<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-tei/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย-tei</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 18:05:11 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3709647</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 10:58:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709647</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน สังคมกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง ความร้อนในเมือง คุณภาพน้ำ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแข็งเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้งยิ่งสร้าง ยิ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ตามมา สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) หรือการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เริ่มจาก Working with Nature แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) เกิดขึ้นจากความเข้าใจว่าธรรมชาติไม่ใช่อุปสรรคของการพัฒนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา โดยการใช้ระบบนิเวศและกระบวนการทางธรรมชาติ&#160; แนวคิดการใช้ธรรมชาติแก้ปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปี ค.ศ. 1945 มีนักวิชาการคนสำคัญ คือ Gilbert F. White พูดถึงแนวคิดนี้ในการจัดการน้ำท่วมว่า มนุษย์ไม่ควรพยายามเอาชนะน้ำด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรปรับตัวและใช้พื้นที่น้ำท่วมให้เหมาะสม เช่น การเว้นพื้นที่น้ำหลากหรือใช้เป็นพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่นันทนาการ แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “Working with Nature” และต่อมาพัฒนาเป็นแนวคิด Nature-based Solutions หรือ NbS ในปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3709647">Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3704786</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 09:16:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3704786</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด” โลกของเราได้ก้าวข้ามภาวะโลกร้อน (Global Warming) เข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วทำให้เราต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี และวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันที่คาดเดาไม่ได้ คำถามสำคัญคือ มนุษยชาติจะรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างไร? คำตอบที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจากเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ซ่อนอยู่ในรากฐานของธรรมชาติ นั่นคือ ‘ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ’ วันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะพารู้จักแนวคิด “ทางรอดของคนเมือง แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน NbS” “ในยุคโลกเดือด ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมวัฏจักรน้ำให้สมดุล ลดความรุนแรงของภัยพิบัติ และรักษาระบบนิเวศ การรักษาป่าและน้ำจึงเป็นหนึ่งใน &#8216;ทางรอด&#8217; ของคนเมือง โดยการดึงแนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน Nature-based Solutions (NbS) เข้ามาช่วย” ป่าไม้เปรียบเสมือนฟองน้ำยักษ์และต้นทุนน้ำของโลก หลายคนมองว่าป่าเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือแหล่งผลิตออกซิเจน แต่ในความเป็นจริงป่าไม้คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ’ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของโลก ควบคุมวัฏจักรน้ำ ต้นไม้ใหญ่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ รากไม้ที่หยั่งลึกและชั้นใบไม้ร่วงที่ทับถมบนผิวดินจะคอยดูดซับน้ำฝนที่ตกลงมา ช่วยลดความแรงของน้ำหลาก และค่อย ๆ ปล่อยน้ำซึมลงสู่ชั้นหินเป็นน้ำบาดาล ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงลำธารแม้ในฤดูแล้ง ความหลากหลายทางชีวภาพคือกลไกขับเคลื่อน ป่าจะทำหน้าที่ฟองน้ำไม่ได้เลยหากขาดความหลากหลายทางชีวภาพ นกและสัตว์ป่าช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ แมลงช่วยผสมเกสร และจุลินทรีย์ในดินช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ทำให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี หากสัตว์ป่าหายไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3704786">ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ “ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาต้นทุนน้ำในวันที่โลกเดือด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3703271</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 16:07:32 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3703271</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ เรียบเรียงโดย: นางสาวณัฐฌริญา พิลาดี ฝ่ายมลพิษ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  เนื่องในวันที่ 18 มีนาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น &#8220;วันรีไซเคิลโลก (Global Recycling Day)&#8221; &#160;&#160;&#160;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ขอหยิบยกประเด็นสำคัญที่เป็นวาระเร่งด่วนของประเทศมานำเสนอ โดยขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการจัดการขยะมูลฝอย หลังจากที่ปัญหาปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และระบบกำจัดแบบดั้งเดิมไม่สามารถรองรับมลพิษที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป การขับเคลื่อนสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือพลิกเกมลดขยะอย่างยั่งยืนในอนาคต จากข้อมูลปี 2566 – 2567 สะท้อนว่าประเทศไทยยังเกิดขยะมูลฝอยในระดับสูงประมาณ 26.95 ล้านตันต่อปี ขณะที่การนำกลับมาใช้ประโยชน์เพียงร้อยละ 34 และยังมีการกำจัดไม่ถูกต้องมากถึงร้อยละ 28 โดยมีบ่อขยะเปิดกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดไฟไหม้บ่อขยะและมลพิษ PM2.5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3703271">พลิกระบบจัดการขยะของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ความท้าทาย โอกาส และบทบาทของ EPR ในการเปลี่ยนกองขยะสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน พร้อมชูแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก ร่วมเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนเมืองคู่ขนาน แก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3699972</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 17:05:29 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699972</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ร่วมกับจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมืองท่าขี้เหล็กและรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จัดกิจกรรม “Kick off ทำแนวกันไฟลดเผา 2 แผ่นดิน สัมพันธ์ไทย–เมียนมา และประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ลดหมอกควันข้ามแดน” ณ พื้นที่แนวกันไฟหมู่บ้านคู่ขนาน บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงในการเกิดไฟป่า โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา ในการป้องกันไฟป่า ร่วมจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน ลดการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ลดการเผาในหมู่บ้านชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมจัดประชุมหารือขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก เพื่อยกระดับการประสานงานและแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องของสองประเทศในการดูแลผืนป่า ลดหมอกควันข้ามแดน และร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อลมหายใจที่ดีร่วมกันต่อไป นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันของภาคเหนือ เนื่องจากการเผาป่าและการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ทำให้สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การควบคุมมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ กิจกรรม “Kick off [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3699972">TEI จับมือเชียงราย–เมียนมา Kick off ทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน พร้อมชูแม่สาย–ท่าขี้เหล็ก ร่วมเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนเมืองคู่ขนาน แก้หมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PPP Plastics จัดเวทีเสวนาและประชุมเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ ร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3699896</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Mar 2026 16:49:20 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3699896</guid>

					<description><![CDATA[<p>PPP Plastics จัดเสวนาและประชุมเครือข่ายภายใต้หัวข้อ “Driving Circularity Ecosystem” “ขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ” เพื่อร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ โดยการจัดตั้งโมเดลศูนย์นวัตกรรมคัดแยกและแปรรูปวัสดุแบบสะอาด (Clean Material Recovery Facility – MRF) ในประเทศไทย มุ่งสร้างฮับรีไซเคิลครบวงจร หรือ Smart Recycling Hub ที่ตั้งเป้าจะนำพลาสติกใช้แล้วคุณภาพสูงกลับเข้าสู่ระบบการผลิตให้ได้อย่างน้อย 50,000 ตันต่อปี การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฎิบัติการและนวัตกรรม บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะประธานเครือข่ายและนายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ&#160; ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวเปิดงาน โดยมีผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ธนาคารโลก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สถาบันพลาสติก รวมถึงผู้บริหารสมาชิก PPP Plastics ระดับ Investing [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3699896">PPP Plastics จัดเวทีเสวนาและประชุมเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการหมุนเวียนพลาสติกทั้งระบบ ร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยกลไกทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน “จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3675228</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 14:45:45 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675228</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ กรมบัญชีกลาง และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ “ตลาดสีเขียว” ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3675228">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน “จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สผ. ผนึกกำลัง TEI และ UNDP จัดงาน &#8220;NBSAP Forum Thailand 2025&#8221; รวมพลัง 7 ภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งสู่เป้าหมายโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3671928</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 09:23:49 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3671928</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดการประชุมทบทวนสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBSAP-National Biodiversity Strategies and Action Plan) พ.ศ. 2566–2570 และร่วมประกาศเจตนารมณ์จากทั้ง 7 ภาคส่วน ในการขับเคลื่อนแผน ไปสู่เป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามกรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก นางสาวกานดา ชูแก้ว รองเลขาธิการ สผ. เป็นประธานเปิดงาน โดยกล่าวว่า “ประเทศไทยพึ่งพาทรัพยากรชีวภาพเป็นฐานในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด การจัดทำแผน NBSAP จึงให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนในภาคส่วนต่าง ๆ ควบคู่กับการถ่ายทอดเป้าหมายระดับโลกมาสู่แผน โดยคำนึงถึงบริบทของประทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ พร้อมเน้นว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนแผน NBSAP จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและสอดประสานกัน ในการจัดงานครั้งนี้ นางกตัญชลี ธรรมกุล ผู้อำนวยการกองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สผ. ได้กล่าวถึงโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อขับเคลื่อนแผน NBSAP ว่าเป็นโครงการที่ดำเนินโดย สผ. ร่วมกับ TEI และ UNDP มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมที่เป็นระบบ รวมถึงวางแนวทางการสื่อสารและการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่และภาคส่วนต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3671928">สผ. ผนึกกำลัง TEI และ UNDP จัดงาน &#8220;NBSAP Forum Thailand 2025&#8221; รวมพลัง 7 ภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งสู่เป้าหมายโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ &#8220;ต้องปลอดเข็มหมุด 100%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3661417</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 11:35:03 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3661417</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ได้ออกมาแนะแนวทาง &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; เพื่อให้ประชาชนได้สืบสานประเพณีควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยชู 2 แนวทางสำคัญคือ การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติแท้ 100% และการมุ่งสู่ &#8220;ประเพณีคาร์บอนต่ำ&#8221; (Low Carbon) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) &#160;เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันแนวโน้มการใช้กระทงโฟมจะลดลงมาก และคนหันมาใช้วัสดุธรรมชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังมีภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในกระทงธรรมชาติที่วางจำหน่ายทั่วไปก็มี โดยในปีที่ผ่านTEI ได้ลงพื้นที่เก็บขยะกระทงที่ชายหาดบางแสนพบกว่า กระทงธรรมชาติ หลายใบมีสิ่งแปลกปลอมอันตรายซ่อนอยู่ข้างใน “การเลือกกระทงที่ทำจากใบตอง/หยวกกล้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเมื่อหน่วยงานจัดเก็บขึ้นมา สามารถนำไปหมักทำปุ๋ย (สารบำรุงดิน) ได้ ไม่เปลืองพื้นที่ฝังกลบ แต่ขณะเดียวกันปีที่แล้ว (2567) ที่เราลงพื้นที่เทศบาลแสนสุขเก็บขยะกระทงเราพบทั้ง เข็มหมุด ตะปู หรือลวดเย็บกระดาษ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสัตว์น้ำที่อาจกินเข้าไป บางกระทงเราพบเข็มมากถึง 40-50 เล่ม นี่คือประเด็นที่ต้องรณรงค์เร่งด่วน จึงอยากแนะนำให้ประชาชนและผู้ค้า หันมาใช้วัสดุธรรมชาติแท้ๆ ในการยึดติด เช่น ไม้กลัด หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3661417">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะ &#8220;ลอยกระทง ไม่หลงทาง&#8221; มุ่งสู่ประเพณีคาร์บอนต่ำ ชี้ภัยเงียบกระทงธรรมชาติ ย้ำ &#8220;ต้องปลอดเข็มหมุด 100%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI-GIZ ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทย รับมือกฎระเบียบการค้า EU ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืนระดับสากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3660287</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 08:29:57 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3660287</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดการประชุม &#8220;การเตรียมความพร้อมประเทศไทยต่อกฎระเบียบของสหภาพยุโรปด้านการตรวจสอบสถานะของห่วงโซ่อุปทาน&#8221; ณ โรงแรมวีกรุงเทพ – เอ็มแกลเลอรี่ ภายใต้โครงการ &#8220;Enhancing Readiness of Thailand towards the EU Sustainable Trade Schemes&#8221; เพื่อเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความยั่งยืนที่สำคัญของสหภาพยุโรปและเยอรมนี ได้แก่ กฏระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยสินค้าปลอดการทำลายป่า (EU Deforestation Regulation &#8211; EUDR), คำสั่งการตรวจสอบความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Due Diligence Directive &#8211; CSDDD), และ พระราชบัญญัติการตรวจสอบสถานะห่วงโซ่อุปทานของเยอรมนี (LkSG) ทั้งนี้เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น และระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อกำหนดแนวทางการปรับตัว ในการนี้ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของการค้าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจของระบบการผลิต การค้า และการบริโภค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3660287">TEI-GIZ ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมภาคเกษตรไทย รับมือกฎระเบียบการค้า EU ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืนระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นักวิชาการชี้ “ไม่เทรวม” กทม. คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3660283</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 08:28:11 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3660283</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)&#160; ชู นโยบาย &#8220;ไม่เทรวม&#8221; ของกรุงเทพมหานคร เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการปฏิรูประบบการจัดการขยะ แม้ว่ายอดผู้เข้าร่วมลงทะเบียนล่าสุดจะสูงทะลุถึงจำนวน 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) จากจำนวนทั้งหมดที่มีคุณสมบัติรับสิทธิ์ประมาณ 2,479,740 หลังคาเรือน คิดเป็น 36.17%ยังต้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยย้ำ &#8220;ทุกคนทำได้&#8221; ชวนคนกรุงมาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของเมือง ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้แสดงมุมมองถึงโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ของกรุงเทพมหานครว่าแม้การลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) แบ่งเป็น ลงทะเบียนแบบเดี่ยว (บ้านพักอาศัย) 333,911 หลังคาเรือน ลงทะเบียนแบบกลุ่ม (คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ชุมชน แฟลต) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3660283">นักวิชาการชี้ “ไม่เทรวม” กทม. คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[24 ตุลาคม วันโลมาน้ำจืดโลก ชวนรู้จัก 6 สายพันธุ์ที่เหลืออยู่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657924</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 13:45:45 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657924</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง &#8220;โลมา&#8221; หลายคนมักนึกถึงภาพสัตว์ที่แหวกว่ายอย่างอิสระในท้องทะเลกว้าง แต่ความจริงแล้ว โลกของเรายังมีโลมาอีกกลุ่มที่ปรับตัวให้อาศัยอยู่ในแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นโลมาที่หายากและกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก และเนื่องในวันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปีเป็น &#8220;วันโลมาน้ำจืดโลก&#8221; (World Freshwater Dolphin Day) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยนางสาวนวลพรรณ คณานุรักษ์ นักวิจัย ได้ลิสต์โลมาน้ำจืดที่เหลืออยู่มาให้ พร้อมเชิญชวนทุกคนร่วมตระหนักถึงสถานการณ์อันน่าห่วงใยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมผู้เฉลียวฉลาดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด โดยปัจจุบันทั่วโลกมีโลมาน้ำจืดเหลืออยู่เพียง 6 สายพันธุ์เท่านั้น ได้แก่ โลมาแม่น้ำแอมะซอน หรือ โบโต (Amazon River Dolphin) เป็นโลมาจมูกยาวและมีสีชมพูอ่อน อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแอมะซอนในอเมริกาใต้ ลุ่มแม่น้ำโอรีโนโก และลุ่มแม่น้ำโตกันตินส์-อารากัวยา ซึ่งอยู่ในประเทศโบลิเวียบราซิล โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และกายอานา โลมาทูคูซี (Tucuxi) เป็นโลมาขนาดเล็กที่ชอบกระโดดขึ้นเหนือน้ำ อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและแม่น้ำโอรีโนโก ในประเทศบราซิล โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ โลมาแม่น้ำคงคง หรือ ซูซู (Ganges River Dolphin) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657924">24 ตุลาคม วันโลมาน้ำจืดโลก ชวนรู้จัก 6 สายพันธุ์ที่เหลืออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[24 ตุลาคม วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล ชวนคนไทยร่วมพลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657744</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 09:12:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657744</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันที่ 24 ตุลาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้เป็น &#8220;วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล&#8221; (International Day of Climate Action) ถือเป็นวาระสำคัญที่จะปลุกกระแสสังคมและย้ำเตือนคนไทยทุกคนและทั่วโลกว่า การร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ‘ไม่ใช่ทำพรุ่งนี้&#8230;.แต่! ต้องทำเดี๋ยวนี้’ วันนี้คือเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ผลกระทบจะรุนแรงเกินกว่าจะรับมือ สำหรับแนวคิดหลักในปี 2568 คือ “Rising Together for a Resilient Planet” หรือ “ร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่โลกที่มีความยืดหยุ่น” ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้ทั่วโลกผนึกกำลังกัน ปรับตัว (Collective Adaptation) ใช้นวัตกรรม (Innovation) และสร้างความร่วมมือเพื่อปกป้องโลก โดยเน้นย้ำหลักการ &#8220;ความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ (Climate Justice) และความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility)&#8221; เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นธรรมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด  นางสาวสุพรรณิภา หวังงาม นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เรียบเรียงข้อมูลว่า รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2025 (Sustainable Development [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657744">24 ตุลาคม วันปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศสากล ชวนคนไทยร่วมพลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3652792</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 11:42:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3652792</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (World Ecolabel Day) จัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม โดยเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network: GEN) เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของ “ฉลากสิ่งแวดล้อม” ในการขับเคลื่อน การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production : SCP) ปีนี้ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 ฉลากสิ่งแวดล้อมเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ที่สื่อสารว่า สินค้านี้ดีต่อโลกกว่าสินค้าทั่วไป ในประเทศไทย ฉลากสิ่งแวดล้อมที่เราคุ้นเคยที่สุดคือ “ฉลากเขียว” ซึ่งดำเนินการโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) การรับรองฉลากเขียว ไม่ได้พิจารณาเพียงคุณภาพสินค้า แต่ครอบคลุม ตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด นอกจากผู้ผลิตแล้ว ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทสำคัญ ทุกครั้งที่เราเลือกสินค้าฉลากเขียว เท่ากับเราสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3652792">9 ตุลาคม วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนการบริโภคที่ยั่งยืนด้วย “ฉลากเขียว”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI เดินหน้าภารกิจ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่าลด E-Waste ส่งต่อคอมพิวเตอร์สร้างประโยชน์ให้โรงเรียนบ้านลำแคลง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3651719</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 14:44:52 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651719</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในนาม ถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมแห่งความยั่งยืนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ด้วยการส่งมอบชุดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ยังคงประสิทธิภาพดีเยี่ยมให้แก่โรงเรียนบ้านลำแคลง จังหวัดตรัง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โครงการนี้เป็นมากกว่าการมอบแต่คือการจัดการสินทรัพย์ขององค์กรอย่างรับผิดชอบ โดยการยืดอายุการใช้งาน อุปกรณ์ไอทีที่อาจหมดความจำเป็นในการใช้งานในสำนักงาน แต่ยังคงมีคุณค่าและประโยชน์อย่างมหาศาลต่อภาคการศึกษา การส่งต่ออุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังเป็นต้นแบบของการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะ TEI เชื่อว่าความยั่งยืนต้องถูกผนวกรวมอยู่ในการกระทำทุกมิติ กิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่มอบอุปกรณ์ แต่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ สำหรับโรงเรียนบ้านลำแคลง การสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนของคณะครูและนักเรียน เปิดประตูสู่โลกกว้างผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา อย่างไรก็ดี TEI หวังว่าการส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้เห็นคุณค่าของทรัพยากรทุกชิ้นรอบตัว และเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน TEI ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าแก่เยาวชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3651719">TEI เดินหน้าภารกิจ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่าลด E-Waste ส่งต่อคอมพิวเตอร์สร้างประโยชน์ให้โรงเรียนบ้านลำแคลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พะยูนลดลง สัญญาณเตือนจากท้องทะเลไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3632034</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 14:20:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3632034</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พะยูน” หรือที่หลายคนเรียกอย่างเอ็นดูว่า “น้องหมูน้ำ” หรือ “วัวทะเล” คือสัตว์ทะเลสงวน ที่เป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพของระบบนิเวศหญ้าทะเลในประเทศไทย ปัจจุบันสถานะของพะยูนกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างชัดเจน ปี 2566 เหลือเพียง 282 ตัวในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2567) การลดลงของประชากรพะยูนไม่ใช่แค่ปัญหาสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่สะท้อนถึงความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศชายฝั่งและทะเลไทยโดยตรง  ข้อมูลสถิติพบว่า&#8230; ปี 2564: พบพะยูน 261 ตัว (อันดามัน 229 ตัว / อ่าวไทย 32 ตัว) ปี 2565: เพิ่มเป็น 273 ตัว (อันดามัน 242 ตัว / อ่าวไทย 31 ตัว) ปี 2566: เพิ่มเป็น 282 ตัว (อันดามัน 250 ตัว / อ่าวไทย 32 ตัว)  แม้จำนวนดูเหมือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3632034">พะยูนลดลง สัญญาณเตือนจากท้องทะเลไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[วช. ร่วมกับ TEI และองค์กรภาคธุรกิจไทย เปิดเวทีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ สู่การยุติมลพิษพลาสติกตามสนธิสัญญาพลาสติกโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3610528</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jun 2025 15:41:32 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3610528</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568  ด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025) ครั้งที่ 20 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนซันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลักของการจัดงาน คือ “Research for all เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม”  โดยภายใต้งานดังกล่าว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน ได้จัดงานเสวนา “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยกับสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastic Treaty)” ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3610528">วช. ร่วมกับ TEI และองค์กรภาคธุรกิจไทย เปิดเวทีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ สู่การยุติมลพิษพลาสติกตามสนธิสัญญาพลาสติกโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[TEI จับมือ GCP Hospitality ร่วมปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5 สร้างเมืองสีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3609573</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jun 2025 10:02:01 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3609573</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับบริษัท GCP Hospitality จัดกิจกรรม “TOGETHER WE PLANT, TOGETHER WE BREATHE” ภายใต้แนวคิด “ปลอดฝุ่น ปลูกป่า สร้างอากาศสะอาด ด้วยมือเรา” เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และร่วมเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนตามนโยบาย “ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียว กำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเมืองหลวง คุณนิติ ยอดดำเนิน ผู้จัดการงานทรัพยากรบุคคลและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษ และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่ กิจกรรมในวันนี้เป็นตัวอย่างของพลังร่วมที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดผลจริง และเราหวังว่าการปลูกต้นไม้เหล่านี้จะไม่เพียงให้ร่มเงา แต่ยังปลูกจิตสำนึกที่ยั่งยืนในสังคม” ด้าน คุณเอวัน มาเอะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCP Hospitality กล่าวว่า “GCP Hospitality มีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม เราไม่ได้เพียงสนับสนุนงบประมาณและต้นกล้าในครั้งนี้ แต่พนักงานทุกคนยังลงมือร่วมกันปลูกต้นไม้ไปพร้อมกับภาคีเครือข่าย เพราะเราเชื่อว่าต้นไม้ทุกต้นที่เราปลูกในวันนี้ จะกลายเป็นรากฐานของเมืองที่น่าอยู่ในวันข้างหน้า” โดยการปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะครั้งนี้ ทีมวิจัยสถาบันได้คำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศ และไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยการปลูกต้นมะกอกน้ำและต้นอินทนิลน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3609573">TEI จับมือ GCP Hospitality ร่วมปลูกต้นไม้ ลดฝุ่น PM2.5 สร้างเมืองสีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขยะเกาะ ขยะหาด กับความสำคัญวันมหาสมุทรโลก ประเภทขยะบนเกาะ พบและจัดการต่อได้อย่างไร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3607112</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 10:34:31 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3607112</guid>

					<description><![CDATA[<p>รวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงโดย คุณวิลาวรรณ น้อยภา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ขยะพลาสติกพบมากสุด ย่อยสลายยาก ได้แก่ ขวดน้ำ (พลาสติก PET) ถุงพลาสติก กล่องโฟม อวน/เชือก  ขยะอินทรีย์ พวกเศษอาหาร เปลือกผลไม้ ใบไม้ ส่วนนี้ทำปุ๋ยได้ แต่ต้องจัดการให้ดี ขยะใช้ไม่ได้ เช่น หน้ากากอนามัย ผ้าอ้อม กระดาษทิชชู่ ต้องกำจัดอย่างเหมาะสม วัสดุรีไซเคิลอื่นๆ จำพวกขวดแก้ว กระป๋อง กระดาษ สามารถแยกให้ถูกต้องและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขณะที่พลาสติกมูลค่าต่ำ ถุงขนม เปลือกลูกอม ไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนรับซื้อแต่สามารถรวบรวมส่งเผาเป็นพลังงานได้ ส่วนขยะเป็นพิษ พบถ่านไฟฉาย หลอดไฟ น้ำมันเครื่อง ซึ่งต้องเก็บแยกอย่างให้ปลอดภัย และขยะทะเลที่ลอยมาจากทะเลหรือเรือ มีส่วนทำลายแนวปะการังและสัตว์ทะเล เก็บขยะเกาะ  ปกป้องระบบนิเวศ ปกป้องทะเลของโลก ขยะที่ตกค้างบนชายหาดหรือในพื้นที่เกาะมีโอกาสสูงที่จะถูกพัดพาลงสู่ทะเล โดยเฉพาะพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบ ทำลายชีวิตสัตว์ทะเลและปะการังได้ การเก็บขยะเกาะและหาด ช่วยลดการไหลลงสู่ท้องทะเล เกาะต่าง ๆ เป็นพื้นที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3607112">ขยะเกาะ ขยะหาด กับความสำคัญวันมหาสมุทรโลก ประเภทขยะบนเกาะ พบและจัดการต่อได้อย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กระบี่เดินหน้าเสริมสร้างพันธมิตร สู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/travel/3601899</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 May 2025 16:47:33 +0700</pubDate>
				<category>travel</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3601899</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัวโครงการ “บูรณาการจัดการทรัพยากรพันธมิตรการท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Krabi Sustainable Tourism Partnerships for Integrated Resource Management toward Sustainable Development Goals) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) (SCPA) ร่วมกับสถาบันยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมโลก (Institute for Global Environmental Strategies: IGES) จัดกิจกรรม Kick-off Event เปิดตัวโครงการ “บูรณาการจัดการทรัพยากรพันธมิตรการท่องเที่ยวยั่งยืนกระบี่เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Krabi Sustainable Tourism Partnerships for Integrated Resource Management toward Sustainable Development Goals)  ณ ห้องขนาบน้ำ โรงแรมกระบี่ มาริไทม์ รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ – ศูนย์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (United Nations Environment Programme – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/travel/3601899">กระบี่เดินหน้าเสริมสร้างพันธมิตร สู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ก้าวสำคัญ! ไทย-สิงคโปร์ ลงนาม MRA สร้างมาตรฐานวัสดุก่อสร้างสีเขียว ปูทางสู่ตลาดอาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3601611</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 May 2025 09:05:50 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3601611</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยงานฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมในฐานะผู้ดำเนินงานฉลากเขียวประเทศไทย จับมือ สภาสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ (SEC) ผู้ดำเนินงานโครงการ Singapore Green Labelling Scheme (SGLS) เดินหน้ายกระดับคุณภาพวัสดุก่อสร้างสีเขียวจัดพิธีลงนามข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) มุ่งหวัง ยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพวัสดุก่อสร้างให้เป็นต้นแบบของภูมิภาคเอเชียของฉลากสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นนำร่องในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ณ โรงแรม Paradox สิงคโปร์ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า “ประเทศสิงค์โปร์ ถือเป็นประเทศที่มีความแข็งแรงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีภาครัฐและเอกชนในประเทศมีแผนการสร้างและขยายโครงการต่างๆ มากมาย ดังนั้นการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ไทยและสิงคโปร์เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ด้าน ดร.ฉัตรตรี ภูรัต ผู้อำนวยการฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “บทบาทของฉลากเขียว คือฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 ดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 14024 โดยเป็นสมาชิกของเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network &#8211; GEN) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3601611">ก้าวสำคัญ! ไทย-สิงคโปร์ ลงนาม MRA สร้างมาตรฐานวัสดุก่อสร้างสีเขียว ปูทางสู่ตลาดอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
