<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-tei/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-tei</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Jul 2026 18:34:07 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[TEI จับมือ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3741953</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 17:35:46 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741953</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ ThaiSCP เดินหน้าสร้างเครือข่ายการศึกษาที่เข็มแข็งผนึกกำลังมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมุ่งบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์รับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบัน  ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และนายกสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มากมายทั้งจากปัญหาฝุ่นPM2.5 รวมไปถึงปัญหาไมโครพลาสติกในร่างกายและที่สำคัญปัญหาที่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว ดังนั้นเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมต่อกับระบบสาธารณสุขและการพยาบาล เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ลดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการดูแลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ  ด้านศาสตราจารย์ ดร.มรรยาท รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะนำแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SCP)มาเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสังคมและสุขภาพผ่านการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับบุคลากรทางการพยาบาล เพื่อให้พร้อมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นและขยายผลการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ดังนั้นการลงนามในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานความร่วมมือทางวิชาการแบบไตรภาคีที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อสุขภาวะของชุมชน สังคม ให้ทันกับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  สำหรับกรอบความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปีโดยมุ่งเน้นการบูรณาการงานวิจัย การบริการวิชาการ การฝึกอบรม และการสื่อสารผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนงานบริการสังคมและชุมชน เพื่อเสนอแนะแนวทางและพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือ การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติในช่วงปลายปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3741953">TEI จับมือ ThaiSCP ผนึกกำลัง RBAC ยกระดับความร่วมมือวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตโลกเดือด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ &#8220;เมืองคู่ขนานชายแดน&#8221; ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3741803</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 16:44:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3741803</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TE ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดสัมมนาความร่วมมือการขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานชายแดน ลดหมอกควันข้ามแดน เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อความร่วมมือระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และเมียนมา ทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่  โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งจากส่วนกลางและพื้นที่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอเพื่อยกระดับความร่วมมือในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดน ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร  ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า  TEI  ได้รับการสนับสนุนจาก ARDA ให้ดำเนินโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน โดยมุ่งยกระดับความร่วมมือของเมืองชายแดนตามแนวทาง &#8220;เมืองคู่ขนานชายแดน&#8221; ให้ก้าวจากเวทีหารือสู่การลงมือปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม  แม้ต่างทราบกันดีว่าการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ &#8220;ไฟ&#8221; ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม หากยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของประชาชน ต้นทุนการผลิต การจัดการทรัพยากรป่าไม้ ระบบนิเวศ และนโยบายการพัฒนาของแต่ละประเทศ ดังนั้น การลดการเผาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและทุกระดับ  ซึ่งก็คาดหวังว่ากลไกความร่วมมือเมืองคู่ขนานชายแดนจะเป็นอีกกลไกสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งระหว่างจังหวัดและเมืองชายแดนของไทย ลาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3741803">TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ &#8220;เมืองคู่ขนานชายแดน&#8221; ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน “Driving Circularity Ecosystem”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3718428</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 09:14:50 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718428</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า “กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน” ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า จัดขึ้นโดยความร่วมมือจากองค์กรภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการฯ ได้แก่ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) และ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจที่ร่วมสนับสนุุนการดำเนินงานโครงการฯ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าในทุกมิติทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึง การเพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทยบนพื้นฐานของการจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงที่มาความสำคัญของโครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กล่าวว่า “หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ ปัญหาขยะและการจัดการขยะ ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์ โดยแนวทางหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นทางออกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ การจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3718428">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน “Driving Circularity Ecosystem”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3709647</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 10:58:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709647</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน สังคมกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อนในเมือง คุณภาพน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแข็งเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้งยิ่งสร้าง ยิ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ตามมา สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เริ่มจาก Working with Nature แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) เกิดขึ้นจากความเข้าใจว่าธรรมชาติไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบนิเวศและกระบวนการทางธรรมชาติ&#160; แนวคิดการใช้ธรรมชาติแก้ปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปี ค.ศ. 1945 มีนักวิชาการคนสำคัญ คือ Gilbert F. White พูดถึงแนวคิดนี้ในการจัดการน้ำท่วมว่า มนุษย์ไม่ควรพยายามเอาชนะน้ำด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรปรับตัวและใช้พื้นที่น้ำท่วมให้เหมาะสม เช่น การเว้นพื้นที่น้ำหลากหรือใช้เป็นพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่นันทนาการ แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “Working with Nature” และต่อมาพัฒนาเป็นแนวคิด Nature-based Solutions หรือ NbS ในปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3709647">Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3704786</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 09:16:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704786</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด” โลกของเราได้ก้าวข้ามภาวะโลกร้อน (Global Warming) เข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วทำให้เราต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี และวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันที่คาดเดาไม่ได้ คำถามสำคัญคือ มนุษยชาติจะรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ซ่อนอยู่ในรากฐานของธรรมชาติ นั่นคือ ‘ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ’ วันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะพารู้จักแนวคิด “ทางรอดของคนเมือง แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน NbS” “ในยุคโลกเดือด ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมวัฏจักรน้ำให้สมดุล ลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และรักษาระบบนิเวศ การรักษาป่าและน้ำจึงเป็นหนึ่งใน &#8216;ทางรอด&#8217; ของคนเมือง โดยการดึงแนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน Nature-based Solutions (NbS) เข้ามาช่วย” ป่าไม้เปรียบเสมือนฟองน้ำยักษ์และต้นทุนน้ำของโลก หลายคนมองว่าป่าเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือแหล่งผลิตออกซิเจน แต่ในความเป็นจริงป่าไม้คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ’ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของโลก ควบคุมวัฏจักรน้ำ ต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ รากไม้ที่หยั่งลึกและชั้นใบไม้ร่วงที่ทับถมบนผิวดินจะคอยดูดซับน้ำฝนที่ตกลงมา ช่วยลดความแรงของน้ำหลาก และค่อย ๆ ปล่อยน้ำซึมลงสู่ชั้นหินเป็นน้ำบาดาล ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงลำธารแม้ในฤดูแล้ง ความหลากหลายทางชีวภาพคือกลไกขับเคลื่อน ป่าจะทำหน้าที่ฟองน้ำไม่ได้เลยหากขาดความหลากหลายทางชีวภาพ นกและสัตว์ป่าช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ แมลงช่วยผสมเกสร และจุลินทรีย์ในดินช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี หากสัตว์ป่าหายไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3704786">ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3703271</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 16:07:32 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3703271</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ เรียบเรียงโดย: นางสาวณัฐฌริญา พิลาดี ฝ่ายมลพิษ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  เนื่องในวันที่ 18 มีนาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น &#8220;วันรีไซเคิลโลก (Global Recycling Day)&#8221; &#160;&#160;&#160;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ขอหยิบยกประเด็นสำคัญที่เป็นวาระเร่งด่วนของประเทศมานำเสนอ โดยขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการจัดการขยะมูลฝอย หลังจากที่ปัญหาปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และระบบกำจัดแบบดั้งเดิมไม่สามารถรองรับมลพิษที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป การขับเคลื่อนสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือพลิกเกมลดขยะอย่างยั่งยืนในอนาคต จากข้อมูลปี 2566 – 2567 สะท้อนว่าประเทศไทยยังเกิดขยะมูลฝอยในระดับสูงประมาณ 26.95 ล้านตันต่อปี ขณะที่การนำกลับมาใช้ประโยชน์เพียงร้อยละ 34 และยังมีการกำจัดไม่ถูกต้องมากถึงร้อยละ 28 โดยมีบ่อขยะเปิดกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดไฟไหม้บ่อขยะและมลพิษ PM2.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3703271">พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน พร้อมชูแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก ร่วมเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนเมืองคู่ขนาน แก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3699972</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 17:05:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699972</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดกิจกรรม “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน ลดการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ลดการเผาในหมู่บ้านชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดประชุมหารือขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก เพื่อยกระดับการประสานงานและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องของสองประเทศในการดูแลผืนป่า ลดหมอกควันข้ามแดน และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อลมหายใจที่ดีร่วมกันต่อไป นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันของภาคเหนือ เนื่องจากการเผาป่าและการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ กิจกรรม “Kick off [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3699972">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน พร้อมชูแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก ร่วมเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนเมืองคู่ขนาน แก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PPP Plastics จัดเวทีเสวนาและประชุมเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ ร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3699896</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 16:49:20 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699896</guid>

					<description><![CDATA[<p>PPP Plastics จัดเสวนาและประชุมเครือข่ายภายใต้หัวข้อ “Driving Circularity Ecosystem” “ขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ” เพื่อร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ โดยการจัดตั้งโมเดลศูนย์นวัตกรรมคัดแยกและแปรรูปวัสดุแบบสะอาด (Clean Material Recovery Facility – MRF) ในประเทศไทย มุ่งสร้างฮับรีไซเคิลครบวงจร หรือ Smart Recycling Hub ที่ตั้งเป้าจะนำพลาสติกใช้แล้วคุณภาพสูงกลับเข้าสู่ระบบการผลิตให้ได้อย่างน้อย 50,000 ตันต่อปี การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฎิบัติการและนวัตกรรม บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธานเครือข่ายและนายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ&#160; ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวเปิดงาน โดยมีผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ธนาคารโลก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สถาบันพลาสติก รวมถึงผู้บริหารสมาชิก PPP Plastics ระดับ Investing [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3699896">PPP Plastics จัดเวทีเสวนาและประชุมเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ ร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน “จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3675228</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 14:45:45 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675228</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ กรมบัญชีกลาง และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ “ตลาดสีเขียว” ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3675228">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน “จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สผ. ผนึกกำลัง TEI และ UNDP จัดงาน &#8220;NBSAP Forum Thailand 2025&#8221; รวมพลัง 7 ภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งสู่เป้าหมายโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3671928</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 09:23:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3671928</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดการประชุมทบทวนสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBSAP-National Biodiversity Strategies and Action Plan) พ.ศ. 2566–2570 และร่วมประกาศเจตนารมณ์จากทั้ง 7 ภาคส่วน ในการขับเคลื่อนแผน ไปสู่เป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก นางสาวกานดา ชูแก้ว รองเลขาธิการ สผ. เป็นประธานเปิดงาน โดยกล่าวว่า “ประเทศไทยพึ่งพาทรัพยากรชีวภาพเป็นฐานในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด การจัดทำแผน NBSAP จึงให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนในภาคส่วนต่าง ๆ ควบคู่กับการถ่ายทอดเป้าหมายระดับโลกมาสู่แผน โดยคำนึงถึงบริบทของประทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ พร้อมเน้นว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนแผน NBSAP จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและสอดประสานกัน ในการจัดงานครั้งนี้ นางกตัญชลี ธรรมกุล ผู้อำนวยการกองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สผ. ได้กล่าวถึงโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อขับเคลื่อนแผน NBSAP ว่าเป็นโครงการที่ดำเนินโดย สผ. ร่วมกับ TEI และ UNDP มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมที่เป็นระบบ รวมถึงวางแนวทางการสื่อสารและการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่และภาคส่วนต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3671928">สผ. ผนึกกำลัง TEI และ UNDP จัดงาน &#8220;NBSAP Forum Thailand 2025&#8221; รวมพลัง 7 ภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งสู่เป้าหมายโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ &#8220;ต้องปลอดเข็มหมุด 100%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3661417</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 11:35:03 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3661417</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ได้ออกมาแนะแนวทาง &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; เพื่อให้ประชาชนได้สืบสานประเพณีควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยชู 2 แนวทางสำคัญคือ การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติแท้ 100% และการมุ่งสู่ &#8220;ประเพณีคาร์บอนต่ำ&#8221; (Low Carbon) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) &#160;เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันแนวโน้มการใช้กระทงโฟมจะลดลงมาก และคนหันมาใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในกระทงธรรมชาติที่วางจำหน่ายทั่วไปก็มี โดยในปีที่ผ่านTEI ได้ลงพื้นที่เก็บขยะกระทงที่ชายหาดบางแสนพบกว่า กระทงธรรมชาติ หลายใบมีสิ่งแปลกปลอมอันตรายซ่อนอยู่ข้างใน “การเลือกกระทงที่ทำจากใบตอง/หยวกกล้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเมื่อหน่วยงานจัดเก็บขึ้นมา สามารถนำไปหมักทำปุ๋ย (สารบำรุงดิน) ได้ ไม่เปลืองพื้นที่ฝังกลบ แต่ขณะเดียวกันปีที่แล้ว (2567) ที่เราลงพื้นที่เทศบาลแสนสุขเก็บขยะกระทงเราพบทั้ง เข็มหมุด ตะปู หรือลวดเย็บกระดาษ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสัตว์น้ำที่อาจกินเข้าไป บางกระทงเราพบเข็มมากถึง 40-50 เล่ม นี่คือประเด็นที่ต้องรณรงค์เร่งด่วน จึงอยากแนะนำให้ประชาชนและผู้ค้า หันมาใช้วัสดุธรรมชาติแท้ๆ ในการยึดติด เช่น ไม้กลัด หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3661417">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ &#8220;ต้องปลอดเข็มหมุด 100%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI-GIZ ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทย รับมือกฎระเบียบการค้า EU ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืนระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3660287</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 08:29:57 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3660287</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดการประชุม &#8220;การเตรียมความพร้อมประเทศไทยต่อกฎระเบียบของสหภาพยุโรปด้านการตรวจสอบสถานะของห่วงโซ่อุปทาน&#8221; ณ โรงแรมวีกรุงเทพ – เอ็มแกลเลอรี่ ภายใต้โครงการ &#8220;Enhancing Readiness of Thailand towards the EU Sustainable Trade Schemes&#8221; เพื่อเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความยั่งยืนที่สำคัญของสหภาพยุโรปและเยอรมนี ได้แก่ กฏระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยสินค้าปลอดการทำลายป่า (EU Deforestation Regulation &#8211; EUDR), คำสั่งการตรวจสอบความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Due Diligence Directive &#8211; CSDDD), และ พระราชบัญญัติการตรวจสอบสถานะห่วงโซ่อุปทานของเยอรมนี (LkSG) ทั้งนี้เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น และระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อกำหนดแนวทางการปรับตัว ในการนี้ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของการค้าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจของระบบการผลิต การค้า และการบริโภค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3660287">TEI-GIZ ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทย รับมือกฎระเบียบการค้า EU ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืนระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นักวิชาการชี้ “ไม่เทรวม” กทม. คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3660283</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 08:28:11 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3660283</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)&#160; ชู นโยบาย &#8220;ไม่เทรวม&#8221; ของกรุงเทพมหานคร เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการปฏิรูประบบการจัดการขยะ แม้ว่ายอดผู้เข้าร่วมลงทะเบียนล่าสุดจะสูงทะลุถึงจำนวน 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) จากจำนวนทั้งหมดที่มีคุณสมบัติรับสิทธิ์ประมาณ 2,479,740 หลังคาเรือน คิดเป็น 36.17%ยังต้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยย้ำ &#8220;ทุกคนทำได้&#8221; ชวนคนกรุงมาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของเมือง ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้แสดงมุมมองถึงโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ของกรุงเทพมหานครว่าแม้การลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) แบ่งเป็น ลงทะเบียนแบบเดี่ยว (บ้านพักอาศัย) 333,911 หลังคาเรือน ลงทะเบียนแบบกลุ่ม (คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ชุมชน แฟลต) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3660283">นักวิชาการชี้ “ไม่เทรวม” กทม. คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[24 ตุลาคม วันโลมาน้ำจืดโลก ชวนรู้จัก 6 สายพันธุ์ที่เหลืออยู่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657924</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 13:45:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657924</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง &#8220;โลมา&#8221; หลายคนมักนึกถึงภาพสัตว์ที่แหวกว่ายอย่างอิสระในท้องทะเลกว้าง แต่ความจริงแล้ว โลกของเรายังมีโลมาอีกกลุ่มที่ปรับตัวให้อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นโลมาที่หายากและกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก และเนื่องในวันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปีเป็น &#8220;วันโลมาน้ำจืดโลก&#8221; (World Freshwater Dolphin Day) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยนางสาวนวลพรรณ คณานุรักษ์ นักวิจัย ได้ลิสต์โลมาน้ำจืดที่เหลืออยู่มาให้ พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมตระหนักถึงสถานการณ์อันน่าห่วงใยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมผู้เฉลียวฉลาดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด โดยปัจจุบันทั่วโลกมีโลมาน้ำจืดเหลืออยู่เพียง 6 สายพันธุ์เท่านั้น ได้แก่ โลมาแม่น้ำแอมะซอน หรือ โบโต (Amazon River Dolphin) เป็นโลมาจมูกยาวและมีสีชมพูอ่อน อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแอมะซอนในอเมริกาใต้ ลุ่มแม่น้ำโอรีโนโก และลุ่มแม่น้ำโตกันตินส์-อารากัวยา ซึ่งอยู่ในประเทศโบลิเวียบราซิล โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และกายอานา โลมาทูคูซี (Tucuxi) เป็นโลมาขนาดเล็กที่ชอบกระโดดขึ้นเหนือน้ำ อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและแม่น้ำโอรีโนโก ในประเทศบราซิล โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ โลมาแม่น้ำคงคง หรือ ซูซู (Ganges River Dolphin) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657924">24 ตุลาคม วันโลมาน้ำจืดโลก ชวนรู้จัก 6 สายพันธุ์ที่เหลืออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[24 ตุลาคม วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล ชวนคนไทยร่วมพลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657744</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 09:12:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657744</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันที่ 24 ตุลาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้เป็น &#8220;วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล&#8221; (International Day of Climate Action) ถือเป็นวาระสำคัญที่จะปลุกกระแสสังคมและย้ำเตือนคนไทยทุกคนและทั่วโลกว่า การร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ‘ไม่ใช่ทำพรุ่งนี้&#8230;.แต่! ต้องทำเดี๋ยวนี้’ วันนี้คือเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ผลกระทบจะรุนแรงเกินกว่าจะรับมือ สำหรับแนวคิดหลักในปี 2568 คือ “Rising Together for a Resilient Planet” หรือ “ร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่โลกที่มีความยืดหยุ่น” ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้ทั่วโลกผนึกกำลังกัน ปรับตัว (Collective Adaptation) ใช้นวัตกรรม (Innovation) และสร้างความร่วมมือเพื่อปกป้องโลก โดยเน้นย้ำหลักการ &#8220;ความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ (Climate Justice) และความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility)&#8221; เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นธรรมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด  นางสาวสุพรรณิภา หวังงาม นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เรียบเรียงข้อมูลว่า รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2025 (Sustainable Development [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657744">24 ตุลาคม วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล ชวนคนไทยร่วมพลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3652792</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 11:42:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3652792</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (World Ecolabel Day) จัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม โดยเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network: GEN) เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของ “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ในการขับเคลื่อน การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production : SCP) ปีนี้ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ที่สื่อสารว่า สินค้านี้ดีต่อโลกกว่าสินค้าทั่วไป ในประเทศไทย ฉลากสิ่งแวดล้อมที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ “ฉลากเขียว” ซึ่งดำเนินการโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) การรับรองฉลากเขียว ไม่ได้พิจารณาเพียงคุณภาพสินค้า แต่ครอบคลุม ตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด นอกจากผู้ผลิตแล้ว ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทสำคัญ ทุกครั้งที่เราเลือกสินค้าฉลากเขียว เท่ากับเราสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3652792">9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI เดินหน้าภารกิจ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่าลด E-Waste ส่งต่อคอมพิวเตอร์สร้างประโยชน์ให้โรงเรียนบ้านลำแคลง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3651719</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 14:44:52 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651719</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในนาม ถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมแห่งความยั่งยืนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ด้วยการส่งมอบชุดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ยังคงประสิทธิภาพดีเยี่ยมให้แก่โรงเรียนบ้านลำแคลง จังหวัดตรัง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โครงการนี้เป็นมากกว่าการมอบแต่คือการจัดการสินทรัพย์ขององค์กรอย่างรับผิดชอบ โดยการยืดอายุการใช้งาน อุปกรณ์ไอทีที่อาจหมดความจำเป็นในการใช้งานในสำนักงาน แต่ยังคงมีคุณค่าและประโยชน์อย่างมหาศาลต่อภาคการศึกษา การส่งต่ออุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังเป็นต้นแบบของการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะ TEI เชื่อว่าความยั่งยืนต้องถูกผนวกรวมอยู่ในการกระทำทุกมิติ กิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่มอบอุปกรณ์ แต่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ สำหรับโรงเรียนบ้านลำแคลง การสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนของคณะครูและนักเรียน เปิดประตูสู่โลกกว้างผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา อย่างไรก็ดี TEI หวังว่าการส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้เห็นคุณค่าของทรัพยากรทุกชิ้นรอบตัว และเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน TEI ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าแก่เยาวชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3651719">TEI เดินหน้าภารกิจ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่าลด E-Waste ส่งต่อคอมพิวเตอร์สร้างประโยชน์ให้โรงเรียนบ้านลำแคลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พะยูนลดลง สัญญาณเตือนจากท้องทะเลไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3632034</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 14:20:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3632034</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พะยูน” หรือที่หลายคนเรียกอย่างเอ็นดูว่า “น้องหมูน้ำ” หรือ “วัวทะเล” คือสัตว์ทะเลสงวน ที่เป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพของระบบนิเวศหญ้าทะเลในประเทศไทย ปัจจุบันสถานะของพะยูนกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างชัดเจน ปี 2566 เหลือเพียง 282 ตัวในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2567) การลดลงของประชากรพะยูนไม่ใช่แค่ปัญหาสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่สะท้อนถึงความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลไทยโดยตรง  ข้อมูลสถิติพบว่า&#8230; ปี 2564: พบพะยูน 261 ตัว (อันดามัน 229 ตัว / อ่าวไทย 32 ตัว) ปี 2565: เพิ่มเป็น 273 ตัว (อันดามัน 242 ตัว / อ่าวไทย 31 ตัว) ปี 2566: เพิ่มเป็น 282 ตัว (อันดามัน 250 ตัว / อ่าวไทย 32 ตัว)  แม้จำนวนดูเหมือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3632034">พะยูนลดลง สัญญาณเตือนจากท้องทะเลไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วช. ร่วมกับ TEI และองค์กรภาคธุรกิจไทย เปิดเวทีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ สู่การยุติมลพิษพลาสติกตามสนธิสัญญาพลาสติกโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3610528</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jun 2025 15:41:32 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3610528</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568  ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนซันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Research for all เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม”  โดยภายใต้งานดังกล่าว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน ได้จัดงานเสวนา “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยกับสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastic Treaty)” ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3610528">วช. ร่วมกับ TEI และองค์กรภาคธุรกิจไทย เปิดเวทีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ สู่การยุติมลพิษพลาสติกตามสนธิสัญญาพลาสติกโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI จับมือ GCP Hospitality ร่วมปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5 สร้างเมืองสีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3609573</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jun 2025 10:02:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3609573</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับบริษัท GCP Hospitality จัดกิจกรรม “TOGETHER WE PLANT, TOGETHER WE BREATHE” ภายใต้แนวคิด “ปลอดฝุ่น ปลูกป่า สร้างอากาศสะอาด ด้วยมือเรา” เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และร่วมเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนตามนโยบาย “ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียว กำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเมืองหลวง คุณนิติ ยอดดำเนิน ผู้จัดการงานทรัพยากรบุคคลและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษ และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่ กิจกรรมในวันนี้เป็นตัวอย่างของพลังร่วมที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดผลจริง และเราหวังว่าการปลูกต้นไม้เหล่านี้จะไม่เพียงให้ร่มเงา แต่ยังปลูกจิตสำนึกที่ยั่งยืนในสังคม” ด้าน คุณเอวัน มาเอะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCP Hospitality กล่าวว่า “GCP Hospitality มีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม เราไม่ได้เพียงสนับสนุนงบประมาณและต้นกล้าในครั้งนี้ แต่พนักงานทุกคนยังลงมือร่วมกันปลูกต้นไม้ไปพร้อมกับภาคีเครือข่าย เพราะเราเชื่อว่าต้นไม้ทุกต้นที่เราปลูกในวันนี้ จะกลายเป็นรากฐานของเมืองที่น่าอยู่ในวันข้างหน้า” โดยการปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะครั้งนี้ ทีมวิจัยสถาบันได้คำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศ และไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยการปลูกต้นมะกอกน้ำและต้นอินทนิลน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3609573">TEI จับมือ GCP Hospitality ร่วมปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5 สร้างเมืองสีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
