<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/เจแอลแอล</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 17:31:59 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3353403</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jun 2023 11:50:38 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3353403</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักๆ ของกรุงเทพฯ มีสภาวะที่แตกต่างกันไป โดยผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เผยให้เห็นว่า ศูนย์การค้าชั้นดี คอนโดมิเนียมกลุ่มลักชัวรี และโรงแรมกำลังเข้าสู่ระยะฟื้นตัว ในขณะที่ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าต้องพบกับความท้าทายเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีซัพพลายใหม่ปริมาณมากกำลังทยอยสร้างเสร็จ นายไมเคิล แกลนซี กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างดังที่เห็นตัวอย่างได้จากความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นของไทย ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากที่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยรวมยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และเชื่อว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายแกลนซีกล่าวต่อด้วยว่า “โดยทั่วไป ดีมานด์หรือความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะมีความสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งในกรณีของประเทศไทย มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในปีนี้จะยังคงขยายตัว โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญคือการฟื้นตัวของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนมิถุนายนปีนี้ มีนักท่องเดินทางเข้ามาแล้วมากกว่า 11 ล้านคน นอกจากนี้ ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีการปรับตัวสูงขึ้น แต่โดยทั่วไปยังคงอยู่ในแดนต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่สามารถควบคุมระดับได้ตามเป้า ทั้งหมดนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ตลอดรวมจนถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” แนวโน้มสำคัญๆ ที่น่าสนใจ กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นผู้ซื้อกลุ่มหลักในตลาดการซื้อขายที่ดิน ทั้งที่เป็นที่ดินขายกรรมสิทธิ์ขาดและที่ดินให้เช่าระยะยาว ซึ่งเห็นได้จากธุรกรรมการซื้อ/เช่าระยะยาวที่ดินโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในไตรมาสแรกของปีนี้เพียงไตรมาสเดียว มีมูลค่ารวมสูงถึง 7.7 หมื่นล้านบาท เทียบกับยอดการซื้อที่ดินของทั้งปี 2565 และปี 2564 ที่มีมูลค่ารวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3353403">อสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ราคาและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กระทบบรรยากาศการลงทุนในตลาดอสังหาฯ เอเชียแปซิฟิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3317071</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Mar 2023 16:33:52 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3317071</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาความท้าทายต่างๆ ที่ต้องเผชิญในปี 2566 โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและราคาซื้อขาย ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นตัวแปรหลักที่จะมีผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับลงทุนซื้ออาคาร/โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก ผลสำรวจความคิดเห็นนักลงทุนทั่วโลกโดยเจแอลแอลในรายงานที่มีชื่อว่า Asia Pacific Investor Sentiment Barometer 2023 เผยว่า 78% ของนักลงทุนมองว่าความไม่แน่นอนของทิศทางราคาซื้อขาย เป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดในการกำหนดแผนการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับปีนี้ และ 70% ของนักลงทุนยังเห็นด้วยว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่นอกจากยากจะคาดเดาแล้ว ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศอีกด้วย เป็นความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุน การสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ ยังเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหนึ่งประเด็น โดยในขณะที่การสำรวจเมื่อต้นปี 2565 พบว่า 82% ของนักลงทุนมองว่า การแข่งขันกันเพื่อแย่งซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในความท้าทาย แต่จากผลการสำรวจของปีนี้ มีนักลงทุนเพียง 9% เท่านั้นที่ยังคงมีความกังวลในประเด็นนี้ แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางการปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ยและราคาขาย มีแนวโน้มที่จะทำให้การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีปริมาณปรับตัวลดลง แต่โดยรวมแล้ว นักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยได้แสดงความเห็นว่า การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน แต่ไม่ถึงกับถอนการลงทุน 60% ของนักลงทุนที่ร่วมการสำรวจความคิดเห็น เชื่อว่า ปีนี้จะมีการลงทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับการประมาณ์การของเจแอลแอล ที่ระบุว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา เอเชียแปซิฟิกมีการลงทุนซื้อขายอาคาร-โครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวม 1.29 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่าปีนี้มูลค่าจะลดลงไปอีกราว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3317071">ราคาและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กระทบบรรยากาศการลงทุนในตลาดอสังหาฯ เอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL คาดตลาดการซื้อขายโรงแรมในไทยปีนี้มีมูลค่าแตะ 12,000 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3301363</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2023 14:57:31 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3301363</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลงานวิจัยจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีการซื้อขายโรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุนเกิดขึ้นในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 14 รายการ ด้วยมูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ที่มีมูลค่าการซื้อขายรวม 12,300 ล้านบาท เนื่องจากมีการซื้อขายบางรายการที่ดำเนินธุรกรรมเสร็จไม่ทันก่อนสิ้นปี ส่วนในปี 2566 นี้ เจแอลแอลคาดว่า การลงทุนซื้อขายจะมีมูลค่าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ล้านบาท จากการที่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจต่อเนื่องในขณะที่มีโรงแรมคุณภาพเหมาะสมเสนอขายในตลาด นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา  รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “ในปี 2565 ที่ผ่านมา ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยเกือบทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิด แต่เนื่องจากมีการซื้อขายบางรายการที่ดำเนินธุรกรรมเสร็จไม่ทันก่อนสิ้นปีถึงแม้จะทำสัญญาซื้อขายแล้ว โดยรายการซื้อขายเหล่านี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท และจะดำเนินธุรกรรมเสร็จในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้” “แม้ปี 2565 มูลค่าการลงทุนซื้อขายโรงแรมจะปรับลดลง 10.6% จากปี 2564 แต่ยังคงนับได้ว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกที่ภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติการณ์โควิด โดยในปีนั้นมีการซื้อขายโรงแรมรวมมูลค่าเพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3301363">JLL คาดตลาดการซื้อขายโรงแรมในไทยปีนี้มีมูลค่าแตะ 12,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การลงทุนซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกในปีที่ผ่านมา มูลค่าลดลง 27% จากปี 64]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3297264</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 15:14:44 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3297264</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนซื้อขายอาคารหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก ที่มีประโยชน์การใช้ในเชิงธุรกิจ (อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า โรงงาน โกดัง และอื่นๆ โดยไม่นับรวมการซื้อขายบ้าน/คอนโดโดยผู้ซื้อหรือนักลงทุนรายย่อย และที่ดินเปล่า) มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้น 1.29 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากปี 2564 ราว 27% ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่เจแอลแอลเคยประมาณการณ์ไว้ก่อนหน้า เฉพาะไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว พบว่ามูลค่าการลงทุนซื้อขายปรับลดลงมากถึง 41% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2564 แต่หากเทียบระหว่างไตรมาส 4 กับไตรมาส 3 ของปี 2565 จะพบว่า การปรับลดลงอยู่ในอัตราที่น้อยกว่า คือลดลงไป 12% ซึ่งสอดรับกับการประเมินสถานการณ์ของเจแอลแอลที่คาดว่า มูลค่าการลงทุนซื้อขายในปี 2566 นี้ อาจปรับตัวลดลงต่อไปได้อีก แต่จะไม่แรงเท่ากับปีที่ผ่านมา นายสจ๊วต โครว์ ซีอีโอฝ่ายบริการด้านการลงทุน เจแอลแอลภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า “นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิก แต่ในปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับกลยุทธ์การลงทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3297264">การลงทุนซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกในปีที่ผ่านมา มูลค่าลดลง 27% จากปี 64</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บริษัทในหัวเมืองหลักๆ ของเอเชียยอมจ่ายค่าเช่าออฟฟิศเพิ่ม เพื่อให้ได้อยู่ในอาคารเขียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3282286</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2022 10:27:39 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3282286</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานการวิจัยจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ใน 11 หัวเมืองหลักของเอเชีย กลุ่มบริษัทที่ตั้งเป้าลดปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ ยอมจ่ายค่าเช่าที่แพงกว่า (ค่าพรีเมี่ยม) เพื่อให้ได้มีออฟฟิศอยู่ในตึกมาตรฐานอาคารเขียวที่ได้รับการรับรองว่ามีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในบางเมืองมีค่าพรีเมี่ยมสูงถึง 28% ตามบทวิเคราะห์ในรายงานฉบับดังกล่าวของเจแอลแอลที่มีชื่อว่า The Value of Sustainability: Evidence for a Green Premium in Asia  อาคารสำนักงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวในหัวเมืองที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจในหลายประเทศของเอเชีย มีปริมาณพื้นที่ไม่เพียงพอรองรับความต้องการของบริษัทผู้เช่า ซึ่งทำให้อาคารเขียวเหล่านี้เรียกค่าเช่าได้สูงกว่า เมื่อเทียบกับอาคารที่ไม่มีการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว ซึ่งส่วนต่างค่าเช่านี้เรียกว่า “ค่ากรีนพรีเมี่ยม” การศึกษาของเจแอลแอลครั้งนี้ ได้เปรียบเทียบค่าเช่าระหว่างอาคารที่ได้และไม่ได้การรับรองมาตรฐานอาคารเขียว ซึ่งมีทำเลที่ตั้ง อายุ และสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน โดยพบว่า อาคารที่ได้การรับรองมาตรฐานอาคารเขียวจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มบริษัทผู้เช่ามากกว่า สำหรับภูมิภาคเอเชีย มาตรฐานอาคารเขียวเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา โดยราว 75% ปริมาณพื้นที่สำนักงานเกรดเอที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว อยู่ในอาคารที่สร้างเสร็จหลังจากปี 2558 เป็นต้นมา สอดรับกับความตกลงปารีสตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านความเห็นชอบในปี 2558 อย่างไรก็ดี พื้นที่สำนักงานในอาคารที่ได้การรับรองมาตรฐานอาคารเขียวในเอเชีย มีปริมาณไม่เพียงพอรองรับความต้องการของบริษัทผู้เช่าที่ตั้งเป้าจะให้เกือบครึ่งหนึ่งของพอร์ตสถานประกอบการของตน ได้รับการรับรองมาตรฐานการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568 นายเจเรมี่ โอซุลลิแวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3282286">บริษัทในหัวเมืองหลักๆ ของเอเชียยอมจ่ายค่าเช่าออฟฟิศเพิ่ม เพื่อให้ได้อยู่ในอาคารเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL ประกาศความสำเร็จในการเป็นตัวแทนปิดการขายโรงแรมโอ๊ควู้ด สตูดิโอส์ สุขุมวิท แบงค็อก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3274470</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Nov 2022 14:39:46 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/travel/3274470</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการขายโรงแรมโอ๊ควู้ด สตูดิโอส์ สุขุมวิท แบงค็อก ประกาศว่า ธุรกรรมการซื้อขายโรงแรมที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่แห่งนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีบริษัทเวิลด์วายด์ โฮเทลส์ (WWH) เป็นผู้ซื้อ และมีทีมงานจากหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอลในเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทยร่วมกันเป็นตัวแทนดำเนินการขาย ทั้งนี้ โอ๊ควู้ด สตูดิโอส์ สุขุมวิท แบงค็อก นับเป็นการซื้อขายโรงแรมรายการที่ 4 ที่เจแอลแอลเป็นตัวแทนขาย และ WWH เป็นผู้ซื้อ โดยอีก 3 รายการก่อนหน้าเป็นโรงแรมทราเวลลอดจ์ ที่กรุงเทพฯ พัทยา และกรุงโซล เกาหลีใต้ โอ๊ควู้ด สตูดิโอส์ สุขุมวิท แบงค็อก เป็นโรงแรมสร้างเสร็จใหม่ ภายในโรงแรมประกอบด้วยห้องพัก 177 ห้อง ภัตตาคาร สระว่ายน้ำ และห้องฟิตเนส ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลยอดนิยมและย่านท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพฯ พรั่งพร้อมด้วยภัตตาคาร/ร้านอาหารคุณภาพดี ผับ บาร์ คอฟฟีช็อป สถานบันเทิงยามราตรี และอยู่ห่างจากบีทีเอสทองหล่อในระยะการเดินเพียงประมาณ 10 นาที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3274470">JLL ประกาศความสำเร็จในการเป็นตัวแทนปิดการขายโรงแรมโอ๊ควู้ด สตูดิโอส์ สุขุมวิท แบงค็อก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL จับมือ EMOTIV ใช้เทคโนโลยีประสาทวิทยายกระดับบริการออกแบบออฟฟิศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3226555</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Aug 2022 10:44:23 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3226555</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในเอเชียแปซิฟิก ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ EMOTIV บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา ในการพลิกโฉมการออกแบบสถานที่ทำงาน โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันศึกษาวิธีการนำเอาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาด้านประสาทวิทยา มาใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการออกแบบออฟฟิศ-สำนักงานที่จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานบริษัท ด้วยการใช้อุปกรณ์เฮดเซ็ตที่คิดค้นขึ้นโดย EMOTIV ทำให้การวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ที่กระชับและชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางอารมณ์และกระบวนการรับรู้ของผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัย ทั้งนี้ เจแอลแอลและ EMOTIVE กำลังร่วมกันศึกษาวิจัยเป็นชุดๆ ต่อเนื่อง โดยในเบื้องต้นจะเริ่มที่สิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นการศึกษาว่ามีด้านใดบ้างและวิธีใดบ้าง ที่พนักงานบริษัท/องค์กรต่างๆ จะสามารถยกระดับประสิทธิผลการทำงาน และบริหารจัดการด้านสุขภาพกายและใจในสถานที่ทำงานให้ดียิ่งขึ้น  การศึกษาเหล่านี้ จะเป็นการวัดประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาวะของพนักงานในการทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายและในหลากหลายสถานการณ์ โดยเจแอลแอลและ EMOTIVE จะร่วมกันวิเคราะห์ว่า สมองของพนักงานออฟฟิศ มีการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมการทำงานต่างๆ อย่างไร นายเบน แฮมเลย์ หัวหน้าหน่วยงานด้านอนาคตของวิถีการทำงาน เจแอลแอลภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เจแอลแอลมองว่า สถานที่ทำงานแห่งอนาคต เปรียบได้กับส่วนขยายทางความคิดของมนุษย์ โดยวิกฤติการณ์โรคระบาด ได้ตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ออฟฟิศไม่ได้เป็นเพียงที่ๆ ผู้คนเข้ามานั่งทำงานอีกต่อไป และต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นสถานที่ที่พนักงานสามารถเติบโต ได้รับพลัง และกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ทั้งนี้ การที่จะสามารถออกแบบออฟฟิศที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พนักงานต้องการอะไร ดังนั้น เราจึงหันมาใช้ประสาทวิทยาศาสตร์ และความร่วมมือของเรากับ EMOTIV จึงเป็นสิ่งที่ลงตัว” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3226555">JLL จับมือ EMOTIV ใช้เทคโนโลยีประสาทวิทยายกระดับบริการออกแบบออฟฟิศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แนะอาคารสำนักงานเก่าเตรียมรับมือการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดออฟฟิศให้เช่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3219133</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Aug 2022 11:21:45 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3219133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าใกรุงเทพฯ กำลังมีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการมีโครงการใหม่จำนวนมากที่กำลังจะทยอยสร้างเสร็จเพิ่ม การศึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยให้เห็นว่า อาคารสำนักงานเก่าหลายๆ อาคารกำลังสูญเสียความสามารถในการรักษาผู้เช่ารายเดิมและดึงดูดผู้เช่ารายใหม่ ส่งผลให้เจ้าของอาคารเก่าเหล่านี้จำเป็นต้องพิจารณาหาหนทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอาคารของตน นายเจเรมี่ โอซุลลิแวน ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา เจแอลแอล กล่าวว่า “ข้อมูลที่เราจัดเก็บรวบรวมเกี่ยวกับตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ เผยให้เห็นว่า กิจกรรมการเช่าออฟฟิศรายการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้เช่านิยมที่จะมีออฟฟิศในอาคารที่มีความทันสมัยมากกว่า ดังนั้น อาคารสำนักงานเก่าโดยเฉพาะอาคารที่มีอายุมากกว่า 20 ปี กำลังพบกับความท้าทายมากขึ้นในการรักษาและดึงดูดผู้เช่า” “เมื่อเทียบกับอาคารใหม่คุณภาพเกรดเอที่กำลังทยอยสร้างเสร็จเพิ่มขึ้น พบว่าโดยทั่วไป อาคารเก่าจะมีความด้อยกว่าในเรื่องของการออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ยังมีอาคารเก่าจำนวนหนึ่งที่เคยจัดอยู่ในกลุ่มอาคารเกรดเอได้ถูกปรับลดสถานะลงไปอยู่ในกลุ่มเกรดรองอีกด้วย” นายโอซุลลิแวนกล่าว จากศึกษาล่าสุดของเจแอลแอล พบว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีอาคารสำนักงานให้เช่าคิดเป็นพื้นที่รวมทั้งสิ้น 9.97 ล้านตารางเมตร โดยในจำนวนนี้ ราว 70% เป็นอาคารที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ผลการศึกษาของเจแอลแอลยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ณ สิ้นไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา อาคารเก่าเหล่านี้ มีพื้นที่ว่างเหลือเช่าเฉลี่ยสูงถึง 26% และมีค่าเช่าเฉลี่ย 654 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3219133">แนะอาคารสำนักงานเก่าเตรียมรับมือการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดออฟฟิศให้เช่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยยังคงรักษาสถานะตลาดอสังหาฯ โปร่งใสบนเวทีโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3208881</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Jul 2022 14:39:20 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3208881</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกฉบับปี 2565 จากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโปร่งใสเป็นอันดับที่ 10 ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานฉบับรายสองปี ระบุด้วยว่า คะแนนความโปร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 2.64 ในปี 2563 เป็น 2.63 ในปีนี้ (1 = โปร่งใสสูงสุด  5 = โปร่งใสต่ำสุด) อย่างไรก็ดี อันดับในระดับโลกของไทยปรับลดลง 1 ตำแหน่งจาก 33 ใน 2563 เป็นอันดับที่ 34 ในปีนี้ เนื่องจากโรมาเนียที่เคยอยู่ในอันดับที่ 35 ในปี 2563 กระโดดขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 32 ในปีนี้ นายไมเคิล แกลนซี กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “ดัชนีความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ได้ขยับออกจากกลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่โปร่งใสปานกลาง ขึ้นมาอยู่กลุ่มตลาดโปร่งใสเป็นครั้งแรกในรายงานฉบับปี 2563 ซึ่งระดับความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในการดึงดูดการลงทุน ในขณะที่ไทยเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบแล้วในขณะนี้” รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกโดยเจแอลแอล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3208881">ไทยยังคงรักษาสถานะตลาดอสังหาฯ โปร่งใสบนเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มูลค่าการซื้อขายโรงแรมเชียงใหม่ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3196077</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 May 2022 16:36:04 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3196077</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยว่า เชียงใหม่มีแนวโน้มที่จะเห็นการลงทุนซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากมีโรงแรมที่น่าสนใจส่วนหนึ่งออกมาเสนอขาย ในขณะที่นักลงทุนมองแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวของไทยในเชิงบวกมากขึ้นหลังการคลายมาตรการล็อคดาวน์ นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม ของเจแอลแอล กล่าวว่า “เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยช่วงก่อนโควิด-19 เชียงใหม่นับเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา” “การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมมีบรรยากาศที่ดีขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นได้จากการที่เชียงใหม่เริ่มกลับมามีโรงแรมเปิดใหม่ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่สร้างใหม่ หรือที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ตัวอย่างเช่น โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ซึ่งเปิดแล้วต้นปีนี้ และโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง ที่เตรียมจะเปิดปลายปีนี้” นายจักรกริชกล่าว เชียงใหม่ยังเป็นหนึ่งในตลาดโรงแรมอันดับต้นๆ ของไทยที่ได้รับความสนใจต่อเนื่องจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ อย่างไรก็ดี กิจกรรมการลงทุนซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นมาก เนื่องจากที่ผ่านมา โรงแรมคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุนออกมาเสนอขายน้อยเมื่อเทียบกับหัวเมืองหลักอื่นๆ แต่ในปีนี้ คาดว่ากิจกรรมการลงทุนในตลาดโรงแรมเชียงใหม่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการมีสินทรัพย์รายการสำคัญๆ จำนวนหนึ่งออกมาเสนอขาย นายจักรกริชกล่าว หนึ่งในสินทรัพย์รายการสำคัญที่กำลังเสนอขายในขณะนี้ คือ โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ซึ่งบริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3196077">มูลค่าการซื้อขายโรงแรมเชียงใหม่ปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นักลงทุนมีแนวโน้มแข่งชิงโอกาสซื้ออสังหาฯ ในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นในปีนี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3175361</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2022 16:22:39 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3175361</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการสำรวจความคิดนักลงทุนล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงมั่นใจในศักยภาพและพร้อมลงทุนซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิก แต่ขณะเดียวกัน กว่า 80% ของนักลงทุนที่ร่วมทำแบบสำรวจ ได้แสดงความกังวลว่า อาจมีอุปสรรคมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนแข่งขันกันสูงขึ้นในการแย่งชิงโอกาสการซื้อ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดหวังที่จะเพิ่มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ และเล็งเห็นความจำเป็นของการกระจายการลงทุนในภาวะที่การซื้อสินทรัพย์เพื่อลงทุนมีการแข่งขันสูง โดยนักลงทุนหลายรายมีแผนที่จะกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทขึ้น ทั้งในและนอกอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลัก การแข่งขันแย่งชิงโอกาสการซื้อ นับเป็นประเด็นใหญ่สำหรับตลาดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีความผันผวนมากขึ้น แต่ตลาดการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาค ยังคงมีการแข่งขันสูงในหมู่นักลงทุนผู้ซื้อ นอกจากนี้ การมีอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับการลงทุนเสนอขายในตลาดไม่มาก ยังผลักดันให้นักลงทุนหลายราย หันไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าไปลงทุนมาก่อน เพื่อเปิดช่องทางการขยายการลงทุนเข้าไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทนั้นๆ เพิ่มขึ้นต่อไป ในขณะที่มีนักลงทุนอีกจำนวนมากที่ใช้กลยุทธ์การควบรวมกิจการบริษัทที่เป็นเจ้าของแทนการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง ผลการสำรวจของเจแอลแอลยังเผยให้เห็นว่า ประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดในภูมิภาค ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ส่วนสินทรัพย์ลงทุนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปีนี้ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์กลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งมาเป็นอันดับหนึ่ง โดย 90% ของนักลงทุนมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยสำหรับให้เช่าแก่หลายครอบครัว (Multifamily – ในกรณีของประเทศไทย รูปแบบที่มีให้เห็น คือ อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า) ตามมาเป็นอันดับสอง ซึ่งแม้ญี่ปุ่นเกือบจะเป็นตลาดเดียวที่มีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ แต่มีนักลงทุนมากถึง 70% ที่แสดงความสนใจ อาคารสำนักงานซึ่งนับเป็นอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลัก ได้รับความสนใจจากนักลงทุนตามมาเป็นอันดับสาม (60%) ในปีนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3175361">นักลงทุนมีแนวโน้มแข่งชิงโอกาสซื้ออสังหาฯ ในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นในปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สำนักงาน JLL ที่กรุงเทพฯ ได้รับการพิจารณาเบื้องต้นตามมาตรฐาน WELL]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3173385</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Mar 2022 13:51:56 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3173385</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจแอลแอล เปิดเผยว่า สถานที่ทำการของบริษัทฯ ที่กรุงเทพฯ ได้รับใบประกาศ WELL Precertification รับรองการได้รับพิจารณาเบื้องต้นจาก WELL ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ว่าด้วยคุณสมบัติของอาคาร-สถานที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจแอลแอลในการออกแบบ ตกแต่ง และบริหารจัดการให้ที่ทำการของตน สามารถสร้างเสริมความสุขและพลานามัยที่ดีให้กับพนักงาน ทั้งนี้ เจแอลแอลจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์รายแรกในไทยที่สำนักงานได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL WELL เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดย International WELL Building Institute (IWBI)  เป็นมาตรฐานการตรวจสอบสมรรถนะของอาคาร-สถานที่ โดยพิจารณาคุณสมบัติด้านต่างๆ ที่มีผลต่อพลานามัยและสุขภาวะของผู้ใช้ อาทิ คุณภาพอากาศ น้ำ แสงสว่าง การเข้าถึงอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ พื้นที่ออกกำลังกาย ความสะดวกสบาย และความสุขทางจิตใจ นายไมเคิล แกลนซี กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “เราออกแบบและสร้างออฟฟิศของเราขึ้น โดยคำนึงถึงการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีของพนักงานเป็นสำคัญ” “การได้รับการพิจารณาเบื้องต้นตามมาตรฐาน WELL สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าของเราในการดำเนินการตามเป้าหมายที่จะพัฒนาสถานที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อพนักงานของเรา” สถานที่ทำงานที่ยึดความพึงพอใจของพนักงานเป็นศูนย์กลาง สำนักงานของเจแอลแอลที่กรุงเทพฯ มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 1,450 ตารางเมตร ซึ่งมีการจัดสรรพื้นที่ทำงานหลากหลายรูปแบบให้เหมาะกับกิจกรรมการทำงานของพนักงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของวัน อาทิ ที่นั่งทำงานทั่วไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3173385">สำนักงาน JLL ที่กรุงเทพฯ ได้รับการพิจารณาเบื้องต้นตามมาตรฐาน WELL</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การซื้อขายโรงแรมในไทยปี 64 มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3156283</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Feb 2022 16:57:40 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3156283</guid>

					<description><![CDATA[<p> รายงานการศึกษาล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เผยว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา มีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นในประเทศไทยรวม 23 โรง คิดเป็นจำนวนห้องพักรวมราว 3,000 ห้อง และมูลค่าการซื้อขายรวม 1.32 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ถึง 550% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมูลค่าการซื้อขายต่อปีในช่วง 10 ปีก่อนเกิดคิดระหว่างปี 2552-2562 อยู่ที่ราว 30% การซื้อขายโรงแรมที่อยู่ในการศึกษาของ JLL ครั้งนี้ ครอบคลุมเฉพาะโรงแรมที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุน (investment-grade assets) ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของไทย และไม่นับรวมการซื้อขายกันเองระหว่างบริษัทในเครือเดียวกันหรือเพื่อเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม JLL กล่าวว่า “วิกฤติการณ์โควิดทำให้ปริมาณการซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยในปี 2563 ดิ่งลงเหลือมูลค่าเพียงไม่ถึง 2 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมาตลาดการลงทุนซื้อขายกลับมาคึกคักมากขึ้นมาก โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมสูงกว่าปี 2563 ถึงเกือบ 6 เท่า” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3156283">การซื้อขายโรงแรมในไทยปี 64 มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL เปิดบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3145481</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 14:48:17 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3145481</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ประกาศเปิดบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน เจ้าของ ตลอดรวมจนถึงผู้เช่าใช้อสังหาริมทรัพย์ ในการวางกลยุทธ์กำหนดและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทยังได้แต่งตั้งนางสาวอมรรัตน์ เดชอุดมทรัพย์ เข้ารับหน้าที่หัวหน้าหน่วยธุรกิจใหม่นี้ การเปิดบริการใหม่ดังกล่าว เป็นการตอบสนองต่อการที่มีบริษัท/องค์กรทั้งในภาครัฐฯ และเอกชนจำนวนมากขึ้น หันมาพยายามมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อโลกและชีวิต และเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างมาก และได้รับการตอกย้ำในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 ที่จัดขึ้นช่วงก่อนปลายปี 2564 ซึ่งมีผู้นำจากทั่วโลกและองค์กรต่างๆ เข้าร่วม นายไมเคิล แกลนซี กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “ราว 40% ของการใช้พลังงานทั่วโลก เกิดขึ้นในอาคารและสิ่งปลูกสร้าง และดังนั้น อสังหาริมทรัพย์จึงนับเป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นเหตุผลที่อธิบายว่า เหตุใดเจ้าของ นักลงทุน ตลอดรวมจนถึงผู้เช่าใช้อสังหาริมทรัพย์ที่มีความรับผิดชอบ ต่างเริ่มหันมาตั้งเป้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอาคาร-สถานที่ของตนเอง” “บริษัทระหว่างประเทศจำนวนมากมีการกำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว เจแอลแอลก็เช่นกัน โดยบริษัทของเราได้ประกาศเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสำนักงานของเราทั่วโลกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2030 ในขณะเดียวกัน เราพบว่า มีบริษัท/องค์กรชั้นนำของไทยจำนวนมากขึ้นที่กำลังริเริ่มการกำหนดเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่า แนวโน้มนี้จะขยายตัวต่อไปอีกในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการมากขึ้นสำหรับคำปรึกษามืออาชีพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสให้เราได้ร่วมกับลูกค้าในการกำหนดอนาคตอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลกที่ดีกว่า” นายแกลนซีกล่าว บริการที่เปิดขึ้นใหม่ของเจแอลแอล เน้นการให้ความช่วยเหลือด้วยการให้คำแนะนำปรึกษาแก่ลูกค้าของบริษัทที่ต้องการกำหนดและบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในหลากหลายมิติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3145481">JLL เปิดบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL คาดยอดรวมมูลค่าการซื้อขายของทั้งปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าจากปี 2563]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3133504</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Dec 2021 15:35:32 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3133504</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล คาดว่าปีนี้ทั้งปี ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าจากปี 2563 ด้วยยอดการลงทุนซื้อขายรวมที่อาจสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ มีการซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว 13 โรง คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 5 พันล้านบาท เทียบกับทั้งปี 2563 ที่มีการซื้อขาย 4 โรง รวมมูลค่า 1.9 พันล้านบาท ข้อมูลจากเจแอลแอล ครอบคลุมเฉพาะโรงแรมที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานสากล ซึ่งหมายรวมถึงโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุน (investment grade) นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “การลงทุนซื้อขายโรงแรมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นกลับไปที่ระดับก่อนเกิดวิกฤติการณ์โควิด โดยคาดว่าปีนี้ มูลค่าการซื้อขายจะแตะระดับ 12,000 ล้านบาท หากรายการเจรจาซื้อขายที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้รวมมูลค่า 7,000 ล้านบาทสามารถดำเนินการจนเสร็จทันสิ้นปีตามที่ผู้ซื้อผู้ขายกำหนดไว้ ซึ่งจะหมายความว่า มูลค่าการลงทุนซื้อขายของทั้งปีนี้ จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับช่วง 10 ปีระหว่าง 2552-2562 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยปีละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3133504">JLL คาดยอดรวมมูลค่าการซื้อขายของทั้งปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าจากปี 2563</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL ปิดการขายซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 บางกอก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3126413</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2021 08:23:40 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3126413</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจแอลแอลประกาศความสำเร็จในการเป็นตัวแทนบริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอสคอทท์ จำกัด ในการขายเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ‘ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 บางกอก’ โดยมีกลุ่มบริษัทภิรัชบุรีเป็นผู้ซื้อ ซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 บางกอก ตั้งอยู่บนทำเลชั้นดีในย่านอโศก-สุขุมวิท สามารถเดินถึงสถานีบีทีเอสและเอ็มอาร์ที ประกอบด้วยห้องพัก 138 ห้อง และเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์แห่งแรกที่กลุ่มบริษัทภิรัชบุรีเข้าลงทุนซื้อ นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “ตลาดโรงแรมของไทย ซึ่งหมายรวมถึงเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ยังคงได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุน และนับเป็นตลาดการซื้อขายที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” “โดยทั่วไป โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุน มีราคาซื้อขายไม่ต่างจากช่วงก่อนเกิดโควิดมากนักในช่วงที่ผ่านมา ส่วนในปี 2565 ตลาดการลงทุนซื้อขายมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าปรับเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่านักลงทุนต่างชาติจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะผู้ซื้อ จากการที่ไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกประเทศนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน” นายจักรกริชกล่าว ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยกลับมามีมูลค่าตัวสูงขึ้นมากในปีนี้ โดยเจแอลแอลคาดว่าปีนี้ทั้งปี จะมีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้นกว่า 20 รายการ คิดเป็นห้องพักรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 ห้อง และคิดเป็นมูลค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3126413">JLL ปิดการขายซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 บางกอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL แต่งตั้งหัวหน้าแผนกบริการงานวิจัยและงานที่ปรึกษาคนใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3101984</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 10:45:13 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3101984</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ประกาศแต่งตั้งเจเรมี่ โอซุลลิแวน เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการงานวิจัยและงานที่ปรึกษาคนใหม่ ทำหน้าที่ดูการจัดทำงานวิจัยและงานที่ปรึกษา ควบคู่กับการร่วมมือกับหน่วยธุรกิจต่างๆ ของเจแอลแอล เพื่อให้ลูกค้าของบริษัทได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ นายโอซุลลิแวนมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทหลักๆ และอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับหลากหลายภาคธุรกิจ และมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านงานวิจัย งานที่ปรึกษา ตลอดรวมจนถึงงานด้านการประเมินราคา นายโอซุลลิแวนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาอสังหาริมทรัพย์และการวางแผนจาก Bartlett School, University College London ประเทศอังกฤษ และเป็นสมาชิกของสถาบัน RICS (The Royal Institution of Chartered Surveyors) “ผมยินดีอย่างมากที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานกับเจแอลแอล ซึ่งเป็นบริษัทระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในภาคธุรกิจบริการและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ผมจะร่วมกับทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์สูงในฝ่ายบริการด้านงานวิจัยและงานที่ปรึกษาของเจแอลแอล ในการช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจในเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการได้ผลประโยชน์สูงสุดจากอสังหาริมทรัพย์หรือแผนการพัฒนาโครงการของตน” นายโอซุลลิแวนกล่าว ไมเคิล แกลนซี กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “เจเรมี่เป็นผู้ที่มีความสามารถสูงและมากด้วยความรู้เกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย อีกทั้งยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางในหมู่นักพัฒนาโครงการ นักลงทุน และบริษัทผู้เช่าใช้อสังหาริมทรัพย์ ทั้งไทยและต่างชาติ ผมเชื่อว่าภายใต้การนำของเจเรมี่ ทีมบริการงานวิจัยและงานที่ปรึกษาที่มีความรู้ของเรา จะสามารถให้บริการดีเยี่ยมต่อไปแก่ลูกค้าของเรารวมจนถึงแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่จะมีผลต่ออสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” หน่วยธุรกิจบริการงานวิจัยและงานที่ปรึกษาของเจแอลแอล มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับจากการสร้างและสั่งสมฐานข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มหลักๆ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3101984">JLL แต่งตั้งหัวหน้าแผนกบริการงานวิจัยและงานที่ปรึกษาคนใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[JLL รับงานเป็นตัวแทนขายสิทธิการเช่าเกาะห้าแห่งที่มัลดิฟส์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3094542</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2021 09:55:52 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3094542</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท Prime Locations Management ให้เป็นตัวแทนในการขายสิทธิการเช่าเกาะห้าแห่งสำหรับการพัฒนาโครงการรีสอร์ทในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยเกาะทั้งห้าอยู่ในแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาโครงการครอสโรดส์&#160; (CROSSROADS) คอมเพล็กส์พักผ่อนและไลฟ์สไตล์ครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในมัลดีฟส์โดยสิงห์ เอสเตท หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เกาะทั้งห้าแห่งซึ่งยังไม่มีการพัฒนาโครงการใดๆ มีที่ดินคิดเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 284,500 ตารางเมตร นักลงทุนที่จะเข้าซื้อสิทธิการเช่า จึงมีความยืดหยุ่นสูงที่จะเลือกออกแบบการพัฒนาโครงการได้ตามกลยุทธ์แบรนด์และข้อกำหนดด้านการปฏิบัติการของตนเอง โดยเกาะทั้งหมดเป็นข้อตกลงการเช่าจากกระทรวงท่องเที่ยวของมัลดิฟส์ มีอายุสัญญาเช่า 50 ปี ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2609 นายนิฮาท เออร์แคน กรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านการขาย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เจแอลแอล กล่าวว่า “การเสนอขายสิทธิการเช่าเกาะทั้ง 5 แห่งดังกล่าว เป็นโอกาสที่มีไม่บ่อยสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพัฒนารีสอร์ทหรือกลุ่มรีสอร์ทตามสเป็คที่ตนต้องการ ในทำเลชั้นดี ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงและสนามบินนานาชาติ นอกจากนี้ มัลดิฟส์ยังเป็นหนึ่งในตลาดรีสอร์ทที่สำคัญของโลก และเป็นหนึ่งในทำเลที่นักลงทุนจากเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางให้ความสนใจมากที่สุด นักลงทุนจะได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นในร่วมงานกับบริษัทบริหารโรงแรมระหว่างประเทศในการเข้ามาพัฒนาและดำเนินโครงการให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ใอนาคต และยังมีโอกาสได้กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์ที่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์” นายจูเลียน นาวยูรี รองประธานบริการฝ่ายการขาย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชีย เจแอลแอล กล่าวว่า “จากการที่เมื่อเร็วๆ นี้ เราประสบความสำเร็จในการขาย Kanuhura Maldives และกำลังอยู่ในระหว่างการเป็นตัวแทนซื้อขายรีสอร์ทอื่นๆ อีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3094542">JLL รับงานเป็นตัวแทนขายสิทธิการเช่าเกาะห้าแห่งที่มัลดิฟส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกครึ่งแรกของปีมีมูลค่าสูงขึ้น 39% จากครึ่งแรกปี 63]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3079914</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 17:36:01 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3079914</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานที่มีชื่อว่า Asia Pacific Capital Tracker ฉบับล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล เปิดเผยว่า ในครึ่งแรกของปีนี้ การซื้อขายอาคารและโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์การใช้ในเชิงธุรกิจทั่วเอเชียแปซิฟิก มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 83,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณกว่า 2.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ส่วนในประเทศไทย มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น 20.5% การซื้อขายที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคนี้ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าต่ำกว่าช่วงครึ่งแรกปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิดเพียง 6% สจ๊วต โครว์ ซีอีโอกลุ่มธุรกิจบริการด้านตลาดทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอลกล่าวว่า “มูลค่าที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ตลาดการซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกกำลังกลับมา และนักลงทุนมองแนวโน้มตลาดในเชิงบวก เราคาดว่า การลงทุนซื้ออคารในภูมิภาคจะดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากมีนักลงทุนสนใจการซื้อพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ การซื้ออาคารสถานประกอบการเพื่อให้เช่ากลับแก่บริษัทผู้ขาย และการหาโอกาสซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกกลุ่มหลัก อาทิ โรงงาน โกดัง/โลจิสติกส์ ตลอดไปจนถึงสถานดูแลสุขภาพ” รายงานจากเจแอลแอลเผยว่า การลงทุนซื้อขายอาคารในกลุ่มอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซึ่งประกอบด้วย โรงงาน โกดัง และศูนย์จัดเก็บ-กระจายสินค้า เฉพาะในไตรมาสสองของปีนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณเกือบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3079914">การซื้อขายอาคารในเอเชียแปซิฟิกครึ่งแรกของปีมีมูลค่าสูงขึ้น 39% จากครึ่งแรกปี 63</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การลงทุนซื้อขายโรงแรมเอเชียแปซิฟิกครึ่งปีแรกมูลค่ารวม 3.7 พันล้านดอลลาร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3077750</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2021 17:26:18 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/estate/3077750</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครึ่งแรกของปีนี้ มีการลงทุนซื้อขายโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 61 รายการ คิดเป็นห้องพักรวมกว่าหมื่นห้อง อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากมูลค่า พบว่า การซื้อขายทั้งหมดมีรวมมูลค่ารวม 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 3.7% จากครึ่งแรกของปี 2563 ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล การรวบรวมข้อมูลและประเมินผลโดยเจแอลแอล เผยให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่มีการซื้อขายโรงแรมรวมมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเอเชียแปซิฟิก ปริมาณการลงทุนซื้อขายโรงแรมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีมูลค่าลดลง 18% อย่างไรก็ดี การที่มีรายการซื้อขายโรงแรมรายการใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลายรายการ สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมของภมิภาคนี้ยังคงสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้การดำเนินธุรกิจโรงแรมจะยังคงติดขัดและรับผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการคุมเข้มการเดินทาง นายไมค์ แบทเชเลอร์ ซีอีโอหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เจแอลแอล กล่าวว่า “ความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกยังคงมีอยู่สูง โดยนักลงทุนมองที่ศักยภาพระยะยาว การลงทุนซื้อขายโรงแรมยังคงเกิดขึ้นแม้จะมีมาตรการล็อคดาวน์และควบคุมการเดินทาง แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังคงสนใจในตลาดการซื้อขายโรงแรมอยู่ต่อเนื่องตลอดช่วงวิกฤติการณ์โรคระบาด” รายงานจากเจแอลแอล เปิดเผยว่า หากมองเฉพาะที่เอเชีย (ไม่นับรวมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) การลงทุนซื้อขายโรงแรมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่ารวม 3.53 พันล้านดอลลาร์ มีสัดส่วนคิดเป็น 94% ของมูลค่าทั้งหมดของเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการลงทุนซื้อขายเกิดขึ้นมากที่สูงสุด โดยมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3077750">การลงทุนซื้อขายโรงแรมเอเชียแปซิฟิกครึ่งปีแรกมูลค่ารวม 3.7 พันล้านดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
