<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/pwc-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/pwc-ประเทศไทย</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 14:06:27 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย เตรียมนำนวัตกรรมการตรวจสอบบัญชียุคใหม่ Next Generation Audit มาใช้งานเต็มรูปแบบภายในสองถึงสามปีข้างหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3562227</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2025 17:21:26 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3562227</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย คาดจะนำแพลตฟอร์มการตรวจสอบบัญชียุคใหม่ (Next Generation Audit) มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบภายในสองถึงสามปีข้างหน้า โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะนำโซลูชัน Acquisition Hub และ Data PRO มาช่วยปรับปรุงการรวบรวมและการแปลงข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ภายในปี 68 เพื่อยกระดับคุณภาพงานตรวจสอบบัญชี ลดความซับซ้อน และปรับมาตรฐานกระบวนการทำงานเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า   นาย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “ภายในปี 2568 บริษัทมีแผนที่จะนำโซลูชัน Acquisition Hub และ Data PRO ของ PwC มาช่วยปรับปรุงการรวบรวมข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และคาดว่าจะได้เริ่มใช้แพลตฟอร์ม Next Generation Audit อย่างเต็มรูปแบบภายในสองถึงสามปีข้างหน้า หลังจากที่ปัจจุบันได้นำเครื่องมือการตรวจสอบบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Smaller Entity Audit มาช่วยพัฒนาขั้นตอนการวางแผนของการตรวจสอบสำหรับการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยง และการกำหนดขอบเขตเพื่อยกระดับคุณภาพการตรวจสอบธุรกิจขนาดเล็กแล้ว”   “Next Generation Audit ไม่ใช่แค่เพียงการยกระดับแพลตฟอร์มการตรวจสอบที่มีอยู่ของเราในปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3562227">PwC ประเทศไทย เตรียมนำนวัตกรรมการตรวจสอบบัญชียุคใหม่ Next Generation Audit มาใช้งานเต็มรูปแบบภายในสองถึงสามปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย ร่วมงาน BOT Digital Finance Conference 2023]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3391756</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Oct 2023 11:56:26 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3391756</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ PwC ประเทศไทย นำโดย นายโจนาธาน ชาร์ป หุ้นส่วน กลยุทธ์เทคโนโลยีด้านการธนาคาร PwC South East Asia Consulting (ลำดับที่สองจากขวา) และทีมธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย ให้การต้อนรับ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) (ลำดับที่สามจากขวา) เนื่องในโอกาสให้เกียรติเยี่ยมชมบูธของ PwC ที่งาน BOT Digital Finance Conference 2023 จัดโดย ธปท. ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2566 ณ ศูนย์การเรียนรู้ธปท. ภายใต้แนวคิด Building Ecosystem for Responsible Innovation ทั้งนี้ ภายในบูธ PwC ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของธนาคาร รวมถึงกลยุทธ์การนำระบบบริการของธนาคารขึ้นคลาวด์เพื่อเพิ่มนวัตกรรมการเงินทางเลือกใหม่และขยายฐานผู้ใช้งาน </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3391756">PwC ประเทศไทย ร่วมงาน BOT Digital Finance Conference 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้ผู้นำธุรกิจประเมินความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสูงเกินไป]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3357698</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jul 2023 14:03:17 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3357698</guid>

					<description><![CDATA[<p>เก้าในสิบขององค์กรประสบปัญหาการหยุดชะงักครั้งใหญ่หลายครั้ง 76% กล่าวว่า ดิสรัปชันส่งผลกระทบปานกลาง/สูงต่อการดำเนินธุรกิจ 70% มั่นใจในความสามารถในการฟื้นตัวจากการหยุดชะงัก แต่หลายองค์กรยังขาดความสามารถในการฟื้นตัวขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อความสำเร็จ PwC เผย รายงานผลสำรวจวิกฤตและความสามารถในการฟื้นตัวขององค์กรทั่วโลก (Global Crisis and Resilience Survey) ซึ่งทำการสำรวจสองปีต่อครั้งพบว่า องค์กรและผู้นำธุรกิจประเมินความสามารถในการฟื้นตัวสูงเกินไปแม้ว่าจะดำเนินงานในยุคแห่งการหยุดชะงัก (Disruption) ก็ตาม ทั้งนี้ ข้อมูลจากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 1,812 รายทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงมุมมองของผู้นำธุรกิจในการเตรียมตัวและรับมือกับโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงใบใหม่ โดยเมื่อถามถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วว่าถูกจัดให้เป็นภารกิจสำคัญลำดับที่เท่าใดขององค์กร เก้าในสิบ (89%) ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า ความสามารถในการฟื้นตัว ถือเป็นหนึ่งในภารกิจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าองค์กรทั่วโลกต่างกำลังปฏิวัติความสามารถในการฟื้นตัวจากภาวะวิกฤต หลังจากการเริ่มต้นทศวรรษที่วุ่นวาย จึงไม่น่าแปลกใจที่เก้าในสิบ (91%) ขององค์กรกล่าวว่า ตนประสบปัญหาการหยุดชะงักอย่างน้อยหนึ่งครั้ง นอกเหนือไปจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายงานพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วองค์กรต่าง ๆ ประสบปัญหาการหยุดชะงักถึงสามครั้งครึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมา และสามในสี่ (76%) กล่าวว่า การหยุดชะงักที่ร้ายแรงที่สุดสร้างผลกระทบในระดับปานกลางถึงระดับสูงต่อการดำเนินธุรกิจ โดยขัดขวางกระบวนการทางธุรกิจและบริการที่สำคัญ และก่อให้เกิดปัญหาทางการเงินและชื่อเสียงขององค์กร สำหรับการหยุดชะงักห้าอันดับแรกที่พบในรายงาน ประกอบไปด้วย การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การรักษาและการสรรหาพนักงาน ห่วงโซ่อุปทาน การหยุดชะงักที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีหรือความล้มเหลว และการโจมตีทางไซเบอร์ อย่างไรก็ดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3357698">PwC ชี้ผู้นำธุรกิจประเมินความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสูงเกินไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผย 39% ของกำลังแรงงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าองค์กรของตนจะไปไม่รอดในทศวรรษหน้า หากยังยึดติดกับการทำธุรกิจในรูปแบบเดิม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3351154</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 13:36:43 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3351154</guid>

					<description><![CDATA[<p>กำลังแรงงานไทยมีแนวโน้มย้ายงานมากขึ้น – เชื่อทักษะในการทำงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอีกห้าปีข้างหน้า PwC เผยรายงานผลสำรวจ Asia Pacific Workforce Hopes and Fears Survey ประจำปี 2566 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนกว่า 19,500 รายพบ 39% เชื่อว่า องค์กรที่ตนทำงานอยู่จะไม่สามารถอยู่รอดได้มากกว่า 10 ปี หากยังยึดติดกับการทำธุรกิจในรูปแบบเดิม เปรียบได้กับ 53% ของซีอีโอในภูมิภาคที่มีความคิดเห็นเช่นเดียวกันนี้ในรายงานผลสำรวจซีอีโอ ประจำปี 2566 ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า ผู้นำธุรกิจจะต้องเร่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาด้านบุคลากร นาย เรย์มอนด์ ชาว ประธาน PwC ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า “โลกแห่งความเป็นจริงใหม่สอนเราทุกคนว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่การแข่งขันยังคงทวีความรุนแรง ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักก็ยังคงอยู่ และความคาดหวังของสังคมก็เพิ่มสูงขึ้น จึงท้าทายความสามารถในการอยู่รอดของทุกธุรกิจ ซึ่งหากองค์กรต่าง ๆ ต้องการที่จะเติบโตอย่างแท้จริงในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ก็จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้นำธุรกิจและพนักงานในภูมิภาคนี้ต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน แม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดที่เหมือนกัน แต่หัวใจสำคัญย่อมอยู่ที่บุคลากรเสมอ เราจึงต้องร่วมมือกันสร้างวิธีการใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันและกันเพื่อสร้างความไว้วางใจและส่งมอบผลลัพธ์ที่ยั่งยืน” ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3351154">PwC เผย 39% ของกำลังแรงงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าองค์กรของตนจะไปไม่รอดในทศวรรษหน้า หากยังยึดติดกับการทำธุรกิจในรูปแบบเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC แนะธุรกิจไทยวางกลยุทธ์ย้ายโครงสร้างไอทีดั้งเดิมสู่ระบบคลาวด์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3347972</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 14:25:33 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3347972</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจวางกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบดั้งเดิมสู่ระบบคลาวด์ ชี้ฝ่ายบริหารต้องกำหนดวิธีการและการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจ พร้อมพัฒนาทักษะเชิงลึกเกี่ยวกับคลาวด์ให้กับบุคลากรเพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานและช่วยบำรุงรักษาระบบควบคู่กัน นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย และหัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการทางการเงินเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน PwC South East Asia Consulting กล่าวว่า ภาคธุรกิจไทยในปัจจุบันเริ่มหันมาประยุกต์ใช้ระบบคลาวด์ในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น ใช้ระบบสำรองข้อมูลบนคลาวด์ พัฒนาโปรแกรมบนคลาวด์ หรือหากติดตั้งระบบไอทีใหม่ก็จะตัดสินใจเลือกใช้คลาวด์ แทนการใช้งานระบบดั้งเดิม (Legacy IT system) ที่มีการใช้ฮาร์ดแวร์และมีความยืดหยุ่นน้อย รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง “วันนี้ cloud กำลังเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยองค์กรที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ หลายแห่งเลือกใช้คลาวด์เนื่องจากเป็นการเช่าใช้และจ่ายตามจริง ซึ่งลดการลงทุนได้เป็นจำนวนมากในช่วงแรก นอกจากนี้ ยังไม่ต้องลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้เกิดความสะดวกและสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม” นางสาว วิไลพร กล่าว “สำหรับองค์กรที่ถูกจัดตั้งมานานและมีการลงทุนด้านไอทีไปบ้างแล้ว ก็มีความพยายามในการ migrate ระบบงานปัจจุบันขึ้นไปยังคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์แบบส่วนตัว คลาวด์แบบสาธารณะ หรือคลาวด์แบบไฮบริด เพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั้งหมดไปสู่ดิจิทัล” เธอ กล่าว นอกจากนี้ องค์กรหลายแห่งยังได้มีการทำแผนสำหรับการย้ายข้อมูลไปสู่ระบบคลาวด์ (Cloud [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3347972">PwC แนะธุรกิจไทยวางกลยุทธ์ย้ายโครงสร้างไอทีดั้งเดิมสู่ระบบคลาวด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย จัดถ่ายทอดสดสัมมนาออนไลน์เปิดตัว ‘รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ครั้งที่ 11 ฉบับประเทศไทย’]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3345218</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jun 2023 15:53:10 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3345218</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัท PwC ประเทศไทย ได้เปิดตัว ‘รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ครั้งที่ 11 ฉบับประเทศไทย’ ผ่านการถ่ายทอดสดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ ‘เปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการสร้างความไว้วางใจ’ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาว ปริม จิตจรุงพร กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (กลาง) นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทองหัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย และหัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการทางการเงินเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน PwC South East Asia Consulting (ซ้าย) และ นาย ไพบูล ตันกูล หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัวและหุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย (ขวา) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจครอบครัวของประเทศไทย  ทั้งนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานผลสำรวจฉบับเต็มได้ทาง www.pwc.com/th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3345218">PwC ประเทศไทย จัดถ่ายทอดสดสัมมนาออนไลน์เปิดตัว ‘รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ครั้งที่ 11 ฉบับประเทศไทย’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้ความสามารถด้านดิจิทัล-ความหลากหลายของคณะกรรมการของธุรกิจครอบครัวไทยอยู่ในระดับต่ำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3343258</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jun 2023 13:06:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3343258</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจล่าสุดแนะเจ้าของกิจการทบทวนวิธีการสร้างความไว้วางใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรุงเทพฯ, 1 มิถุนายน 2566 – PwC เปิดผลสำรวจฉบับล่าสุด พบมีเพียงหนึ่งในสี่ หรือ 25% ของธุรกิจครอบครัวไทยที่มีความสามารถด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ต่ำกว่าทั่วโลกที่ 42% ขณะที่มากกว่า 70% มีแต่สมาชิกในครอบครัวเท่านั้นที่นั่งเป็นบอร์ดบริษัท มากกว่าเกือบสองเท่าของทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ธุรกิจครอบครัวจะต้องทบทวนการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสืบทอดมรดกและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ครั้งที่ 11 ฉบับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกของ PwC ได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้บริหารกว่า 2,000 รายเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยในจำนวนนี้มีผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศไทยจำนวน 44 รายพบว่า ธุรกิจครอบครัวไทยมีผลประกอบการที่ดีในช่วงปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ โดย 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจมียอดขายเติบโต ขณะที่เพียง 14% มียอดขายลดลง เปรียบเทียบกับผลการสำรวจในปี 2564 ที่ 39% มียอดขายเติบโต และ 31% มียอดขายลดลง  นอกจากนี้ 68% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังคาดหวังว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3343258">PwC ชี้ความสามารถด้านดิจิทัล-ความหลากหลายของคณะกรรมการของธุรกิจครอบครัวไทยอยู่ในระดับต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เปิดตัว Asia Pacific Marketplace ระบบนิเวศของโซลูชันดิจิทัลในประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3342183</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 May 2023 11:49:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3342183</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ PwC ได้จัดงานเปิดตัว Asia Pacific Marketplace ซึ่งเป็นระบบนิเวศดิจิทัลที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย PwC และพันธมิตรอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอโซลูชันดิจิทัลที่เกี่ยวกับปัญหาทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า โดยมี นาย ลุค ซูน หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและศูนย์กลางบริการสนับสนุนเอเชียแปซิฟิก PwC ประเทศสิงคโปร์ (ลำดับที่หนึ่งจากซ้าย) นาย วิชี่ นารายานัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข้อมูลและดิจิทัล PwC ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ลำดับที่สองจากซ้าย) นาย มิเฮียร์ ตรีเวดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายดิจิทัล PwC ประเทศไทย (ลำดับที่สองจากขวา) และ นาย ไพบูล ตันกูล หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัวและหุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี PwC ประเทศไทย (ลำดับที่หนึ่งจากขวา) ร่วมพิธีเปิดงาน ณ อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 15 สำหรับท่านที่สนใจ PwC’s Asia Pacific Marketplace กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.pwc.com/th/en/marketplace.html</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3342183">PwC เปิดตัว Asia Pacific Marketplace ระบบนิเวศของโซลูชันดิจิทัลในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เปิดตัว Asia Pacific Marketplace เพื่อช่วยลูกค้าเร่งเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3337737</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 May 2023 14:26:09 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3337737</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital transformation) กำลังก้าวไปไกลกว่าคำยอดฮิตติดหูในแวดวงธุรกิจ แต่คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า ดิจิทัลจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าดิจิทัลจะเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัว รวมทั้งลดความเสี่ยงทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นได้อย่างไร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว PwC จึงได้นำกลยุทธ์การบริการตามสินทรัพย์ (Asset-based services strategy) ที่ผสมผสานบริการระดับมืออาชีพแบบดั้งเดิมเข้ากับแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งมอบโซลูชันที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและมีมนุษย์เป็นผู้นำเพื่อเปิดตัว Asia Pacific Marketplace หรือ แหล่งรวมโซลูชันดิจิทัลแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครอบคลุมอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และประเทศและอาณาเขตอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมาในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ Asia Pacific Marketplace คือ ระบบนิเวศดิจิทัลที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย PwC และพันธมิตร ซึ่งลูกค้าสามารถสำรวจโซลูชันดิจิทัลที่เกี่ยวกับปัญหาทางธุรกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ข้อมูลและการวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล การดำเนินธุรกิจตามแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ประสิทธิผลขององค์กร การจัดการความเสี่ยง ภาษี และการยกระดับทักษะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3337737">PwC เปิดตัว Asia Pacific Marketplace เพื่อช่วยลูกค้าเร่งเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC คาดอาจต้องใช้เวลาถึงครึ่งศตวรรษกว่าจะปิดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3326707</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Apr 2023 11:21:48 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3326707</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทวิเคราะห์ชี้กลุ่มประเทศ OECD ยังคงต้องพัฒนาอีกมากในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศในสถานที่ทำงาน แม้จะเห็นสัญญาณปรับตัวที่ดีขึ้น PwC สำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงในสถานที่ทำงานทั่วโลกจำนวน 22,000 ราย พบมีช่องว่างการให้อำนาจในการตัดสินใจระหว่างเพศอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝ่ายชายได้รับอำนาจในการตัดสินใจในที่ทำงานมากกว่าฝ่ายหญิง ในขณะที่ฝ่ายหญิงที่ทำงานด้านเทคโนโลยี ถือเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีอำนาจในการตัดสินใจในสถานที่ทำงานมากที่สุด พบสัดส่วนของผู้หญิงที่ระบุว่า การได้รับผลตอบแทนทางการเงินที่เป็นธรรมมีความสำคัญ และสัดส่วนของผู้ที่ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมจริง มีผลต่างระหว่างอัตราร้อยละถึง 34 จุด PwC เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ ‘ดัชนีผู้หญิงในสถานที่ทำงาน (Women in Work Index)’ และ ‘ดัชนีการให้อำนาจในการตัดสินใจทั่วโลก (Global Empowerment Index)’ ซึ่งนำเสนอภาพรวมอย่างละเอียดของประเด็นทางเพศที่ส่งผลกระทบต่อสถานที่ทำงานทั่วโลก ทั้งนี้ บทวิจัยถูกตีพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสวันสตรีสากลที่ผ่านมาและแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์ทั่วโลกจะกลับคืนสู่ภาวะปกติหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่สถานที่ทำงาน ยังคงเป็นสถานที่ที่ขาดความเท่าเทียมสำหรับผู้หญิงทั่วโลก ค่าจ้างและการจ้างงานที่เป็นธรรม ดัชนีผู้หญิงในสถานที่ทำงานของ PwC แสดงให้เห็นว่า แม้การมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงในกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD)[1] จำนวน 33 ประเทศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2564 แต่ความก้าวหน้าด้านความเท่าเทียมทางเพศ ยังคงมีการพัฒนาในระดับที่ช้าเกินไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3326707">PwC คาดอาจต้องใช้เวลาถึงครึ่งศตวรรษกว่าจะปิดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน-อีเอสจีทั่วโลกประจำปี 2566 จาก IDC MarketScape]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3319694</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Mar 2023 11:27:30 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3319694</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน-อีเอสจีทั่วโลกประจำปี 2566 จากสำนักวิจัย IDC MarketScape (ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2566, IDC #US49044922) ทั้งนี้ IDC ได้ทำการประเมินความสามารถและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ของบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจหลายแห่งโดยอิงตามกรอบการทำงานที่ครอบคลุมและชุดของพารามิเตอร์ที่คาดว่าจะเอื้อต่อความสำเร็จในการให้บริการด้านอีเอสจีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยองค์ประกอบสำคัญของการประเมินนี้ คือ การรวบรวมมุมมองของผู้ใช้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจเกี่ยวกับลักษณะสำคัญและความสามารถของผู้ให้บริการด้านที่ปรึกษาโดยตรงจากลูกค้าและผ่านการสำรวจ นาย แดน เวอร์ซาเช่ ผู้เขียนรายงาน IDC MarketScape ฉบับนี้ กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้วผู้ให้บริการทั่วโลกถูกมองว่ามีความสามารถเป็นเลิศในการผสมผสานบริการของตนเข้ากับโครงสร้างความยั่งยืนขององค์กร เข้าใจความต้องการเฉพาะของธุรกิจของลูกค้า และจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็น พวกเขายังได้รับการพิจารณาว่า มีความสามารถอย่างมากในการปฏิบัติตรงตามระยะเวลาของโครงการและจัดให้มีการถ่ายทอดความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพ รายงานของ IDC MarketScape ระบุว่า “PwC มีวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับโครงการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่อีเอสจีผ่านสามองค์ประกอบ ได้แก่ การจัดการความเสี่ยงและโอกาส การสร้างความไว้วางใจ และการสร้างมูลค่าผ่านการตัดสินใจที่ดีขึ้น ทั้งนี้ เมื่อนำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกัน PwC สามารถรักษาความคล่องตัว และปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าในการกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน PwC ให้ความสำคัญกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากความตระหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงที่เกิดจากการไม่ดำเนินการในขณะนี้” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3319694">PwC ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำบริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน-อีเอสจีทั่วโลกประจำปี 2566 จาก IDC MarketScape</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC แนะผู้ประกอบการธนาคารปรับโครงสร้างพื้นฐานองค์กรเพื่อรองรับระบบนิเวศการชำระเงินแบบไร้เงินสด-ศึกษาเกณฑ์ virtual bank]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3313781</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 16:15:39 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3313781</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน PwC ชี้การอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา จะเปิดให้มีการแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่ที่นำไปสู่การพัฒนาบริการทางการเงินของกลุ่มสถาบันการเงินไทย แนะผู้ประกอบการธนาคารปรับโครงสร้างพื้นฐานองค์กรเพื่อรองรับระบบนิเวศการชำระเงินแบบไร้เงินสด-ศึกษาเกณฑ์ virtual bank เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมคาดปริมาณการทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก โดยเพิ่มขึ้นถึง 109% ในช่วงปี 2563 ถึงปี 2568 นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน PwC South East Asia Consulting กล่าวว่า การมุ่งเน้นให้ผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง (Customer centricity) โดยไม่ต้องเสียเวลากับงานเอกสารและติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นเวลานาน ๆ จะช่วยการใช้บริการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual bank) ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อมีการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งในประเทศไทย “วันนี้ผู้บริโภคหันมายอมรับและปรับตัวกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และใช้บริการหลายอย่างผ่านแอปพลิเคชันกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินด้วยมือถือ การสแกน QR code หรือจ่ายเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ฉะนั้น การมี virtual bank จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัลได้ตรงจุดและครบวงจรมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เป็นตัวกระตุ้นให้แบงก์พาณิชย์แบบดั้งเดิมต้องปรับตัวให้ทันด้วย” เธอ กล่าว เมื่อเดือนมกราคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3313781">PwC แนะผู้ประกอบการธนาคารปรับโครงสร้างพื้นฐานองค์กรเพื่อรองรับระบบนิเวศการชำระเงินแบบไร้เงินสด-ศึกษาเกณฑ์ virtual bank</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ประเทศไทย คว้ารางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year ประจำปี 2565]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3308812</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Mar 2023 13:27:34 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3308812</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC ประเทศไทย ได้รับรางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year ประจำปี 2565 ในสาขา Customer Success – Strategic Alliance จากไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) โดย PwC เป็นหนึ่งในพันธมิตรชั้นนำระดับโลกที่นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันเชิงกลยุทธ์เพื่อช่วยยกระดับองค์กรให้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลโดยอาศัยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน PwC South East Asia Consulting กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง PricewaterhouseCoopers Consulting (Thailand) Ltd. ได้รับรางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year ประจำปี 2565 ในสาขา Customer Success – Strategic Alliance [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3308812">PwC ประเทศไทย คว้ารางวัล Microsoft Thailand Partner of the Year ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผยนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ยังขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3305934</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Feb 2023 13:39:12 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3305934</guid>

					<description><![CDATA[<p>44% ของนักลงทุนที่ถูกสำรวจกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควรเป็นภารกิจสำคัญห้าอันดับแรกของบริษัทต่าง ๆ 78% ของนักลงทุนเชื่อว่า ‘การฟอกเขียว’ หรือการอ้างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและรักษ์โลก แต่ไม่ได้มีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจริง กำลังแพร่หลายในการรายงานความยั่งยืนขององค์กร การให้ความสำคัญกับสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นวาระสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยเกือบสองในสามกล่าวว่าผลตอบแทนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น คือ แรงจูงใจที่สำคัญ รายงานความยั่งยืนที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย ยังคงจำกัดอยู่ในบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจกับต่างประเทศเท่านั้น PwC เผยผลสำรวจ Global Investor Survey ประจำปี 2565 ของ PwC ระบุว่า นักลงทุนกำลังจัดการกับภารกิจสำคัญหลายอย่างด้วยข้อมูลที่มีจำกัด โดยแม้ว่าเงินเฟ้อ (67%) และความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค (62%) ถือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเขามองว่า ธุรกิจจะต้องเผชิญในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่นักลงทุนเกือบครึ่งหนึ่ง (44%) ที่ถูกสำรวจเชื่อว่า การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควรเป็นภารกิจสำคัญห้าอันดับแรกสำหรับธุรกิจ ตรงกันข้ามกับเปอร์เซ็นต์การจัดอันดับที่ต่ำกว่าของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เช่น การปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน (27%) และการปรับปรุงความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของกำลังแรงงาน (25%) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3305934">PwC เผยนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ยังขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผย 53% ของซีอีโอเอเชียแปซิฟิก เชื่อโมเดลธุรกิจในปัจจุบันจะไปไม่รอดในอีกทศวรรษหน้า]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3292192</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2023 11:54:46 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3292192</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC เผยผลสำรวจซีอีโลกครั้งล่าสุด พบเกือบ 70% ของซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค และความขัดแย้งทาง ภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นปัจจัยความกังวลที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด ขณะที่ซีอีโอเกินครึ่งเชื่อว่า โมเดลการทำธุรกิจในปัจจุบันจะไปไม่รอดในทศวรรษหน้า หากไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงองค์กร ทั้งนี้ ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 26 ฉบับเอเชียแปซิฟิก: ก้าวนำในโลกแห่งความเป็นจริงใหม่ (26th Annual Global CEO Survey &#8211; Asia Pacific: Leading in the new reality) ของ PwC ทำการสำรวจความคิดเห็นของซีอีโอภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 1,634 ราย และเปิดเผยให้เห็นถึงข้อมูลที่โดดเด่นสองประการที่กำลังท้าทายซีอีโอในภูมิภาค 69% ของซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะลดลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า เปรียบเทียบกับปีก่อนที่ 76% เชื่อว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น 53% ของซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า บริษัทของพวกเขาจะไม่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในทศวรรษข้างหน้า หากยังคงดำเนินการเฉกเช่นปัจจุบัน (มากกว่าซีอีโอทั่วโลก 14%)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3292192">PwC เผย 53% ของซีอีโอเอเชียแปซิฟิก เชื่อโมเดลธุรกิจในปัจจุบันจะไปไม่รอดในอีกทศวรรษหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้นายจ้างคงรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดในปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3286766</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2022 13:10:38 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3286766</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนะเอชอาร์สร้างสมดุลของการเรียกพนักงานกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศ พร้อมหันมาใช้การจ้างแรงงานชั่วคราวที่มีทักษะเฉพาะด้านเพื่อเพิ่มความคล่องตัว PwC ชี้รูปแบบการทำงานในปี 2566 จะยังคงเป็นแบบไฮบริด (Hybrid working) แต่นายจ้างมีแนวโน้มที่จะให้ลูกจ้างกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเล็งการใช้แรงงานชั่วคราวที่มีทักษะเฉพาะด้านเพื่อเพิ่มความคล่องตัว แนะผู้บริหารต้องกำหนดนโยบายรูปแบบการทำงานที่ชัดเจนเพราะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว พร้อมต้องรักษาสมดุลระหว่างความต้องการของพนักงานและความคาดหวังขององค์กร รายงาน ‘CHROs balance return-to-office plans with workforce streamlining’ ของ PwC ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า 42% ของผู้บริหารธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ คาดหวังให้พนักงานกลับไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานสี่ถึงห้าวันต่อสัปดาห์ ขณะที่มีเพียง 19% ที่ต้องการให้พนักงานทำงานที่ออฟฟิศสัปดาห์ละครั้ง หรือน้อยกว่านั้นดร. ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “การทำงานแบบไฮบริด หรือ การทำงานที่พนักงานสามารถผสมผสานการปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน กับการทำงานจากที่บ้านเข้าด้วยกัน จะยังคงเป็นรูปแบบการทำงานในปีหน้า แต่มีแนวโน้มว่า นายจ้างจะต้องการให้ลูกจ้างกลับเข้ามาทำที่ออฟฟิศมากขึ้นเพื่อเพิ่มความผูกพันและซึมซับวัฒนธรรมขององค์กร”“อย่างไรก็ดี การวางแผนนโยบาย return-to-office นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวและมีความละเอียดอ่อน เพราะอาจขัดกับความรู้สึกและความคาดหวังของพนักงานส่วนใหญ่ที่ต้องการ work-life [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3286766">PwC ชี้นายจ้างคงรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดในปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC ชี้หนึ่งในสี่ของเงินทุนธุรกิจร่วมลงทุนอยู่ใน Climate Tech เน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3283737</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2022 13:22:25 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3283737</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC เผยเทรนด์ Climate Tech เป็นกระแสโลกที่น่าจับตาหลังรายงานพบเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ คิดเป็นมากกว่า 25% ของเงินทุนธุรกิจร่วมลงทุนในปี 2565 โดยเงินระดมทุนส่วนใหญ่ เน้นลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการจัดเก็บคาร์บอน แต่ชี้ความท้าทายยังอยู่ที่จำนวนของสตาร์ทอัพคุณภาพในตลาด และแนวโน้มการลงทุนที่ลดลงของการระดมทุนในระยะเริ่มต้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ PwC จัดทำรายงาน State of Climate Tech 2022 พบว่า เงินระดมทุนสำหรับเทคโนโลยีที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology) มีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสี่ของเงินทุก ๆ ดอลลาร์ที่ลงทุนในปี 2565 โดยอยู่ในระดับครึ่งบนของช่วง 20-30% ที่สังเกตได้ตั้งแต่ต้นปี 2561 ทั้งนี้ การลงทุนใน Climate Tech อยู่ที่ระดับ 1.5 ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส (ราว 5.2 ถึง 6.9 แสนล้านบาท)[1] สอดคล้องกับช่วงครึ่งแรกของปี 2564 โดยมีเงินระดมทุนรวมตั้งแต่ต้นปี 2561 เป็นต้นมาที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3283737">PwC ชี้หนึ่งในสี่ของเงินทุนธุรกิจร่วมลงทุนอยู่ใน Climate Tech เน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ประธาน PwC โกลบอล ขึ้นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำในงาน APEC CEO Summit 2022]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3270784</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Nov 2022 13:09:18 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3270784</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นาย บ็อบ มอริตซ์ ประธาน บริษัท PwC โกลบอล (ลำดับที่สองจากขวา) ขึ้นเวทีอภิปรายในหัวข้อ ‘The Global Economy and the Future of APEC’ ร่วมกับ ศาสตราจารย์ เคล้าส์ ชวาป ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) (ลำดับที่หนึ่งจากซ้าย) และ นาย เฟอร์ดินานด์ ‘บองบอง’ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดี ประเทศฟิลิปปินส์ (ลำดับที่สองจากซ้าย) โดยมี นางสาว เทียน เว่ย ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการ ‘World Insight’ ของสำนักข่าว China Global Television Network (CGTN) รับหน้าที่เป็นพิธีกร โดยการอภิปรายดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3270784">ประธาน PwC โกลบอล ขึ้นเวทีร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำในงาน APEC CEO Summit 2022</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผยปัจจัยความสำเร็จเพื่อขับเคลื่อนความแตกต่างและความสามารถ ในการแข่งขันให้กับธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3268011</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2022 14:22:53 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3268011</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC เปิดตัวรายงานใหม่ ‘Asia Pacific’s Time: Responding to the new reality’ ในวันนี้ ร่วมกับการประชุม APEC CEO Summit 2022 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดย PwC ได้รับเกียรติให้เป็น ‘พันธมิตรด้านองค์ความรู้’ อีกครั้ง รายงานระบุว่า ผลกระทบที่ยืดเยื้อจากการระบาดของโควิด-19 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อสูง ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน และความท้าทายใหม่ด้านแรงงาน รวมถึงแรงกดดันให้ธุรกิจเร่งดำเนินการในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้ก่อให้เกิดสภาวะความไม่สมดุล (disequilibrium) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและธุรกิจยังเปลี่ยนวิถีเศรษฐกิจและสังคมไปจากเดิมอย่างมาก นาย บ็อบ มอริตซ์ ประธาน บริษัท PwC โกลบอล  กล่าวว่า “โลกกำลังเผชิญกับภาวะหยุดชะงักในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน หากผู้นำธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกต้องการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต มีความสามารถในการแข่งขัน และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาต้องเปิดรับความท้าทายและโอกาสจาก ESG และโลกแห่งการทำงานที่ยืดหยุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3268011">PwC เผยปัจจัยความสำเร็จเพื่อขับเคลื่อนความแตกต่างและความสามารถ ในการแข่งขันให้กับธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[PwC เผยเกือบครึ่งของดีลส์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ทำลายคุณค่า และ/หรือมีผลประกอบการด้อยกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3261255</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Nov 2022 15:13:12 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/finance/3261255</guid>

					<description><![CDATA[<p>PwC เผยรายงานล่าสุด พบการทำดีลส์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความซับซ้อนมากขึ้น หลังต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงและเป็นอุปสรรคต่อการทำดีลส์ให้ประสบความสำเร็จ อีกทั้งความสามารถในการสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งหลังการควบรวมกิจการ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รายงาน “Delivering Deals in Disruption: Value Creation in Asia Pacific” ระบุว่า 41% ของผู้ซื้อ (Buyer) และ 63% ของผู้ขาย (Divestor) มีผลประกอบการต่ำกว่าคู่แข่ง ในช่วง 24 เดือนหลังการปิดดีล โดยพิจารณาจากผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้นประจำปี (Total Shareholder Returns: TSR) ในขณะเดียวกัน เอเชียแปซิฟิก ยังคงเป็นหนึ่งในภูมิภาคหลักที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของโลก ด้วยปัจจัยเชิงบวกหลายประการ เช่น การถ่ายโอนความมั่งคั่งระหว่างรุ่นที่กำลังขยายตัว การปรับภาคส่วนต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย กระแสการค้าภายในภูมิภาคที่เติบโตขึ้น และการมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance: ESG) ซึ่งทั้งหมดล้วนกระตุ้นให้เกิดโอกาสในการสร้างมูลค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3261255">PwC เผยเกือบครึ่งของดีลส์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ทำลายคุณค่า และ/หรือมีผลประกอบการด้อยกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
