<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมส่งเสริมการเกษตร</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Jul 2026 17:50:25 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[พายุ “ไม้สัก” จ่อภาคเหนือ กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเตรียมแปลงระบายน้ำฝน แต่งกิ่งลดเสียหาย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3737517</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 08:42:00 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737517</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุโซนร้อน &#8220;ไม้สัก&#8221; ซึ่งศูนย์กลางพายุไม่เข้าสู่ไทย แต่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่&#160;3&#160;&#8211; 4 กรกฎาคม 2569&#160;ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&#160;ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมถึงหลังจากนั้นในช่วงวันที่ 5 &#8211; 6 กรกฎาคม 2569 บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรเตรียมแปลงปลูกให้พร้อมรับมือผลกระทบจากพายุ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&#160;ภาคตะวันออก และภาคใต้ ร่วมกันประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ และสำรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบจากพายุ เช่น เตรียมช่องทางการระบายน้ำออกจากพื้นที่ป้องกันน้ำขัง การตัดแต่งกิ่งพืชลดความเสียหายจากลมพายุ เป็นต้น และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง หากต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลในพื้นที่ทันที อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ กรณีเกิดความเสียหายจะตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรจึงควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน เมื่อจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนขอรับการช่วยเหลือที่กำหนด ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันเกิดภัย โดยเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช กรณีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3737517">พายุ “ไม้สัก” จ่อภาคเหนือ กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเตรียมแปลงระบายน้ำฝน แต่งกิ่งลดเสียหาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน! เกษตรฯ ชวน “อนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่” ช่วยกำจัดศัตรูข้าว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3735327</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 13:17:05 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3735327</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูการเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าวของไทยในทุกปี แต่ในปี 2569 นี้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นเสี่ยงกระทบต่อภาคการเกษตร ประกอบกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยอาจเผชิญภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” ในฤดูฝน ทำให้มีสภาพร้อนและฝนสลับกันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำให้เกษตรกรอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติหรือแมลงตัวดี เพื่อเป็นตัวช่วยดูแลรักษาผลผลิตได้ดียิ่งขึ้น นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า แมลงจำพวกมวน สามารถพบได้ทั่วโลกกว่า 80,000 ชนิด ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นศัตรูพืชทำลายผลผลิตทางการเกษตร และมวนชนิดที่เป็นศัตรูทางธรรมชาติซึ่งไม่ทำลายพืชแต่ทำลายแมลงศัตรูพืช เช่น มวนเขียวดูดไข่ นับเป็นอัศวินตัวจิ๋วผู้ปกป้องนาข้าวจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่เป็นศัตรูสำคัญ โดยเฉพาะในระยะนี้ที่สภาพอากาศร้อนสลับฝน เกิดความเสี่ยงที่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะทำลายนาข้าว ทำให้ข้าวมีลักษณะใบเหลืองแห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และแห้งตายเป็นหย่อม การอนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่ในนาข้าวเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร วิธีสังเกตลักษณะมวนเขียวดูดไข่ ระยะไข่ 6 – 11 วัน มีสีขาวขุ่น เรียวยาว โค้งเล็กน้อย และมีจุดสีดำที่ปลายมุมแหลม ระยะตัวอ่อน 10 -16 วัน มีสีเขียว รูปร่างคล้ายตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีกปกคลุมส่วนท้อง และระยะตัวเต็มวัย มีขนาดลำตัวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ส่วนหัวและอกมีสีดำ หนวดเรียวยาวสีดำ โคนปีกหน้าสีเขียว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3735327">อากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน! เกษตรฯ ชวน “อนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่” ช่วยกำจัดศัตรูข้าว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอลนีโญ–ฝนทิ้งช่วง! เกษตร แนะยึด 3 หลัก “คลุมดิน จัดการน้ำ ใช้ปุ๋ยเหมาะสม” รักษาผลผลิต ลดความเสี่ยงภัยแล้ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3729519</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 16:07:25 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3729519</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการคาดการณ์สถานการณ์ ENSO ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเอลนีโญและฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนปี 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณฝนรวมของประเทศไทยในเดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ซึ่งอาจกระทบต่อการเพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตรในหลายพื้นที่ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรเตรียมรับมือด้วยการยึดหลัก 3 หลัก ได้แก่ “คลุมดิน จัดการน้ำ และใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อรักษาความชื้นในดิน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและธาตุอาหาร ช่วยลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงได้อย่างยั่งยืน สำหรับการจัดการดิน ควรเพิ่มอินทรียวัตถุด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด เช่น ปอเทืองและถั่วพร้าในช่วงที่ดินมีความชื้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ควบคู่กับการคลุมดินและหลีกเลี่ยงการไถพรวนลึกเพื่อลดการสูญเสียความชื้น ด้านการจัดการน้ำ ควรใช้น้ำอย่างคุ้มค่า โดยเลือกใช้ระบบน้ำหยดหรือการให้น้ำเฉพาะจุด รวมถึงเก็บกักน้ำในแปลงด้วยสระน้ำ ร่องน้ำ หรือการยกร่องแปลงปลูก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง ส่วนการใช้ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยในช่วงที่ดินมีความชื้นเพียงพอ แบ่งใส่ปุ๋ยเป็นระยะเพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหาร โดยเฉพาะไนโตรเจน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี และใส่ปุ๋ยใกล้บริเวณรากพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหาร สำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ มีแนวทางดูแล ดังนี้ &#8211; ข้าว รักษาระดับน้ำในนา 5–10 เซนติเมตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3729519">เอลนีโญ–ฝนทิ้งช่วง! เกษตร แนะยึด 3 หลัก “คลุมดิน จัดการน้ำ ใช้ปุ๋ยเหมาะสม” รักษาผลผลิต ลดความเสี่ยงภัยแล้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เตือนฝนทิ้งช่วงในฤดูฝน ระวัง 4 ศัตรูข้าวระบาด แนะยึด 4 วิธีป้องกัน ลดความเสียหายผลผลิต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3728692</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 17:29:03 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3728692</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยอาจเผชิญภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” ในฤดูฝน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเตรียมความพร้อมรับมือทั้งปัญหาการขาดแคลนน้ำและการระบาดของศัตรูพืชที่มักเกิดขึ้นในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าว นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำหรับศัตรูข้าวที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ มี 4 ชนิด ได้แก่ เพลี้ยไฟข้าว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนกอข้าว และด้วงดำ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อข้าวได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะออกรวง กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรป้องกันและลดความเสี่ยงการระบาด โดยยึดหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ หลีกเลี่ยงการหว่านข้าวแห้ง โดยควรใช้วิธีปักดำเพื่อลดความเสียหายจากด้วงดำ หากมีน้ำเพียงพอให้ปล่อยน้ำท่วมนาสูงประมาณ 8 เซนติเมตร นาน 5 วัน หรือใช้หลอดไฟแบล็กไลท์ล่อด้วงดำตัวเต็มวัยมาทำลาย เลือกใช้พันธุ์ข้าวต้านทานศัตรูพืช เช่น กข107 (พิษณุโลก 72) ข้าวเหนียวหอมนาคา และ กข31 (ปทุมธานี 80) พร้อมหลีกเลี่ยงการปลูกพันธุ์เดิมซ้ำเกิน 4 ฤดูปลูก จัดการดินและปลูกพืชหมุนเวียน โดยไถกลบและตากดินหลังเก็บเกี่ยว เพื่อลดแหล่งสะสมของหนอนและดักแด้ ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป และปลูกพืชตระกูลถั่วหลังนาเพื่อตัดวงจรชีวิตศัตรูข้าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3728692">เกษตรฯ เตือนฝนทิ้งช่วงในฤดูฝน ระวัง 4 ศัตรูข้าวระบาด แนะยึด 4 วิธีป้องกัน ลดความเสียหายผลผลิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร แนะ “พ่นสารเคมีถูกวิธี” กำจัดศัตรูพืชฤดูฝน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3725360</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 17:30:24 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3725360</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ในการทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสิทธิภาพการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ได้แก่ ทิศทางและความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และโอกาสการเกิดฝนตกในขณะพ่นสาร ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการตกค้างของละอองสารในพื้นที่เป้าหมายและการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนพ่นสารเคมีฯ ควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามหลัก 3 ถูก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมศัตรูพืช คือ 1. ถูกเวลา โดยพ่นในตอนเช้าหรือเย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำและความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 70% เพื่อให้พืชดูดซึมสารได้ดีที่สุด ควรตรวจสอบสภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงการพ่นสารเมื่อมีแนวโน้มว่าฝนจะตกภายใน 1-4 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อป้องกันการชะล้างสารไปโดยไร้ประโยชน์ 2. ถูกชนิด หากจำเป็นต้องพ่นสารในฤดูฝนหรือช่วงที่ฝนตกบ่อย ควรเลือกสารประเภทดูดซึม (Systemic) ซึ่งพืชจะดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ภายใน 1-4 ชั่วโมง ทำให้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ดีกว่าสารประเภทสัมผัสตาย ที่สารอาจถูกฝนชะล้างไปก่อนจะสัมผัสและทำลายศัตรูพืชได้ 3. ถูกวิธี ต้องอ่านฉลากสารเคมีอย่างละเอียด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ผสมสารเคมีฯตามอัตราที่แนะนำ เพื่อให้สามารถควบคุมศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าและประหยัดต้นทุน โดยเฉพาะในฤดูฝนควรผสมสารจับใบเพื่อให้สารเคมีเกาะติดใบพืชได้แน่นและทนต่อการชะล้างของฝนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงตรวจสอบชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องพ่น หากพบชำรุดให้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนส่วนที่ชำรุดทันที และผู้พ่นสารต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ แว่นตา หน้ากาก รองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง และชุดป้องกันสารเคมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3725360">กรมส่งเสริมการเกษตร แนะ “พ่นสารเคมีถูกวิธี” กำจัดศัตรูพืชฤดูฝน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โลกรวน ปี 69 เสี่ยง “ฝนทิ้งช่วงผ่ากลางฤดูฝน” เกษตรฯ เตือนสำรองน้ำต้นฤดู หมั่นสำรวจพืชระวังโรคและแมลง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3722953</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 14:48:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3722953</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าฤดูฝนของประเทศไทยระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2569 เสี่ยงเกิดความแปรปรวนเป็น 4 ระยะคือช่วงต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน มีฝน 40-60% ของพื้นที่ แต่อาจมีฝนมากในภาคตะวันออกและภาคใต้ แต่ช่วงปลายมิถุนายน-กรกฎาคม อาจเกิดฝนทิ้งช่วง และเดือนสิงหาคม-กันยายน อาจเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ก่อนจะเริ่มมีอากาศเย็นในปลายฤดูฝนคือเดือนตุลาคม กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งกำชับให้พี่น้องเกษตรกรเตรียมแผนการเพาะปลูกที่รัดกุม ป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำและศัตรูพืชเข้าทำลายช่วงสภาพอากาศแปรนปรวนซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคและแมลง นางอัญชลี&#160; สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ภาวะโลกรวนหรือสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบันคาดการณ์ได้ยากทั้งฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมฉับพลัน พายุฤดูร้อน อากาศร้อนจัด รวมถึงการระบาดของศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรโดยตรง การรับมือภัยพิบัติด้านการเกษตรจึงไม่ใช่เพียงการเยียวยาหลังเกิดเหตุ แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเตรียมความพร้อม การลดความเสี่ยง การเฝ้าระวัง การฟื้นฟู และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืน แนวทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกร ควรทำ 3 สิ่ง คือ 1.หมั่นติดตามพยากรณ์อากาศ และสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อจัดการพืชและป้องกันกำจัดศัตรูการเกษตรได้เท่าทันต่อสถานการณ์ 2.เตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ จัดการระบบสำรองน้ำและระบายน้ำ เพื่อป้องกันพืชขาดแคลนน้ำในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะเกิดฝนทิ้งช่วง อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรหรือการเจริญเติบโตของพืชในทุกระยะ 3.ดูแลรักษาต้นพืช โดยตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสม เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของต้นพืช สามารถลดการคายน้ำในช่วงน้ำน้อย และป้องกันการหักโค่นในช่วงเผชิญฝนตกหนักหรือลมแรง อาจเสริมไม้ค้ำยันลำต้น หรือทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตป้องกันการสูญเสียตามสถานการณ์สภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายในการทำการเกษตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3722953">โลกรวน ปี 69 เสี่ยง “ฝนทิ้งช่วงผ่ากลางฤดูฝน” เกษตรฯ เตือนสำรองน้ำต้นฤดู หมั่นสำรวจพืชระวังโรคและแมลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เผย 3 สิ่ง เกษตรกรควรทำ เพื่อรับการช่วยเหลือ เมื่อประสบภัยพิบัติด้านพืช]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3721409</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 May 2026 14:28:16 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3721409</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “โลกรวน” ที่ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากทั้งฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมฉับพลัน พายุฤดูร้อน อากาศร้อนจัด รวมถึงการระบาดของศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรโดยตรง การรับมือภัยพิบัติด้านการเกษตรจึงไม่ใช่เพียงการเยียวยาหลังเกิดเหตุ แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเตรียมความพร้อม การลดความเสี่ยง การเฝ้าระวัง การฟื้นฟู และการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้อย่างยั่งยืน นางอัญชลี&#160; สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติในทุกมิติ ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมายเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นแล้ว เกิดความเสียหายในพื้นที่การเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรจะดูแลช่วยเหลือเรื่องความเสียหายด้านพืช ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ.2568 กำหนดให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประสบภัยเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว สิ่งที่เกษตรกรต้องทำ ได้แก่ 1.ตรวจสอบ ว่าพืชที่ปลูกในพื้นที่การเกษตรของตนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยหรือไม่ ซึ่งนับเป็นขั้นตอนแรกที่จะระบุว่าเกษตรกรรายนั้นจะได้รับหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ หากเกษตรกรเพาะปลูกโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือเพาะปลูกพืชในฤดูกาลใหม่โดยไม่ได้ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐในกรณีพืชที่ปลูกได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น 2.ยื่นแบบขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) ซึ่งเกษตรกรสามารถขอรับเอกสารได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย หรือดาวน์โหลดทางออนไลน์ได้จาก https://disaster.doae.go.th โดยต้องให้ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน อบต.หรือนายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรองความเสียหาย แล้วแต่กรณี ก่อนส่งให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย 3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบในประกาศคัดค้าน ณ สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่กำหนด หลังจากยื่นแบบแล้วประมาณ 60 วัน หากมีรายชื่อเป็นเกษตรกรผู้ได้รับการช่วยเหลือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3721409">เกษตรฯ เผย 3 สิ่ง เกษตรกรควรทำ เพื่อรับการช่วยเหลือ เมื่อประสบภัยพิบัติด้านพืช</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ “Green Gain Day @นนทบุรี” หนุนเรียนรู้สร้างแรงจูงใจไม่เผาเพิ่มรายได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3715987</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 14:46:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715987</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งสร้างความตระหนักรู้ในผลกระทบจากการทำเกษตรด้วยวิธีการเผา ที่ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตลดลง ประกอบกับผลักดันให้เกษตรกรหยุดเผาและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเปลี่ยนเป็นเงินสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้เกิดการรณรงค์ “หยุดเผา” ด้วยการจัดงาน Green Gain Day เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน Green Gain Day สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ &#8220;ไม่เผาแต่ได้รายได้&#8221; ภายใต้โครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2569 โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเผาในพื้นที่เกษตร และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตร เพื่อการบริหารจัดการของพื้นที่ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้ง การส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหลังนา ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยการปลูกพืชหลังนา เช่น พืชตระกูลถั่ว พืชผัก พืชอาหารสัตว์ หรือพืชเศรษฐกิจระยะสั้นที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และแหล่งน้ำ โดยรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงปลูกพืชหลังนาและสาธิตการประกอบอาหารจากผลผลิต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมงาน จำนวน 200 คน ณ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3715987">กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ “Green Gain Day @นนทบุรี” หนุนเรียนรู้สร้างแรงจูงใจไม่เผาเพิ่มรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ จัดงาน Green Gain Season หยุดเผา เปลี่ยนขยะเป็นเงิน !]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3711697</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 17:10:10 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711697</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศจากการเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งแวดล้อม โดยสร้างความตระหนักรู้ในผลกระทบจากการทำเกษตรด้วยวิธีการเผา ที่ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตลดลง ประกอบกับรณรงค์ให้เกษตรกรหยุดเผาและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเปลี่ยนเป็นเงินสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงาน “Green Gain Season ฤดูกาลสร้างสรรค์ พลิกฟื้นเศษวัสดุเกษตรสู่มูลค่า” ณ อาคารจตุรมุข อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของ “เกษตรกรหรือชุมชนฮีโร่” ที่สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างรายได้ ตามแนวคิด “Trash2Cash เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน” ภายในงานมีนิทรรศการ สาธิตวิธีเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเงินรายได้ ได้แก่ การผลิตกระถางเพาะปลูกอย่างง่ายด้วยเศษฟางข้าว การผลิตถ่านไบโอชา เครื่องอัดฟางทำเห็ด เทคโนโลยีจุลินทรีย์ย่อยสลาย และเทคโนโลยีโดรนตรวจหาจุดเผาไหม้ป้องกันความเสียหาย เป็นต้น ซึ่งจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกษตรกรมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติจริง พร้อมร่วมรับฟังเสวนาวิชาการ หัวข้อ “เสวนาพาคิด หยุดมลพิษจากการเผา พลิกฟื้นเศษวัสดุเกษตรสู่มูลค่า” เพื่อทราบสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตร บทบาทของรัฐ เอกชน ประชาชน และเกษตรกรในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3711697">เกษตรฯ จัดงาน Green Gain Season หยุดเผา เปลี่ยนขยะเป็นเงิน !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ยก “ศดปช.ท่าช้าง” จ.สงขลา ต้นแบบลดต้นทุนปุ๋ย ชูใช้ดินนำปุ๋ย เพิ่มรายได้เกษตรกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3709309</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 15:32:50 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709309</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร ยก “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ตำบลท่าช้าง” จังหวัดสงขลา เป็นต้นแบบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ หลังช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยได้จริงเฉลี่ยกว่า 35% จากสถานการณ์ที่เกษตรกรจำนวนมากยังคงใช้ปุ๋ยตามความเคยชินโดยไม่อิงผลการวิเคราะห์ดิน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ยอย่างถูกต้อง พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ศดปช.ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ได้รับการยกย่องเป็น ศดปช. ระดับ A+ ประจำปี 2569 และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ มีสมาชิก 37 ราย และมีทุนหมุนเวียนกว่า 250,000 บาท โดยมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นธุรกิจบริการด้านดินและปุ๋ยในชุมชน ปัจจุบัน ศูนย์ฯ มีบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จำหน่ายแม่ปุ๋ยได้กว่า 95 ตัน และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ 16 ตัน สามารถขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สมาชิกสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้เฉลี่ย 944 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 35 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3709309">กรมส่งเสริมการเกษตร ยก “ศดปช.ท่าช้าง” จ.สงขลา ต้นแบบลดต้นทุนปุ๋ย ชูใช้ดินนำปุ๋ย เพิ่มรายได้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568/69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3708761</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 15:21:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3708761</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย ภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตร&#160; ได้จัดรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และพืชอื่น ปีการผลิต 2568/69 เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนปรับปรุงข้อมูลทางการเกษตรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการเป็นข้อมูลการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรและเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการช่วงเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชและโครงการมาตรการภาครัฐ ของเกษตรกรอำเภอเขาย้อย ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3708761">ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568/69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ แนะ 4 หลักการเลือกพันธุ์ดี-เหมาะกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3707509</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 12:45:37 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707509</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค อันเป็นปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นายวีรศักดิ์  บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลักการหรือประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง คือ 1.เลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ทั้งยังได้รับคำแนะนำวิชาการที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง 72 เป็นต้น 2.เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน ได้แก่ &#8211; ดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เหมาะกับการปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง72 ห้วยบง60 &#8211; ดินร่วนปนทราย เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง7 ระยอง9 ระยอง90 เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 &#8211; ดินร่วนปนเหนียว เหมาะกับการปลูกระยอง5 ระยอง7 ระยอง11 ห้วยบง80 &#8211; ดินด่าง เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3707509">เกษตรฯ แนะ 4 หลักการเลือกพันธุ์ดี-เหมาะกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน” ช่วยลดผลกระทบปุ๋ยแพง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3706854</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 10:58:08 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706854</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จานวน 882 ศูนย์ ใน 77 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลการลดต้นทุนทำเกษตรโดยใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ มีเกษตรกรเป็นผู้บริหารจัดการ และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นพี่เลี้ยง ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านดินและปุ๋ย ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจสอบดินแบบรวดเร็ว แปลผลและให้คำแนะนาการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้นตามค่าวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรในชุมชน ผ่านการเรียนรู้จากแปลงเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ยตามบริบทของพื้นที่นั้น ๆ รวมทั้งรวบรวมความต้องการและจัดหาแม่ปุ๋ยให้สมาชิกได้ใช้ตามคำแนะนำตลอดมา นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่า 90% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งหากเกษตรกรไทยสามารถลดปริมาณปุ๋ยเคมีที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าได้ ย่อมทำให้ต้นทุนการเกษตรลดลง เกิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้น โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีตามหลัก 4 ถูก ได้แก่ ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรสมาชิก ศดปช. ที่นำแม่ปุ๋ยผสมตามผลวิเคราะห์ดินและไม่มีการใส่สารตัวเติม ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงกระสอบละ 150 &#8211; 200 บาท และผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จากการเก็บข้อมูลของ ศดปช. ถึงการดำเนินการในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พบว่าสามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้เฉลี่ย 21.9% และผลผลิตเพิ่มขึ้น 7.7% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3706854">กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน” ช่วยลดผลกระทบปุ๋ยแพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดดีลการค้าสินค้าออร์แกนิคในงาน BIOFACH 2026 คาดสร้างรายได้กว่า 10 ล้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3700804</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 17:33:39 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700804</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเข้าร่วมงาน BIOFACH 2026 : World’s Leading Trade Fair for Organic Food&#160;ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ผลักดันสินค้าออร์แกนิคไทยสู่ตลาดสากล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดโลก เชื่อมต่อธุรกิจเกษตรอินทรีย์จากทั่วโลก เติบโตรับเทรนด์สุขภาพ จับคู่เจรจาธุรกิจ สร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดยุโรป และสร้างพันธมิตรการค้าที่เข้มแข็งและยั่งยืน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ผลจากการนำเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจในงาน BIOFACH 2026 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้รับการตอบรับในเวทีระดับโลกเป็นอย่างมาก มีผู้ประกอบการต่างประเทศให้ความสนใจในสินค้าเกษตรของไทย คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยกว่าสิบล้านบาท นับเป็นความสำเร็จในการขยายตลาดสินค้าออร์แกนิคเข้าสู่สหภาพยุโรป และสร้างการรับรู้ให้ต่างชาติได้รู้จักสินค้าคุณภาพจากประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตรนำเสนอสินค้าออร์แกนิกมาตรฐานยุโรป เช่น ผักฟรีซดรายออร์แกนิค จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ลุ่มน้ำลาว จังหวัดเชียงราย ชาดาวเรือง และขมิ้นชันผง เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรัก จังหวัดตาก ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอม เช่น น้ำมะพร้าว มะพร้าวหนึบ เกษตรกรแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3700804">กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดดีลการค้าสินค้าออร์แกนิคในงาน BIOFACH 2026 คาดสร้างรายได้กว่า 10 ล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีเดย์ฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก! เกษตรฯ ประกาศวันเก็บเกี่ยว เน้นย้ำกระบวนการผลิตปลอดภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3696651</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 16:02:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696651</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร วางแนวทางการบริหารจัดการทุเรียนเพื่อการส่งออกภาคตะวันออก กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน เพื่อให้ผลผลิตทุเรียนที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพคือ พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม 2569 พันธุ์ชะนีและพวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2569 พันธุ์หมอนทองและก้านยาว วันที่ 20 เมษายน 2569 กำหนดการพิจารณาความอ่อน – แก่ของทุเรียน โดยใช้เกณฑ์กำหนดน้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ทุเรียน มกษ. 3 – 2567 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 พันธุ์กระดุมทอง มีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 27% โดยมวล พันธุ์ชะนีและพวงมณี มีน้ำหนักเนื้อแห้ง ไม่น้อยกว่า 30% โดยมวล พันธุ์หมอนทองและก้านยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3696651">ดีเดย์ฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก! เกษตรฯ ประกาศวันเก็บเกี่ยว เน้นย้ำกระบวนการผลิตปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3692756</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 09:23:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3692756</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี รี นำทีมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด จัดกิจกรรม “รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม”&#160; ได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร หอมดินอาสา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิก การเผาฟางและตอซังพืช และหันมาใช้วิธีไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันเป็นการขับเคลื่อนการทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรดินในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ภายในงานมีการ แจกน้ำหมักชีวภาพ และสารเร่ง พด.ต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน การเกษตรยั่งยืน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม#รณรงค์ไถกลบตอซัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3692756">รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เตือนชาวนา ต้นกุมภาพันธ์รับมืออากาศเย็นระลอกใหม่ ระวัง!! “โรคใบจุดสีน้ำตาล”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3689230</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 14:12:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689230</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&#160;เฝ้าระวังโรคใบจุดสีน้ำตาล เนื่องจากพยากรณ์อากาศรายงานว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มวลอากาศเย็นปานกลางระลอกใหม่เริ่มปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในช่วงเช้า ทั้งตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ ซึ่งเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรคของขอบใบจุดสีน้ำตาล ซึ่งสามารถแพร่ระบาดไปกับกระแสลมได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงหรือมีหมอกหนา ซึ่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 มีรายงานเริ่มพบการระบาดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 10 ไร่ และจังหวัดสกลนครจำนวน 1 ไร่ ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 36 ไร่ และในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดพัทลุง จำนวน 34 ไร่ จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหมั่นสำรวจแปลงของตนเอง เพื่อจัดการโรคดังกล่าวได้ทันท่วงที ลักษณะอาการของโรคใบจุดสีน้ำตาล พบได้มากในช่วงข้าวระยะแตกกอ โดยสามารถสังเกตจากอาการแผลที่ใบข้าว ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล รูปกลมหรือรูปไข่ ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 มิลลิเมตร แผลที่พัฒนาเต็มที่ขนาดประมาณ 1 &#8211; 2 x 4 &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3689230">เตือนชาวนา ต้นกุมภาพันธ์รับมืออากาศเย็นระลอกใหม่ ระวัง!! “โรคใบจุดสีน้ำตาล”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เผยผลประกวดกล้วยไม้ 2569 นำระบบสารสนเทศตัดสินรางวัลแม่นยำ-รวดเร็ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686605</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 17:10:04 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686605</guid>

					<description><![CDATA[<p>กล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 2 พันล้านบาท โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้กว่าพันรายจากเนื้อที่ปลูกกล้วยไม้รวมประมาณ 17,183 ไร่ในประเทศไทยได้พัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิต เพิ่มมูลค่า และพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดที่หลากหลายเชื่อมโยงกับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการจัดงานวันกล้วยไม้ประจำทุกปีเพื่อยกย่องชื่นชมการพัฒนากล้วยไม้ให้หลากหลายสวยงามและส่งเสริมกำลังใจแก่เกษตรกร นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ผลการประกวดกล้วยไม้ ในงานวันกล้วยไม้แห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด &#8220;Blooming Siam The Global Charm of Thai Orchids งามอย่างไทย สู่ความเลอค่าระดับโลก&#8221; ประกอบด้วย หมวดกล้วยไม้ต้น รางวัลยอดเยี่ยมประเภท กลุ่มสวยงาม มี 8 ประเภท โดย คุณสาวิตรี พุ่มเพลินพิศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมสูงสุด 4 ประเภทคือ ประเภทเจริญทางยอด : ช่อตั้ง : สีอื่น : ฟอร์มกลม (แวนดา) Vanda Lanlalyn Fragrance, หวาย &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686605">เกษตรฯ เผยผลประกวดกล้วยไม้ 2569 นำระบบสารสนเทศตัดสินรางวัลแม่นยำ-รวดเร็ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ ตั้ง 30 จุด เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเผาเพิ่มเงิน !]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686168</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 17:20:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686168</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศจากการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนเศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งแวดล้อมโดยรวม อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อการทำการเกษตร ทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตลดลง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว &#160;มุ่งเป้าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2569 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทการเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเป้าการสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยจัดตั้ง “Green Gain Hub” จำนวน 30 จุด ในพื้นที่จังหวัดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับซื้อวัสดุชีวมวล ผู้แปรรูป ผู้ใช้ประโยชน์และผู้ผลิตพลังงาน พร้อมประเมินความเป็นไปได้ในการสร้างกลไกตลาดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สมดุลและเข้มแข็งในชุมชน รวมถึงวางแนวทางจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้และแรงจูงใจไม่เผาเพื่อสร้างรายได้ “Green Gain Day” โดยถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนเทคโนโลยีทดแทนการเผา ในพื้นที่เกษตร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งส่งเสริมชุมชนลดการเผาและสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำร่องชุมชนปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรเสี่ยงสูง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกิดขึ้นปีละประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686168">เกษตรฯ ตั้ง 30 จุด เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเผาเพิ่มเงิน !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หยุดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ เกษตรฯ หนุนเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3682517</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 17:38:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682517</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรในมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร พร้อมส่งเสริมแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อลดการเผา ลดมลพิษทางอากาศ และเพิ่มประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2562 และได้ขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และจำนวนจุดความร้อนในภาพรวมปี 2568 มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การปรับปรุงโครงสร้างการผลิต และการส่งเสริมทำเกษตรปลอดการเผาอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” สำหรับมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งการเกิดไฟในพื้นที่ป่า การเผาในพื้นที่เกษตร ฝุ่นละอองในเขตเมือง และหมอกควันข้ามแดน โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการตั้งแต่ระยะก่อนเกิดสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูกาลวิกฤต ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจสำคัญในการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การบริหารการเผาภายใต้ระบบ Burn Check การส่งเสริมเกษตรปลอดการเผา การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานชีวมวล รวมถึงการร่วมกำหนดแนวทางควบคุมการนำเข้าผลผลิตการเกษตรปลอดการเผา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในฤดูกาลผลิตปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3682517">หยุดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ เกษตรฯ หนุนเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
