ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

อินโดฯ โชว์มาตรการ ความสะอาด สุขภาพอนามัยและความปลอดภัย (ซีเอชเอส) (CHS Protocol) รับเทรนด์เที่ยว New Normal เริ่มบาหลีที่แรก

อินโดนีเซียสร้างความมั่นใจเตรียมรับ New Normal ท่องเที่ยวปกติรูปแบบใหม่ชูมาตราการซีเอชเอส ความสะอาด สุขภาพอนามัยและความปลอดภัย (CHS Protocol: Cleanliness, Health, and Safety) ระดับสากล นำร่องที่แรกบาหลีและเมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ จาร์กาตาร์ ยอร์กยาการ์ตาร์ และบันยูวังงี ดึง 8 ประเภทธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยวเข้าสู่มาตรการ CHS เต็มรูปแบบ พร้อมปล่อยโลโก้แคมเปญใหม่ (ชั่วคราว) Thoughtful Indonesia จากเดิม Wonderful Indonesia เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจและพร้อมจับมือทุกภาคส่วนสู้วิกฤติโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดและสร้างผลกระทบทั่วโลกโดยเฉพาะการท่องเที่ยว

ตัวแทนการท่องเที่ยวอินโดนีเซียประจำประเทศไทยและอินโดจีน (VITO Thailand & Indochina) หน่วยงานภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย จัดสัมมนาออนไลน์ (Webinar) หัวข้อ “Why we can’t get enough of Bali” (บาหลีไปกี่ครั้งก็ยังไม่พอ) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา นำโดยคุณณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ รองผู้จัดการตัวแทนการท่องเที่ยวอินโดนีเซียประจำประเทศไทยและอินโดจีน และคุณอัลบีโน เวเนโต้ (Albino Veneto) กรรมการผู้จัดการบริษัทว้าวทราเวล (Wow Travels) บริษัททัวร์ชั้นนำในอินโดนีเซีย ร่วมบรรยาย โดยงานนี้มีผู้ประกอบการไทยกลุ่มธุรกิจนำเที่ยวเน้นเส้นทางอินโดนีเซียกว่า 30 รายเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้

โดยล่าสุด บาหลี จุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกครองแชมป์โหวตเป็นอันดับ 2 ของประเทศในดวงใจที่นักท่องเที่ยวอยากกลับไปเยือนหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จากการสำรวจโดยบริษัทจองที่พักออนไลน์ชื่อดังอย่าง booking.com เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียระบุว่าในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวชาวไทย 136,699 คน เดินทางไปท่องเที่ยวที่อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึง 10.11% โดยเดินทางเข้าบาหลีมากที่สุดถึง 61,010 คน รองลงมาคือกรุงจาร์การ์ต้าร์ 42,239 คนและเมืองซูราบายา 7,058 คน ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไปทั่วโลกรวมถึงอินโดนีเซียด้วย จนทำให้วิถีชีวิตผู้คนทั่วโลกเข้าสู่ “New Normal ความปกติรูปแบบใหม่” ในทุกๆ ด้านรวมถึงการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียจึงเปิดตัวมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยระดับสากล โดยใช้ชื่อว่า CHS (Cleanliness, Health and Safety) Protocol เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย โดยมาตรการดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยว มีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและยังคงได้รับประสบการณ์ที่ดี ของบริการทางการท่องเที่ยวของประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้มาตรการ CHS จะกำหนดแนวทางปฏิบัติและฝึกอบรมอย่างเข้มข้นแก่ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวได้แก่ โรงแรมและที่พัก, ภัตตาคาร/ร้านอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว, ยานพาหนะ, สนามบิน, ห้างสรรพสินค้า, สนามกอล์ฟ, และร้านค้าของที่ระลึก มีการจัดทำแคมเปญรณรงค์และบังคับใช้มาตรการการการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด โดยได้เริ่มใช้มาตรการนี้ที่บาหลีเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มข้น และได้ขยายไปสู่เมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ จาร์กาตาร์ ยอร์กยาการ์ตาร์ และบันยูวังงี โดยในระยะต่อไปทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมีการตรวจประเมินผลและออกใบรับรองให้แก่สถานประกอบการที่กล่าวมาข้างต้นอีกด้วย

“New Normal ที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนวิถีชีวิตโดยเฉพาะการท่องเที่ยวไปโดยสิ้นเชิง อินโดนีเซียกำลังเน้นการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศอย่างเข้มขัน ในขณะเดียวกันเราก็ต้องปรับวิธีคิดการพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วยเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยว new normal และออกนโยบายรวมถึงมาตรการต่างๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะกลับมาอีกครั้งหลังโควิด-19 มาตรการดูแลครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทางและภายหลังกลับประเทศ” ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ รองผู้จัดการตัวแทนการท่องเที่ยวอินโดนีเซียประจำประเทศไทยและอินโดจีนกล่าว

โดยในงานครั้งนี้กูรูท่องเที่ยวบาหลีอย่างคุณอัลบีโน เวเนโต้ กรรมการผู้จัดการบริษัทว้าวทราเวล (Wow Travels) (เว็ปไซต์ wowtrav-els.com) บริษัททัวร์ชั้นนำในอินโดนีเซีย และมีประสบการณ์ในวงการทัวร์มากกว่าสิบปี ยังได้มาแชร์ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในการเที่ยวบาหลี แหล่ง unseen ฝั่งตะวันตกและตะวันออกของบาหลี เจาะลึกทุกซอกทุกมุมแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจในบาหลี เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 อีกด้วย