<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ธนาคารยูโอบี-ประเทศไทย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Aug 2026 11:10:36 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมระดมทุนเกือบ 1.88 ล้านบาท สร้างอนาคตเด็กขาดโอกาส ครอบคลุมด้านสุขภาพ พัฒนาทักษะภาษา และการเรียนรู้ดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3737274</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 12:39:09 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737274</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โดยนายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ตรงกลาง) นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking (ลำดับที่ 1 จากขวา) และนางสาวศศิวิมล อารยวัฒนาพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล (ลำดับที่ 1 จากซ้าย) มอบเงินสนับสนุน สภากาชาดไทย รับมอบโดย คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักจัดหารายได้ สภากาชาดไทย (ลำดับที่ 2 จากขวา) และโครงการร้อยพลังการศึกษา โดยนางสาวสกาวทิพย์ กิจสกุล ผู้อำนวยการ บัญชี และการเงิน กลุ่มมูลนิธิยุวพัฒน์ (ลำดับที่ 2 จากซ้าย) กรุงเทพฯ, 3 กรกฎาคม 2569 – พนักงานธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกันระดมทุนเกือบ 1.88 ล้านบาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3737274">ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมระดมทุนเกือบ 1.88 ล้านบาท สร้างอนาคตเด็กขาดโอกาส ครอบคลุมด้านสุขภาพ พัฒนาทักษะภาษา และการเรียนรู้ดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ผนึก 7 พันธมิตรรีเทลยักษ์ใหญ่ หนุนเศรษฐกิจไทย ผ่านฐานลูกค้าอาเซียน 8.5 ล้านราย คาดกระตุ้นการใช้จ่ายกว่า 5,000 ล้านบาท]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3736860</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 15:06:13 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736860</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ 7 พันธมิตรกลุ่มรีเทลและดิวตี้ฟรีชั้นนำ เพื่อเชื่อมโยงฐานผู้ถือบัตรเครดิตและเดบิตยูโอบีกว่า 8.5 ล้านรายในภูมิภาคอาเซียนเข้ากับภาคการท่องเที่ยวของไทย เปิดตัวแคมเปญ UOB Tourist Campaign 2026 คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท1 ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งสอดรับกับศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยสถิติต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า 32.97 ล้านคน ในกระแสปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา2 ความร่วมมือในครั้งนี้อาศัยจุดแข็งของธนาคารยูโอบี ในฐานะผู้นำเครือข่ายบัตรเครดิตในภูมิภาค3 เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เข้าสู่ศูนย์การค้าชั้นนำของไทย ได้แก่ กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล ภูเก็ต เซ็นทรัล พัทยา และอื่นๆ), ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ เอ็ม ดิสทริค, กลุ่มสยามพิวรรธน์ (ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม), วัน แบงค็อก, เกษรวิลเลจ และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3736860">ยูโอบี ผนึก 7 พันธมิตรรีเทลยักษ์ใหญ่ หนุนเศรษฐกิจไทย ผ่านฐานลูกค้าอาเซียน 8.5 ล้านราย คาดกระตุ้นการใช้จ่ายกว่า 5,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี และ ไออาร์พีซี ยกระดับ สินเชื่อเพื่อการค้า อ้างอิง S&#038;P Global ESG Score ต่อยอด Sustainable Finance ในไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3733320</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 07:44:34 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3733320</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ ไออาร์พีซี ลงนามความร่วมมือด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้า ที่อ้างอิงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Trade Facility) โดยนำ S&#38;P Global ESG Score มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินสินเชื่อ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการเป้าหมาย ESG เข้ากับการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและธุรกรรมการค้าห่วงโซ่อุปทานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยวงเงินสินเชื่อดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มของภาคธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก ESG ไปสู่การเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สำหรับโครงสร้างของ Sustainability-Linked Trade Facility พัฒนาภายใต้กรอบ Sustainability-Linked Loan Principles ของธนาคารยูโอบี ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล โดยกำหนดให้ผลการดำเนินงานด้าน ESG ของ ไออาร์พีซีเชื่อมโยงกับเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินสินเชื่อ ผ่านตัวชี้วัดหลักคือ S&#38;P Global ESG Score ซึ่งครอบคลุมการประเมินผลในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ความร่วมมือนี้นับเป็นครั้งแรกของไออาร์พีซี ในการเชื่อมโยงวงเงินสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ ESG อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3733320">ยูโอบี และ ไออาร์พีซี ยกระดับ สินเชื่อเพื่อการค้า อ้างอิง S&amp;P Global ESG Score ต่อยอด Sustainable Finance ในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ผนึก กว่า 30 โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เปิดแคมเปญ UOB We Care จ่ายค่าเทอม ไม่มีค่าธรรมเนียม-ผ่อน 0% รับแนวโน้มตลาดการศึกษานานาชาติขยายตัวต่อเนื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3722389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 12:22:10 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3722389</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำกว่า 30 โรงเรียน เปิดตัวแคมเปญ “UOB We Care” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดการศึกษานานาชาติในประเทศไทย แคมเปญดังกล่าวมอบสิทธิประโยชน์ด้านการชำระเงิน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองสามารถชำระค่าเล่าเรียนผ่านบัตรเครดิตโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้บัตร1 พร้อมทางเลือกในการแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือเลือกชำระเต็มจำนวนเพื่อรับคะแนนสะสม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินในระยะยาว ตลาดการศึกษาไทยยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 894,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.8 ของ GDP ประเทศไทย2 ขณะที่ตลาดโรงเรียนนานาชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนโรงเรียนเพิ่มขึ้นจาก 166 แห่งในปี 2559 เป็น 265 แห่งในปี 25693 สะท้อนความต้องการหลักสูตรมาตรฐานสากลของผู้ปกครองกลุ่มมีกำลังซื้อ และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของการศึกษานานาชาติในระบบเศรษฐกิจไทย ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอาเซียน ประจำปี 2568 ของธนาคารยูโอบี พบว่า ผู้บริโภคกลุ่มมีกำลังซื้อสูง (Mass Affluent) ให้ความสำคัญกับทางเลือกการชำระเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ โดยสัดส่วนผู้ที่เลือกชะลอการชำระเงินเพิ่มขึ้นจากร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3722389">ยูโอบี ผนึก กว่า 30 โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เปิดแคมเปญ UOB We Care จ่ายค่าเทอม ไม่มีค่าธรรมเนียม-ผ่อน 0% รับแนวโน้มตลาดการศึกษานานาชาติขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี จับมือ ไมเนอร์ ฟู้ด เปิดสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3719689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2026 14:26:09 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3719689</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ตลาดแฟรนไชส์ไทยจะมีมูลค่ากว่า 300,000 ล้านบาท และเติบโตสูงถึงร้อยละ 15–20 ต่อปี แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นธุรกิจหรือขยายสาขา ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการสินเชื่อเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจภายใต้ 5 แบรนด์ชั้นนำในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ด้วยวงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่ให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อแก่แฟรนไชส์น้องใหม่สองแบรนด์ ได้แก่ ร้านไก่ทอดเกาหลี Bonchon และร้านเครื่องดื่ม GAGA ที่กำลังสร้างฐานแฟนในไทย นอกจากนี้ยังครอบคลุมแบรนด์ที่ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยและนิยมมาอย่างยาวนาน ได้แก่ Dairy Queen, Swensen’s และ The Pizza Company ซึ่งต่างมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นโมเดลที่มีศักยภาพสูงในการขยายกิจการอย่างเป็นระบบ การเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง ความร่วมมือกับไมเนอร์ ฟู้ดในครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3719689">ยูโอบี จับมือ ไมเนอร์ ฟู้ด เปิดสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบีเผยร้อยละ 70 ธุรกิจครอบครัวไทยไร้แผนสืบทอด เปิดตัวโปรแกรมวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่น ร่วมพรูเด็นเชียล ประเทศไทย-แฟมซ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3718896</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 09:20:03 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718896</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับแฟมซ์ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว และพรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดตัวโปรแกรมวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งแบบบูรณาการ โดยข้อมูลจาก Step Global Family Business Survey ชี้ว่ากว่าร้อยละ 70 ของธุรกิจครอบครัวไทยยังไม่มีแผนสืบทอดอย่างเป็นระบบ ขณะที่ผลการศึกษาของยูโอบีพบว่าเกือบร้อยละ 40 ของผู้มีรายได้สูงยังไม่ได้เริ่มวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง [1] ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เมื่ออายุขัยเฉลี่ยของคนไทยยืนยาวขึ้นจนการมีชีวิต 100 ปี ไม่ใช่เรื่องไกลตัว [2] ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันความต่อเนื่องของธุรกิจและความมั่งคั่งของตระกูลในระยะยาว นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ในวันที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น และโจทย์ทางการเงินของครอบครัวซับซ้อนขึ้นมาก เราต้องมองเรื่องความมั่งคั่งให้กว้างกว่าเดิม ไม่ใช่แค่วางแผนเรื่องเฉพาะหน้า แต่ต้องเชื่อมโยงทั้งการคุ้มครอง การสืบทอด และความต่อเนื่องของครอบครัวข้ามรุ่นเข้าด้วยกัน โปรแกรมนี้สะท้อนความตั้งใจของยูโอบีที่จะเดินเคียงข้างลูกค้าในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้ ร่วมกับพันธมิตรที่เราเชื่อมั่นและมุมมองที่ครบทุกมิติ” โปรแกรมดังกล่าวครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การวางโครงสร้างรายได้และดูแลความคุ้มครองระยะยาว ร่วมกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างให้ความมั่นคงยังคงอยู่แม้ชีวิตจะยืนยาวกว่าที่วางแผนไว้ การวางแผนสืบทอดกิจการอย่างเป็นระบบก่อนที่การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างคนต่างรุ่นในครอบครัว แม้การวางแผนทางการเงินมักถูกยกให้เป็นจุดตั้งต้นของการบริหารความมั่งคั่ง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า หลายครอบครัวยังขาดกรอบหรือระบบที่ชัดเจนในการสื่อสารและตัดสินใจร่วมกันระหว่างคนต่างรุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3718896">ยูโอบีเผยร้อยละ 70 ธุรกิจครอบครัวไทยไร้แผนสืบทอด เปิดตัวโปรแกรมวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่น ร่วมพรูเด็นเชียล ประเทศไทย-แฟมซ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[คืนรอยยิ้มและต่อลมหายใจ ยูโอบีเปลี่ยนยอดผ่อนชำระ 0% ช่วยชีวิตเด็กไทยกว่า 100 ราย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3712655</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 11:32:17 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3712655</guid>

					<description><![CDATA[<p>เงินสมทบจากยอดใช้จ่ายที่เลือกผ่อน 0% จะสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจในเด็ก การรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน นายธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล กรรมการผู้จัดการ Card Payment &#38; Unsecured Products ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ ผศ.นายแพทย์สุเทพ วาณิชย์กุล ประธานมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ในขณะที่ยอดใช้จ่ายในหมวดดูแลสุขภาพและความงามของคนไทยเติบโตขึ้นกว่า 40% สะท้อนถึงเทรนด์การดูแลตัวเองที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งของสังคม ยังมีเด็กไทยและผู้ป่วยยากไร้อีกจำนวนมากที่กำลัง &#8220;รอคอย&#8221; โอกาสเข้าถึงการรักษาขั้นพื้นฐานเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป โครงการ &#8220;UOB We Share&#8221; จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อเปลี่ยนกลไกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นความหวัง โดยทุกการผ่อนชำระ 0% ผ่านโปรแกรม UOB iPlan ในหมวดยานยนต์ ความงาม ฟิตเนส และอุปกรณ์กีฬา ธนาคารจะสมทบทุนบริจาค 0.1% เพื่อมอบโอกาสทางการรักษาและการรณรงค์ความปลอดภัยให้แก่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม และมูลนิธิเมาไม่ขับ เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดบริจาค แต่คือการส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือเด็กและผู้ด้อยโอกาสกว่า 100 ราย ภายในปี 2569 ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิด การผ่าตัดแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ไปจนถึงการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวไทยในระยะยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3712655">คืนรอยยิ้มและต่อลมหายใจ ยูโอบีเปลี่ยนยอดผ่อนชำระ 0% ช่วยชีวิตเด็กไทยกว่า 100 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย ขับเคลื่อน Sustainable Living ผ่าน UOB Closet x Loopers จากตู้เสื้อผ้าสู่ห้องเรียนดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3706305</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 09:47:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706305</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับ Loopers แพลตฟอร์มหมุนเวียนเสื้อผ้ามือสอง เปิดตัวโครงการ “UOB Closet x Loopers” โดยนำแนวคิด Sustainable Living หรือการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน มาเชื่อมโยงกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่เยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล โครงการนี้ยังเป็นการสะท้อนแนวคิด Intentional Living หรือการใช้ชีวิตอย่างมีเจตนาโดยมองทรัพยากรที่มีอยู่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น ไม่ใช่เพียงสิ่งของที่ครอบครอง ภายใต้โครงการนี้ พนักงานยูโอบีส่งต่อเสื้อผ้าสภาพดีเพื่อนำไปหมุนเวียนและสร้างมูลค่าใหม่ บนแอปพลิเคชัน Loopers ในหมวด UOB Closet ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้โดยตรง โดยรายได้ทั้งหมดสมทบ UOB My Digital Space (MDS) โครงการห้องเรียนดิจิทัลเพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาของเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล ความร่วมมือกับ Loopers แพลตฟอร์มหมุนเวียนเสื้อผ้า ทำให้กระบวนการส่งต่อนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายและวัดผลได้จริง เสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่หมุนเวียนผ่านโครงการนี้คือหนึ่งชิ้นที่ไม่กลายเป็นขยะสิ่งทอและหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้ห้องเรียนดิจิทัลใหม่อีกแห่ง ธนาคารยูโอบี มุ่งขยายโครงการ MDS ไปยังโรงเรียนอีกอย่างน้อย 2 แห่งต่อจากโรงเรียน 10 แห่งที่ดูแลนักเรียนกว่า 5,500 คนในปัจจุบัน จากการระดมทุนจากหลายกิจกรรม ทั้งจากงานวิ่ง UOB Heartbeat Run [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3706305">ยูโอบี ประเทศไทย ขับเคลื่อน Sustainable Living ผ่าน UOB Closet x Loopers จากตู้เสื้อผ้าสู่ห้องเรียนดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ร่วมมือกับ PEAK มอบสินเชื่อเอสเอ็มอีแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ด้วยการใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3696940</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 11:39:45 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696940</guid>

					<description><![CDATA[<p>สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ ภีม เพชรเกตุ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร PEAK ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับ PEAK ผู้นำแพลตฟอร์มบัญชีออนไลน์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี มอบสินเชื่อวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่านแคมเปญ SMEs ScaleUp โดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีบัญชีบนระบบของ PEAK สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลของตนเองในการขออนุมัติ ซึ่งทางธนาคารยูโอบีจะสามารถประเมินผลประกอบการและกระแสเงินสดได้โดยตรงจากแพลตฟอร์ม ช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร และไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิมหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกต่อไป โครงการนี้มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวินัยด้านการเงินอย่างสม่ำเสมอ แต่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการต้องใช้แพลตฟอร์ม PEAK มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคารในการเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านนวัตกรรมดิจิทัล การนำข้อมูลบัญชีที่ผ่านการตรวจสอบมาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยให้ธนาคารประเมินธุรกิจจากผลประกอบการจริงและข้อมูลธุรกรรม เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ และช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอีที่มีวินัยทางการเงิน” ด้านนายภีม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3696940">ยูโอบี ร่วมมือกับ PEAK มอบสินเชื่อเอสเอ็มอีแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ด้วยการใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[UOB ชี้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคใหม่ AI ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนหลัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3691749</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 16:31:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691749</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก ยูโอบีระบุว่า บรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง นายเอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน มากกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น” สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ ยูโอบีมองว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3691749">UOB ชี้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคใหม่ AI ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนหลัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี รวมพลผู้ประกอบการร้านอาหาร เจาะลึกกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ เสริมแกร่งธุรกิจและการเงินแบบครบวงจร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3681745</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 11:51:42 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681745</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา “Accelerate Your Brand: F&#38;B Growth Playbook for SMEs” ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพฯ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พร้อมเจาะลึกเทคนิคการสร้างคอนเทนต์บน TikTok และนำเสนอโซลูชันทางการเงินและการจัดการธุรกิจผ่าน UOB BizSmart และพันธมิตร งานนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 150 ราย สะท้อนถึงความต้องการยกระดับธุรกิจ F&#38;B ให้เติบโตอย่างครบวงจร จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2567 ยอดขายของธุรกิจบริการด้านอาหารมีมูลค่าอยู่ที่ 9.67 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องขึ้นทุกปี ซึ่งธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารมีการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่สูงสุด และมีอัตราเลิกกิจการสูงสุดเช่นกัน นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ธนาคารจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องพัฒนาแบรนด์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสร้างความแตกต่างและความแข่งขันได้ในตลาด” ในยุคที่ผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งค้นหาและตัดสินใจซื้ออาหาร การสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3681745">ยูโอบี รวมพลผู้ประกอบการร้านอาหาร เจาะลึกกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ เสริมแกร่งธุรกิจและการเงินแบบครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3673117</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 17:02:35 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3673117</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร่วมสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวเพื่อการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างทางการเงินสำหรับ Levanta Renewables เพื่อใช้ในการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 34 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการภายใต้ 2 ข้อตกลงทางการเงิน ธุรกรรมดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Actis ผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 34 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าสะอาดภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreements: PPAs) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การสนับสนุนทางการเงินนี้ ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อันจะส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารยูโอบี ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ความร่วมมือกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3673117">ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบีเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอาเซียน ประจำปี 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3662310</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 12:04:39 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3662310</guid>

					<description><![CDATA[<p>พบคนไทยมองบวกแต่ไม่ประมาทต่อเศรษฐกิจในประเทศ สุขภาพ คุณภาพชีวิต และการศึกษา คือแรงขับสำคัญของพฤติกรรมใช้จ่ายยุคใหม่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Sentiment Study (ACSS) ประจำปี 2568 ที่จัดทำร่วมกับบริษัท Boston Consulting Group เผยว่าผู้บริโภคไทยร้อยละ 39 มองเศรษฐกิจในอนาคตอย่างเชื่อมั่น โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน แต่ยังคงบริหารการเงินอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ สุขภาพ การศึกษา และคุณภาพชีวิต เป็นหมวดรายจ่ายที่มีความสำคัญขึ้น สะท้อนการปรับวิถีชีวิตสู่ความยั่งยืนและการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจที่ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยกำลังรักษาความสมดุลระหว่างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เขากล่าวว่า “เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้จ่ายเพื่อพัฒนาตนเองและดูแลสุขภาพ สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวันนี้ พร้อมกับการเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้” นายจอห์น วากเนอร์ กรรมการผู้จัดการ และพาร์ทเนอร์ บีซีจี ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นตามคาดการณ์ คนไทยเริ่มกังวลกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3662310">ยูโอบีเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอาเซียน ประจำปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี เปิดตัวโครงการบริหารสภาพคล่องเพื่อความยั่งยืน โดยมี ปตท. เข้าร่วมเป็นรายแรก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3618958</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 11:38:24 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618958</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกในประเทศไทยกับการใช้ SET ESG Ratings เป็นตัวชี้วัดหลัก ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวโครงการบริหารสภาพคล่องเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Liquidity Management Programme) ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงการบริหารสภาพคล่องขององค์กรเข้ากับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยใช้ผลประเมินหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) เป็นตัวชี้วัดหลัก ทั้งนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศ เป็นองค์กรแรกที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน พร้อมรับผลตอบแทนทางการเงินที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าด้าน ESG องค์กรที่เข้าร่วมโครงการและบรรลุหรือมีผลการดำเนินงานด้าน ESG สูงกว่าระดับเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพิ่มเติมจากยูโอบี แนวทางดังกล่าวนี้ช่วยบูรณาการประสิทธิภาพการลงทุนเข้ากับเป้าหมายด้าน ESG ในระยะยาว ทำให้การเงินเพื่อความยั่งยืนกลายเป็นกลยุทธ์ที่จับต้องได้และขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ทางการเงินเข้ากับดัชนีด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3618958">ยูโอบี เปิดตัวโครงการบริหารสภาพคล่องเพื่อความยั่งยืน โดยมี ปตท. เข้าร่วมเป็นรายแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2025 เผยภาคธุรกิจไทยมุ่งขยายโอกาสในภูมิภาค รับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3618260</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 12:06:20 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618260</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยรายงาน UOB Business Outlook Study ประจำปี 2568 สะท้อนแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยท่ามกลางความท้าทายจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก การสำรวจจัดเก็บข้อมูลเมื่อมกราคม 2568 และสัมภาษณ์เพิ่มเติมในเดือนเมษายน 2568 พบว่า แม้ภาคธุรกิจไทยจะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง แต่ยังแสดงศักยภาพในการปรับตัว ผ่านการขยายโอกาสในภูมิภาคอาเซียน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผลสำรวจพบว่า ภายหลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา มากกว่าร้อยละ 90 ของภาคธุรกิจคาดว่าจะเผชิญกับภาวะหยุดชะงักในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันร้อยละ 68 คาดว่าจะปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเร็วยิ่งขึ้น และร้อยละ 60 มองว่าความยั่งยืนมีความสำคัญ โดยมีมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO &#38; Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความสามารถของภาคธุรกิจไทยในการปรับตัวต่อความท้าทายระดับโลก ด้วยการมองหาโอกาสใหม่ในระดับภูมิภาค การประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3618260">ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2025 เผยภาคธุรกิจไทยมุ่งขยายโอกาสในภูมิภาค รับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนการเติบโตของเอสเอ็มอีในธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับโครงการ E-Commerce Accelerator]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3591004</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Apr 2025 11:20:41 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3591004</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเติบโตและขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ทั้งในประเทศไทย ครอบคลุมไปจนถึงตลาดจีน ยุโรปและอเมริกา ตอกย้ำพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทยให้สามารถพาธุรกิจเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของต่างชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกได้ สอดคล้องกับมุมมองของ SMEs ไทย ที่ร้อยละ 90 เชื่อว่า e-commerce มีความสำคัญต่อการขยายตัวสู่ระดับโลกเพราะอาจสร้างยอดได้จากต่างประเทศได้มากกว่าในประเทศ[1] อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในประเทศไทย พบว่าความท้าทายที่สำคัญคืออุปสรรคในด้านต้นทุน กฎระเบียบ ข้อมูล และความสามารถ ดังนั้นเพื่อช่วย SMEs ผ่านความท้าทายเหล่านี้ ยูโอบี ฟินแล็บ (UOB FinLab) จึงได้จัดโครงการ E-Commerce Accelerator Programme (EAP) โดยร่วมกับ 3 พันธมิตรหลัก e-commerce ขนาดใหญ่ชั้นน้ำของโลกได้แก่ Amazon, Alibaba และ Douyin มาให้คำแนะนำด้านการตลาดดิจิทัลและการส่งออกสินค้า โดยเน้นการใช้ AI และ Big Data [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3591004">ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนการเติบโตของเอสเอ็มอีในธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับโครงการ E-Commerce Accelerator</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี จัดสัมมนา Grow Beyond Borders หนุนเอสเอ็มอีขยายตลาดอาเซียน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3558568</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 16:12:40 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3558568</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา “Grow Beyond Borders เติบโตข้ามพรมแดน ทะยานสู่ตลาดอาเซียน” ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอี ในภาคการผลิตและการส่งออก ที่มองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอาเซียน โดยได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และผู้บริหารจากทาง บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ในการนำพาธุรกิจไปเติบโตในระดับภูมิภาคให้กับผู้เข้าร่วมงาน ณ อาคารยูโอบี พลาซา สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะธนาคารระดับภูมิภาค เราเล็งเห็นโอกาสที่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะสามารถต่อยอดการเติบโต ไปยังตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน ซึ่งมีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ และเป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูง มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนอกเหนือจากการสนับสนุนในด้านเงินทุนแล้ว เอสเอ็มอีควรศึกษาตลาดและกฎระเบียบในประเทศเป้าหมายอย่างรอบคอบ สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และวางแผนธุรกิจที่ยืดหยุ่น สามารถรับมือการความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น” ภายในงาน ลูกค้าเอสเอ็มอีได้รับฟังข้อมูลด้านการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจในการให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการไทย รวมถึงตัวแทนจากภาคธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3558568">ยูโอบี จัดสัมมนา Grow Beyond Borders หนุนเอสเอ็มอีขยายตลาดอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3553893</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 16:13:49 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3553893</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระดมเงินบริจาคกว่าห้าแสนบาท เพื่อช่วยเหลือโภชนาการเด็กในพื้นที่ห่างไกล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี กับงานกาล่าดินเนอร์ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมีลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจร่วมเป็นแขกภายในงาน การเฉลิมฉลองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของธนาคารในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ ด้วยการระดมเงินบริจาคกว่า 500,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการโภชนาการสำหรับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศไทย ผ่านโครงการ “Food for Good” จากงานกาล่าดินเนอร์ งานเลี้ยงที่จัดขึ้นยังได้รับเกียรติจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนางสาวแคเทอริน หว่อง เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในการเปิดงานด้วย นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวเปิดงาน โดยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับกลุ่มธนาคารยูโอบี และเรายังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตผ่านการสนับสนุนลูกค้าของเรา สิ่งต่างๆ ที่เราทำ อาทิ UOB TMRW ธนาคารดิจิทัล และความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและการลงทุน การเข้าซื้อกิจการธนาคารเพื่อรายย่อยของซิตี้กรุ๊ป เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของเราในการยกระดับสิทธิประโยชน์และมอบคุณค่าที่เพิ่มมากขึ้นให้แก่ลูกค้า” ภายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ธนาคารยูโอบี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3553893">ยูโอบี ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี จับมือ เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ร่วมเสริมสร้างความยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3550354</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Dec 2024 13:44:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3550354</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ชั้นนำในประเทศไทย ในโครงการผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียวของยูโอบี ความร่วมมือครั้งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวของบริษัทฯ นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียวของยูโอบี ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนสอดคล้องกับทางธนาคาร เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับบริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ เป็นพันธมิตรในโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกันในเส้นทางเพื่อการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น” ในการเข้าร่วมโครงการผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียวนี้ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ได้ฝากเงินจำนวนมากกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ซึ่งจะถูกจัดสรรไปยังโครงการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตามกรอบการให้บริการทางการเงินอย่างยั่งยืนของธนาคาร เงินทุนเหล่านี้จะสนับสนุนโครงการยั่งยืนต่างๆ ได้แก่ พลังงานทดแทน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การก่อสร้างอาคารเขียว และโครงการอื่นๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) นายอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3550354">ยูโอบี จับมือ เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ร่วมเสริมสร้างความยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยูโอบี ประเทศไทย คว้าสองรางวัลผู้นำด้านความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3546497</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2024 15:10:10 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3546497</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ภูมิใจคว้าสองรางวัลอันทรงเกียรติด้านการธนาคารระดับนานาชาติด้วยจากการเป็นผู้นำด้านการเงินที่ยั่งยืน ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญที่เพิ่มขึ้นของธนาคารในภาคการเงินสีเขียวของประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Wholesale/Transaction Bank for Sustainable Finance – Thailand จากเวที The Digital Banker &#8211; Global Sustainable Finance Awards 2024 และรางวัล Thailand International Green Finance Initiative of the Year Awards จากเวที Asian Banking &#38; Finance (ABF) Wholesale Banking Awards 2024 ทั้งสองรางวัลนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการพัฒนากรอบแนวคิดการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุม เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่แนวทาง การดำเนินงานที่ยั่งยืน กรอบแนวคิดการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของยูโอบีกำหนดเกณฑ์ชัดเจนสำหรับโครงการที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งสินเชื่อสีเขียว สินเชื่อที่เชื่อมกับการดำเนินการด้านความยั่งยืน สินเชื่อธุรกิจนำเข้าส่งออก และโซลูชันทางการเงินอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3546497">ยูโอบี ประเทศไทย คว้าสองรางวัลผู้นำด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
