<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/the-ritz-clinic/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/the-ritz-clinic</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 17:35:13 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[Ultraformer MPT VS Ulthera ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3677935</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 13:29:15 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3677935</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ใคร ๆ ก็อยากมีผิวแน่นกระชับ &#8220;เครื่องยกกระชับ&#8221; เลยกลายเป็นตัวเลือกยอดฮิตแบบไม่ต้องผ่าตัด และถ้าพูดถึงนวัตกรรมตัวท็อป สองชื่อที่ต้องได้ยินบ่อย ๆ ก็คือ Ultraformer MPT กับ Ulthera ทั้งคู่ต่างก็ใช้คลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วมีรายละเอียดที่ต่างกันพอสมควร ทั้งเทคโนโลยี จุดเด่น และปัญหาผิวที่ตอบโจทย์ การเข้าใจความต่างนี้จะช่วยให้เรารู้ว่า ระหว่าง Ultraformer MPT VS Ulthera ตัวไหนเหมาะกับเราที่สุด Ultraformer MPT VS Ulthera คืออะไร Ultraformer MPT คืออะไร Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับตัวดังจากประเทศเกาหลี ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro &#38; Macro Focused Ultrasound) ที่พัฒนาให้ล้ำไปอีกขั้น โดยยิงพลังงานอัลตราซาวด์ลงไปได้ลึกถึงชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า จุดเด่นของ MPT คือเทคโนโลยี Micro-Pulse ที่ปล่อยพลังงานได้เร็วมากและต่อเนื่อง ทำให้เจ็บน้อยลงและใช้เวลาทำสั้นลง นอกจากนี้ยังมีหัวยิงที่หลากหลาย ทั้งแบบจุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3677935">Ultraformer MPT VS Ulthera ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รักษาสิวผิดวิธี เสี่ยงเกิด ‘หลุมสิว’ ปัญหากวนใจที่รักษายากกว่า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3631295</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Aug 2025 16:01:30 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3631295</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิวอาจเป็นปัญหาผิวที่ทุกคนต้องเคยเจอ แต่สิ่งที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าสิวที่เพิ่งขึ้น คือ &#8220;ร่องรอย&#8221; ที่สิวทิ้งไว้ โดยเฉพาะ ‘หลุมสิว’ ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วรักษายากกว่ารอยแดงรอยดำหลายเท่าตัว หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาหลุมสิวกวนใจนั้น มาจากการรักษาสิวที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก บทความนี้จึงจะมาแนะนำแนวทางการดูแลสิวที่ถูกต้อง เพื่อหยุดวงจรการอักเสบและป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวถาวรบนใบหน้า พฤติกรรมต้องห้าม! ที่เปลี่ยนสิวอักเสบให้กลายเป็นหลุมสิว หลุมสิว (Atrophic Scars) เกิดขึ้นเมื่อกระบวนการอักเสบของสิวมีความรุนแรงจนทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เมื่อสิวหายไป ผิวหนังบริเวณนั้นจึงไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาเต็มตื้นเหมือนเดิมได้ ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดการทำลายล้างนี้ ได้แก่ การบีบ เค้น แกะสิวด้วยตัวเอง พฤติกรรมยอดฮิตที่หลายคนอดใจไม่ไหว คือการพยายามกำจัดสิวด้วยการบีบหรือเค้นอย่างรุนแรง การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียกระจายตัวลึกลงไปในชั้นผิว ทำให้อาการอักเสบลุกลามและรุนแรงขึ้น แต่ยังเป็นการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นยุบตัวลงและกลายเป็นหลุมในที่สุด การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่รุนแรงเกินไป การเร่งรักษาสิวด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวหรือกรดวิตามินเอที่รุนแรงเกินความจำเป็นในช่วงที่สิวอักเสบหนัก อาจทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอและระคายเคืองได้ง่าย เมื่อผิวอ่อนแอลง กระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ง่ายขึ้น แนวทางการดูแลสิวที่ถูกต้อง และวิธีรับมือเมื่อเกิด ‘หลุมสิว’ การดูแลสิวอักเสบที่ถูกต้องคือการพยายามลดการอักเสบให้เร็วที่สุด โดยเริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวเป็นสิว หลีกเลี่ยงการขัดถูใบหน้าแรงๆ และใช้ยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมช่วยลดการอักเสบ เช่น Benzoyl Peroxide หรือ Clindamycin ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ที่สำคัญคือต้องอดทนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เมื่อสิวหาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3631295">รักษาสิวผิดวิธี เสี่ยงเกิด ‘หลุมสิว’ ปัญหากวนใจที่รักษายากกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[อย่าหาทำ ! 7 วิธีลดรอยดำแบบผิด ๆ ที่ชาวเน็ตชอบแชร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3630488</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2025 12:19:45 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3630488</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะเป็นรอยสิวหรือจุดด่างดำ รอยดำบนใบหน้าก็ล้วนเป็นปัญหาที่คอยกวนใจและบั่นทอนความมั่นใจของเราอยู่เสมอ และเพราะอยากเห็นผลลัพธ์เร็วทันใจ หลายคนจึงเลือกที่จะลองใช้วิธีลัดต่าง ๆ ที่แชร์กันในโลกออนไลน์ แต่รู้ไหมว่าหลายวิธีเหล่านั้นอาจไม่ได้ผลจริง แถมยังเสี่ยงทำร้ายผิวให้แย่ลงกว่าเดิมได้อีกด้วย การหันมาศึกษาวิธีลดรอยดำจากสิวอย่างถูกวิธี จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อผิวสุขภาพดีในระยะยาว เปิดลิสต์ 7 วิธีลดรอยดำยอดฮิตที่ &#8220;ห้าม&#8221; ทำตามเด็ดขาด ! ในอินเทอร์เน็ตมีเคล็ดลับความงามแชร์กันมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกวิธีจะปลอดภัยและได้ผลจริง โดยเฉพาะวิธีลดรอยดำยอดฮิตที่หลายคนอาจเคยทำตาม เราจึงได้รวบรวม 7 ความเชื่อผิด ๆ ที่อาจทำร้ายผิวหน้ามากกว่าที่คิด มาลองเช็กลิสต์กันดูว่า คุณเคยเผลอใช้วิธีไหนบ้าง และมาหาคำตอบกันว่าทำไมวิธีเหล่านี้ถึงอันตรายและควรเลี่ยง 1. ใช้มะนาวหรือกรดผลไม้สดทาผิวโดยตรง การนำมะนาวสดมาทาบนผิวเป็นวิธีที่อันตรายมาก เนื่องจากน้ำมะนาวมีค่าความเป็นกรด (pH) สูงและไม่คงที่ จึงเข้าไปทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ (Skin Barrier) ทำให้ผิวอ่อนแอ ระคายเคือง และแสบแดง ที่ร้ายกว่านั้นคือกรดในมะนาวทำให้ผิวไวต่อแสงแดดอย่างรุนแรง เมื่อเจอแสงแดดอาจกระตุ้นให้เกิดรอยดำที่เข้มและฝังลึกกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า &#8220;ภาวะผิวด่างดำหลังการอักเสบ&#8221; (PIH) 2. ใช้ยาสีฟันแต้มรอยสิว รอยดำ ส่วนผสมในยาสีฟันผลิตขึ้นเพื่อใช้กับฟันและช่องปากเท่านั้น สารอย่างเมนทอล ฟลูออไรด์ หรือสารฟอกฟัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับผิวหน้าที่บอบบาง การนำมาแต้มสิวหรือรอยดำจะก่อให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง ผิวแห้งลอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3630488">อย่าหาทำ ! 7 วิธีลดรอยดำแบบผิด ๆ ที่ชาวเน็ตชอบแชร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3625064</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Jul 2025 13:41:05 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3625064</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญปัญหาริ้วรอย ความหมองคล้ำ หรือร่องลึกบริเวณใต้ตา และกำลังมองหา “ฟิลเลอร์ใต้ตา” เป็นตัวช่วย แต่ก็ยังมีความกังวลใจว่า ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม และจะเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้มั่นใจได้ทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย บทความนี้ จะพาคุณไปไขทุกข้อสงสัย พร้อมแนะนำวิธีเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การเติมเต็มใต้ตาของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม? คำถามที่ว่า ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม เป็นสิ่งที่หลายคนสงสัย ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังและความงามทั่วโลก รวมถึงได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย คือ สารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid: HA) สารชนิดนี้มีคุณสมบัติเข้าได้ดีกับร่างกาย สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 100% ไม่ทิ้งสารตกค้าง เมื่อฟิลเลอร์สลายไป โครงสร้างผิวใต้ตาจะกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนฉีด จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถฉีดซ้ำได้เมื่อต้องการ อย่างไรก็ตาม อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถเกิดขึ้นได้ หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกกันว่า &#8220;ฟิลเลอร์ปลอม&#8221; ซึ่งมักเป็นสารซิลิโคนเหลว หรือสารเติมเต็มชนิดอื่นที่ไม่สามารถสลายได้เอง การฉีดสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายอาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ เป็นก้อนแข็งผิดรูป ผิวขรุขระ หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือ การฉีดพลาดเข้าเส้นเลือดจนอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือด ตาบอดได้ นอกจากนี้ ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง หากแพทย์ขาดความเข้าใจในกายวิภาคของใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3625064">ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รวม 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้น แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/life/3584837</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 14:49:17 +0700</pubDate>
				<category>life</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3584837</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสวยไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนพัฒนาได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองจากภายในอย่างการปรับโภชนาการ การออกกำลังกาย หรือการดูแลตัวเองจากภายนอก เช่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การแต่งหน้า บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน&#160; ทำไมใครๆ ก็อยากสวยขึ้น? การดูแลตัวเองให้สวยช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้ เมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเอง ชีวิตประจำวันก็จะมีความสุขมากขึ้น แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะสร้างมาตรฐานความงามที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกกดดัน แต่ความสวยที่แท้จริงนั้นไม่ได้จำกัดแค่เรื่องหน้าตาภายนอก แต่ยังรวมถึงบุคลิกภาพ การดูแลตัวเอง และความมั่นใจด้วย เพราะการดูแลตัวเองคือการแสดงความรักต่อร่างกาย ไม่ใช่การพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา 5 วิธีทำอย่างไรให้ตัวเองสวยขึ้น การทำให้ตัวเองสวยขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเริ่มจากการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก เราลองมาดู 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ และเห็นผลจริงกัน 1. ปรับโภชนาการเพื่อผิวสวยและสุขภาพดี พื้นฐานของความสวยเริ่มต้นจากภายใน อาหารที่เรารับประทานส่งผลโดยตรงต่อผิวพรรณและสุขภาพโดยรวม ดังนั้น การปรับโภชนาการก็คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด ตัวอย่างอาหารที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น เช่น ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ถั่วและเมล็ดพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด และอโวคาโดกับน้ำมันมะกอกที่ให้ไขมันดี ช่วยบำรุงผิว นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน) จะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/life/3584837">รวม 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้น แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
