<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/กรมสนับสนุนบริการสุขภา</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Jun 2026 17:39:49 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3723186</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 12:33:44 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723186</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการยกระดับบริการภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) มุ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบกิจการด้านสุขภาพ ผ่านธุรกรรมออนไลน์ เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เข้าถึงบริการภาครัฐได้ทุกที่ทุกเวลา ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง และขั้นตอนการติดต่อราชการแบบเดิม นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า กรม สบส.ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริการภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล (Digital Health) และการปรับเปลี่ยนหน่วยงานภาครัฐสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยระบบธุรกรรมออนไลน์ของกรม สบส.รองรับการยื่นคำขอแบบครบจบในที่เดียวครอบคลุมทั้งส่วนของสถานประกอบการ ผู้ให้บริการ และผู้ดำเนินการ อาทิ การขอรับใบอนุญาต (รายใหม่) การต่ออายุใบอนุญาต (5 ปี) การโอนใบอนุญาต และรับโอนใบอนุญาต การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต การขอใบแทนใบอนุญาตการยกเลิกประกอบกิจการ และชำระค่าธรรมเนียมรายปี ส่วนผู้ให้บริการสามารถดำเนินการ ได้แก่ การขอใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14) การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับรองฯ และการขอใบแทนใบรับรองฯ นายแพทย์กรกฤช กล่าวเพิ่มเติมว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3723186">กรม สบส. ชวนผู้ประกอบการสปา-นวด ใช้ธุรกรรมออนไลน์ ยื่นครบ จบในระบบเดียว ลดขั้นตอนติดต่อราชการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. พัฒนา E-Learning ยกระดับบุคลากรสุขภาพ–อสม. เข้าถึงองค์ความรู้ทุกที่ ทุกเวลา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3718694</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 May 2026 14:21:38 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3718694</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพัฒนา สบส. E-Learning Platform เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ออนไลน์ของบุคลากรกรมสนับสนุนบริการสุขภาพผ่านระบบ LMS และรองรับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพ ภาคีเครือข่าย และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อย่างเป็นระบบและทั่วถึง นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า กรม สบส. ได้พัฒนาE-Learning Platform เพื่อยกระดับศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัยในรูปแบบดิจิทัล ครอบคลุมทั้งบุคลากรกรม สบส. ภาคีเครือข่าย และ อสม. ให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเรียนรู้ระดับประเทศ เช่น สำนักงาน ก.พ. (OCSC Learning Space) และสถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐ (TDGA) รวมถึงหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ สำหรับหลักสูตรการพัฒนา แบ่งเป็น 1. หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของ กรม สบส. เช่น การขอเปิดคลินิกผ่านระบบ Biz Portal การประกอบโรคศิลปะ การออกแบบที่เข้าใจชีวิตผู้สูงวัย เปิดโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3718694">สบส. พัฒนา E-Learning ยกระดับบุคลากรสุขภาพ–อสม. เข้าถึงองค์ความรู้ทุกที่ ทุกเวลา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3717870</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 15:08:06 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717870</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร จัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 ต้นแบบ ด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ (Smart Clean Room) ใช้เทคโนโลยี IoT ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อุณหภูมิ และความชื้น แบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนและสั่งการอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน และสามารถบันทึกข้อมูลย้อนหลังได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.เผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งระบบทางเดินหายใจและโรคเรื้อรัง กรม สบส. โดยศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 (ศบส.1) ได้พัฒนาแนวทางการจัดทำห้องปลอดฝุ่น PM2.5 เพื่อให้หน่วยงานและประชาชน อาทิ สถานที่ทำงาน สถานพยาบาล โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็ก สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ซึ่งออกแบบให้มีระบบควบคุมคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ (Smart Clean Room) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3717870">สบส. ชูต้นแบบ Smart Clean Room ยกระดับคุณภาพอากาศในอาคาร ปลอดฝุ่น PM2.5 ลดเสี่ยงสุขภาพประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3717734</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 11:35:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3717734</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เดินหน้าพัฒนาระบบ Enforcement Digital Command Center ยกระดับการจัดการเรื่องร้องเรียนและเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชาชน โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาร่วมเฝ้าระวังการกระทำผิดของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพอย่างเป็นระบบ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. เผยว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นฐานรากสำคัญของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ โดยเฉพาะการดำเนินงานจัดการข้อร้องเรียน ซึ่งจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ของผู้ร้อง ดังนั้น กรม สบส. จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค บูรณาการความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาทิ ข้อมูลใบอนุญาตสถานพยาบาล ข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อมูลการโฆษณาสถานพยาบาล และข้อมูลเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ในการรวบรวมและนำชุดข้อมูลเข้าสู่ระบบศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (GDX) พร้อมประสานให้ สคบ. ดำเนินการขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผ่านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบ AI เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำผิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3717734">สบส. จับมือ สคบ. ใช้ AI ตั้งศูนย์ Digital Command Center ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. จับมือ สกมช. ยกระดับ อสม.ไทย สู่ อสม.ไซเบอร์ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลในชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3713880</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 10:31:31 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713880</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ยกระดับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สู่ อสม.ไซเบอร์มุ่งเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์และทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) ให้ อสม. ทั่วประเทศ ลงถ่ายทอดภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยว่า ปัจจุบัน สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นมิจฉาชีพออนไลน์ ข่าวปลอม หรือการหลอกลวงรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งไม่จำกัดอยู่เฉพาะในเขตเมือง แต่กระจายสู่ทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มวัย ส่งผลให้เกิดผลกระทบทั้งด้านจิตใจ การเงิน และคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ต่างจากปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ การพัฒนา อสม. ให้มีความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลควบคู่ไปกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ กรม สบส. จึงร่วมกับ สกมช. พัฒนาโครงการ อสม.ไซเบอร์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้แก่ อสม. สามารถรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และนำไปถ่ายทอดสู่คนในครอบครัวและชุมชน โดยใช้แอปพลิเคชัน Smart อสม. เป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้ เนื้อหาไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย น่าสนใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3713880">สบส. จับมือ สกมช. ยกระดับ อสม.ไทย สู่ อสม.ไซเบอร์ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลในชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. เร่งยกระดับโฆษณาสถานพยาบาลให้ถูกกฎหมาย ดันมาตรฐานบริการสุขภาพไทยสู่สากล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3707893</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 09:57:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3707893</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโฆษณาสถานพยาบาล พร้อมชี้แจงแนวทางการพัฒนาสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เร่งยกระดับคุณภาพบริการด้านการแพทย์และสุขภาพของไทยให้มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งไทยและเทศ นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการให้บริการแก่ผู้รับบริการชาวไทยและต่างชาติ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น การสื่อสารข้อมูล การโฆษณาบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความเหมาะสม โปร่งใส และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้รับบริการ ขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้ให้บริการจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การโฆษณาสถานพยาบาล รวมถึงมีแนวทางพัฒนาการดำเนินงานให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อยกระดับคุณภาพบริการด้านสุขภาพของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ ด้านนายแพทย์กรกฤชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ในการโฆษณาสถานพยาบาล พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ได้รับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้ การประชุมยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ประธานกรรมการมูลนิธิกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AACI ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระดับสากล ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่สังกัดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมการประชุม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3707893">สบส. เร่งยกระดับโฆษณาสถานพยาบาลให้ถูกกฎหมาย ดันมาตรฐานบริการสุขภาพไทยสู่สากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3703291</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 17:12:47 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3703291</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวทางการขับเคลื่อนบทบาท อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ที่มุ่งช่วยให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการ 6 เทคนิคสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ อสม. ใช้เป็นแนวทางดูแลและให้คำแนะนำประชาชนในชุมชน นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เผยว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชนอย่างยั่งยืนไม่สามารถที่จะสำเร็จได้ด้วยการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยแรงบันดาลใจมาร่วมผลักดันเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น อสม. ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบด้านสุขภาพของชุมชน จึงไม่ใช่แค่ผู้ให้ข้อมูล แต่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ที่ใช้การกระทำของตนเองมาสร้างแรงบันดาลใจ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและลงมือทำตาม โดยรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงด้านสุขภาพอีกหน้าที่หนึ่ง คอยให้คำแนะนำ สร้างแรงจูงใจ และติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ผ่านกระบวนการ 6 เทคนิคสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.การสร้างแรงจูงใจ เน้นเชื่อมโยงสุขภาพกับเป้าหมายชีวิตส่วนตัว 2.การตั้งเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายสุขภาพที่ชัดเจน ทำได้จริง และเห็นผลในระยะสั้น 3.การเสนอตัวแบบ เรียนรู้จากบุคคลต้นแบบที่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพได้สำเร็จ 4.การสนับสนุนทางสังคม เน้นการให้ข้อมูลและกำลังใจผ่านการเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ 5. การเตือนตนเอง แนะวิธีบันทึกพฤติกรรม เพื่อเห็นความก้าวหน้าในการดูแลสุขภาพ และ6.การเสริมแรงทางบวก เน้นให้คำชม หรือให้รางวัลเล็กๆ เมื่อสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจในการทำพฤติกรรมที่ดีต่อเนื่อง ให้ประชาชนสามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพได้สำเร็จ นำไปสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3703291">สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ปักหมุด Medical &#038; Wellness 77 จังหวัด ดันสมุนไพรไทย–นวดไทย เป็น Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่เวทีโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3698901</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 15:40:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3698901</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical &#38; Wellness Tourism) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ได้มาตรฐานคุณภาพ และจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical &#38; Wellness Route) ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ดึงศักยภาพ “สมุนไพรไทย–นวดไทย” เป็น Soft Power ด้านสุขภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรม สบส. เร่งเดินหน้าผลักดันเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้เป็นเส้นทางที่มีรูปแบบการท่องเที่ยงเชิงการบำบัด บรรเทา รักษา ฟื้นฟู มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพทั้งร่ายกายและจิตใจ โดยเชื่อมโยงให้เข้ากับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่น และการบริการสุขภาพกับแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดอย่างเป็นระบบ โดยปักหมุดสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผ่านการรับรองยกระดับมาตรฐาน ได้แก่ 1.สถานพยาบาล/คลินิก 2.สถานบริการสุขภาพ สปา และการแพทย์แผนไทย 3. ร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพร 4.ร้านอาหารสุขภาพและเวลเนส และ5.กิจกรรมธรรมชาติบำบัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3698901">สบส. ปักหมุด Medical &amp; Wellness 77 จังหวัด ดันสมุนไพรไทย–นวดไทย เป็น Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่เวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ปั้น อสม.ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า 1 อสม.ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10 คน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3693875</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 11:02:31 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3693875</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สู่ อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า อสม. 1 คน ดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวน 10 คน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการป้องกันโรค NCDs ในระดับชุมชน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวว่า การพัฒนา อสม. ครั้งนี้ มุ่งเสริมศักยภาพให้อสม.ทำหน้าที่เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของคนในชุมชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ NCDs ประจำหมู่บ้าน และร่วมขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน อย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 75,086 คนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกัน NCDs โดยยึดหลัก “สร้างพฤติกรรมใหม่ เสริมพฤติกรรมเดิม และลด เลิก พฤติกรรมเสี่ยง ซึ่ง อสม. จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ เสริมทักษะ สนับสนุนการดูแลสุขภาพ และเป็นต้นแบบด้านสุขภาพให้กับประชาชนในชุมชน โดยจะได้รับการอบรมตามหลักสูตร อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ระยะเวลาอบรมรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3693875">สบส. ปั้น อสม.ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งเป้า 1 อสม.ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10 คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ปั้น 2 แกนนำสุขภาพสู่นักสื่อสารสุขภาพมืออาชีพ ปกป้องชุมชนจากพฤติกรรมเสี่ยงและข่าวปลอม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3686117</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 17:11:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3686117</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับศักยภาพอาสาสร้างสุขภาพ (Gen-H) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สู่การเป็นนักสื่อสารเตือนภัยด้านสุขภาพมืออาชีพ มุ่งสร้างเครือข่ายแกนนำที่สามารถสื่อสารข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสถานการณ์ สกัดข่าวปลอม และชี้นำประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม สู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน วันนี้ (22 มกราคม 2569) ณ โรงแรมพักพิง อิงทาง บูติค โฮเทล จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารเตือนภัยพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพเชิงกลยุทธ์ โดยมี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. นางสาวมะลิ ไพฑูรย์เนรมิต ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรม สบส. อาสาสร้างสุขภาพ และ อสม. เข้าร่วม นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะด้านสุขภาพ มีการเผยแพร่อย่างรวดเร็วทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลเท็จ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพที่เป็นปัญหากรม สบส. โดยกองสุขศึกษา จึงจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อดึงพลังของแกนนำสุขภาพในสถานศึกษาและชุมชน อย่าง Gen-H และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3686117">สบส. ปั้น 2 แกนนำสุขภาพสู่นักสื่อสารสุขภาพมืออาชีพ ปกป้องชุมชนจากพฤติกรรมเสี่ยงและข่าวปลอม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. พัฒนานวัตกรรม WMS และ ZLD ยกระดับบำบัดน้ำเสียในสถานพยาบาล ปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3678515</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 11:50:30 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3678515</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียในสถานพยาบาลด้วยสองนวัตกรรมล้ำสมัย ได้แก่ ระบบ Real Time Online Wastewater Monitoring System (WMS) สำหรับติดตามคุณภาพน้ำเสียแบบเรียลไทม์ และ เทคโนโลยี Zero Liquid Discharge (ZLD) สำหรับบำบัดและรีไซเคิลน้ำเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยว่า การจัดการน้ำเสียจากสถานพยาบาลเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีสารปนเปื้อนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนได้ กรม สบส. โดย กองแบบแผน จึงได้พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบ Real Time Online Wastewater Monitoring System (WMS) สามารถติดตามและประเมินสถานะของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเรียลไทม์ ผ่านเซนเซอร์ที่ตรวจวัดค่าพารามิเตอร์สำคัญต่างๆ เช่น อัตราการไหล, ออกซิเจนละลายน้ำ (DO), ค่าความสกปรกในน้ำ (BOD) และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ แม่นยำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3678515">สบส. พัฒนานวัตกรรม WMS และ ZLD ยกระดับบำบัดน้ำเสียในสถานพยาบาล ปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. เร่งพัฒนาเครือข่ายครูพี่เลี้ยง – อสม. เสริมพลังชุมชนจัดการสุขภาพ สู้โรค NCDs ตั้งเป้า ปี 69ครอบคลุม 6,200 ตำบล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3670821</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 13:38:19 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3670821</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และขับเคลื่อนงานตำบลจัดการสุขภาพสู่พื้นที่ เสริมความเข้มแข็ง อสม. ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มุ่งให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพดี ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตั้งเป้าปี 2569 พัฒนาชุมชนจัดการสุขภาพครอบคลุม 6,200 ตำบล พร้อมขยายเครือข่ายอาสาสร้างสุขภาพ (Gen-H) ในสถานศึกษาทั่วประเทศ นตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ในปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเสริมความเข้มแข็งระบบสุขภาพปฐมภูมิและลดภาระ NCDs ผ่านการขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมยกระดับ อสม. จำนวน 75,668 คน ให้เป็นผู้ช่วยสาธารณสุข ผ่าน 4 หลักสูตรสำคัญ โดยเฉพาะหลักสูตร อสม.ผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างชุมชนสุขภาพดีและยั่งยืน กรม สบส. โดยกองสุขศึกษา จึงวางแนวทางในการพัฒนาครูพี่เลี้ยงให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนงานสุขภาพระดับตำบล โดยเน้นการดำเนินงานภายใต้ กรอบการดำเนินงานสุขภาพระดับตำบลประกอบด้วย โรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขศึกษา และการพัฒนา อสม. และอาสาสร้างสุขภาพหรือ Gen-H [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3670821">สบส. เร่งพัฒนาเครือข่ายครูพี่เลี้ยง – อสม. เสริมพลังชุมชนจัดการสุขภาพ สู้โรค NCDs ตั้งเป้า ปี 69ครอบคลุม 6,200 ตำบล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. จัดกิจกรรม CSR ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก สร้างสังคมแห่งสุขภาวะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3657489</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 15:18:22 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657489</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ (22 ตุลาคม 2568) ณ หมู่บ้านเอื้ออาทรประชานิเวศน์ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ ประธานมูลนิธิกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมด้วย ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) และศิษย์เก่า MEP รุ่นที่ 1-2  เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมสุขภาพและบริการเชิงรุกแก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้กับประชาชนในชุมชน พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างชุมชนสุขภาวะอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมบริการด้านสุขภาพ อาทิ การตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ การตรวจสุขภาพด้วยรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเคลื่อนที่ และการตรวจการได้ยิน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3657489">สบส. จัดกิจกรรม CSR ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก สร้างสังคมแห่งสุขภาวะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ส่ง ทีมเอ็มเสิร์ท ลงพื้นที่ด่วน! ฟื้นฟู รพ.สต.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ หลังน้ำท่วมถล่ม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3651308</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 15:01:53 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3651308</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมปฏิบัติการสนับสนุนระบบบริการสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน หรือทีมเอ็มเสิร์ท (Medical Supportive Emergency Response Team : MSERT) ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและอุตรดิตถ์อย่างเร่งด่วน เพื่อสำรวจและฟื้นฟูสถานพยาบาลที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ดินโคลนถล่มให้กลับมาบริการประชาชนได้โดยเร็ว นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. เผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในเขตสุขภาพที่ 2 ซึ่งครอบคลุม5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ พบมีสถานพยาบาลได้รับผลกระทบรวม 9 แห่ง โดยกรม สบส.ได้เร่งส่งทีมเอ็มเสิร์ทจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 2 (ศบส. 2) และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 3 (ศบส.3 )ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายเบื้องต้น 4 แห่ง ได้แก่ 1. รพ.สต. บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก 2. รพ.สต. บ้านน้ำจวง อ.ชาติตระการจ.พิษณุโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3651308">สบส. ส่ง ทีมเอ็มเสิร์ท ลงพื้นที่ด่วน! ฟื้นฟู รพ.สต.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ หลังน้ำท่วมถล่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า 1 ใน 4]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3640111</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 10:24:21 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3640111</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  ร่วมเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้งรังแก (บูลลี่) ในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย พบเด็กและเยาวชน ช่วงอายุ 6 – 25 ปี มีประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้งรังแก สูงถึงร้อยละ 65 ที่น่ากังวล คือ มากกว่า 1 ใน 4 มีความคิดทำร้ายตัวเอง ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า พฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง ซึ่งการกลั่นแกล้งนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวกว่าที่ทุกคนคาดคิด ซึ่งกรม สบส. โดยกองสุขศึกษา เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ “พฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้งรังแก (บูลลี่) ของเด็ก และเยาวชนไทย” ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมระดับพื้นที่ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ  7-25 ปี จำนวน 41,944 คน ในปี 2568 พบเด็กและเยาวชนเคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้ง สูงถึงร้อยละ 65.54 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3640111">สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมการถูกกลั่นแกล้ง พบเด็กไทยเสี่ยงทำร้ายตัวเองมากกว่า 1 ใน 4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมสูบบุหรี่ไฟฟ้า พบนักสูบรายใหม่อายุต่ำสุดเพียง 6 ปี – สาเหตุหลักเพื่อนชวน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3638596</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2025 17:07:38 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3638596</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือพอต (Pod) ของเด็กและเยาวชนไทย ปี 2568 พบผู้สูบรายใหม่อายุน้อยสุด 6 ปี โดยกว่าร้อยละ 45 ที่หันมาสูบ คือ เพื่อนชวน ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรม สบส. เผยว่า กรม สบส.  โดยกองสุขศึกษา ได้ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมระดับพื้นที่สำรวจเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ การสูบบุหรี่ไฟฟ้า/พอต ของเยาวชนไทย ปี 2568ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 40,344 คน โดยเป็นเพศหญิง ร้อยละ 51.40 เพศชาย ร้อยละ 45.47 LGBTQ+ ร้อยละ 3.13 พบกลุ่มอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากที่สุด คือ 19–25 ปี ร้อยละ 37.62 รองลงมาคืออายุ 16–18 ปี ร้อยละ 29.26 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3638596">สบส. เผยผลสำรวจพฤติกรรมสูบบุหรี่ไฟฟ้า พบนักสูบรายใหม่อายุต่ำสุดเพียง 6 ปี – สาเหตุหลักเพื่อนชวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. เปิดเวทีวิชาการประจำปี 2568 ชู “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3636193</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 09:18:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3636193</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) จัดประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ &#8220;ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&#8221; เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลงานวิชาการ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านระบบบริการสุขภาพและสุขภาพภาคประชาชน มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ วันนี้ (27 สิงหาคม 25568) ณ โรงแรมเลอบาหลี รีสอร์ท แอนด์สปา พัทยา จังหวัดชลบุรี ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ภายใต้หัวข้อ “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมี ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรม สบส. และผู้บริหารกรม สบส. รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ ทั้งภายในและภายนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรกรม สบส. กว่า 700 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพไทยในปัจจุบัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ที่จะสร้างรายได้ สร้างงาน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นทั้งด้านการแพทย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3636193">สบส. เปิดเวทีวิชาการประจำปี 2568 ชู “ระบบสุขภาพกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส.จับมือภาคเอกชน พัฒนา Web Application ยกระดับระบบสื่อสารสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั่วประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3629433</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 11:00:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3629433</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จับมือภาคเอกชน พัฒนา เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) ให้เป็นศูนย์กลางการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และรวดเร็ว สำหรับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับอนุญาตจากกรม สบส. จำนวน 17,093 แห่ง แบ่งเป็นกิจการสปา 1,153 แห่ง กิจการนวดเพื่อสุขภาพ 14,673 แห่ง กิจการนวดเพื่อเสริมความงาม 233 แห่ง และกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง 1,034 แห่ง รวมถึงมีสถาบันการศึกษาที่ผ่านการรับรองหลักสูตร จำนวน 621 แห่ง ซึ่งกิจการข้างต้นต่างมีแนวโน้มที่จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามเทรนด์สุขภาพโลกที่เน้นเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) การลงนามความร่วมมือ “จัดทำแพลตฟอร์มเพื่อการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ให้กับผู้สนับสนุนและผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ผ่านรูปแบบ Web Application” ระหว่างกรม สบส. กับบริษัท โมด โซลูชั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3629433">สบส.จับมือภาคเอกชน พัฒนา Web Application ยกระดับระบบสื่อสารสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. จัดประชุมเสริมศักยภาพคณะกรรมการชมรม อสม. แห่งประเทศไทย ปี 2568]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3625389</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Jul 2025 17:31:06 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3625389</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนภารกิจและเสริมสร้างบทบาทของคณะกรรมการบริหารชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 มุ่งหวังยกระดับบทบาทผู้นำ อสม. ให้เข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงสุขภาพภาครัฐสู่ประชาชน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสัมพุทธเมตตาประชารักษ์ ชั้น 9 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมด้วย ดร.นายแพทย์อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนภารกิจและเสริมสร้างบทบาทของคณะกรรมการบริหารชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี คณะกรรมการบริหารชมรม อสม. แห่งประเทศไทย วาระการดำรงตำแหน่ง ปี พ.ศ. 2567 – 2570 และผู้เกี่ยวข้อง จำนวนรวมทั้งสิ้น 60 ท่าน เข้าร่วมประชุม ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ด้วยระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2554ที่ส่งเสริมการรวมกลุ่มของอาสาสมัครสาธารณสุข ในรูปแบบองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3625389">สบส. จัดประชุมเสริมศักยภาพคณะกรรมการชมรม อสม. แห่งประเทศไทย ปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สบส. ย้ำ! เปิดสอนนวดต้องผ่านการรับรองหลักสูตรจากกรมก่อน – ผู้เรียนยื่นขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ให้บริการได้ฟรี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3619924</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 13:56:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3619924</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ย้ำสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่ต้องการเปิดสอนหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ เช่น นวดไทย สปา หรือดูแลผู้สูงอายุ ที่ผู้เรียนสามารถนำใบประกาศนียบัตรมาประกอบการยื่นขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จะต้องขอการรับรองหลักสูตรจากกรม สบส.ก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถดำเนินการสอนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนผู้เรียนเมื่อเรียนในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองแล้วและสำเร็จการศึกษา สามารถนำใบประกาศนียบัตรมายื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการได้ฟรีกับกรม สบส. ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานประกอบการหลายแห่งเปิดสอนหลักสูตรนวดโดยไม่ได้รับการรับรอง ส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถนำวุฒิบัตรไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมฯ ได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ กรม สบส. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการควบคุม กำกับ มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ภายใต้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้กำหนดให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นที่ต้องการเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ (หลักสูตรสปาและนวด หรือหลักสูตรผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง) ต้องมีใบอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย จากนั้น ก่อนที่จะดำเนินการจัดการเรียนการสอน ต้องขอรับรองหลักสูตรจากกรม สบส.ก่อน โดยมีเกณฑ์สำคัญที่ ได้แก่ เปิดสอนได้เฉพาะในสถานที่ที่ระบุไว้ในคำขอ วิทยากรต้องเป็นบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กรมฯรับรอง และจำนวนผู้เรียนต้องไม่เกินที่กำหนดหลังจบหลักสูตร สถาบันต้องบันทึกข้อมูลผู้เรียนผ่านระบบของกรม สบส. เพื่อทำการตรวจสอบและป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร โดยกรม สบส.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย หากพบว่าสถาบันใดที่ขอรับรองหลักสูตรจากกรม มีพฤติกรรมลักลอบขายวุฒิบัตร หรือให้ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติมาทำการสอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3619924">สบส. ย้ำ! เปิดสอนนวดต้องผ่านการรับรองหลักสูตรจากกรมก่อน – ผู้เรียนยื่นขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ให้บริการได้ฟรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
