<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/attribute/energy_image/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/attribute/energy_image</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Apr 2026 17:30:09 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[วว. ร่วมงาน PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง มอบนวัตกรรม พร้อมใช้ Ecosystem พร้อมรับ &#8220;เศษวัสดุเหลือทิ้งต้องมีค่า&#8221;]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716828</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 15:26:23 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716828</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.เรวดี  อนุวัฒนา ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุและคณะ ในฐานะหน่วยงานภาคีเครือข่ายซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการวิจัยพัฒนาบริการตอบโจทย์-แก้ไขปัญหา-เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้ง เข้าร่วมงานเปิดโครงการ PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง  และมอบนวัตกรรม พร้อมใช้ Ecosystem พร้อมรับ &#8220;เศษวัสดุเหลือทิ้งต้องมีค่า&#8221;  ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน  วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบายการใช้นวัตกรรม การพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการจัดการวิกฤติ PM 2.5 และพลังงาน  (ในวันที่ 28 เม.ย. 2569 ณ ห้องหว้ากอ 1-2  บพข. จัตุรัสจามจุรี ชั้น 14) “หากพยายามบอกให้ประชาชนหยุดเผาเพียงอย่างเดียวคงไม่สำเร็จ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงสำเร็จมานานแล้ว แต่ถ้าเราใช้หลักเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วย เมื่อเกษตรกรเห็นว่าเศษวัสดุมีมูลค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716828">วว. ร่วมงาน PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง มอบนวัตกรรม พร้อมใช้ Ecosystem พร้อมรับ &#8220;เศษวัสดุเหลือทิ้งต้องมีค่า&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[QSNCC Partners with PTTGC to Convert Used Cooking Oil into Sustainable Aviation Fuel, Reinforcing Its Role as a Green Convention Center]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/energy_en/3716816</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 15:24:18 +0700</pubDate>
				<category>energy_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716816</guid>

					<description><![CDATA[<p>Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC)&#160; is advancing its sustainability efforts through a strategic partnership with PTT Global Chemical&#160; Public Company Limited (PTTGC). Under the “From Kitchen to Creation” initiative, used cooking oil generated from on-site food operations is collected and converted into Sustainable Aviation Fuel (SAF)—a cleaner energy source that plays a vital role [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/energy_en/3716816">QSNCC Partners with PTTGC to Convert Used Cooking Oil into Sustainable Aviation Fuel, Reinforcing Its Role as a Green Convention Center</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ปตท. ผนึกกำลัง ทอท. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716736</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 13:36:42 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716736</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ซ้าย) และ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) (ขวา) ร่วมหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ณ สำนักงานใหญ่ ทอท. หลังบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers ที่ระดับคะแนน 2.5000 ได้ก่อนกำหนดในปี 2569 ทั้งสององค์กรเตรียมเร่งเดินหน้าแผนปฏิบัติการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การผลักดันพลังงานสะอาดผ่านการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนสู่ท่าอากาศยานภูเก็ต ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ตอบสนองมาตรฐาน ICAO และ ISCC การดึงเทคโนโลยี Data Science และ AI มาใช้ในระบบ Energy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716736">ปตท. ผนึกกำลัง ทอท. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’ ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716662</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 10:00:27 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716662</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอคือในเมื่อเงินทองยังไม่มี เราจะเอางบประมาณที่ไหนไปทำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ดังนั้นหากประเทศไทยไม่เริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) เราจะไม่สามารถเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบได้ และเรื่องนี้คือกลไกหลักที่จะดึงงบประมาณมาแก้ปัญหาประเทศได้จริง สานต่อโมเดล BCG สู่เศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ศ. ดร.ยศชนัน ประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อไปโดยไม่ทิ้งรากฐานเดิม แต่จะนำมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ตั้งแต่อากาศสะอาด อาหารปลอดภัย และเครื่องมือแพทย์ การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องตรวจสอบลึกถึงห่วงโซ่มูลค่า นวัตกรรมต้องตอบโจทย์ได้ว่ากระบวนการผลิตไปจนถึงระบบโลจิสติกส์มีการเอาเปรียบแรงงานหรือสร้างความไม่เท่าเทียมให้ใครหรือไม่ โดย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716662">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’ ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตอกย้ำศูนย์การประชุมสีเขียว ผนึก PTTGC ผลักดัน “ครัวสู่เครื่อง” เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วสู่พลังงานสะอาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716459</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 15:42:55 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716459</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน ผนึกกำลังบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ภายใต้โครงการ “ครัวสู่เครื่อง” นำน้ำมันพืชใช้แล้วจากการประกอบอาหารภายในศูนย์ฯ ไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) พลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากภาคอุตสาหกรรมการบิน พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็น “ศูนย์การประชุมสีเขียว” ที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรองรับการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน&#160; ความร่วมมือดังกล่าว เกิดจากการต่อยอดความสำเร็จในการบริหารจัดการการลดปริมาณขยะ และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สิริกิติ์ สามารถลดปริมาณขยะอาหาร และน้ำมันพืชที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 68,000 กิโลกรัม&#160; หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 2,700 ต้น และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 24,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ดำเนินการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร (Waste Management) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยนำเศษอาหารจากงานอิเวนต์เข้าสู่กระบวนการแปรรูปอบแห้ง เพื่อนำไปเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ก่อนนำไปต่อยอดเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกต้นไม้ และพืชผัก รวมถึงส่งต่อเศษอาหาร, ขนมปังเพื่อนำไปใช้เป็นอาหารปลา รวมถึงนำไปใช้ประโยชน์ ด้านปศุสัตว์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716459">ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตอกย้ำศูนย์การประชุมสีเขียว ผนึก PTTGC ผลักดัน “ครัวสู่เครื่อง” เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วสู่พลังงานสะอาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[From Energy Crisis to Sufficiency and Efficiency Bangchak Executive Shares Perspectives on Achieving Balance in Energy Use amid Volatility]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/energy_en/3716438</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 15:12:34 +0700</pubDate>
				<category>energy_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716438</guid>

					<description><![CDATA[<p>Mrs. Gloyta Nathalang, Senior Executive Vice President, Sustainability Management and Corporate Communications, Bangchak Corporation Public Company Limited, was invited as a guest speaker for participants from government agencies and universities across three academic and executive training programs. These included “Sustainable Growth of the Private Sector based on the Sufficiency Economy Philosophy” under the Executive Program [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/energy_en/3716438">From Energy Crisis to Sufficiency and Efficiency Bangchak Executive Shares Perspectives on Achieving Balance in Energy Use amid Volatility</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“จากวิกฤตพลังงาน สู่การใช้พลังงานอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ” ผู้บริหารบางจากฯ ถ่ายทอดแนวคิดสร้างสมดุล รับมือความผันผวนของพลังงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716435</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 15:11:16 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716435</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายแก่ผู้เข้าร่วมการอบรมจากหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัย ใน 3 หลักสูตร ได้แก่ “การเติบโตของธุรกิจเอกชนอย่างยั่งยืนบนฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในหลักสูตรฝึกอบรมนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) รุ่นที่ 14 “สถานการณ์พลังงานไทยและผลกระทบจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง” ในหลักสูตรผู้บริหารในกระบวนการยุติธรรม ทางรัฐธรรมนูญ (บยร.) รุ่นที่ 1 และ “Turning ESG into Business” ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการสร้างเสริมสุขภาพเชิงนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในภาพรวม การบรรยายครอบคลุมทั้งมุมมองเชิงนโยบายและการปฏิบัติ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่สถานการณ์พลังงานโลก ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปจนถึงผลต่อประเทศไทย ทั้งด้านราคาพลังงาน ความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง พร้อมเสนอแนวทางรับมือที่มุ่งรักษาสมดุลของระบบ มากกว่าการแก้ปัญหาที่ราคาเพียงจุดเดียว โดยถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารภายใต้ความไม่แน่นอน ผ่านการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการบริหารต้นทุนและความเสี่ยง และเชื่อมโยงแนวคิด ESG สู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อสะท้อนว่าความยั่งยืนต้องสามารถดำรงอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ นางกลอยตา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716435">“จากวิกฤตพลังงาน สู่การใช้พลังงานอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ” ผู้บริหารบางจากฯ ถ่ายทอดแนวคิดสร้างสมดุล รับมือความผันผวนของพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 27 เม.ย.-1 พ.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 4-8 พ.ค. 69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716414</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 14:41:23 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716414</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตารางราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ [เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล] สหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไม่มีแนวโน้มกลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงคราม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716414">สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 27 เม.ย.-1 พ.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 4-8 พ.ค. 69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ซีแอนด์จี ฯ เปิดเบื้องหลังโครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม 1,000 ตันต่อวัน โชว์เทคโนโลยีคุมกลิ่นขั้นสูง ก่อนทดสอบระบบ 1 พ.ค.2569]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3716334</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 13:40:03 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3716334</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน เปิดโชว์เทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งบ่อระบบปิดแรงดันลบ ม่านอากาศ 2 ชั้น เครื่องตรวจวัดเสียง 24 ชั่วโมง และ E-nose วิเคราะห์กลิ่นด้วย AI สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดให้ชุมชนเข้าชมเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนทดสอบระบบรับขยะ 1 พฤษภาคม 2569 มั่นใจการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล เปลี่ยน “ภาระของเมือง” สู่ “พลังงานของอนาคต” นายเหอ หนิง&#160; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างแล้ว 91 % และเตรียมเปิดรับขยะเข้าทดสอบระบบในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยในช่วงระหว่างวันที่ 27-30 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3716334">ซีแอนด์จี ฯ เปิดเบื้องหลังโครงการกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม 1,000 ตันต่อวัน โชว์เทคโนโลยีคุมกลิ่นขั้นสูง ก่อนทดสอบระบบ 1 พ.ค.2569</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[EnergyLIB เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ออกแบบเพื่อบ้านโดยเฉพาะ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3715614</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 17:40:59 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715614</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมรองรับมาตรการลดหย่อนภาษี เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พิเศษเพียง 319,000 บาท EnergyLIB (เอเนอร์จี้ลิบ) ผู้นำด้านโซลาร์โซลูชันครบวงจรสำหรับที่อยู่อาศัย  เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมอินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW 1 Phase และแบตเตอรี่ขนาด 16kWh ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้พลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือนโดยเฉพาะ เน้นย้ำการเป็นผู้นำด้านระบบโซลาร์เพื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย (Solar Expert) โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว สอดรับกับแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ในราคาพิเศษเพียง 319,000 บาท จากปกติ 349,000 บาท และพิเศษแผงโซลาร์ 670W จำนวน 11 แผง มอบกำลังการผลิตไฟรวมสูงสุด 7.37kW จากปกติ 9 แผง พร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข LIB HomeStack ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ที่มาพร้อมอินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3715614">EnergyLIB เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ออกแบบเพื่อบ้านโดยเฉพาะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลดคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 26,300 ต้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3715387</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 13:44:59 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715387</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ในประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมปี 2050 ของบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น (บริษัทแม่) ในปี 2026 บริษัทฯ สานต่อการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel) อย่างต่อเนื่อง โดยลดการใช้ไฟฟ้าจาก 1,500 เหลือ 1,350 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 640 ตันต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 26,300 ต้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission) ภายในปี 2050 เพื่อร่วมสร้างโลกที่สมดุลและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3715387">มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลดคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 26,300 ต้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PT รุกตลาดดีเซล B20 ปูพรม 10 สถานีหลักเส้นขนส่ง ชูราคาถูกกว่า B7 ถึง 7 บ./ลิตร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3715330</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 11:27:15 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715330</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ประกาศปั๊มพีที (PT) เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เฟสแรก เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการขนส่งและประชาชน โดยเน้นสถานีบริการน้ำมันบนเส้นทางหลักที่ครอบคลุมเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญ 10 แห่งดังนี้ : 1.เส้นบางปะหัน 42.เส้นทางวังน้อย 3 (ถ.พหลโยธินกม.52)3.เส้นทางวังน้อย 5 (ถ.พหลโยธิน กม.72)4.เส้นทางอัมพวา 1 (ถ.พระราม 2 กม.77 ขาเข้า)5.เส้นทางห้วยบง 36.เส้นทางเขาย้อย7.เส้นทางสีคิ้ว8.เส้นทางขอนแก่น 109.เส้นทางสมุทรสงคราม 4 (ถ.พระราม 2 ขาออก กม.55)10.ถ.พระราม 2 (กม.53) นอกจากนี้ PT ยังเตรียมขยายผลในเฟสที่สองอีกกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ราคาน้ำมันดีเซล B20 มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ในปัจจุบันถึง 7 บาทต่อลิตร โดยเน้นรถบรรทุกและรถขนส่งขนาดใหญ่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงโดยตรง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3715330">PT รุกตลาดดีเซล B20 ปูพรม 10 สถานีหลักเส้นขนส่ง ชูราคาถูกกว่า B7 ถึง 7 บ./ลิตร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไทยพีบีเอส เปิดโหมด WFH 2 วัน/สัปดาห์ ลดใช้ไฟฟ้า 15% ประหยัดพลังงานเห็นผลจริง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3715197</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2026 09:06:29 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715197</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยพีบีเอสเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home 2 วัน/สัปดาห์ จัด Co-working Space ลดการใช้พลังงานภายในสำนักงาน ผลยืนยันชัดช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 15% เมื่อเปรียบเทียบกับทำงานปกติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ได้ประกาศ มาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท. มุ่งเน้นใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้พนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานนั้น นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.&#160;กล่าวว่า กล่าวว่า ไทยพีบีเอสดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับรูปแบบการทำงานแบบ Work from Home (WFH) การจัดพื้นที่ทำงานส่วนกลางแบบ Co-working Space และการยกระดับโครงการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในองค์กรอย่างเป็นระบบ มาตรการล่าสุดได้กำหนดให้วันพุธและวันศุกร์เป็นวันปฏิบัติงานแบบ Work from Home&#160;โดยมุ่งลดจำนวนบุคลากรภายในอาคาร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการใช้พลังงาน โดยเฉพาะระบบปรับอากาศและไฟฟ้าในสำนักงาน จากการประเมินการใช้พลังงาน พบว่า ในวันทำงานปกติ องค์กรมีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3715197">ไทยพีบีเอส เปิดโหมด WFH 2 วัน/สัปดาห์ ลดใช้ไฟฟ้า 15% ประหยัดพลังงานเห็นผลจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พลัส พร็อพเพอร์ตี้ วาง BCP รับความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้า ย้ำ “อาคารต้องพร้อมมากกว่าที่เคย”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3715074</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 15:52:51 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3715074</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานในระดับมหภาค การบริหารจัดการอาคารกำลังก้าวสู่ “อีกระดับของความพร้อม” ผ่านการพัฒนาแผนปฏิบัติเพื่อรองรับความต่อเนื่องของอาคาร อย่างเป็นระบบ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ความเสี่ยงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของพลังงาน รวมถึงภัยพิบัติที่เริ่มเกิดขึ้นในบริบทใหม่ของประเทศไทย ทำให้การเตรียมความพร้อมของอาคารต้องขยับจากการวางแผนเชิงปฏิบัติการ ไปสู่การออกแบบระบบเพื่อรองรับกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดกับการดำเนินกิจกรรมของอาคาร “บทบาทของผู้บริหารจัดการอาคาร ครอบคลุมมากกว่าการดูแลความเรียบร้อย ไปสู่การประเมินความเสี่ยงและการวางระบบรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยที่ผ่านมาเราได้มีการเตรียมความพร้อมในมิตินี้มาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงนี้ได้นำมาทบทวนและยกระดับให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เพราะเราไม่ได้ดูแลเพียงทรัพย์สิน แต่รวมถึงความต่อเนื่องของการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจภายในอาคารด้วย” ในเชิงปฏิบัติ พลัสฯ ได้นำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) มาพัฒนาในมิติของ “การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า” รองรับกรณีที่อาจมีเหตุเกิดการหยุดการจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ในขั้นวิกฤต (Worst Case Scenario) โดยพิจารณาโครงสร้างการจ่ายไฟฟ้าของอาคาร ทั้งระบบสภาวะปกติ (Normal Load) และในสภาวะระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน (Emergency Load) สำหรับระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน ได้ถูกออกแบบให้รองรับระบบสำคัญของอาคาร ที่เกี่ยวข้องข้องกับความปลอดภัยและจำเป็นต่อการใช้งานอาคาร อาทิ ระบบแสงสว่างพื้นฐาน ลิฟต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3715074">พลัส พร็อพเพอร์ตี้ วาง BCP รับความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้า ย้ำ “อาคารต้องพร้อมมากกว่าที่เคย”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ENTEC สวทช. ชู H-FAME ทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ทันที ดันอุตสาหกรรมไทยสู่พลังงานยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3714944</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 14:38:11 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714944</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีบทบาทสำคัญ แต่ภาคขนส่งโดยเฉพาะรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนัก ยังจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซล &#160;น้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง หรือ H-FAME จึงเป็นคำตอบในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) สู่เทคโนโลยีใหม่ในอนาคต &#160;ด้วยคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ เป็น Drop-in Fuel ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที ลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% และลดการปล่อยฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม ได้มีการทดสอบภาคสนามทดแทนน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมได้มากกว่าไบโอดีเซลทั่วไป ที่ผสมได้ไม่เกิน 20% หรือ B20 (วันที่ 22 เมษายน 2569) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) &#160;จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews นักวิจัยพบสื่อมวลชน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัย Premium Biodiesel (H-FAME) เชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูง เพื่อเป็นทางเลือกสำคัญของภาคขนส่งไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3714944">ENTEC สวทช. ชู H-FAME ทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ทันที ดันอุตสาหกรรมไทยสู่พลังงานยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลการศึกษาล่าสุดจากเต็ดตรา แพ้ค ชี้ชัดถึงการยกระดับไลน์การผลิตนม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 49%]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3714900</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 13:19:54 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714900</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ผลิตนมสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งระบบ ด้วยโซลูชันและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบันของเต็ดตรา แพ้ค ผลการศึกษาล่าสุดจากเต็ดตรา แพ้ค เผยให้เห็นว่า การปรับปรุงอุปกรณ์แปรรูปผลิตภัณฑ์นมที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัย สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 40-49% ขึ้นอยู่กับประเภทของไลน์การผลิต นอกจากนี้ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับดังกล่าวยังไม่จำเป็นต้องทำการยกเครื่องไลน์การผลิตใหม่ทั้งหมด โดยสามารถใช้เพียงโซลูชันที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดปัจจุบันได้ ผลการศึกษายังเผยให้เห็นว่าการยกระดับไลน์การผลิตที่มีอยู่มีส่วนช่วยลดการสูญเสียผลิตภัณฑ์ และลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ รายงาน Dairy Processing Impact Assessment ฉบับนี้ ผ่านการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระอย่าง Carbon Trust โดยใช้ระเบียบวิธีที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานระดับสากลด้าน Avoided Emissions หรือการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ภายในรายงานยังได้ระบุผลประโยชน์เชิงปริมาณจากการยกระดับไลน์การผลิตนมที่มีอยู่เดิม โดยใช้ไลน์การผลิตที่ใช้แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในปี 2562 เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบกับแบบจำลองผลลัพธ์ของไลน์การผลิตที่ได้รับการยกระดับที่นำไปใช้ทั่วโลกในปี 2568 อุตสาหกรรมนมเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบอาหารโลก ทั้งในด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่มและการสร้างอาชีพให้แก่ผู้คนจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมนี้ยังเป็นภาคส่วนที่ใช้น้ำและพลังงานจำนวนมากและมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 2.7% ของทั้งโลกในปี 2566 อย่างไรก็ตาม บริบทดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพไลน์การผลิตที่มีอยู่ด้วยโซลูชันที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และพัฒนาการดำเนินงานด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีใหม่หรือเปลี่ยนไลน์เครื่องจักรในการผลิตทั้งระบบ การปรับปรุงเหล่านี้ล้วนเป็นแนวทางที่ใช้ได้ผลจริง และสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตนมให้มีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การปรับปรุงอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้ทันสมัยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้เป็นอย่างมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3714900">ผลการศึกษาล่าสุดจากเต็ดตรา แพ้ค ชี้ชัดถึงการยกระดับไลน์การผลิตนม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 49%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โคเวสโตร ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มุ่งสู่ Net Zero]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3714481</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 12:21:00 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714481</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความพร้อมสู่อนาคตธุรกิจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ล่าสุดได้รับการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร และถือเป็นประเทศแรกในเครือข่ายโคเวสโตรทั่วโลกที่ได้มาตรฐานนี้ โคเวสโตร ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และได้รับการรับรองในช่วงปลายปี 2568 โดยผู้บริหารของบริษัทได้เข้ารับมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ สามารถผ่านการรับรองครบทั้ง 3 Scope ได้แก่ Scope 1 (การปล่อยโดยตรง) Scope 2 (การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา) และ Scope 3 (การปล่อยทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน) โดยเฉพาะ Scope 3 ซึ่งยังเป็นภาคสมัครใจ และมีเพียงไม่กี่องค์กรในประเทศไทยที่สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลคาร์บอนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างครบถ้วน การดำเนินโครงการในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นก้าวสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องผ่านความท้าทายหลายด้านในกระบวนการดำเนินงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3714481">โคเวสโตร ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มุ่งสู่ Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สมาคมเอทานอลฯ หนุนภาครัฐจัดโครงการ &#8216;รถเก่าแลกใหม่&#8217; เพิ่ม ชูสเปครถยนต์ไฮบริดเชื้อเพลิงยืดหยุ่น ดัน E20-E85 มุ่งเป้าลดคาร์บอนและสร้างความยั่งยืนพลังงาน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3714119</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 16:08:00 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714119</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ร่วมกับสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง เดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐ มุ่งยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์มลพิษต่ำ ชูสเปครถยนต์ไฮบริดเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (FFV-PHEV) เทคโนโลยีการเผาไหม้สะอาดมีประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้เชื้อเพลิง E20 และ E85 ชี้ศักยภาพการผลิตเอทานอลที่แข็งแกร่งและพร้อมรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เผยการยกระดับ E20 ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในสภาวการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการลดภาระการนำเข้าน้ำมันดิบจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องเผชิญ รัฐบาลจึงได้เดินหน้าผลักดันโครงการนำร่อง “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่การใช้ยานยนต์ที่มลพิษต่ำ การใช้น้ำมันลดลง และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับยานยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไฮบริด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนรถยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง ที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า การกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์รุ่นเก่าสู่ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำที่ผลิตในประเทศ เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญของการสร้างความสมดุลทางพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการใช้รถยนต์สันดาปที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์95 และน้ำมัน E20 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20%) หรือ E85 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 85%) จะช่วยลดการใช้พลังงานโดยการเปลี่ยนจากการใช้ทรัพยากรที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3714119">สมาคมเอทานอลฯ หนุนภาครัฐจัดโครงการ &#8216;รถเก่าแลกใหม่&#8217; เพิ่ม ชูสเปครถยนต์ไฮบริดเชื้อเพลิงยืดหยุ่น ดัน E20-E85 มุ่งเป้าลดคาร์บอนและสร้างความยั่งยืนพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 20-24 เม.ย. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 27 เม.ย. -1 พ.ค. 69]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3713861</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:54:31 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713861</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตารางราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ [เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล] สงครามในตะวันอออกกลางยังยืดเยื้อ ตลาดจับตาการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ รอบใหม่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3713861">สถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 20-24 เม.ย. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 27 เม.ย. -1 พ.ค. 69</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บางจากฯ จับมือ AAS หนุนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อเนื่อง ล่าสุดดัน “เติ้น ทัศนพล” สู่เวทีระดับโลก Formula 2]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3713747</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 09:23:12 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3713747</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมยกระดับน้ำมันพรีเมียมไปอีกขั้น กับ Bangchak Hi Premium 98+ Plus นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯ ร่วมกับ AAS Auto Service เดินหน้าสานต่อความร่วมมือสนับสนุน “เติ้น” ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากผลงานอันโดดเด่นในศึก Formula 3 (F3) ที่ผ่านมา สู่การแข่งขัน FIA Formula 2 Championship ฤดูกาล 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญก่อนก้าวสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของโลกอย่าง Formula 1 ตอกย้ำศักยภาพของคนไทยในวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่สามารถก้าวขึ้นไปแข่งขันและยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในระดับนานาชาติ บางจากฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาส และผลักดันนักแข่งไทยสู่ความสำเร็จในเวทีระดับโลก พร้อมสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศในระยะยาว โดยสะท้อนถึงจุดยืนร่วมกันของ  บางจากฯ และ AAS ในการมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของคนไทยสู่มาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน บางจากฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3713747">บางจากฯ จับมือ AAS หนุนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อเนื่อง ล่าสุดดัน “เติ้น ทัศนพล” สู่เวทีระดับโลก Formula 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
