<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมส่งเสริมการเกษตร</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Apr 2026 17:31:43 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ จัดงาน Green Gain Season หยุดเผา เปลี่ยนขยะเป็นเงิน !]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3711697</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 17:10:10 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711697</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศจากการเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งแวดล้อม โดยสร้างความตระหนักรู้ในผลกระทบจากการทำเกษตรด้วยวิธีการเผา ที่ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตลดลง ประกอบกับรณรงค์ให้เกษตรกรหยุดเผาและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเปลี่ยนเป็นเงินสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงาน “Green Gain Season ฤดูกาลสร้างสรรค์ พลิกฟื้นเศษวัสดุเกษตรสู่มูลค่า” ณ อาคารจตุรมุข อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของ “เกษตรกรหรือชุมชนฮีโร่” ที่สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาสร้างรายได้ ตามแนวคิด “Trash2Cash เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน” ภายในงานมีนิทรรศการ สาธิตวิธีเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเงินรายได้ ได้แก่ การผลิตกระถางเพาะปลูกอย่างง่ายด้วยเศษฟางข้าว การผลิตถ่านไบโอชา เครื่องอัดฟางทำเห็ด เทคโนโลยีจุลินทรีย์ย่อยสลาย และเทคโนโลยีโดรนตรวจหาจุดเผาไหม้ป้องกันความเสียหาย เป็นต้น ซึ่งจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกษตรกรมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติจริง พร้อมร่วมรับฟังเสวนาวิชาการ หัวข้อ “เสวนาพาคิด หยุดมลพิษจากการเผา พลิกฟื้นเศษวัสดุเกษตรสู่มูลค่า” เพื่อทราบสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตร บทบาทของรัฐ เอกชน ประชาชน และเกษตรกรในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3711697">เกษตรฯ จัดงาน Green Gain Season หยุดเผา เปลี่ยนขยะเป็นเงิน !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ยก “ศดปช.ท่าช้าง” จ.สงขลา ต้นแบบลดต้นทุนปุ๋ย ชูใช้ดินนำปุ๋ย เพิ่มรายได้เกษตรกร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3709309</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 15:32:50 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3709309</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร ยก “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ตำบลท่าช้าง” จังหวัดสงขลา เป็นต้นแบบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการดินและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ หลังช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยได้จริงเฉลี่ยกว่า 35% จากสถานการณ์ที่เกษตรกรจำนวนมากยังคงใช้ปุ๋ยตามความเคยชินโดยไม่อิงผลการวิเคราะห์ดิน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ยอย่างถูกต้อง พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ศดปช.ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ได้รับการยกย่องเป็น ศดปช. ระดับ A+ ประจำปี 2569 และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ มีสมาชิก 37 ราย และมีทุนหมุนเวียนกว่า 250,000 บาท โดยมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นธุรกิจบริการด้านดินและปุ๋ยในชุมชน ปัจจุบัน ศูนย์ฯ มีบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จำหน่ายแม่ปุ๋ยได้กว่า 95 ตัน และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ 16 ตัน สามารถขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สมาชิกสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้เฉลี่ย 944 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 35 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3709309">กรมส่งเสริมการเกษตร ยก “ศดปช.ท่าช้าง” จ.สงขลา ต้นแบบลดต้นทุนปุ๋ย ชูใช้ดินนำปุ๋ย เพิ่มรายได้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568/69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3708761</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 15:21:21 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3708761</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย ภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตร&#160; ได้จัดรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และพืชอื่น ปีการผลิต 2568/69 เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนปรับปรุงข้อมูลทางการเกษตรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการเป็นข้อมูลการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรและเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการช่วงเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชและโครงการมาตรการภาครัฐ ของเกษตรกรอำเภอเขาย้อย ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3708761">ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568/69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ แนะ 4 หลักการเลือกพันธุ์ดี-เหมาะกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3707509</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 12:45:37 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707509</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิต รวมทั้งขาดแคลนท่อนพันธุ์สะอาดสำหรับการปลูกในรอบถัดไป กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกท่อนพันธุ์ดีมีคุณภาพ ทนทาน และต้านทานโรค อันเป็นปัจจัยตั้งต้นสำคัญที่ทำให้การเกษตรประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่ผลผลิต คุณภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นายวีรศักดิ์  บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หลักการหรือประเด็นสำคัญ 4 ข้อ ที่ควรคำนึงในการคัดเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง คือ 1.เลือกพันธุ์ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการ/สถาบัน/มหาวิทยาลัย จะช่วยรับประกันคุณภาพ ผลผลิตต่อไร่สูงและมีเชื้อแป้งดีตรงตามมาตรฐาน ทั้งยังได้รับคำแนะนำวิชาการที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาสสำเร็จ และลดความเสี่ยงขาดทุน ได้แก่ เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 ระยอง 72 เป็นต้น 2.เลือกพันธุ์ตามศักยภาพของดิน ได้แก่ &#8211; ดินทราย หรือดินทรายปนร่วน เหมาะกับการปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง72 ห้วยบง60 &#8211; ดินร่วนปนทราย เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง7 ระยอง9 ระยอง90 เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 &#8211; ดินร่วนปนเหนียว เหมาะกับการปลูกระยอง5 ระยอง7 ระยอง11 ห้วยบง80 &#8211; ดินด่าง เหมาะกับการปลูกพันธุ์ระยอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3707509">เกษตรฯ แนะ 4 หลักการเลือกพันธุ์ดี-เหมาะกับพื้นที่ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน” ช่วยลดผลกระทบปุ๋ยแพง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3706854</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 10:58:08 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3706854</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จานวน 882 ศูนย์ ใน 77 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลการลดต้นทุนทำเกษตรโดยใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ มีเกษตรกรเป็นผู้บริหารจัดการ และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นพี่เลี้ยง ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านดินและปุ๋ย ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจสอบดินแบบรวดเร็ว แปลผลและให้คำแนะนาการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้นตามค่าวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรในชุมชน ผ่านการเรียนรู้จากแปลงเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ยตามบริบทของพื้นที่นั้น ๆ รวมทั้งรวบรวมความต้องการและจัดหาแม่ปุ๋ยให้สมาชิกได้ใช้ตามคำแนะนำตลอดมา นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่า 90% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งหากเกษตรกรไทยสามารถลดปริมาณปุ๋ยเคมีที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าได้ ย่อมทำให้ต้นทุนการเกษตรลดลง เกิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้น โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีตามหลัก 4 ถูก ได้แก่ ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรสมาชิก ศดปช. ที่นำแม่ปุ๋ยผสมตามผลวิเคราะห์ดินและไม่มีการใส่สารตัวเติม ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงกระสอบละ 150 &#8211; 200 บาท และผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จากการเก็บข้อมูลของ ศดปช. ถึงการดำเนินการในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พบว่าสามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้เฉลี่ย 21.9% และผลผลิตเพิ่มขึ้น 7.7% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3706854">กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน” ช่วยลดผลกระทบปุ๋ยแพง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดดีลการค้าสินค้าออร์แกนิคในงาน BIOFACH 2026 คาดสร้างรายได้กว่า 10 ล้าน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3700804</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2026 17:33:39 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3700804</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเข้าร่วมงาน BIOFACH 2026 : World’s Leading Trade Fair for Organic Food&#160;ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ผลักดันสินค้าออร์แกนิคไทยสู่ตลาดสากล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดโลก เชื่อมต่อธุรกิจเกษตรอินทรีย์จากทั่วโลก เติบโตรับเทรนด์สุขภาพ จับคู่เจรจาธุรกิจ สร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดยุโรป และสร้างพันธมิตรการค้าที่เข้มแข็งและยั่งยืน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ผลจากการนำเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจในงาน BIOFACH 2026 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้รับการตอบรับในเวทีระดับโลกเป็นอย่างมาก มีผู้ประกอบการต่างประเทศให้ความสนใจในสินค้าเกษตรของไทย คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยกว่าสิบล้านบาท นับเป็นความสำเร็จในการขยายตลาดสินค้าออร์แกนิคเข้าสู่สหภาพยุโรป และสร้างการรับรู้ให้ต่างชาติได้รู้จักสินค้าคุณภาพจากประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตรนำเสนอสินค้าออร์แกนิกมาตรฐานยุโรป เช่น ผักฟรีซดรายออร์แกนิค จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ลุ่มน้ำลาว จังหวัดเชียงราย ชาดาวเรือง และขมิ้นชันผง เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรัก จังหวัดตาก ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอม เช่น น้ำมะพร้าว มะพร้าวหนึบ เกษตรกรแปลงใหญ่มะพร้าวน้ำหอม จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3700804">กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดดีลการค้าสินค้าออร์แกนิคในงาน BIOFACH 2026 คาดสร้างรายได้กว่า 10 ล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดีเดย์ฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก! เกษตรฯ ประกาศวันเก็บเกี่ยว เน้นย้ำกระบวนการผลิตปลอดภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3696651</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 16:02:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696651</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร วางแนวทางการบริหารจัดการทุเรียนเพื่อการส่งออกภาคตะวันออก กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน เพื่อให้ผลผลิตทุเรียนที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพคือ พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม 2569 พันธุ์ชะนีและพวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2569 พันธุ์หมอนทองและก้านยาว วันที่ 20 เมษายน 2569 กำหนดการพิจารณาความอ่อน – แก่ของทุเรียน โดยใช้เกณฑ์กำหนดน้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ทุเรียน มกษ. 3 – 2567 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 พันธุ์กระดุมทอง มีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่น้อยกว่า 27% โดยมวล พันธุ์ชะนีและพวงมณี มีน้ำหนักเนื้อแห้ง ไม่น้อยกว่า 30% โดยมวล พันธุ์หมอนทองและก้านยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3696651">ดีเดย์ฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก! เกษตรฯ ประกาศวันเก็บเกี่ยว เน้นย้ำกระบวนการผลิตปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3692756</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2026 09:23:23 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3692756</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี รี นำทีมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด จัดกิจกรรม “รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม”&#160; ได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร หอมดินอาสา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิก การเผาฟางและตอซังพืช และหันมาใช้วิธีไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันเป็นการขับเคลื่อนการทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรดินในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ภายในงานมีการ แจกน้ำหมักชีวภาพ และสารเร่ง พด.ต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน การเกษตรยั่งยืน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม#รณรงค์ไถกลบตอซัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3692756">รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เตือนชาวนา ต้นกุมภาพันธ์รับมืออากาศเย็นระลอกใหม่ ระวัง!! “โรคใบจุดสีน้ำตาล”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3689230</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 14:12:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3689230</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&#160;เฝ้าระวังโรคใบจุดสีน้ำตาล เนื่องจากพยากรณ์อากาศรายงานว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มวลอากาศเย็นปานกลางระลอกใหม่เริ่มปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในช่วงเช้า ทั้งตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ ซึ่งเหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของโรคของขอบใบจุดสีน้ำตาล ซึ่งสามารถแพร่ระบาดไปกับกระแสลมได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงหรือมีหมอกหนา ซึ่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 มีรายงานเริ่มพบการระบาดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 10 ไร่ และจังหวัดสกลนครจำนวน 1 ไร่ ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 36 ไร่ และในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดพัทลุง จำนวน 34 ไร่ จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหมั่นสำรวจแปลงของตนเอง เพื่อจัดการโรคดังกล่าวได้ทันท่วงที ลักษณะอาการของโรคใบจุดสีน้ำตาล พบได้มากในช่วงข้าวระยะแตกกอ โดยสามารถสังเกตจากอาการแผลที่ใบข้าว ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล รูปกลมหรือรูปไข่ ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 มิลลิเมตร แผลที่พัฒนาเต็มที่ขนาดประมาณ 1 &#8211; 2 x 4 &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3689230">เตือนชาวนา ต้นกุมภาพันธ์รับมืออากาศเย็นระลอกใหม่ ระวัง!! “โรคใบจุดสีน้ำตาล”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เผยผลประกวดกล้วยไม้ 2569 นำระบบสารสนเทศตัดสินรางวัลแม่นยำ-รวดเร็ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686605</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jan 2026 17:10:04 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686605</guid>

					<description><![CDATA[<p>กล้วยไม้นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย สร้างรายได้จากการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 2 พันล้านบาท โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้กว่าพันรายจากเนื้อที่ปลูกกล้วยไม้รวมประมาณ 17,183 ไร่ในประเทศไทยได้พัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิต เพิ่มมูลค่า และพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดที่หลากหลายเชื่อมโยงกับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการจัดงานวันกล้วยไม้ประจำทุกปีเพื่อยกย่องชื่นชมการพัฒนากล้วยไม้ให้หลากหลายสวยงามและส่งเสริมกำลังใจแก่เกษตรกร นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ผลการประกวดกล้วยไม้ ในงานวันกล้วยไม้แห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด &#8220;Blooming Siam The Global Charm of Thai Orchids งามอย่างไทย สู่ความเลอค่าระดับโลก&#8221; ประกอบด้วย หมวดกล้วยไม้ต้น รางวัลยอดเยี่ยมประเภท กลุ่มสวยงาม มี 8 ประเภท โดย คุณสาวิตรี พุ่มเพลินพิศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมสูงสุด 4 ประเภทคือ ประเภทเจริญทางยอด : ช่อตั้ง : สีอื่น : ฟอร์มกลม (แวนดา) Vanda Lanlalyn Fragrance, หวาย &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686605">เกษตรฯ เผยผลประกวดกล้วยไม้ 2569 นำระบบสารสนเทศตัดสินรางวัลแม่นยำ-รวดเร็ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ ตั้ง 30 จุด เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเผาเพิ่มเงิน !]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686168</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 17:20:12 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686168</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศจากการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนเศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งแวดล้อมโดยรวม อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อการทำการเกษตร ทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตลดลง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว &#160;มุ่งเป้าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2569 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทการเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเป้าการสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยจัดตั้ง “Green Gain Hub” จำนวน 30 จุด ในพื้นที่จังหวัดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับซื้อวัสดุชีวมวล ผู้แปรรูป ผู้ใช้ประโยชน์และผู้ผลิตพลังงาน พร้อมประเมินความเป็นไปได้ในการสร้างกลไกตลาดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สมดุลและเข้มแข็งในชุมชน รวมถึงวางแนวทางจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้และแรงจูงใจไม่เผาเพื่อสร้างรายได้ “Green Gain Day” โดยถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนเทคโนโลยีทดแทนการเผา ในพื้นที่เกษตร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งส่งเสริมชุมชนลดการเผาและสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำร่องชุมชนปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรเสี่ยงสูง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกิดขึ้นปีละประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686168">เกษตรฯ ตั้ง 30 จุด เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดเผาเพิ่มเงิน !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[หยุดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ เกษตรฯ หนุนเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3682517</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 17:38:34 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682517</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรในมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร พร้อมส่งเสริมแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อลดการเผา ลดมลพิษทางอากาศ และเพิ่มประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2562 และได้ขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และจำนวนจุดความร้อนในภาพรวมปี 2568 มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การปรับปรุงโครงสร้างการผลิต และการส่งเสริมทำเกษตรปลอดการเผาอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” สำหรับมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งการเกิดไฟในพื้นที่ป่า การเผาในพื้นที่เกษตร ฝุ่นละอองในเขตเมือง และหมอกควันข้ามแดน โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการตั้งแต่ระยะก่อนเกิดสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูกาลวิกฤต ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจสำคัญในการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การบริหารการเผาภายใต้ระบบ Burn Check การส่งเสริมเกษตรปลอดการเผา การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานชีวมวล รวมถึงการร่วมกำหนดแนวทางควบคุมการนำเข้าผลผลิตการเกษตรปลอดการเผา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในฤดูกาลผลิตปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3682517">หยุดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ เกษตรฯ หนุนเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เตือนชาวนา ระวังโรคขอบใบแห้ง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3682277</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 11:07:37 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682277</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคกลาง&#160;ภาคตะวันออก&#160;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&#160;ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็น มีลมแรง ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ซึ่งตรงกับฤดูกาลปลูกข้าวของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ที่เสี่ยงเผชิญกับโรคขอบใบแห้ง ในนาข้าว จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวติดตามสถานการณ์และสำรวจสังเกตอาการข้าวในนาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแปลงปลูกข้าวของตน ผลกระทบและความเสียหายต่อนาข้าว โรคขอบใบแห้ง มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Kanthomonas oryzae pu. oryzae เกิดได้ตั้งแต่ระยะกล้าจนถึงระยะออกรวง อาการเริ่มแรกมีลักษณะซ้ำที่ขอบในล่าง แล้วจะขยายเป็นทางสีหลืองช้ำยาวตามใบข้าวใบที่เป็นโรคจะแห้งเร็ว และจางลงเป็นสีเทา แผลมีหยดน้ำสีครีม (bacterial ooze) คล้ายยางสน มีลักษณะกลมขนาดเท่าหัวเข็มหมุด ต่อมาเป็นสีน้ำตาล และหลุดลอยไปตามลม น้ำ หรือฝน หากอาการรุนแรงแรงต้นข้าวจะเหี่ยวเฉา และแห้งตายทั้งต้นอย่างรวดเร็ว แนวทางการป้องกันและดูแลรักษาข้าว หมั่นสำรวจแปลงข้าวของตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้พันธุ์ข้าวต้านทานโรคขอบใบแห้ง เช่น สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 กข7 กข23 เป็นต้น และควรเฝ้าระวังการเกิดโรคถ้าปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้ เช่น ข้าวดอกมะลิ 105 กข6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3682277">เกษตรฯ เตือนชาวนา ระวังโรคขอบใบแห้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนปลูกมะพร้าวสุขภาพดี ด้วยการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3678735</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 15:03:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3678735</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 1 ล้านไร่ กระจายอยู่ใน 69 จังหวัด โดยมีแหล่งปลูกสำคัญในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้การระบาดของศัตรูมะพร้าวมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูมะพร้าวอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมหม่อนไหมรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช ให้ความสำคัญกับการควบคุมและป้องกันการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง จึงส่งเสริมให้เกษตรกรใช้แนวทางการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management : IPM) ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการผ่านการรณรงค์และถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด “มะพร้าวสุขภาพดี ด้วยวิธี IPM” ณ จังหวัดราชบุรี เพื่อสร้างการรับรู้และการยอมรับเทคโนโลยีการจัดการศัตรูมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน ส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในสวนของตนเอง พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างเกษตรกร เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมวางแผนป้องกันและควบคุมศัตรูมะพร้าวไม่ให้แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ปลูกอื่น ๆ และลดความเสียหายต่อผลผลิตอย่างยั่งยืน ภายในงานมีกิจกรรมการเสวนาในหัวข้อ “การพิชิตศัตรูมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน” และการเรียนรู้ผ่านสถานีต่าง ๆ จำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3678735">กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนปลูกมะพร้าวสุขภาพดี ด้วยการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ ชวน “เลิกเผา” ชี้เป้าไถกลบทำปุ๋ย หนุนปลูกถั่วหลังนา เตรียมจับมือภาคีนำร่องโรงงานพัฒนาเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพที่สุพรรณบุรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3677467</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 14:37:33 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3677467</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรมีภารกิจในการส่งเสริมให้เกษตรกรเห็นถึงประโยชน์ของการไม่เผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อลดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 ประกอบกับสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชหลังนาเพื่อลดผลกระทบในช่วงฤดูแล้ง โดยถั่วเขียวเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งที่ใช้น้ำน้อยในการเพาะปลูก เก็บเกี่ยวได้เร็ว ช่วยบำรุงดิน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาคีในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาถั่วเขียวสายพันธุ์ดี KUML ที่ให้ผลผลิตสูงได้ถึง 300 กิโลกรัมต่อไร่ และมีขนาดเมล็ดใหญ่ (1,000 เมล็ด น้ำหนักมากกว่า 75-80 กรัม) มีความต้านทานต่อโรคราแป้งและใบจุด รวมทั้งดำเนินโครงการการขยายผลเทคโนโลยีการผลิตถั่วเขียวคุณภาพสายพันธุ์ KUML ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตและยกระดับการผลิตถั่วเขียวที่มีคุณภาพ นายรพีทัศน์&#160; อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร สนองนโยบายขับเคลื่อนโครงการบูรณาการผลิตถั่วเหลืองและถั่วเขียวพันธุ์ดีเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้งทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่นาปรังหรือพื้นที่นอกเขตชลประทาน และส่งเสริมให้เกษตรกรมีทักษะในการผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ โดยจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่สำคัญในการปลูกถั่วเขียว จึงวางแนวทางด้วยกลไก “ตลาดนำการผลิต” ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาคีและภาคเอกชน ในการสร้างโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น เหมาะต่อการเป็นเมล็ดพันธุ์ดีสำหรับเพาะปลูก กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ ตั้งแต่คัดเลือกพื้นที่ คัดเลือกเกษตรกร ลงพื้นที่ร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ถ่ายทอดความรู้เรื่องการปลูกถั่วเขียว KUML สู่เกษตรกรในพื้นที่ ตลอดจนประสานกับภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้รับซื้อผลผลิตหรือตลาดเป้าหมายให้เข้ามามีส่วนช่วยผลักดันและยกระดับกลุ่มเกษตรกรให้สามารถผลิตถั่วเขียวคุณภาพ และกำหนดมาตรฐานการรับซื้อผลผลิตถั่วเขียวคุณภาพ เม็ดสวย ขนาดเม็ดโต สิ่งเจือปนน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3677467">เกษตรฯ ชวน “เลิกเผา” ชี้เป้าไถกลบทำปุ๋ย หนุนปลูกถั่วหลังนา เตรียมจับมือภาคีนำร่องโรงงานพัฒนาเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพที่สุพรรณบุรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมเกษตร แนะวิธีใช้ชีวภัณฑ์ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรอย่างเหมาะสม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3675062</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 12:11:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3675062</guid>

					<description><![CDATA[<p>การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานส่งผลให้ โครงสร้างดินเสียหาย ดินแน่นทึบ ขาดออกซิเจน และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่า โคนเน่า และโรคเหี่ยว ชีวภัณฑ์ (Bioproducts) หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการบำบัดและฟื้นฟูดิน รวมถึงการควบคุมโรคพืช นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ก่อนใช้ชีวภัณฑ์ ควรเร่งระบายน้ำที่ขังออกจากแปลงปลูกให้เร็วที่สุด กำจัดเศษซากพืชและขยะ แล้ววิเคราะห์ดิน เนื่องจากหลังน้ำท่วมขังดินมักเป็นกรด จึงอาจต้องใช้ปูนขาวประมาณ 200-500 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อฆ่าเชื้อโรคเบื้องต้น ประกอบกับเมื่อดินเริ่มหมาดให้ไถพรวนระบายอากาศเพิ่มออกซิเจน ตากดินอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อทำลายเชื้อโรคและไข่แมลง ใส่ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, หรือพืชสด (เช่น ถั่วพร้า) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปรับปรุงดินและสภาพแวดล้อมกลับสู่สภาวะปกติแล้ว ให้ใช้ชีวภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา ช่วยควบคุมและทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพืช โดยราด หรือ ฉีดพ่น หรือคลุก หรือหว่านเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดหัวเชื้อสดลงดินและโคนต้นพืช อัตรา 1–2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3675062">กรมส่งเสริมเกษตร แนะวิธีใช้ชีวภัณฑ์ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรอย่างเหมาะสม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เกษตรฯ เผยแผนฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้ ด้านพืช เน้นฟื้นดิน–ฟื้นต้น–ป้องกันโรค หลังน้ำลด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3673367</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Dec 2025 13:13:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3673367</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบในหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนเกิดความเสียหายในพื้นที่การเกษตรกระจายตัวทั้ง ข้าว พืชผัก พืชไร่ โดยเฉพาะไม้ผลและไม้ยืนต้น ซึ่งเป็นกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ภาคใต้ที่ต้องเตรียมแผนป้องกัน และฟื้นฟูหลังน้ำลด นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เพื่อรับมือและเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติดังกล่าวแล้ว โดยเน้นการฟื้นฟูสภาพดินและสร้างความแกร่งของพืชให้ทนทาน ฟื้นตัว และปรับตัวได้ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วนและสำรวจ โดยให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบสอบทานกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป ระยะที่ 2 ฟื้นฟูดูแลรักษาพืช โดยเตรียมพร้อมแจกจ่ายชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาและชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช บีเอส (บาซิลลัส ซับทิลิส) เพื่อฟื้นฟูโรครากเน่าโคนเน่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3673367">เกษตรฯ เผยแผนฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้ ด้านพืช เน้นฟื้นดิน–ฟื้นต้น–ป้องกันโรค หลังน้ำลด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร ขยายผลเกษตรกร ผลิต-ใช้ ถ่านชีวภาพ “ไบโอชาร์” เปลี่ยนเศษวัสดุเหลือทิ้งการเกษตร สู่ตัวช่วยบำรุงดิน ปุ๋ย และน้ำ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เป็นมิตรต่อโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3669091</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 14:43:26 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3669091</guid>

					<description><![CDATA[<p>สืบเนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการศึกษาการจัดการดิน ปุ๋ย และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อปี 2564 ในพื้นที่ 10 จังหวัด เป็นการศึกษาการใช้ไบโอชาร์หรือถ่านชีวภาพจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน พบว่า การผลิตไบโอชาร์สามารถลดปริมาณวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และนำไปใช้ประโยชน์ในการบำรุงดิน เกษตรกรสามารถวางแผนจัดการดิน ปุ๋ย และน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เกิดเป็นต้นแบบเกษตรกรและยังได้ขยายผลการใช้ถ่านชีวภาพดังกล่าวแก่เกษตรกรรายอื่น            นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการเศษวัสดุการเกษตรอย่างเหมาะสม โดยถ่ายทอดความรู้และสร้างทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ซึ่งการผลิตและใช้ถ่านชีวภาพเป็นทางเลือกที่ช่วยจัดการพื้นที่เกษตรทั้งด้านดิน ปุ๋ย และน้ำให้แก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน และเพิ่มรายได้จากผลผลิตการเกษตร ตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตและใช้ถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์ สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้ประมาณ 500 – 1800 บ./ไร่/ปี และลดความถี่ในการให้น้ำทำให้ประหยัดรายจ่ายค่าสูบน้ำรวมประมาณ 300 – 400 บ./เดือน ปัจจุบันได้ขยายผลการผลิตและใช้ถ่านชีวภาพโดยเกษตรกรจาก 10 จังหวัดต้นแบบเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรเครือข่ายศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) และสมาชิกเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเสริมการใช้ถ่านชีวภาพกับพืชมูลค่าสูงอย่างทุเรียนในจังหวัดชุมพรและบุรีรัมย์ด้วย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงประโยชน์ของถ่านชีวภาพว่า ถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์ช่วยลดต้นทุนการเกษตรในการใส่ปุ๋ย บำรุงดิน และการให้น้ำแก่พืช เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นรูพรุนตามธรรมชาติ เมื่อบดใส่ลงดิน จะช่วยเพิ่มการระบายอากาศ เป็นที่อยู่และเพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3669091">กรมส่งเสริมการเกษตร ขยายผลเกษตรกร ผลิต-ใช้ ถ่านชีวภาพ “ไบโอชาร์” เปลี่ยนเศษวัสดุเหลือทิ้งการเกษตร สู่ตัวช่วยบำรุงดิน ปุ๋ย และน้ำ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เป็นมิตรต่อโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างเกษตรปลอดเผายั่งยืน สู้ PM2.5]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3667812</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 14:06:46 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3667812</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการเกษตรเผยผลความคืบหน้าการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐ โดยผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 พบว่ามีพัฒนาการเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายพีรพันธ์&#160; คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินงานลดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศปี 2568 ส่งสัญญาณบวกทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่เกษตรลดลง 12.70% เมื่อเทียบกับปี 2566 ตัวอย่างเช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงมีนาคม 2566–2567 ลดลงสูงถึง 27% สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของมาตรการลดการเผาอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนและส่งเสริมการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เช่น การไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ การทำปุ๋ยหมัก–ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ฟางเลี้ยงสัตว์ และการสร้างรายได้จากการจำหน่ายเศษวัสดุชีวมวล เป็นต้น ทำให้สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ให้เกิดประโยชน์แล้ว 29.7 ล้านตัน จากทั้งหมด 48.6 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 61 สร้างมูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาท ช่วยลดต้นทุนการประกอบอาชีพแก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยในด้านการมีส่วนร่วม มีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมความรู้ด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแล้วกว่าแสนราย เกิดเครือข่ายเกษตรกรปลอดเผาหลายพันราย และมีชุมชนต้นแบบขยายผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3667812">กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างเกษตรปลอดเผายั่งยืน สู้ PM2.5</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ลงพื้นที่ประชาคมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2568/2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3665462</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 16:47:06 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3665462</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย ภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ประชาคม/ตรวจสอบข้อมูลและลงลายมือชื่อเพื่อรับรองข้อมูลหลังจากการแจ้งเพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 พร้อมทั้งตรวจสอบพื้นที่เกษตรกรผู้ทะเบียนข้าวนาปีและพืชอื่นๆ ปี 2568/2569 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และถูกต้อง สำหรับนำไปใช้เข้าร่วมโครงการหรือมาตรการต่าง ๆ ของทางภาครัฐ ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 3 5 ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3665462">ลงพื้นที่ประชาคมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2568/2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
