายพื้นที่ปลอดภัย-คุ้มค่า-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้านอินฟอร์มาฯ ร่วมพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดงาน Food &#038; Hospitality Thailand (FHT) 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3711212</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 10:57:58 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711212</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อเป็นศูนย์รวมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในงานเดียว ภาคท่องเที่ยวเดินหน้าสู้วิกฤตสงคราม ปรับโฟกัสจับนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก หลังนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันตกเดินทางมายาก ชูจุดขายพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย คุ้มค่า และ รุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก-อยู่นาน ด้านอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมมือพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงาน Food &#38; Hospitality Thailand 2026 ภายใต้แนวคิดศูนย์รวมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในงานเดียว นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food &#38; Hospitality Thailand (FHT) กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม และร้านอาหารในสถานการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านขณะนี้ว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปในทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งต่างต้องหาทางรับมือและปรับตัว แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับเป็จภาพสะท้อนพื้นฐานอันแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยยะและน่าจับตา ซึ่งจากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมล่าสุด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 29 มีนาคม 2569 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมกว่า 9.17 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 446,765 ล้านบาท แม้วันนี้นักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปจะเดินทางมาได้ลำบากขึ้น แต่ในมุมของผู้ประกอบการก็ต้องรักษาไว้เพราะกำลังซื้อสูง ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นภาครัฐและผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ โดยหันมาโฟกัสกลุ่มนักเดินทางระยะใกล้และโซนตะวันออกอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3711212">เที่ยวไทยฝ่าคลื่นความขัดแย้ง ชูจุดขายพื้นที่ปลอดภัย-คุ้มค่า-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้านอินฟอร์มาฯ ร่วมพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดงาน Food &amp; Hospitality Thailand (FHT) 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน อัปเกรดเครื่องจักร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3711144</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 09:45:33 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711144</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล่าสุดร่วมพันธมิตรยกระดับบรรจุภัณฑ์ไทย จัดประกวด ThailandStar Packaging Awards 2026 ในงาน ProPak Asia 2026 สถานการณ์ความขัดแย้งป่วนอุตสาหกรรมทั่วโลก ด้านอุตฯ บรรจุภัณฑ์ฮึดสู้หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงและขาดแคลน ด้านราคาเม็ดพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 50–70% ส่วน อินฟอร์มา ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เผยผู้ประกอบการเร่งหันใช้วัสดุทดแทน อาทิ พลาสติกชีวภาพ กระดาษ ยางธรรมชาติ วัสดุรีไซเคิล ฯลฯ พร้อมอัปเกรดเครื่องจักรเทคโนโลยีใหม่ ล่าสุดจับมือ วว. และพันธมิตร ยกระดับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยจัดประกวด ThailandStar Packaging Awards 2026 ในงาน ProPak Asia 2026 นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เผยถึงภาพรวมและการปรับตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ขณะนี้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะพลาสติกและวัสดุที่ต้องพึ่งพาปิโตรเคมี มีต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3711144">ทางออกอุตฯ บรรจุภัณฑ์ ยุควัตถุดิบพลาสติกแพง-ของขาด! อินฟอร์มา เผยผู้ประกอบการเร่งใช้วัสดุทดแทน อัปเกรดเครื่องจักร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ &#8220;หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์&#8221; หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3709199</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 14:56:42 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709199</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงต้นทุนของภาคเกษตรอย่างรุนแรงโดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับสูงขึ้น ทางรอดของเกษตรกรจึงต้องปรับตัวและหันมาพึ่งตนเองมากขึ้น ทั้งการวางแผนการเพาะปลูก การเดินหน้าสู่แนวทางความยั่งยืนอย่างการผลิตปุ๋ยจากวัตถุอินทรีย์เหลือทิ้งทางการเกษตร อย่างเศษซากพืชและมูลสัตว์ที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวหรือแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ซังข้าวโพด ทะลายปาล์ม กากอ้อย ใบไม้กิ่งไม้ หรือมูลสัตว์ แม้โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) จะดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าในฐานะโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ แต่อีกบทบาทสำคัญที่เดินควบคู่กัน คือ แนวทางการดำเนินงานที่ตอบโจทย์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน และบรรษัทภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการจัดการของเสียอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด “แปรของเสียให้เป็นประโยชน์ ลดผลกระทบ เพิ่มคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม” จึงได้จัดทำโครงการนำร่องต่างๆ ในด้านการกำจัดขยะและแปลงของเสียเป็นมูลค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้มีความเข้มแข็งด้วยการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ของโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่าง &#8220;นวัตกรรมดินพร้อมปลูกและโปรตีนทางเลือก&#8221; ที่ไม่เพียงช่วยลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังต่อยอดให้เป็นทางรอดแก่เกษตรกรไทยได้ จากนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในการจัดการของเสียอย่างครบวงจร โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เริ่มต้นจัดการของเสียและขยะเหลือใช้ตั้งแต่ต้นทางด้วยการคัดแยกขยะ โดยแบ่งของเสียและสิ่งเหลือใช้ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และสิ่งเหลือใช้ที่เกิดขึ้นจากการผลิต อย่างเถ้าลอยและเถ้าหนัก ซึ่งถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้วยการขายส่งต่อไปเป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และ การทำกระถางต้นไม้ รวมแล้วกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3709199">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ &#8220;หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์&#8221; หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก 140 ล้าน เดือด ราคุเทน โคโบ ยักษ์ใหญ่เครื่องอ่านอีบุ๊กโลก ผนึก เมพ คอร์ปอเรชั่น บุกตลาดไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3707345</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 10:07:24 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707345</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุยเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เรือธง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักอ่าน พร้อมอัดโปรโมชั่นแรงในงานสัปดาห์หนังสือฯ ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กไทยเนื้อหอม ราคุเทน โคโบ ยักษ์ใหญ่เครื่องอ่านอีบุ๊กระดับโลก จับมือ เมพ คอร์ปอเรชั่น เบอร์หนึ่งแพลตฟอร์มอีบุ๊กและผู้จัดจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กไทย ชิงแชร์ตลาดกว่า 140 ล้านบาท เติบโตถึง 60% จากพฤติกรรมนักอ่านและการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายในราคาที่เหมาะสม ล่าสุดเปิดตัว 3 เครื่องอ่านอีบุ๊กเรือธง พร้อมอัดโปรโมชั่นพิเศษในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 นายจูเลียน โจว ผู้จัดการทั่วไป ราคุเทน โคโบ เอเชีย ผู้นำตลาดเครื่องอีรีดเดอร์ (E-Reader) แบรนด์ระดับโลก โดยอีรีดเดอร์เป็นเครื่องอ่านหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ก (E-Book) ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจากพฤติกรรมการอ่านอีบุ๊กที่มากขึ้น เผยว่าทิศทางของตลาดอีบุ๊กส่งผลสัมพันธ์ต่อตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก โดยตลาดอีบุ๊กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและอยู่ในช่วงขาขึ้น ข้อมูลจาก Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำระดับโลก รายงานว่าตลาดอีบุ๊กโลกขยายตัวจากประมาณ 5.77 แสนล้านบาท ในปี 2568 เป็นประมาณ 6.03 แสนล้านบาท ในปี 2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3707345">ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก 140 ล้าน เดือด ราคุเทน โคโบ ยักษ์ใหญ่เครื่องอ่านอีบุ๊กโลก ผนึก เมพ คอร์ปอเรชั่น บุกตลาดไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สแกนเนีย กางแผนปี 69 รุกหนักบริการหลังการขาย ชู 3 กลยุทธ์ ความพร้อมสถานที่ ทักษะฝีมือช่างมาตรฐานโลก เครื่องมือพิเศษเฉพาะศูนย์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3697999</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 14:02:14 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3697999</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล่าสุดเปิดตัวบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุ พร้อมได้รับเลือกจัดแข่ง Scania Top Team รอบภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย-อาฟริกา สแกนเนีย สยาม เปิดเกมรุกงานบริการหลังการขายปี 69 เน้นสร้างความเชื่อมั่น อะไหล่แท้ศูนย์ คุมค่าใช้จ่ายได้ มัดใจกลุ่มลูกค้าเก่า-ใหม่ ด้วยมาตรฐานที่อู่นอกเทียบได้ยาก ลั่นชู 3 กลยุทธ์ ความพร้อมสถานที่ ทักษะฝีมือช่างมาตรฐานโลก และเครื่องมืออุปกรณ์พิเศษเฉพาะศูนย์สแกนเนีย ที่ช่วยตรวจวิเคราะห์ปัญหาแม่นยำ ลดระยะเวลา ลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการถอดประกอบจากการซ่อมบำรุง พร้อมเปิดตัวบริการซ่อมสีและตัวถังจากอุบัติเหตุ (Accident Repair) มาตรฐานสากล ล่าสุดยืนยันความพร้อมศูนย์บริการด้วยการได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือช่างระดับโลก Scania Top Team รอบภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย-อาฟริกา 2 สมัยต่อเนื่อง นายภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยถึงทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานบริการหลังการขายในปี 69 ว่า ธุรกิจขนส่งเชิงพาณิชย์ทางบกยังคงความสำคัญในการเป็นตัวเชื่อมขนส่งสินค้าช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย โดยรถบรรทุกที่มีประสิทธิภาพสูง คงทน ประหยัดเชื้อเพลิง และคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นเครื่องมือสำคัญ จากคุณสมบัติดังกล่าวทำให้รถบรรทุก สแกนเนีย เป็นรถที่ตอบโจทย์ที่ผู้ประกอบการขนส่งและลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งให้ความไว้วางใจ ทั้งการวิ่งงานในระยะใกล้และระหว่างประเทศ รวมถึงรถขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3697999">สแกนเนีย กางแผนปี 69 รุกหนักบริการหลังการขาย ชู 3 กลยุทธ์ ความพร้อมสถานที่ ทักษะฝีมือช่างมาตรฐานโลก เครื่องมือพิเศษเฉพาะศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกัน ชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3696936</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 11:37:56 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696936</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี) ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเชิงป้องกัน คุมเข้มการปล่อยมลสารเหนือเกณฑ์มาตรฐาน โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีระดับโลก Low NOx Burner, ESP และ FGD ดักจับมลพิษตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเปิดระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบ Real-time ดึงภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวัง สร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมและประชาชนอย่างยั่งยืน นายสุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ ผู้อำนวยการสายงานวิศวกรรม บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เผยถึงนโยบายการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่า หนึ่งในพันธกิจหลักของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เพาเวอร์ คือ การมุ่งเน้นในการพัฒนาพลังงานที่มั่นคง คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากสังคม ชุมชน และประชาชนในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ ซึ่งในทางปฏิบัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงไฟฟ้ากำหนดเกณฑ์การปล่อยมลสารที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานประเทศไทย ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 320 ppm ขณะที่ข้อกำหนด EIA คือ 262 ppm ค่าฝุ่นละออง (Particulate Matter) มาตรฐานประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 120 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3696936">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เดินแผนเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม เน้นการป้องกัน ชู 3 นวัตกรรมดักจับฝุ่นและมลพิษขั้นสูง พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบเข้ม สร้างความมั่นใจภาคประชาชนและชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินฟอร์มา จัดงาน ProPak Asia Night เจาะลึกเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ประกาศทิศทาง ProPak Asia 2026 เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจ-อุตสาหกรรมโลก พร้อมขยายพื้นที่ ย้ายการจัดงานฯ สู่ อิมแพ็ค]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/exhibition/3690553</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 08:54:17 +0700</pubDate>
				<category>exhibition</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3690553</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน (ที่สี่จากขวา) และ นายพรรธระพี ชินะโชติ ประธานร่วม (คนแรกขวา) พร้อมด้วย นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย (คนแรกซ้าย) ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเวทีใหญ่ระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐ องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร 2026 ในงาน ProPak Asia Night โดยมี ดร.เจริญ แก้วสุกใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ที่สี่จากซ้าย) ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ที่สามจากขวา) ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักยุทธศาสตร์แห่งอนาคต และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ที่สามซ้าย) ดร. ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อํานวยการกลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ที่สองจากขวา) และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/exhibition/3690553">อินฟอร์มา จัดงาน ProPak Asia Night เจาะลึกเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ประกาศทิศทาง ProPak Asia 2026 เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจ-อุตสาหกรรมโลก พร้อมขยายพื้นที่ ย้ายการจัดงานฯ สู่ อิมแพ็ค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารปี 69 เดินหน้าสู่ยุคประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนเต็มตัว ด้าน อินฟอร์มา เผยโอกาสในวิกฤตความขัดแย้งโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3684460</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 12:01:11 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684460</guid>

					<description><![CDATA[<p>เร่งใช้เทคโนโลยียกระดับการผลิตและแปรรูปอาหาร พร้อมพลิกโฉมงาน ProPak Asia 2026 เป็นงานสำคัญระดับภูมิภาค ย้ายที่จัดสู่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวถึงแนวโน้มและปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 ว่า ภาพรวมของหลายอุตสาหกรรมในปีนี้ยังเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ สงครามการค้า อย่างไรก็ตามจากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ มีส่วนส่งเสริมให้เป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญต่อความมั่นคงและการสำรองอาหาร ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศส่งผลให้ผลผลิตในหลายประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้ภูมิภาคอาเซียนและไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารสำคัญของโลกที่มีความเป็นกลางต่อความขัดแย้ง ถือเป็น Global Food Safety Zone มีโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น แต่ในด้านการแข่งขันผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการและมีความปลอดภัย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยทิศทางของอุตสาหกรรมการผลิตวันนี้กำลังก้าวสู่การยกระดับมาตรฐานครั้งใหญ่ เป็นยุคแห่งประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ผลิตที่ไม่ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ ไม่มีแผนในเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมจะเริ่มหลุดจากห่วงโซ่อุปทานโลก การเข้าถึงเทคโนโลยีวันนี้ไม่ได้ยากอีกต่อไป ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ SMEs ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ซึ่งเป็นตัวเปลี่ยนเกมทั้งในด้านการวางแผน การบริหารจัดการด้านกระบวนการผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งสินค้า หรือสามารถนำระบบ IoT [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3684460">อุตสาหกรรมอาหารปี 69 เดินหน้าสู่ยุคประสิทธิภาพขั้นสูงและความยั่งยืนเต็มตัว ด้าน อินฟอร์มา เผยโอกาสในวิกฤตความขัดแย้งโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เผยโครงการบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยจุลสาหร่ายประสบผลสำเร็จ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3677695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 08:54:39 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3677695</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล่าสุด เจโทร และ เจร่า ร่วมนำบริษัทชั้นนำจากญี่ปุ่น เยี่ยมชมโครงการฯ พร้อมต่อยอดนวัตกรรม สร้างความร่วมมือเชิงพาณิชย์ นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) กล่าวถึงเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า และ ความคืบหน้าโครงการวิจัยนวัตกรรมจุลสาหร่ายเพื่อบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศว่า โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีนอกจากจะมีภารกิจหลักในการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ด้วย ซึ่งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างแท้จริงนั้น ไม่สามารถทำสำเร็จได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ดังนั้นโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จึงได้ดำศึกษาการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และแอมโมเนียคาร์บอนต่ำเป็นเชื้อเพลิงร่วม โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) รวมถึงโครงการวิจัยนวัตกรรมจุลสาหร่ายเพื่อดักจับและบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยโครงการวิจัยจุลสาหร่ายเป็นความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และ บริษัท อัลกัล ไบโอ จำกัด (Algal Bio) บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่มีความเชี่ยวชาญด้านจุลสาหร่ายระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยการสนับสนุนจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO : เจโทร) และ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3677695">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เผยโครงการบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยจุลสาหร่ายประสบผลสำเร็จ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ตอกย้ำความพร้อมในฐานะโรงไฟฟ้าฐานหลักของไทย เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเศรษฐกิจและสังคม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3662179</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 08:46:15 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3662179</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยจำเป็นต้องอาศัยโรงไฟฟ้าฐานหลักที่มีเสถียรภาพและความพร้อมในการเดินเครื่องสูง เพื่อช่วยรักษาความต่อเนื่องของการจ่ายไฟฟ้าในทุกสถานการณ์ โดยระบบไฟฟ้าของประเทศมีการเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ และยังมีบางส่วนที่รับไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเสริมให้พอต่อความต้องการในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง แต่เมื่อโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศมีการหยุดทำงานกะทันหัน ระบบสำรองไฟฟ้าภายในประเทศจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดโอกาสเกิดไฟฟ้าดับภายในประเทศ ซึ่งจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในบางส่วนช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าต่างประเทศหลุดออกจากระบบกะทันหัน สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความต่อเนื่องของพลังงานในภูมิภาค เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นบทบาทสำคัญของโรงไฟฟ้าฐานหลักภายในประเทศที่ต้องสามารถเดินเครื่องได้อย่างน่าเชื่อถือและมีการสำรองกำลังผลิตอย่างเพียงพอ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในฐานะโรงไฟฟ้าเอกชนที่มีเสถียรภาพสูง มีกำลังการผลิตรวม 1,434 เมกะวัตต์ จาก 2 หน่วยผลิต โดยในปีนี้โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ครบทั้ง 2 ยูนิต โดยไม่เกิดการสะดุดหรือหยุดซ่อมฉุกเฉิน ถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานระดับสูง ความพร้อมด้านเทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ด้วยความเสถียรภาพดังกล่าว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จึงเป็นหนึ่งใน “โรงไฟฟ้าฐานที่มีบทบาทสำคัญ” ในการรักษาโหลดฐานของประเทศ ช่วยเสริมสมดุลให้ระบบไฟฟ้า พร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดจากภายนอก และสร้างความมั่นใจให้ภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และชีวิตประจำวันของประชาชน โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เชื่อว่าความมั่นคงไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเรื่อง “ไฟไม่ดับ” เท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานของความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ การแพทย์ การคมนาคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน การมีโรงไฟฟ้าฐานที่เดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างเหมาะสม คือแนวทางที่จะนำไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า และ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ยังมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของภาคเอกชนด้านพลังงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมสนับสนุนความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างสมดุลและมั่นคง โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3662179">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ตอกย้ำความพร้อมในฐานะโรงไฟฟ้าฐานหลักของไทย เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเศรษฐกิจและสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สแกนเนีย เผยหัวใจบริการหลังการขายระดับโลก พัฒนาทักษะทีมช่าง มาตรฐานเดียวกับบริษัทแม่จากสวีเดน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/auto/3658453</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2025 14:15:28 +0700</pubDate>
				<category>auto</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3658453</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมล่าสุดจัดการแข่งขัน Scania Top Team Thailand 2025 ค้นหาสุดยอดทีมช่างไทยสู้ศึกการแข่งขันเวทีนานาชาติ นายภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวถึงการส่งเสริมพัฒนาความรู้และทักษะฝีมือช่าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริการหลังการขาย และการจัดการแข่งขันScania Top Team 2025 เพื่อค้นหาสุดยอดทีมช่างเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลกว่า สแกนเนีย มีการคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาพัฒนาใช้กับรถสแกนเนีย จนได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์รถขนส่งเพื่อการพาณิชย์คุณภาพสูงลำดับแนวหน้าของโลก ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ประหยัด ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบและตัวรถน้อย มีความปลอดภัยสูง ช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเมื่อถึงรอบของการบำรุงรักษาหรือเกิดปัญหาที่ต้องซ่อมแซม ส่วนบริการหลังการขายของ สแกนเนีย ก็มีทีมช่างและวิศวกรด้านเทคนิคที่มีความพร้อมทั้งความรู้และประสบการณ์ที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ทำให้ไม่เสียเวลา วางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นความรู้ความสามารถของทีมช่างสแกนเนีย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการฝึกอบรม เรียนรู้เรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยี ทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา การดูแลรักษาและซ่อมบำรุงอยู่ตลอดเวลา โดยบริษัทแม่ที่สวีเดนได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โปรแกรมการฝึกอบรมช่างดังกล่าวเรียกว่า สแกนเนีย กริฟฟิน ซึ่งมีด้วยกัน 3 ระดับ โดยผู้เข้าอบรมจะต้องผ่านการฝึกทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติและการทดสอบก่อนจะได้รับการรับรองว่าผ่านการอบรมในระดับต่างๆ ส่วนความรู้ในการอบรมมีตั้งแต่ความรู้พื้นฐานในการซ่อมบำรุง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/auto/3658453">สแกนเนีย เผยหัวใจบริการหลังการขายระดับโลก พัฒนาทักษะทีมช่าง มาตรฐานเดียวกับบริษัทแม่จากสวีเดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เดินหน้าขับเคลื่อนสู่ Net Zero สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการปุ๋ยใบไม้ ถ่ายทอดความรู้การกำจัดแปรรูปใบไม้-เศษวัสดุการเกษตรเป็นเงิน สร้างรายได้แก่ชุมชน ตั้งเป้าลดขยะใบไม้ให้ได้ปีละ 240 ตัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3649306</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 15:50:13 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3649306</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ว่า โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ มีการดำเนินนโยบายและพันธกิจด้านสังคมและความยั่งยืนครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในส่วนของสิ่งแวดล้อมมีทั้งการพัฒนาใช้เทคโนโลยีสะอาด ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจัดการมลพิษและปริมาณของเสีย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านสังคมผ่านโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชนรอบโรงไฟฟ้าแล้ว ยังแสดงถึงความจริงใจว่าโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นหนึ่งในสมาชิกของสังคมและชุมชนเดียวกัน จากความไว้เนื้อเชื่อใจได้ส่งผลให้หลายโครงการของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากการสนับสนุนและความร่วมมือขององค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาคประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยใบไม้ของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโครงการที่สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) เนื่องจากโครงการฯ นี้ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 143.347 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังมีการต่อยอดความรู้สู่ชุมชนจนขยายผลเป็นวงกว้าง ทั้งการกำจัดใบไม้และเศษวัสดุชีวมวลทางการเกษตรในชุมชน ลดการเผาทำลาย สร้างมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้สร้างรายได้ต่อชุมชน โครงการปุ๋ยใบไม้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3649306">โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เพาเวอร์ เดินหน้าขับเคลื่อนสู่ Net Zero สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการปุ๋ยใบไม้ ถ่ายทอดความรู้การกำจัดแปรรูปใบไม้-เศษวัสดุการเกษตรเป็นเงิน สร้างรายได้แก่ชุมชน ตั้งเป้าลดขยะใบไม้ให้ได้ปีละ 240 ตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไดมารุ &#8211; ซีจีโอ.คอม &#8211; สึกิซุเตะ อิงค์ เปิดมุมมองใหม่ธุรกิจไทย–ญี่ปุ่น ในงานสัมมนา JPOP Marketing Forum 2025 แนะเคล็ดลับใช้วัฒนธรรม JPOP, Gyaru และ Underground Idol สร้างพลังการตลาดเชื่อมโลกดิจิทัลและผู้บริโภครุ่นใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3637258</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Sep 2025 14:14:00 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3637258</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในงานสัมมนา Japan Pop Culture Marketing Forum in Thailand 2025 ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งภาคธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด และวงการบันเทิง ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้วัฒนธรรมญี่ปุ่น JPOP และ Sub Culture เป็นเครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสธุรกิจใหม่ๆ แก่นักธุรกิจและนักการตลาดของไทย นายหลุยส์ โอคาซากิ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจดิจิทัล บริษัท ไดมารุ มัตสึซากายะ ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ จำกัด ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงอันดับต้นของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทในการเชื่อมโยงวัฒนธรรม สินค้า และนวัตกรรมเข้ากับผู้บริโภคญี่ปุ่นและต่างประเทศ กล่าวในงานสัมมนา Japan Pop Culture Marketing Forum in Thailand 2025 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์เชิงกลยุทธ์ สร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ แก่นักการตลาดไทย ในการผสมผสานวัฒนธรรม JPOP จนเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงอิทธิพลว่า วัฒนธรรม JPOP ไม่ว่าจะเป็น อนิเมะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3637258">ไดมารุ &#8211; ซีจีโอ.คอม &#8211; สึกิซุเตะ อิงค์ เปิดมุมมองใหม่ธุรกิจไทย–ญี่ปุ่น ในงานสัมมนา JPOP Marketing Forum 2025 แนะเคล็ดลับใช้วัฒนธรรม JPOP, Gyaru และ Underground Idol สร้างพลังการตลาดเชื่อมโลกดิจิทัลและผู้บริโภครุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้า BLCP จับมือภาครัฐ องค์กรธุรกิจและเอกชนไทย-นานาชาติ หนุนวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3634587</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 13:33:50 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3634587</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีพลังงาน สร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด กล่าวถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมถือเป็นพันธกิจหลักของบริษัทมาโดยตลอดว่า เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) นั้นBLCP ได้เริ่มดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงไฟฟ้า เพื่อมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตไฟฟ้า เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้โดยพัฒนาปรับปรุงการเผาไหม้ถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิต การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีแปลงน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและหมุนเวียนใช้ภายในโรงไฟฟ้า 100% การบำบัดน้ำเสียก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำจืดในพื้นที่ การทดลองเชื้อเพลิงร่วมผ่านการศึกษาและทดสอบการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น แอมโมเนีย และชีวมวล (Biomass) ร่วมกับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพื่อลดปริมาณการใช้ถ่านหิน แม้จะมีต้นทุนสูงขึ้นในระยะแรก แต่บริษัทฯ มุ่งหวังว่าการวิจัยนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ราคาเชื้อเพลิงทางเลือกสมเหตุสมผลต่อการใช้งานในระยะยาว ด้านการใช้เทคโนโลยีควบคุมและจัดการสิ่งแวดล้อมนั้น โรงไฟฟ้า BLCP ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพอากาศตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3634587">โรงไฟฟ้า BLCP จับมือภาครัฐ องค์กรธุรกิจและเอกชนไทย-นานาชาติ หนุนวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ ร่วม เมกาบางนา จัดแข่งบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ 3&#215;3.EXE Premier Thailand 2025 รายการใหญ่สุดในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/sport/3630017</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 14:24:11 +0700</pubDate>
				<category>sport</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3630017</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายทศวรรษ เตลาน (คนกลาง) ประธานจัดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3&#215;3.EXE Premier Thailand 2025” พร้อมด้วย นายกิตติ ดนตรีสวัสดิ์ (ที่สองจากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด-กิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขาย ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมกันจัดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3&#215;3.EXE Premier Thailand 2025” ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีนักแสดง หลุยส์-พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร (ที่สองจากขวา) ร่วมด้วย นางสาวพิมพ์โชษิตา ทรัพย์เย็น (คนแรกซ้าย) นักกีฬาจากทีม BPRO และ นายชวิศ ปรีชาติวงศ์ (คนแรกขวา) นักกีฬาจากทีม SHOOT IT DRAGONS เป็นตัวแทนในการต้อนรับและขอบคุณผู้สนับสนุนการแข่งขันฯ เมื่อเร็วๆ นี้ การแข่งขันรายการ “3&#215;3.EXE Premier Thailand 2025” จัดโดย บริษัท วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ จำกัด ผู้ได้รับลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันหนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยรายการนี้เป็นการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค ซึ่งสามารถสะท้อนศักยภาพและมาตรฐานระดับสูงของวงการบาสเกตบอลของไทยในเวทีโลก และประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/sport/3630017">วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ ร่วม เมกาบางนา จัดแข่งบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ 3&#215;3.EXE Premier Thailand 2025 รายการใหญ่สุดในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ แนะทางออกธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร-บริการ เร่งใช้ AI เทคโนโลยี โซลูชั่นยุคใหม่ จับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ล่าสุดดึงบริษัทระดับโลกร่วมจัดแสดงในงาน Food &#038; Hospitality Thailand 2025]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3628800</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 11:03:50 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3628800</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food &#38; Hospitality Thailand (FHT) 2025 กล่าวถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาธุรกิจในกลุ่มท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการบริการว่า นวัตกรรมและโซลูชันต่าง ๆ ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน วิเคราะห์ข้อมูล และติดตามพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อยกระดับการบริการ สร้างประสบการณ์ที่ดี และบริหารต้นทุนได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันผู้ประกอบการในกลุ่มนี้เริ่มปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เช่น โรงแรมที่ใช้ Hotel Management System, Smart Room, Digital Key, Self-check-in, Kiosk และผู้ช่วยส่วนตัวผ่านแชท ขณะที่ร้านอาหารใช้ QR Code, Digital Menu, AI สำหรับรับออเดอร์และจัดการระบบสั่งอาหาร รวมถึงระบบ E-Payment หลายธุรกิจยังใช้ AI เพื่อวางแผนการตลาด บริหารราคา และคาดการณ์แนวโน้มลูกค้า รวมถึงนำระบบ Cloud และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3628800">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ แนะทางออกธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร-บริการ เร่งใช้ AI เทคโนโลยี โซลูชั่นยุคใหม่ จับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ล่าสุดดึงบริษัทระดับโลกร่วมจัดแสดงในงาน Food &amp; Hospitality Thailand 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เที่ยวไทยปรับทิศจับนักท่องเที่ยวคุณภาพ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ แนะผู้ประกอบการปรับตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3615689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 10:20:30 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3615689</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรียนรู้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ล่าสุดเผยงาน Food &#38; Hospitality Thailand 2025 เตรียมระดมอุปกรณ์เครื่องใช้ในโรงแรม-ร้านอาหาร เน้นนวัตกรรมรักษ์โลก-ลดต้นทุนธุรกิจ ร่วมจัดแสดง นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food &#38; Hospitality Thailand (FHT) 2025 กล่าวถึง ภาพรวมการท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อธุรกิจอุปกรณ์และเครื่องใช้ในโรงแรมว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ล้วนส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวไทยก็มีปัจจัยที่อาจพลิกกลับเป็นบวกได้ ในส่วนของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพราะล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีการปรับระดับคำแนะนำการเดินทางให้ไทยอยู่ในระดับ 1 ที่มีความปลอดภัยสู่เทียบเท่าญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น ททท. ยังออกมาเปิดเผยถึงสัญญาณการเติบโตที่ดีเป็นตัวเลข 2 digit อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ของท่องเที่ยวยุโรป ตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา และโอเชียเนีย ที่เป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง โดยนักท่องเที่ยวจากยุโรปเติบโต 13% เป็นเยอรมนี 71% อิตาลี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3615689">เที่ยวไทยปรับทิศจับนักท่องเที่ยวคุณภาพ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ แนะผู้ประกอบการปรับตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรงไฟฟ้า BLCP ร่วมกับญี่ปุ่น ศึกษาการนำแอมโมเนียคาร์บอนต่ำเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมผลิตไฟฟ้าแห่งแรกของอาเซียน ลำดับ 3 ของเอเชีย พร้อมจับมือ ปตท. จัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำในการผลิตไฟ 5 แสน – 1 ล้านตันต่อปี เพื่อช่วยลดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3613833</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 11:51:03 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3613833</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงไฟฟ้า BLCP เดินหน้าพันธกิจหลักพัฒนานวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนต่อทุกภาคส่วน ล่าสุดประกาศความสำเร็จโครงการศึกษาการใช้แอมโมเนียคาร์บอนต่ำเป็นเชื้อเพลิงร่วมถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (METI) ถือเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกของอาเซียนและลำดับ 3 ของเอเชีย พร้อมจับมือ ปตท. ในการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำเพื่อผลิตไฟ 5 แสน–1 ล้านตันต่อปี เพื่อช่วยลดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด กล่าวถึง ภาพรวมของธุรกิจโรงไฟฟ้าและทิศทางการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า BLCP ว่า โรงไฟฟ้า BLCP เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ (IPP) มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 1,434 เมกะวัตต์ จากหน่วยผลิต 2 หน่วย โดยไฟฟ้าที่ผลิตจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งพันธกิจหลักขององค์กรครอบคลุมทั้งด้านการสร้างเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า (System Stability) รักษาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งดูแลสิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3613833">โรงไฟฟ้า BLCP ร่วมกับญี่ปุ่น ศึกษาการนำแอมโมเนียคาร์บอนต่ำเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมผลิตไฟฟ้าแห่งแรกของอาเซียน ลำดับ 3 ของเอเชีย พร้อมจับมือ ปตท. จัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำในการผลิตไฟ 5 แสน – 1 ล้านตันต่อปี เพื่อช่วยลดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เดินหน้าครั้งสำคัญ ย้ายงาน ProPak Asia 2026 ไป อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้น 30% กว่า 70,000 ตรม. วางเป้าปี 2028]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3613004</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 11:15:31 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3613004</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขึ้นเป็นงานระดับโลกของอุตฯการผลิต แปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ด้านองค์กรพันธมิตรนานาชาติร่วมหนุนเต็มที่ นายสรรชาย นุ่มบุญนํา ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวถึงการเติบโตและโอกาสของประเทศไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโลก ข้อมูลจาก Credence Research บริษัทวิจัยตลาดและที่ปรึกษาระดับโลกคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มจะมีการขยายตัวจาก 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2024 เป็นเกือบ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2032 โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ความต้องการอาหารสะดวกซื้อ-อาหารพร้อมทาน การให้ความสำคัญกับสุขภาพและหากเจาะลึกในระดับภูมิภาคจะพบว่าเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตเร็วที่สุด โดยเฉพาะจีน อินเดีย ไทย และเวียดนาม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค รวมถึงนวัตกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยในปีนี้ ProPak Asia 2025 ที่พึ่งจบไปมีผู้ร่วมจัดแสดงงานสูงถึง 2,000 แบรนด์ จาก 42 ประเทศ มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 72,000 คน จากทั่วโลก ใช้พื้นที่จัดแสดงงานถึง 55,000 ตารางเมตร และสร้างมูลค่าการค้าการเจรจาธุรกิจสูงกว่า 5.5 พันล้านบาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3613004">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เดินหน้าครั้งสำคัญ ย้ายงาน ProPak Asia 2026 ไป อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้น 30% กว่า 70,000 ตรม. วางเป้าปี 2028</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จับมือ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี พัฒนาต่อยอดความร่วมมือ การจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำสำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3610866</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 12:50:03 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3610866</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้า BLCP โดยมี นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร (ที่สองจากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นายยุทธนา เจริญวงศ์ (ที่สองจากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ร่วมลงนามความร่วมมือ โดยก่อนหน้านี้ ปตท.และ BLCP ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันเพื่อศึกษาหาโอกาสในการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้าถ่านหินของ BLCP ไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 โดยได้ร่วมกันศึกษาตลาดแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ เจรจากับผู้ผลิตและผลักดันกับภาครัฐให้แอมโมเนียสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้และในการนี้ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงใหม่ทดแทนฉบับเดิม เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมการร่วมกันศึกษาและประเมินศักยภาพของโครงการตั้งแต่ขั้นตอนการสาธิต (Demonstration) จนถึงการพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3610866">บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จับมือ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี พัฒนาต่อยอดความร่วมมือ การจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำสำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้า ลดการปล่อยคาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
