<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สำนักงานเศรษฐกิจการเกษ</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 05 May 2026 17:35:39 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3716230</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 09:43:23 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716230</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่ยังเป็นแรงกดดัน รวมถึง ความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน ปัจจัยการผลิต การค้า และรายได้ของครัวเรือนเกษตร ภาคเกษตรจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จากผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและแรงงานเกษตร หรือ Socio ประจำปีเพาะปลูก 2567/68 ของ สศก. ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัด จากกลุ่มตัวอย่าง 9,200 ครัวเรือน พบว่า ครัวเรือนเกษตรมีรายได้เงินสดครัวเรือนเฉลี่ย 472,886 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.42 แบ่งเป็นรายได้เงินสดทางการเกษตร 239,435 บาทต่อครัวเรือน และรายได้เงินสดนอกภาคเกษตร 233,451 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่รายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรเฉลี่ยอยู่ที่ 84,779 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.98 และ รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 318,230 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.22 สะท้อนว่า แม้รายได้ภาพรวมปรับตัวดีขึ้น แต่ รายได้จากภาคเกษตรเพียงอย่างเดียวยังมีข้อจำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3716230">สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ชูระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ติดตามพื้นที่ปลูกข้าวแม่นยำ เสริมความมั่นคงทางอาหารไทยและอาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3694143</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 15:51:28 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3694143</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการยกระดับระบบฐานข้อมูลสารสนเทศข้าวของประเทศให้มีความทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้จัดการฝึกอบรมระดับชาติ “INAHOR National Training Workshop: Promote Rice Planted Area and Production Estimation Using Space-based Technologies in Thailand” ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ สำนักงานเลขานุการโครงการระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน (AFSIS) องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ศูนย์เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลแห่งญี่ปุ่น (RESTEC) และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสถิติเกษตรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศในการจัดทำข้อมูลพื้นที่ปลูกและผลผลิตข้าวได้อย่างเป็นระบบ สศก. ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบข้อมูลสถิติการเกษตรของไทย ตระหนักดีว่าการมีข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นหัวใจสำคัญในการวางนโยบายบริหารจัดการภาคเกษตร โดยเฉพาะ &#8220;ข้าว&#8221; ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักและเป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารทั้งของไทยและภูมิภาคอาเซียน การอบรมครั้งนี้จึงเน้นไปที่การใช้งานระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ALOS-2 ในระบบเรดาร์ (SAR) ช่วงคลื่น L-band ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุความถี่ต่ำที่มีความยาวคลื่นสูง มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพในการสำรวจทะลุผ่านสิ่งกีดขวาง โดยสามารถส่งสัญญาณผ่านเมฆหนา หมอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3694143">สศก. ชูระบบอินาฮอร์ (INAHOR) ติดตามพื้นที่ปลูกข้าวแม่นยำ เสริมความมั่นคงทางอาหารไทยและอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. วิเคราะห์โอกาส “กล้วยหอมทองโคราช” สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro–Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3684294</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 16:56:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684294</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด “กล้วยหอมทอง” ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568 จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองรวมทั้งสิ้น 10,822 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 97.48 หรือจำนวน 10,549 ไร่ กระจุกตัวอยู่ใน อำเภอเสิงสาง ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตหลัก ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ได้รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งจำนวน 5 กลุ่ม มีสมาชิกรวม 187 ราย ความสำเร็จสำคัญอยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการทำบันทึกข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า (MOU) กับผู้ประกอบการเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับคุณภาพสินค้าด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรม “ไมโคร–นาโนบับเบิลส์” (Micro–Nano Bubbles) ในกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วยยืดอายุความสดและรักษาคุณภาพผลผลิตระหว่างการขนส่ง ลดการสูญเสีย และตอบโจทย์มาตรฐานที่เข้มงวดของตลาดปลายทาง ในมิติด้านเศรษฐศาสตร์และความคุ้มค่า ผลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนปี 2567 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3684294">สศก. วิเคราะห์โอกาส “กล้วยหอมทองโคราช” สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro–Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ชี้ทิศทางปาล์มน้ำมันยุคใหม่ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เผยผลวิจัย ‘วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย’ตอบโจทย์สุดคุ้ม ดันกำไรเพิ่ม 3,533 บาทต่อไร่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3683096</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 10:44:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3683096</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของภาคเกษตรไทยที่ต้องเร่งปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกสินค้าพืชเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน)” โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตปาล์มน้ำมัน เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนการกำหนดนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง BCG Model สำหรับการศึกษาครั้งนี้ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8, 9 และ 10 ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรในปีการผลิต 2567 ในพื้นที่แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร จำนวน 304 ราย โดยนำแนวคิด ต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3683096">สศก. ชี้ทิศทางปาล์มน้ำมันยุคใหม่ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เผยผลวิจัย ‘วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย’ตอบโจทย์สุดคุ้ม ดันกำไรเพิ่ม 3,533 บาทต่อไร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ชูโมเดล “ไร่เตียวิเศษ” เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3678446</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 11:02:59 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3678446</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถียรภาพการเงินด้วยรายได้หลายทาง นายพีรพันธ์ คอทอง รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) ได้ติดตามและศึกษาต้นแบบความสำเร็จ “ไร่เตียวิเศษ” อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนเศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการพลิกโฉมฟาร์มไก่ไข่และแปลงผักเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้แนวคิด Zero Waste และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืนโดยไร่เตียวิเศษได้รับรางวัลมาตรฐานการท่องเที่ยว STG Star ระดับ 4 ดาว ประจำปี 2567 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำหรับไร่เตียวิเศษก่อตั้งปี 2553 บนพื้นที่ครอบครัว 3 ไร่ ดำเนินงานโดยนางสาวดวงเด่น เตียวิเศษ โดยพัฒนาเป็นเกษตรผสมผสาน มีไก่ไข่ 500 ตัว (โรงเรือน 186 ตารางเมตร) และแปลงผัก 1 ไร่ รวมถึงไม้ผลหลากชนิด ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3678446">สศก. ชูโมเดล “ไร่เตียวิเศษ” เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ถั่วเหลือง ปี 2568/69 พื้นที่ 6 จังหวัด ภาคเหนือ แนะเกษตรกรดูแลรักษาแปลง เฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3674063</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 08:49:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3674063</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตถั่วเหลือง ปีเพาะปลูก 2568/69 ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน จากข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า พื้นที่เพาะปลูกรวม 15,020 ไร่ ลดลงร้อยละ 6.11 จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากประสบปัญหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี มีปริมาณจำกัดและราคาสูงต้นทุนแรงงานเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงความเสียหายของผลผลิตในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยและปริมาณน้ำเพียงพอ ทำให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 256 เป็น 264 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.96 ขณะที่ผลผลิตรวมทั้ง 6 จังหวัดอยู่ที่ 4,241 ตัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 1.74 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3674063">สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ถั่วเหลือง ปี 2568/69 พื้นที่ 6 จังหวัด ภาคเหนือ แนะเกษตรกรดูแลรักษาแปลง เฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ต้นแบบแปลงใหญ่ ‘ตะไคร้บ้านวงฆ้อง’ จ.กำแพงเพชร รวมกลุ่มผลิตมาตรฐาน GAP สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3658096</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 15:41:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3658096</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางเจนธิชา ชัยชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร ตามแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการผลิต การแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานเกษตรกรรมและฐานทรัพยากรชีวภาพ เพื่อเชื่อมโยงสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจตามความเหมาะสมของพื้นที่ นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิตที่สำคัญภายในประเทศ สศท.12 ได้ลงพื้นที่ติดตามกลุ่มแปลงใหญ่ตะไคร้บ้านวงฆ้อง หมู่ 11 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนและการพัฒนาแปลงใหญ่สมุนไพร ซึ่งนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรที่เข้มแข็ง ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐตลอดจนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรให้การส่งเสริมและผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มมีการพัฒนาการผลิตตะไคร้ และพืชสมุนไพรอื่น ๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชสมุนไพรในพื้นที่ โดยจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดขึ้นในปี 2550 จากการรวมตัวของเกษตรกรในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจบ้านวงฆ้อง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองภายในชุมชน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้สารเคมีในการปลูกข้าวและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นรายได้หลักของครัวเรือนในพื้นที่ โดยสมาชิกกลุ่มหลายรายมีพื้นฐานการเพาะปลูกพืชสมุนไพร เช่น ตะไคร้ อัญชัน และมะกรูดอยู่ก่อนแล้วจึงถือเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์พื้นที่การเกษตรอย่างคุ้มค่า จากแนวคิดดังกล่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3658096">ต้นแบบแปลงใหญ่ ‘ตะไคร้บ้านวงฆ้อง’ จ.กำแพงเพชร รวมกลุ่มผลิตมาตรฐาน GAP สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เลขาธิการ สศก. เตรียมนำทีม ลุย Crop Cutting ภาคสนามเพชรบูรณ์ 27 ตุลาคมนี้ ลงพื้นที่แปลงข้าวโพดเกษตรกร ยกระดับข้อมูลแม่นยำพืชเศรษฐกิจของประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3656689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 13:59:13 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3656689</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามภารกิจหลักของ สศก. ในการจัดทำและบริหารจัดการสารสนเทศการเกษตร โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลสถิติการเกษตร และข้อมูลพยากรณ์ข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญ เพื่อสนับสนุนการวางนโยบายของภาครัฐ และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของเกษตรกรนั้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาหลายภาคส่วนได้ให้ความสนใจและติดตามประเด็นความแม่นยำของข้อมูล สศก. อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนั้น เพื่อเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นในการจัดทำข้อมูลที่โปร่งใส เป็นกลาง และเชื่อถือได้ สศก. จึงได้จัดการ &#8220;อบรมเชิงปฏิบัติการจัดเก็บข้อมูลผลผลิตต่อไร่โดยวิธีตั้งแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต (Crop Cutting) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีเพาะปลูก 2568/69 และมันสำปะหลังโรงงาน ปี 2569&#8221; ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 – 30 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมภูแก้วรีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ พาร์ค อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานภาคสนามมีมาตรฐานและมีคุณภาพ บุคลากรของ สศก. มีความเข้าใจในระเบียบวิธีการสำรวจตามหลักวิชาการทางสถิติ อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมและฝึกปฏิบัติจริงประกอบด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สศก. ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3656689">เลขาธิการ สศก. เตรียมนำทีม ลุย Crop Cutting ภาคสนามเพชรบูรณ์ 27 ตุลาคมนี้ ลงพื้นที่แปลงข้าวโพดเกษตรกร ยกระดับข้อมูลแม่นยำพืชเศรษฐกิจของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ของดีเมืองสงขลา ‘ส้มโอหอมควนลัง’ GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. &#8211; พ.ย. นี้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3652218</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 11:56:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3652218</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิต “ส้มโอหอมควนลัง” จังหวัดสงขลา นับเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดมายาวนาน แหล่งปลูกส่วนใหญ่อยู่ที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ โดยในปี 2568 (ข้อมูลของสำนักงานเกษตรอำเภอหาดใหญ่ ณ เดือนสิงหาคม 2568) คาดว่า มีเนื้อที่ยืนต้นอยู่ที่ 98 ไร่ จากพื้นที่รวมทั้งหมดในอำเภอหาดใหญ่ 138 ไร่ ผลผลิตรวม 215.60 ตัน ซึ่งส้มโอหอมควนลังปลูกอยู่บริเวณที่ราบลุ่มน้ำในเขตเมืองควนลัง ใกล้ลำคลอง ที่มีตะกอนมีแร่ธาตุอาหารพืชทับถม จึงมีความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ส้มโอหอมควนลังมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อผลนิ่ม ฉ่ำ เปลือกมีกลิ่นหอมพิเศษเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากส้มโอที่ปลูกต่างพื้นที่ ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 จากการติดตามของ สศท.9 พบว่า ส้มโอหอมควนลัง ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3652218">ของดีเมืองสงขลา ‘ส้มโอหอมควนลัง’ GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. &#8211; พ.ย. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[‘แปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว)’ จ.สุพรรณบุรี ผลิตข้าว GAP คุณภาพ แหล่งให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กลุ่ม 810,000 บาท/ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3648400</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 13:33:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3648400</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานของแปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว) ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มต้นแบบการพัฒนาการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัย (GAP) และเป็นศูนย์ข้าวระดับชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน โดยกลุ่มแปลงใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตข้าว มุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน และส่งเสริมการบริหารจัดการกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาเกษตรกรรมให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม สศท.7 ลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว) พบว่า เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 1,200 ไร่ สมาชิกเกษตรกร 84 ราย มีนายพิชิต เกียรติสมพร เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) เป็นประธานกลุ่มแปลงใหญ่ โดยเกษตรกรสมาชิกในพื้นที่อำเภอเมืองจะปลูกข้าวนาปี และนาปรัง จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าว กข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3648400">‘แปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว)’ จ.สุพรรณบุรี ผลิตข้าว GAP คุณภาพ แหล่งให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กลุ่ม 810,000 บาท/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.12 ชวนศึกษาวิถี เกษตรอินทรีย์ ‘บ้านสวนน้อยชมจันทร์’ จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3647027</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 14:29:19 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647027</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางเจนธิชา ชัยชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ตามแผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ. 2566 – 2570 ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ระบบการผลิตแบบอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการพัฒนาและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน บ้านสวนน้อยชมจันทร์ หมู่ที่ 9 บ้านวังซอง ตำบลท่าพล อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานเชิงท่องเที่ยว ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 สศท.12 ได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและจัดทำแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ณ บ้านสวนน้อยชมจันทร์ พบว่า เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2557 และพัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ โดยใช้หลักลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้วิธีธรรมชาติและทรัพยากร ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บนพื้นที่ 19 ไร่ เพาะปลูกข้าว พืชผัก และผลไม้ รวมถึงมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีนางสาววิจิตรา กระทู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3647027">สศท.12 ชวนศึกษาวิถี เกษตรอินทรีย์ ‘บ้านสวนน้อยชมจันทร์’ จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.5 หนุน &#8216;ผำ&#8217; อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3646396</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 14:49:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3646396</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ ภาคเกษตรกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาสภาพอากาศและธรรมชาติในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความท้าทาย การมองหาพืชทางเลือกที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ใช้น้ำน้อย เติบโตเร็ว และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นทางออกที่สำคัญ หนึ่งในพืชที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะ “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) คือ “ผำ” หรือไข่น้ำ เป็นพืชน้ำจืดที่เพาะเลี้ยงง่าย ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น ไข่ผำแห้ง อาหารเสริม หรืออาหารสุขภาพ สามารถเลี้ยงในบ่อธรรมชาติหรือบ่อควบคุมได้ ช่วยรักษาสภาพน้ำและระบบนิเวศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร ภายใต้นโยบาย “เกษตรมูลค่าสูง”และแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อให้เกิดการทำน้อยได้มาก การส่งเสริมการเลี้ยง “ผำ” เป็นการ บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมประมง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งเน้นการผลิตตามความต้องการตลาด ปรับปรุงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเพาะเลี้ยง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน สศท.5 ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลสินค้าเกษตรในพื้นที่เพื่อจัดทำข้อมูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3646396">สศท.5 หนุน &#8216;ผำ&#8217; อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปีนี้ ไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ผลผลิตรวม 6.7 แสนตัน สศท.8 ชวนบริโภค ‘ลองกอง’ ในฤดู ก.ย. &#8211; ต.ค. นี้ ออกตลาด ร้อยละ 42]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3638056</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2025 16:58:37 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3638056</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสรุปข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคใต้ ปี 2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2568) ซึ่ง สศก. โดย สศท.8 สศท.9 และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 (สสก.5) ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ สรุปตัวเลขเอกภาพปริมาณผลผลิตของไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองในพื้นที่ 14 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ระนอง ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) คาดว่า ปีนี้ ผลผลิตรวมทั้งในฤดูและนอกฤดู จำนวน 674,030 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3638056">ปีนี้ ไม้ผลภาคใต้ 4 ชนิด ผลผลิตรวม 6.7 แสนตัน สศท.8 ชวนบริโภค ‘ลองกอง’ ในฤดู ก.ย. &#8211; ต.ค. นี้ ออกตลาด ร้อยละ 42</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ลงพื้นที่สมุทรสาคร หนุนเกษตรกรเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม GAP ชี้ได้เปรียบทั้งคุณภาพและความปลอดภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3634613</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 14:09:08 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3634613</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย โดยเน้นการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการเกษตรปลอดภัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งมีภารกิจในการจัดทำข้อมูลและสารสนเทศสินค้าเกษตร ได้ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลในเขตจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมทั้งหมดในปี 2567 ปริมาณ 12,584 ตัน คิดเป็นร้อยละ 2.84 จากผลผลิตทั้งประเทศ 389,793 ตัน ซึ่งมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งขาว แวนนาไมที่ขึ้นทะเบียน ในปี 2568 ทั้งสิ้น 397 ฟาร์ม แบ่งเป็นฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) ของกรมประมง 161 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ 40.55 และฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP (มกษ.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 47 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ 11.83 ส่วนที่เหลือเป็นฟาร์มที่ไม่มี GAP หรืออยู่ระหว่างดำเนินการขอมาตรฐาน GAP รวมกัน 189 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3634613">สศก. ลงพื้นที่สมุทรสาคร หนุนเกษตรกรเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม GAP ชี้ได้เปรียบทั้งคุณภาพและความปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. จัดสัมมนาระดมความเห็น ดึงแพลตฟอร์ม “AgriDataProv” ขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data สู่จังหวัดยุคดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3622696</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 14:56:13 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3622696</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง &#8220;ขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data: สู่จังหวัดยุคดิจิทัล&#8221; ณ ห้องประชุม Nada Ballroom โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร โดยการจัดงานของศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคของการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทำให้มีความต้องการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาเกษตรที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ประกอบกับความต้องการข้อมูลในระดับพื้นที่มีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลในการตัดสินใจได้ตรงกับสถานการณ์และปัญหาของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม   ข้อมูลภาครัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูลระหว่างกัน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไข สศก. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูล Big Data ภาคเกษตรของประเทศ ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร มีการรวบรวมชุดข้อมูล (Datasets) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตร โดยฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติจะเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตร ที่มีข้อมูลครอบคลุมทั้งด้านเกษตรกรและด้านสินค้าเกษตรที่สำคัญตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อใช้ประกอบในงานเชิงนโยบายของภาครัฐ ให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลที่จะยกระดับการพัฒนาหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 &#8211; 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3622696">สศก. จัดสัมมนาระดมความเห็น ดึงแพลตฟอร์ม “AgriDataProv” ขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data สู่จังหวัดยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศก. ติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดิน ด้วยแนวคิด LDN มุ่งสู่การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3622038</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 13:28:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3622038</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดิน ด้วยแนวคิดความสมดุลการจัดการทรัพยากรที่ดิน (Land Degradation Neutrality: LDN) ซึ่งดำเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดิน โดยแนวคิด LDN มุ่งเน้นการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 15.3  ที่มุ่งลดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพื่อการผลิตในระยะยาว LDN Implementation เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในพื้นที่ 12 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 24,700 ไร่ ประกอบด้วย ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลตามแนวคิด LDN การกำหนดมาตรการที่เชื่อมโยงกับหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาชัดเจนและสามารถฟื้นฟูได้จริง การประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการที่ดำเนินการมีความเหมาะสม และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กำหนดเป้าหมายพื้นที่ 23,800 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดทั่วประเทศ  และจากตัวอย่างการติดตามผลในพื้นที่ดำเนินการ ณ บ้านโคกสว่าง หมู่ที่ 13 ตำบลหนองเหล็ก อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม พบว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3622038">สศก. ติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดิน ด้วยแนวคิด LDN มุ่งสู่การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.6 ชวนเช็คอิน ‘สวนผลอำไพ’ จ.ตราด แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3621271</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Jul 2025 09:28:21 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3621271</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวนริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ. 2566 – 2570 โดยมุ่งยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับสากล ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อให้สินค้าเกษตรอินทรีย์สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับปีงบประมาณ 2568 สศท.6 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งลงพื้นที่จังหวัดระยอง จังหวัดตราด และจังหวัดนครนายก โดยเก็บข้อมูลจากฟาร์มเกษตรท่องเที่ยว 3 แห่ง ได้แก่ 1) สวนผลอำไพ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด 2) สวนศรีทอง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก และ 3) สวนลุงทองใบ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งพบว่า สวนผลอำไพ ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด นับเป็นหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการทำเกษตรอินทรีย์ที่เป็นรูปธรรม เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2550 ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3621271">สศท.6 ชวนเช็คอิน ‘สวนผลอำไพ’ จ.ตราด แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ผลิตทุเรียนภาคเหนือตอนล่าง ปี 68 รวม 6 จังหวัด แตะ 55,000 ตัน เพิ่มขึ้น 12.47%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3618713</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 08:42:04 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618713</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตทุเรียนภาคเหนือตอนล่าง ปี 2568 ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ พิษณุโลก ตาก และน่าน (ข้อมูล ณ 4 มิถุนายน 2568) โดย สศท.2 ประชุมร่วมกับคณะทำงาน ย่อยพัฒนาระบบข้อมูลปริมาณการผลิตและโลจิสติกส์ไม้ผล ภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2568 พบว่า มีเนื้อที่ยืนต้นรวม 100,559 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 92,474 ไร่ (เพิ่มขึ้น 8,085 ไร่ หรือร้อยละ 9) เนื้อที่ให้ผลรวม 71,513 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 67,980 ไร่ (เพิ่มขึ้น 3,533 ไร่ หรือร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3618713">สศท.2 เกาะติดสถานการณ์ผลิตทุเรียนภาคเหนือตอนล่าง ปี 68 รวม 6 จังหวัด แตะ 55,000 ตัน เพิ่มขึ้น 12.47%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ภาพรวม ลำไย 8 จังหวัด ภาคเหนือ ปี 68 ผลผลิตรวม 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% ลำไยในฤดูเริ่มออกตลาดแล้ว สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3617840</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2025 11:49:38 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3617840</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกภาคเหนือ จัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2568) พบว่า ปี 2568 ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเนื้อที่ยืนต้น จำนวน 1,243,784 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 1,251,506 ไร่ (ลดลง 7,722 ไร่ หรือร้อยละ 0.62 เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นลำไยที่มีอายุมากและให้ผลผลิตน้อย โดยปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ยางพารา ทุเรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3617840">ภาพรวม ลำไย 8 จังหวัด ภาคเหนือ ปี 68 ผลผลิตรวม 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% ลำไยในฤดูเริ่มออกตลาดแล้ว สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[แปลงใหญ่ยางพารากลุ่มเกษตรกรชาวสวนยา อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ยกระดับรายได้ด้วยมาตรฐาน EUDR]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3614469</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jun 2025 14:36:33 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3614469</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวภิรมศรี บุญทน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ยางพารา” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงของจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ อีกทั้งยางพารายังเป็นพืชที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศได้ดี ทำให้ปลูกได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ผ่านมาภาครัฐ ได้ให้การส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเทคโนโลยีการปลูก การเพิ่มผลผลิต และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน สศท.11 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปลูกยางพาราของจังหวัดอำนาจเจริญ พบว่า แปลงใหญ่ยางพารา กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางอำเภอหัวตะพาน ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มแปลงใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จ มีการบริหารจัดการกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางดีเด่น ระยะเริ่มต้น ระดับประเทศ จากการยางแห่งประเทศไทย ประจำปี 2564/2565 ซึ่งกลุ่มแปลงใหญ่ฯ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2564 เพื่อยกระดับการผลิตและการตลาดยางพาราของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีนายสว่าง ธรรมวงศ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกเกษตรกรรวม 214 ราย ซึ่งเดิมนั้นเกษตรกรดำเนินการผลิตยางพาราในรูปแบบต่างคนต่างผลิตและจำหน่ายให้กับลานรับซื้อใกล้บ้าน หลังจากการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ทางกลุ่มเป็นผู้รวบรวมผลผลิตของสมาชิกและนำเข้าสู่ระบบตลาดกลางยางพาราในแพลตฟอร์ม TRT (Thai [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3614469">แปลงใหญ่ยางพารากลุ่มเกษตรกรชาวสวนยา อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ยกระดับรายได้ด้วยมาตรฐาน EUDR</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
