<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/health_text/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/health_text</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 16:11:15 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนรุ่นใหม่พุ่ง 20% แพทย์เตือน อย่ามองข้าม ท้องผูกเรื้อรัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3696010</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 15:19:44 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696010</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์ทั่วโลกมีความกังวลเกี่ยวกับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่พบในกลุ่มอายุต่ำกว่า 50 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายประเทศเริ่มมีการสนับสนุนให้มีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ให้เร็วขึ้น ข้อมูลจาก American Cancer Society ระบุว่า สัดส่วนผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 55 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือจาก 11% ในปี 1995 เป็น 20% ในปี 2019 คิดเป็น “1 ใน 5” ของผู้ป่วยทั้งหมด¹ สำหรับในประเทศไทย รายงานจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง (Colorectal Cancer) พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 3 หรือ 4 ในประชากรเพศหญิง² โดยทั่วไปผู้ป่วยแทบไม่ทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งลำไส้ เนื่องจากในระยะแรกแทบไม่มีอาการผิดปกติรุนแรงที่ชัดเจนนัก และจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติที่สังเกตได้ในระยะลุกลาม เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย มีเลือดปนในอุจจาระ ปวดท้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3696010">มะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนรุ่นใหม่พุ่ง 20% แพทย์เตือน อย่ามองข้าม ท้องผูกเรื้อรัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมดพลาส เลือกใช้ GROW with SAP เพิ่มประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3672065</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 11:30:26 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3672065</guid>

					<description><![CDATA[<p>SAP SE (NYSE: SAP) ประกาศว่า บริษัท เมดพลาส จำกัด (Medplast Co., Ltd.) ผู้นำที่กำลังเติบโตในการผลิตพลาสเตอร์ทางการแพทย์และเทปศัลยกรรม ได้นำโซลูชัน GROW with SAP มาใช้งาน ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างมีมาตรฐานด้วยกรอบแนวทาง เครื่องมือ และคำแนะนำที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างพื้นฐานสำหรับการเติบโตระยะยาวในอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ที่มีการแข่งขันสูง เมดพลาสก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มพลาสเตอร์ทางการแพทย์และเทปศัลยกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเสริมสร้างสถานะในระดับโลก เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นในการเติบโตและการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เมดพลาสจึงมองหาโซลูชัน ERP อัจฉริยะที่ทันสมัย ซึ่งสามารถกำหนดมาตรฐานกระบวนการทางธุรกิจหลัก เปิดใช้งานความสามารถในการปรับขนาด (Scalability) และเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลตลอดการดำเนินงานทั้งหมด &#8220;ในฐานะหน่วยธุรกิจใหม่ เราต้องการระบบที่สามารถรองรับการเติบโตของเรา ในขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ถึงความมีประสิทธิภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนดตั้งแต่วันแรก” พีระพัฒน์ เอกภูธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมดพลาส จำกัด กล่าว “การนำ GROW with SAP มาใช้ ทำให้เราสามารถใช้ SAP S/4HANA Cloud Public Edition เพื่อปรับปรุงกระบวนการอนุมัติภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3672065">เมดพลาส เลือกใช้ GROW with SAP เพิ่มประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ชัด—ผู้หญิงเอเชียแม้ไม่สูบบุหรี่ ก็เสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าที่คิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3670174</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2025 11:56:08 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3670174</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในงานวิจัยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อแนวทางการคัดกรองมะเร็งปอดในปัจจุบัน คือFANSS Trial: หลักฐานใหม่ที่วงการแพทย์ทั่วโลกกำลังจับตามอง ในเรื่องของ Female Asian Nonsmoker Screening Study (FANSS Trial) ซึ่งดำเนินการในสหรัฐอเมริกา และนำเสนอในเวทีใหญ่ของ IASLC – World Conference on Lung Cancer งานวิจัยนี้ได้คัดเลือกผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย อายุ 40–74 ปี จำนวน 1,000 คน ที่ระบุว่า “ไม่สูบบุหรี่เลยในชีวิต” มาทำการตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดต่ำ (LDCT – Low-Dose CT)ผลการศึกษาพบข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ พบผู้ป่วยมะเร็งปอด 13 คน หรือ 1.3% เทียบเท่ากับ 1–1.5 คนต่อผู้หญิง 100 คน• ทุกเคสเป็นมะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma• ทุกคนตรวจพบการกลายพันธุ์ระดับยีน (driver mutation) เช่น EGFR และ HER2  ซึ่งพบมากในสตรีเอเชีย• มากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3670174">งานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ชัด—ผู้หญิงเอเชียแม้ไม่สูบบุหรี่ ก็เสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ท้องอืด ลมในท้องเยอะ ต้องแก้อย่างไร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3658564</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2025 16:25:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3658564</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเป็นแบบนี้อยู่มั้ยคะ ท้องอืด ลมในช่องท้องเยอะ  ท้องผูกเป็นประจำ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ตรวจหาโรคทางลำไส้ โรคในช่องท้อง หรือในช่องอกก็ปกติ แต่เมื่อไปตรวจทางกายภาพบำบัดพบว่าอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล อาการที่กล่าวมาข้างต้นสัมพันธ์กับโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุลอย่างไร คุณเพ็ญพิชชากร  แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า  ช่องท้องของคนเราจะมีระบบประสาทที่มาควบคุมการทำงานแยกจากส่วนอื่น จนได้ชื่อว่าเป็น “สมองที่ 2” ระบบประสาทนั้นชื่อว่าEnteric System เป็นการทำงานอยู่นอกเหนือการสั่งการด้วยสมอง เป็นส่วนของร่างกายที่มีการควบคุมการทำงานด้วยระบบประสาทอัตโนมัติ และอีกส่วนส่วนหนึ่งที่ผ่านเส้นประสาทสมอง คู่ที่10   ซึ่งระบบประสาท Enteric System เป็นรากประสาทที่ออกมาจากแกนกลางกระดูกสันหลัง แล้วส่งกระแสประสาทผ่านไปกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้อง ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากโครงสร้างร่างกาย หรือแนวกระดูกสันหลังของเรา ขาดความยืดหยุ่น มีการยึดติด ก็มักส่งผลถึงระบบการทำงานในช่องท้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการไหลเวียนของระบบประสาท หรือความตึงรั้งต่อเนื่องไปถึงผนังช่องท้อง เหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องท้องได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ลมในท้องเยอะ จนไปถึงท้องผูก เมื่อมีปัญหาในช่องท้อง มักกระทบกับช่องอก ซึ่งจะมีกระบังลมคั่นอยู่ เมื่อลมเยอะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3658564">ท้องอืด ลมในท้องเยอะ ต้องแก้อย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PRO-Thailand Network Donates Reflective Vests Made from PET Bottles to Bangkok Cleaning Staff]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/health_en/3657742</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 09:07:58 +0700</pubDate>
				<category>health_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657742</guid>

					<description><![CDATA[<p>The PRO-Thailand Network has donated 500 eco-friendly, reflective safety vests to the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) for its field officers. The vests were presented to Governor Chadchart Sittipunt (4th from left) in a ceremony at the Rattanakosin Room, Bangkok City Hall, Phra Nakhon District. Each vest is made from post-consumer PET plastic bottles. Through a specialised recycling [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/health_en/3657742">PRO-Thailand Network Donates Reflective Vests Made from PET Bottles to Bangkok Cleaning Staff</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไบโอ ฟาร์มา ผนึกกำลัง DCVMN เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขโลก ตอกย้ำบทบาทของอินโดนีเซียบนเวทีวัคซีนโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3657459</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 15:07:04 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3657459</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไบโอ ฟาร์มา อินโดนีเซียตอกย้ำบทบาทสำคัญและต่อเนื่องในเครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนา (DCVMN) ผ่านบริษัทพีที ไบโอ ฟาร์มา (เพอร์เซโร) หรือ PT Bio Farma (Persero) เพื่อมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง และราคาย่อมเยาอย่างเท่าเทียม นับตั้งแต่ก่อตั้งเครือข่าย DCVMN เมื่อปี 2543 ไบโอ ฟาร์มาถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนและยกระดับศักยภาพด้านสาธารณสุขของประเทศกำลังพัฒนา ความร่วมมือระหว่างไบโอ ฟาร์มากับ DCVMN เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงก่อตั้งเครือข่าย โดยในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งแรก ณ เมืองโนร์ดไวก์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2543 ไบโอ ฟาร์มา เป็น 1 ใน 10 สมาชิกผู้ก่อตั้งที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวัคซีน ต่อมาในเดือนเมษายน 2544 ไบโอ ฟาร์มา ซึ่งมีทัมริน พูลเอิงกัน (Thamrin Poeloengan) เป็นกรรมการผู้จัดการในขณะนั้น ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ณ เมืองบันดุง ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีการกำหนดโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการของ DCVMN อย่างเป็นทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3657459">ไบโอ ฟาร์มา ผนึกกำลัง DCVMN เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขโลก ตอกย้ำบทบาทของอินโดนีเซียบนเวทีวัคซีนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Indonesia’s Legacy in the Global Vaccine Landscape, Bio Farma and DCVMN Strengthen Health Resilience Through Global Partnership]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/health_en/3656775</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 16:29:47 +0700</pubDate>
				<category>health_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3656775</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bio Farma Through PT Bio Farma (Persero), Indonesia has played a strategic and sustained role in the Developing Countries Vaccine Manufacturers’ Network (DCVMN), working to ensure equitable access to safe, high-quality, and affordable vaccines. Since DCVMN’s founding in 2000, Bio Farma has been a key driver in advancing vaccine self-reliance and public health capacity in [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/health_en/3656775">Indonesia’s Legacy in the Global Vaccine Landscape, Bio Farma and DCVMN Strengthen Health Resilience Through Global Partnership</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ออมรอน เฮลธแคร์ จำหน่ายเครื่องวัดความดันโลหิต ทะลุ 400 ล้านเครื่อง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3648784</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 09:21:35 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3648784</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ จำกัด &#8211; ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และการตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้าน &#8211; บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ จำกัด (OMRON HEALTHCARE Co., Ltd.) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ประกาศว่า เครื่องวัดความดันโลหิต (BPMs) ออมรอนทำยอดขายสะสมทั่วโลกเกิน 400 ล้านเครื่องแล้ว ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของบริษัทในการยืดอายุขัยที่มีสุขภาพดี ด้วยการพัฒนาการตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้าน และการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเชิงป้องกัน โลโก้: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M000242/202509195504/_prw_PI1fl_k2sj30Cw.png รูปภาพ: https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M000242/202509195504/_prw_PI2fl_68Qw97R2.png การเดินทางนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว ด้วยการเปิดตัวเครื่องวัดความดันโลหิตแบรนด์ออมรอนเครื่องแรกในปีพ.ศ. 2516 ซึ่งในขณะนั้น การวัดความดันโลหิตทั้งหมดต้องดำเนินการที่สถานพยาบาล แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทุกคนจึงสามารถวัดความดันโลหิตด้วยตัวเองได้ที่บ้านอย่างง่ายดายและแม่นยำ โดยออมรอน เฮลธแคร์ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนวิวัฒนาการในการจัดการความดันโลหิตเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งรวมถึงความพยายามในการตรวจพบ ความเป็นไปได้ ที่จะเกิดภาวะคุกคามต่อชีวิต เช่น ภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (AFib) ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในขณะที่การเดินทางบทใหม่เริ่มต้นขึ้น ออมรอน เฮลธแคร์ ยังคงนำเสนออุปกรณ์และแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อเปลี่ยนการตรวจวัดในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการป้องกันสุขภาพระดับโลก ด้วยการจัดจำหน่ายในกว่า 130 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3648784">ออมรอน เฮลธแคร์ จำหน่ายเครื่องวัดความดันโลหิต ทะลุ 400 ล้านเครื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมืองชิ่งหยาง มณฑลกานซู จัดการประชุมวัฒนธรรมฉีหวง มุ่งสืบสานการแพทย์แผนจีนอย่างสร้างสรรค์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3647861</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 16:00:55 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647861</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองชิ่งหยาง การประชุมวัฒนธรรมฉีหวง (Qihuang Cultural Forum) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ณ เมืองชิ่งหยาง มณฑลกานซู ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในสาขาการแพทย์แผนจีนจากทั่วประเทศจีนมารวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสืบทอดและการพัฒนาวัฒนธรรมการแพทย์แผนจีนอย่างสร้างสรรค์ เมืองชิ่งหยางเป็นบ้านเกิดของ ฉีโป (Qibo) บุคคลสำคัญผู้วางรากฐานให้กับการแพทย์แผนจีน และเป็นสถานที่ที่ตำราแพทย์ “หวงตี้เน่ยจิง” (The Yellow Emperor&#8217;s Inner Canon) ถูกรวบรวมขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมการแพทย์แผนจีน ตลอดจนเป็นหนึ่งในฐานส่งเสริมและศึกษาวัฒนธรรมการแพทย์แผนจีนระดับชาติแห่งแรก ๆ จนได้รับการขนานนามว่า “บ้านเกิดฉีหวง” (Qihuang Hometown) ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งรวมสมุนไพรป่าถึง 527 สายพันธุ์ โดยมี 69 ชนิดที่ถูกบรรจุอยู่ในตำรามาตรฐานยาแห่งชาติ (National Pharmacopoeia) และ 25 ชนิดที่เป็นผลิตภัณฑ์ส่งออก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมืองชิ่งหยางมุ่งมั่นศึกษา ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนาวัฒนธรรมฉีหวงอย่างสร้างสรรค์ โดยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานต่าง ๆ เป็นประจำ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3647861">เมืองชิ่งหยาง มณฑลกานซู จัดการประชุมวัฒนธรรมฉีหวง มุ่งสืบสานการแพทย์แผนจีนอย่างสร้างสรรค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[OMRON Healthcare Exceeds 400M Blood Pressure Monitors Sold]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/health_en/3647845</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 15:00:06 +0700</pubDate>
				<category>health_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647845</guid>

					<description><![CDATA[<p>OMRON HEALTHCARE Co., Ltd. &#8211; Reinforcing Commitment to Preventive Cardiovascular and Home Blood Pressure Monitoring &#8211; OMRON HEALTHCARE Co., Ltd., a global leader in innovative medical equipment for preventive healthcare, announced that cumulative worldwide sales of OMRON blood pressure monitors (BPMs) have exceeded 400 million units. This landmark achievement underscores the company’s longstanding commitment to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/health_en/3647845">OMRON Healthcare Exceeds 400M Blood Pressure Monitors Sold</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Qihuang Cultural Forum Held in Qingyang, Gansu]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/health_en/3647645</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 10:15:16 +0700</pubDate>
				<category>health_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647645</guid>

					<description><![CDATA[<p>Publicity Department of Qingyang Municipal Party Committee The 2025 Gansu Qingyang Qihuang Cultural Forum was successfully held on September 27 th. Renowned experts and scholars in traditional Chinese medicine field from across China gathered to exchange views on the inheritance and innovative development of TCM culture. Qingyang is the birthplace of Qibo, a legendary founding [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/health_en/3647645">Qihuang Cultural Forum Held in Qingyang, Gansu</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มิติใหม่ของการรักษาโรคลิ้นหัวใจ ด้วยแนวทางการบริหารจัดการตลอดช่วงชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3640679</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 17:39:16 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3640679</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVDs) กำลังกลายเป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 60 ปี แม้โรคนี้จะเคยพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุจากความเสื่อมตามวัย แต่ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตสมัยใหม่เป็นตัวเร่งให้เกิดโรคเร็วขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวล เช่น อาหารไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ นำไปสู่โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้ ความผิดปกติแต่กำเนิดและภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อก็มีส่วนในการก่อโรคด้วยเช่นกัน สมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation) รายงานว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งรวมถึงโรคลิ้นหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก โดยคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 20.5 ล้านคนต่อปี (1) โรคลิ้นหัวใจคือความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อลิ้นหัวใจ โดยหลัก ๆ แล้วคือภาวะลิ้นหัวใจตีบ (stenosis) หรือลิ้นหัวใจรั่ว (regurgitation) สำหรับภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ซึ่งเป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจแคบลงจนขัดขวางการไหลของเลือดจากหัวใจ หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่มีภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบขั้นรุนแรงอาจมีอาการเหนื่อยผิดปกติ แน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืดเป็นลม หรือขาบวม อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณให้ต้องไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม ยังมีภัยเงียบที่น่ากังวลนั่นก็คือ ผู้ป่วยภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบขั้นรุนแรงถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3640679">มิติใหม่ของการรักษาโรคลิ้นหัวใจ ด้วยแนวทางการบริหารจัดการตลอดช่วงชีวิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[W9 Wellness Center เตือนภัยเงียบ วิกฤติสุขภาพยุคอาหารแปรรูปจัดเต็ม “อิ่ม” แต่ &#8220;ขาดสารอาหาร&#8221; เสี่ยงโรคเรื้อรังไม่รู้ตัว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3624025</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2025 11:46:51 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3624025</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงปี 2568 ผู้คนให้ความสำคัญกับรูปร่างและโภชนาการกันมากขึ้น หลายคนอาจยังเชื่อว่าเพียงแค่บริโภคโปรตีน ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็เพียงพอต่อสุขภาพที่ดีแล้ว แต่ W9 Wellness Center พบว่า การดำเนินวิถีชีวิตดังกล่าวอาจเป็น “กับดักสุขภาพ” ยุคใหม่ ที่สามารถนำพาไปสู่ภาวะขาดสารอาหารโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่แค่กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังอีกต่อไป หลายคนให้ความสำคัญมากเกินไปกับการนับพลังงานรวมจากอาหารหรือการนับแคลอรี โดยดูเพียงแค่สารอาหารหลัก (Macronutrients) เพื่อคาดหวังว่าจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี หรือมุ่งเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ละเลยคือ “คุณภาพของอาหาร” โดยเฉพาะเมื่อเลือกบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง (Ultra-processed food) ซึ่งแม้จะสะดวก รวดเร็ว และดูเหมือนมีสารอาหารครบถ้วน แต่กลับขาดแร่ธาตุและวิตามินจำเป็น (Micronutrients) หลายชนิด ตัวอย่างเช่น การนำผักผ่านไมโครเวฟ พบว่าสารแคโรทีนอยที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในพืชนั้นโดนทำลายไปเกือบทั้งหมด หรือแม้แต่การทานโปรตีนเสริมชนิดผงชงเป็นหลักแทนการรับประทานโปรตีนจากอาหารธรรมชาติ นพ.พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพจาก W9 Wellness Center อธิบายว่า อาหารแปรรูปจำนวนมากถูกออกแบบมาให้รสชาติดีและอิ่มท้อง โดยส่วนใหญ่พยายามบิดเบือนข้อมูลทางโภชนาการ แข่งกันเน้นชูเฉพาะจุดเด่น เช่น ให้โปรตีนสูง โลว์คาร์บ ไขมันต่ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3624025">W9 Wellness Center เตือนภัยเงียบ วิกฤติสุขภาพยุคอาหารแปรรูปจัดเต็ม “อิ่ม” แต่ &#8220;ขาดสารอาหาร&#8221; เสี่ยงโรคเรื้อรังไม่รู้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ‘ฝีดาษลิง’ กำชับคนกรุงป้องกันตนเองเคร่งครัด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3620057</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 16:37:37 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3620057</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของสถานพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยว่า สนพ. ได้ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังคนไข้ทั้ง ER และ OPD รวมถึงโรงพยาบาลที่มีคลินิกเฉพาะทาง เช่น คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกรักษาผู้ติดเชื้อ HIV หากพบผู้ป่วยให้ส่งยืนยันการติดเชื้อผ่านสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) สอบสวนโรคทุกราย เฝ้าระวังควบคุมโรคในพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดการแพร่ระบาด พร้อมทั้งมอบหมายโรงพยาบาลสิรินธรเปิดศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอุบัติใหม่ขึ้น เพื่อเฝ้าติดตามข้อมูล ควบคุม ดูแล สถานการณ์โรคฝีดาษลิงอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ป่วยที่อาการต้องสงสัยให้แยกกักตัวและแจ้งให้ผู้บริหารและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทราบทันที ขณะเดียวกันได้เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร (MPOX) อย่างใกล้ชิด พร้อมป้องกัน ลดเสี่ยง ลดโรค หากประชาชนมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้สงสัยฝีดาษวานร หรือการสัมผัสใกล้ชิด กอดจูบ ลูบ คลำ พูดคุยระยะ 1 เมตร โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือเคยดูแลผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานรให้สังเกตอาการตนเองเบื้องต้นภายใน 21 วัน หากมีผื่น มีตุ่มน้ำตุ่มหนองขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณรอบ ๆ มือ เท้า หน้าอก ใบหน้า ปาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3620057">กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ‘ฝีดาษลิง’ กำชับคนกรุงป้องกันตนเองเคร่งครัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เริ่มแล้ว เวที “สานพลัง ปี 2568” รวมพลังภาคีสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศ สร้างระบบสุขภาพใหม่ จากฐานรากสู่ชุมชนจัดการสุขภาวะตนเองอย่างยั่งยืน สสส.]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3618137</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 09:33:57 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3618137</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาคีเครือข่าย 3,658 ชุมชนท้องถิ่น ผนึกกำลัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น &#8211; สภาพัฒน์ เปิดเวที “สานพลัง สร้างนวัตกรรม สู่สุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน” ยกระดับนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพจากชุมชนสู่ประเทศ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2568 ที่ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับหน่วยงานร่วมจัดเวที 9 หน่วยงาน อันประกอบด้วย 1) กระทรวงสาธารณสุข 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 6) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 7) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 8) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ 9) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภาครัฐ เอกชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3618137">เริ่มแล้ว เวที “สานพลัง ปี 2568” รวมพลังภาคีสร้างเสริมสุขภาพทั่วประเทศ สร้างระบบสุขภาพใหม่ จากฐานรากสู่ชุมชนจัดการสุขภาวะตนเองอย่างยั่งยืน สสส.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Beyond IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก” โฉมใหม่ เปิดบริการอย่างเป็นทางการแล้ว เสริมทัพด้วย Fertility Associates (FA) พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ IVF จากประเทศนิวซีแลนด์ สานฝันผู้มีบุตรยากทุกช่วงวัย ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยได้มาตรฐานระดับโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3616746</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 10:24:36 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3616746</guid>

					<description><![CDATA[<p>Beyond IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโฉมใหม่ เปิดบริการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวพันธมิตร Fertility Associates (FA) จากประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีชื่อเสียงในด้านอัตราความสำเร็จสูงในการรักษาภาวะมีบุตรยาก และยังถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ IVF รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ของนิวซีแลนด์ และอันดับ 2 ของมาเลเซีย โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญ ได้แก่ ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย, คุณซูซี ฟิวเทรลล์ อัครราชทูตฝ่ายพาณิชย์แห่งสำนักงานการค้าประเทศนิวซีแลนด์ในประเทศไทย พร้อมด้วยนพ.แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการแพทย์กลุ่มและผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ของ Fertility Associates (FA) และผู้บริหารจาก Beyond IVF และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากมาย ณ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Beyond IVF สาขาพระราม 2 นพ. แอนดรูว์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการแพทย์กลุ่มและผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ของ Fertility Associates (FA) และตัวแทนจาก ASPIRE (Asia Pacific Initiative [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3616746">“Beyond IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก” โฉมใหม่ เปิดบริการอย่างเป็นทางการแล้ว เสริมทัพด้วย Fertility Associates (FA) พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ IVF จากประเทศนิวซีแลนด์ สานฝันผู้มีบุตรยากทุกช่วงวัย ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยได้มาตรฐานระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ห่วง! ไรเดอร์อ่วมโรค เครียด 16% น้ำตาลสูง 27% ต้อลม-ต้อเนื้อ 38% เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ พบส่วนใหญ่ไม่ตรวจสุขภาพ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3600874</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 May 2025 10:56:14 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3600874</guid>

					<description><![CDATA[<p>สสส. – กทม. – Shopee Food สานพลัง จัดมหกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้ไรเดอร์ 250 คน เช็กร่างกายก่อนพัง! สร้างเสริมความรู้สุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงก่อโรครุนแรง กระตุ้นปรับพฤติกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) บริษัท ช้อปปี้ฟู้ด จำกัด มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย และเครือข่าย Healthy Rider จัดงานมหกรรมตรวจสุขภาพไรเดอร์ (Rider Day) ภายใต้โครงการเสริมพลังชุมชนสู่การสร้างเสริมสุขภาพไรเดอร์ เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงการตรวจสุขภาพที่เป็นมิตรกับหน่วยบริการในทุกพื้นที่ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ไรเดอร์ถือเป็นกำลังสำคัญที่อยู่ด่านหน้าของระบบบริการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งอาหาร พัสดุ หรือสินค้าอื่นๆ การเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพ เพื่อรู้สถานะสุขภาพของตนเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การส่งเสริม ป้องกันสุขภาพ และดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสม กทม. มีนโยบายตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ซึ่งไรเดอร์เป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรเปราะบางที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการประกอบอาชีพ และสภาพแวดล้อมการทำงานบนท้องถนน จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องจัดบริการตรวจสุขภาพที่เป็นมิตรและสอดคล้องกับวิถีชีวิต เพราะอยากให้ทุกคนสุขภาพดี ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นางภรณี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3600874">ห่วง! ไรเดอร์อ่วมโรค เครียด 16% น้ำตาลสูง 27% ต้อลม-ต้อเนื้อ 38% เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ พบส่วนใหญ่ไม่ตรวจสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. รุกเข้มเฝ้าระวังป้องกันโควิด 19 โรงเรียนในสังกัด พร้อมรับเปิดเทอม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/education/3598966</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 May 2025 08:27:19 +0700</pubDate>
				<category>education</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3598966</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. ได้ประสานสำนักอนามัย สำนักการแพทย์ และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อแจ้งให้โรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 โรงเรียนทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ในการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนในสังกัด ซึ่งได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยในการตรวจสอบความพร้อมของอาคารเรียน ห้องเรียน เครื่องเล่นเด็ก ด้านสภาพแวดล้อม ความสะอาด วัสดุการเรียนการสอน เตรียมความพร้อมด้านสุขาภิบาลอาหารก่อนวันเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ควบคุมดูแลการประกอบอาหารของแม่ครัว ความสะอาดของโรงอาหาร ภาชนะเครื่องใช้ การจัดเก็บนมในโรงเรียน การจัดเก็บอาหารสด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนในอาหาร จนเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร โรคติดต่อและโรคระบาดต่าง ๆ รวมทั้งโรคโควิด 19 นอกจากนี้ ได้ประสานให้สำนักงานเขตกำกับดูแลโรงเรียนในสังกัดดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในสถานศึกษาอย่างเนื่อง และมีมาตรการเชิงรุกตามแผนเผชิญเหตุในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โรงเรียนในสังกัด โดยประสานผู้ปกครองให้เฝ้าระวังและตรวจคัดกรองบุตรหลานก่อนพามาโรงเรียน หากพบว่า มีไข้ ไอ จาม หรืออาการอื่นใด ให้ตรวจ ATK [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/education/3598966">กทม. รุกเข้มเฝ้าระวังป้องกันโควิด 19 โรงเรียนในสังกัด พร้อมรับเปิดเทอม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์รากฟันเทียมเซรามิกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก!]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3594184</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 May 2025 13:44:31 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3594184</guid>

					<description><![CDATA[<p>BDMS Wellness Clinic ผนึกกำลัง Straumann Group ประเทศไทย เสริมศักยภาพด้านทันตกรรมไทยสู่ Dental Wellness Hub ระดับสากล ผสานเทคโนโลยีทันตกรรมกับศาสตร์ความงามอย่างลงตัว บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS นำโดย นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง Straumann Group ประเทศไทย จำกัด บริษัทด้านการปลูกรากฟันเทียมและทันตกรรมความงามจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ผนึกกำลังเดินหน้าตั้ง “ศูนย์รากฟันเทียมเซรามิกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการรับรองโดย บริษัท Straumann” ชูแนวคิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3594184">ศูนย์รากฟันเทียมเซรามิกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[กทม. เฝ้าระวัง-เตรียมพร้อมสถานพยาบาลในสังกัดรับมือโรคลิชมาเนีย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3593781</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Apr 2025 17:10:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3593781</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการเจ็บป่วยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ จากโรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis) รวมถึงการเตรียมพร้อมสถานพยาบาลในสังกัด เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลิชมาเนียว่า สนพ. และสำนักอนามัย (สนอ.) ได้ประสานกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์และข้อมูลการเฝ้าระวังโรคลิชมาเนียทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังโรคลิชมาเนียในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานป้องกันโรคลิชมาเนียอย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังและป้องกันสังเกตอาการของผู้ป่วยที่เข้าใช้บริการ ดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทาง การรักษาของโรค โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มผู้ที่ทำงานในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งระบาดของโรค หรือกลุ่มคนไทยที่มีประวัติไปทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลางและคนไทยมุสลิมที่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ ในปี 68 พบรายงานผู้ป่วย 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย โดยโรคลิชมาเนียเกิดจากตัวริ้นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ริ้นฝอยทราย ด้วยการกัดและนำเชื้อโปรโตซัวลิชมาเนียเข้าสู่ร่างกายทำให้ผิวหนังติดเชื้อ เป็นแผลเปื่อยและเกิดโรคแทรกซ้อนในอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ม้าม และกระดูกไขสันหลัง อาการโรคเบื้องต้นคือ มีผื่นนูนเล็ก ๆ ที่ผิวหนัง และกลายเป็นแผล หายช้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3593781">กทม. เฝ้าระวัง-เตรียมพร้อมสถานพยาบาลในสังกัดรับมือโรคลิชมาเนีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
