<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/priority-consultants/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/priority-consultants</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Jul 2026 17:31:04 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ManageEngine เปิดตัว Developer Ecosystem ยกระดับแพลตฟอร์มถึงขีดสุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3743368</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2026 08:48:17 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3743368</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยกระดับแพลตฟอร์มเฉพาะทางของบริษัท ด้วยเครือข่ายพาร์ทเนอร์นักพัฒนาที่ร่วมสร้างสรรค์ และเปิดตัวฟังก์ชันเสริมสำเร็จรูปพร้อมให้ลูกค้าใช้งานได้ทันที ระบบนิเวศแบบส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Symbiotic Ecosystem) เป็นการรวมกลุ่มพาร์ทเนอร์นักพัฒนา ลูกค้า และทีมงานแพลตฟอร์มของ ManageEngine เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมและเร่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านไอทีขององค์กร องค์กรพันธมิตรนักพัฒนากว่า 17 รายได้สร้างฟังก์ชันเสริมพร้อมใช้งานแล้วมากกว่า 170 รายการ ส่งผลให้มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกทะลุ 10,000 ครั้งแล้วในปัจจุบัน Zia Agents ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีสามารถใช้งานได้กับทั้งแพลตฟอร์มของ ManageEngine และโซลูชันจากผู้ให้บริการภายนอก เพื่อรองรับภาระงานอันหนักหน่วงในองค์กรต่าง ๆ ManageEngine ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ Zoho Corporation และผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันการบริหารจัดการไอทีและความปลอดภัยในองค์กรได้ประกาศเปิดตัวระบบนิเวศสำหรับกลุ่มพาร์ทเนอร์นักพัฒนาใน ManageEngine Marketplace ซึ่งเป็นพื้นที่ที่องค์กรต่าง ๆ สามารถค้นหาฟังก์ชันเสริมมาประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งเอเจนต์ AI สำหรับแพลตฟอร์มของ ManageEngine ซึ่งครอบคลุมถึงระบบผสานรวม ฟังก์ชันเสริม และปลั๊กอิน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม ManageEngine ให้ล้ำยิ่งขึ้น รองรับความต้องการใช้งานในหลากหลายมิติในองค์กรต่าง ๆ ด้วยฟังก์ชันเฉพาะพิเศษจากระบบนิเวศของพาร์ทเนอร์  Rajesh Ganesan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ManageEngine กล่าวว่า &#8220;เมื่อเครื่องมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3743368">ManageEngine เปิดตัว Developer Ecosystem ยกระดับแพลตฟอร์มถึงขีดสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากขยะพลาสติกสู่การสร้างผลกระทบเชิงหมุนเวียน: “Project Closed Loop” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของeYAA รุ่นที่ 6 มุ่งเสริมพลังเยาวชนอาสาร่วมขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3737592</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 10:52:56 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3737592</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่จัดการอย่างไม่ถูกต้องในอัตราที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค โรงเรียนรัฐบาลในกรุงเทพมหานครกำลังประสบกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงองค์ความรู้ในทางปฏิบัติเพื่อการคัดแยกและรีไซเคิลพลาสติกอย่างถูกวิธี แม้ว่าจะมีความพยายามในการสร้างความตระหนักรู้ที่เพิ่มมากขึ้นแต่ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ในโรงเรียนก็ยังคงถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไปและถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสอันมีค่าในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ให้เกิดผลจริง ช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นทางนโยบายและความเป็นจริงในวิถีชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่ต้องการมากกว่าแค่กฎระเบียบเชิงนโยบายจากส่วนกลางแต่ต้องอาศัยแนวทางแก้ไขปัญหาที่ลงมือปฏิบัติจริงและขับเคลื่อนโดยชุมชน เพื่อหล่อหลอมให้พฤติกรรมที่ยั่งยืนกลายเป็นวิถีปฏิบัติที่เป็นธรรมชาติสำหรับคนรุ่นต่อไป เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมนี้ บริษัท รีไซโกล (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ดำเนินโครงการ “Project Closed Loop” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ eMpowering Youths Across ASEAN (eYAA) รุ่นที่ 6 โดยมูลนิธิเมย์แบงก์และมูลนิธิอาเซียน ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระดับภูมิภาคเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร จะเป็นจุดศูนย์รวมของเยาวชนอาสาจำนวน 110 คน พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรภาคประชาสังคม และวิสาหกิจเพื่อสังคมจากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน กลุ่มเยาวชนในปีนี้นับเป็นตัวแทนของความสำเร็จครั้งสำคัญถึงสองประการ โดยประการแรก ถือเป็นครั้งแรกที่ สปป.ลาว ได้เข้าร่วมในฐานะประเทศดำเนินโครงการ และประการต่อมาคือการต้อนรับติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน ส่งผลให้จำนวนเยาวชนอาสาเพิ่มขึ้นจาก 100 คน เป็น 110 คน ช่วงเวลาในการดำเนินโครงการ eYAA รุ่นที่ 6 มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปี พ.ศ. 2569 ได้รับการประกาศโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้เป็นปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (IYV 2026) การยอมรับในระดับโลกนี้ช่วยเน้นย้ำถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของงานอาสาสมัครในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น ตลอดจนการส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่มในสังคม และในขณะที่ทั่วโลกกำลังร่วมขับเคลื่อนวาระปีหมุดหมายสำคัญนี้ โครงการ eYAA จึงถือเป็นตัวอย่างอันทรงพลังที่แสดงให้เห็นว่า โครงการเยาวชนอาสาข้ามพรมแดนที่มีโครงสร้างการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับฐานรากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างไร การประชุมเชิงปฏิบัติการ eYAA ในครั้งนี้ ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญให้ทีมอาสาสมัครได้ร่วมกันพัฒนาแผนงานขั้นสุดท้ายสำหรับโครงการชุมชนจำนวน10 โครงการ ซึ่งจะนำไปปฏิบัติจริงใน 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวในพิธีเปิดโครงการว่า “eYAA รุ่นที่ 6 สะท้อนภาพความเป็นไปของอาเซียนในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ด้วยจำนวนประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ ประเทศดำเนินโครงการ 8 ประเทศ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชนในพื้นที่ แทนที่จะเป็นเพียงผู้หยิบยื่นความช่วยเหลือให้ สิ่งที่ทำให้โครงการ eYAA มีความโดดเด่นและแตกต่าง คือการที่ทุกโครงการเริ่มต้นจากองค์กรในท้องถิ่นที่เข้าใจชุมชนของตนเองอย่างลึกซึ้ง และอาสาสมัครทุกคนก้าวเข้ามาในฐานะพันธมิตร ไม่ใช่เพียงผู้มาเยือนการขยายขอบเขตการดำเนินงานของเรา จากประเทศเวียดนามในรุ่นที่ 5 สู่ สปป.ลาว ในรุ่นที่ 6 นั้น เป็นความตั้งใจจริง และทุกย่างก้าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง” ในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่ร่วมงานกับมูลนิธิอาเซียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 มูลนิธิเมย์แบงก์ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบทุนสนับสนุนจำนวนสูงสุดถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ทีมงานของแต่ละโครงการ ดาโต๊ะ ชาห์ริล อัซวาร์ จิมิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนกลุ่มเมย์แบงก์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการ eYAA เป็นต้นมา เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ผู้เปี่ยมด้วยพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามนิยามของการเป็นเพียงอาสาสมัคร สู่การเป็นตัวเร่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนอย่างมีความหมายทั่วภูมิภาคอาเซียน ความสามารถของพวกเขาในการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่น การทำความเข้าใจความท้าทายที่แท้จริงในพื้นที่ และการลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างแท้จริง สำหรับเมย์แบงก์ สิ่งนี้สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับพันธสัญญา ROAR30 ของเราในการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าการธนาคาร และด้วยความร่วมมือกับมูลนิธิอาเซียน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างเวทีอันทรงพลังในการเสริมศักยภาพให้แก่เยาวชน เพื่อแปรเปลี่ยนความมุ่งมั่นสู่การลงมือทำ และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน”  โครงการรุ่นที่ 6 นี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการมีส่วนร่วมของเครือข่ายอาสาสมัครรุ่นก่อนหน้า โดยชูความโดดเด่นของโครงการ “Alumni as Mentors” ที่นำความสำเร็จมาจากรุ่นก่อนมาพัฒนาต่อยอด ควบคู่ไปกับการริเริ่มโครงการใหม่อย่าง “Alumni Accelerator Programme”ซึ่งภายใต้โครงการ Alumni as Mentors นี้ ตัวแทนอาสาสมัครรุ่นพี่ที่ได้รับการคัดเลือกจากรุ่นก่อน ๆ จะมารับหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำด้านการปรับตัวทางวัฒนธรรม การถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ และการสนับสนุนในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer support) แก่กลุ่มอาสาสมัครในปีนี้ ในขณะเดียวกัน โครงการ Alumni Accelerator Programme จะมอบเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ทีมโครงการที่นำโดยอาสาสมัครรุ่นพี่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พวกเขาสามารถพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการริเริ่มระดับชุมชน ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีความหมายในพื้นที่ นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โครงการ eYAA ได้เสริมศักยภาพแก่เยาวชนอาสาสมัครไปแล้วกว่า 482 คน ขับเคลื่อนโครงการชุมชนรวม 50 โครงการ และสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ประชาชนกว่า 114,000 คนทั่วภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ โครงการยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทางการดำเนินงานที่วางแผนไว้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน โดยจะขยายการดำเนินงานไปยังประเทศใหม่ ๆ ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และมีโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนที่พร้อมและเหมาะสมรองรับแล้วเท่านั้น โครงการทั้ง 10 โครงการในรุ่นที่ 6 นี้ ล้วนมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ความหลากหลายทางสิ่งแวดล้อม และการศึกษา โดยโครงการ “Project Closed Loop” จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ด้วยการบูรณาการหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโรงเรียนรัฐบาลในกรุงเทพมหานครรวมถึงชุมชนแวดล้อมโดยตรง ภายใต้โครงการนี้ เยาวชนอาสาอาเซียนจำนวน 11 คน จะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนรัฐบาลที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 แห่งภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะดำเนินการติดตั้งถังแยกขยะสำหรับพลาสติกโดยเฉพาะ พร้อมป้ายบ่งชี้ที่ชัดเจน เป็นการถาวรจำนวน 20 ถัง ทั้งนี้ ขยะพลาสติกที่รวบรวมได้จะถูกขนส่งไปยังโรงงานพันธมิตรและนำไปแปรรูปผ่านความร่วมมือกับกลุ่ม Precious Plastic Bangkok เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อุปกรณ์การเรียนหรือสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะถูกส่งกลับคืนให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ แนวทางแบบวงจรปิด (Closed-loop) นี้จะช่วยให้นักเรียนได้เห็นขยะของตนเองถูกแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยให้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และสร้างแรงบันดาลใจอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว โครงการนี้จะจัดการอบรมสร้างความตระหนักรู้ในระดับสูงเกี่ยวกับหลักการคัดแยกขยะพลาสติกและเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่กลุ่มนักเรียนและครู นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งชมรมนักเรียน “Circular Hero” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการในระยะยาวภายในโรงเรียน และเพื่อขยายผลสู่ภายนอกโรงเรียน โครงการจะจัดกิจกรรม “Circular Community Workshops” เพื่อฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกในชุมชน ในเรื่องของการรีไซเคิลพลาสติกและเทคนิคการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า ดยรวมแล้ว โครงการนี้สร้างผลประโยชน์โดยตรงให้แก่ประชาชนจำนวน 3,161 คน ซึ่งประกอบด้วย นักเรียนประมาณ 3,000 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 100 คน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในท้องถิ่น 50 คน รวมถึงเยาวชนอาสาอาเซียนทั้ง 11 คน นอกจากนี้โครงการยังเข้าถึงผู้รับประโยชน์ทางอ้อมอีกราว 12,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของนักเรียนและชุมชนโดยรอบโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้คนผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์อีกกว่า 60,000 คน “เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในแนวคิดความยั่งยืนอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวันที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น” ตัวแทนจากบริษัท รีไซโกล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งคราว แต่เราต้องการสนับสนุนให้เยาวชนลงมือลดขยะพลาสติกอย่างจริงจัง พร้อมบ่มเพาะวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้ฝังรากลึกอย่างยั่งยืน ทั้งภายในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ” ด้วยการผสานโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การสร้างความตระหนักรู้ที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชน และระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิด(Closed-loop) ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โครงการ “Project Closed Loop” จึงถือเป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ซ้ำในพื้นที่อื่นได้ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านขยะพลาสติกของกรุงเทพมหานคร ให้กลายเป็นการลงมือทำของชุมชนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ท่ามกลางการขับเคลื่อนวาระปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3737592">จากขยะพลาสติกสู่การสร้างผลกระทบเชิงหมุนเวียน: “Project Closed Loop” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของeYAA รุ่นที่ 6 มุ่งเสริมพลังเยาวชนอาสาร่วมขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dataiku ครองตำแหน่งผู้นำ ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ใน Gartner® Magic Quadrant™ ปี 2569 แพลตฟอร์ม AI ด้าน Data Science และ ML]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3736667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 11:43:02 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3736667</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ Dataiku ผู้ให้บริการ Platform for AI Success ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญหลังได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner® Magic Quadrant™ ด้านแพลตฟอร์ม AI ด้าน Data Science และ Machine Learning ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งนับเป็นการครองตำแหน่งระดับผู้นำติดต่อกันเป็นปีที่ 5  บริษัทเป็นที่ยอมรับด้าน &#8220;วิสัยทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ&#8221; (Completeness of Vision) มาโดยตลอด&#160;&#160;Dataiku เชื่อมั่นว่าความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจขององค์กรธุรกิจชั้นนำที่เลือกใช้แพลตฟอร์มของบริษัทในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI โดยเริ่มจากการทดลองใช้งานไปสู่การประยุกต์ใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกัน&#160;ผ่านระบบของ Daitaku ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนา การดำเนินงาน และการกำกับดูแล AI บนทุกแพลตฟอร์มข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หรือบริการที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น คุณ Florian Douetteau ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Dataiku กล่าวว่า “จุดเปลี่ยนสำคัญของ AI ในโลกธุรกิจในอนาคตจะต้องเฉียบขาดและชัดเจนยิ่งขึ้น องค์กรต้องเปลี่ยน AI ให้เป็นข้อได้เปรียบทางการดำเนินงานที่สามารถวัดผลสำเร็จได้จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3736667">Dataiku ครองตำแหน่งผู้นำ ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ใน Gartner® Magic Quadrant™ ปี 2569 แพลตฟอร์ม AI ด้าน Data Science และ ML</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Flottweg TecDay: เจาะลึกเทคโนโลยีการแยกส่วนแห่งอนาคต ณ ศูนย์ทดสอบกระบวนการผลิตแห่งใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3730538</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 09:05:51 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3730538</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา Flottweg ได้จัดงาน ‘Flottweg TecDay’  ในงาน มีการสาธิตการใช้งานระบบจริง อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังได้รับข้อมูลเจาะลึกทุกมิติเกี่ยวกับความก้าวหน้าล่าสุดและความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยีการแยกส่วน (Separation Technology) ไปปรับใช้ในธุรกิจ โดยก่อนหน้างานนี้ Flottweg เพิ่งจะได้มีการจัดพิธีเปิดตัวศูนย์ทดสอบกระบวนการผลิตแห่งใหม่หรือ Process Center ไป ลูกค้า พันธมิตร และผู้ที่สนใจจำนวนมากจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบกระบวนการผลิตแห่งใหม่ขนาด 2,000 ตารางเมตรเป็นครั้งแรก โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ขีดความสามารถใหม่ ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการและการทดสอบวิศวกรรมกระบวนการ ไปจนถึงการนำกระบวนการแยกส่วนไปปฏิบัติจริงในวงกว้าง ในขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การแปรรูปสินค้าเกษตรขั้นสูง เศรษฐกิจหมุนเวียน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ &#8220;อาหารแห่งอนาคต (Future Food)&#8221; อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการขาดแคลนเทคโนโลยีการแยกส่วนที่มีประสิทธิภาพอาจเกิดอุปสรรคต่อการพัฒนาได้ ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ทดสอบกระบวนการผลิตแห่งใหม่ที่มีพื้นที่ 2,000 ตารางเมตรแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมกลุ่มผู้ผลิตในภูมิภาค เอื้อให้บริษัทผู้ผลิตอาหาร บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ และบริษัทด้านสิ่งแวดล้อมในอาเซียนสามารถทำการทดสอบวัตถุดิบจากท้องถิ่น (เช่น โปรตีนจากพืช และผลพลอยได้ทางการเกษตร) ในสภาวะเสมือนจริงก่อนที่จะนำระบบขนาดใหญ่ไปใช้ในสถานที่ผลิตจริง เจาะลึกข้อมูลเรื่องห่วงโซ่กระบวนการจากผู้เชี่ยวชาญ ไฮไลต์ในงาน TecDay คือการบรรยายในหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3730538">Flottweg TecDay: เจาะลึกเทคโนโลยีการแยกส่วนแห่งอนาคต ณ ศูนย์ทดสอบกระบวนการผลิตแห่งใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ManageEngine เปิดตัว AI อัตโนมัติ ครอบคลุมทุกซอฟต์แวร์ พลิกโฉมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3726836</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 17:24:23 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3726836</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและ Data Sovereignty เพื่อให้ใช้ AI Agents ได้อย่างไร้กังวล ManageEngine ผู้พัฒนาโซลูชันบริหารจัดการระบบ IT ระดับองค์กรในเครือ Zoho Corporation ประกาศเปิดตัว Zia Agents ระบบ Autonomous Agent ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท โดยพร้อมใช้งานแล้ววันนี้ในซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรดิจิทัลของบริษัท  เอเจนต์ดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานความเป็นส่วนตัว สามารถประสานงานและลงมือทำงานต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้คนควบคุม ถือเป็นก้าวสำคัญสู่วิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างสภาพแวดล้อมระบบ IT แบบอัตโนมัติอย่างแท้จริง Rajesh Ganesan ซีอีโอ ManageEngine กล่าวว่า &#8220;แม้ว่าโมเดล AI ระดับแถวหน้าในปัจจุบันจะทำงานทั่วไปได้ดี แต่บ่อยครั้งมักไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะทำงานเฉพาะทางอย่างระบบ IT ขององค์กรได้ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ทั้งยังคำนึงถึงความคุ้มค่าด้านต้นทุนและการใช้งานในระยะยาว พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่ผลิตภัณฑ์ของเราได้นำระบบ Autonomous AI มาใช้ ทำให้แพลตฟอร์มมีความน่าเชื่อถือและช่วยให้ลูกค้าทำงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&#8221; จุดเด่นของระบบ Autonomous AI ของ ManageEngine: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3726836">ManageEngine เปิดตัว AI อัตโนมัติ ครอบคลุมทุกซอฟต์แวร์ พลิกโฉมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Nuvola Media หนุนโครงการ Keppel South Central บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3723711</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 May 2026 11:11:13 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3723711</guid>

					<description><![CDATA[<p>เผยยอดประหยัดพลังงานเทียบเท่าการจ่ายไฟให้บ้านเรือนในสิงคโปร์กว่า&#160;1,200&#160;หลัง&#160;พร้อมลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง&#160;1.2&#160;ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี Nuvola Media (Nuvola) บริษัทผู้พัฒนาโซลูชัน Agentic AI เพื่อการวางแผนและการบริหารจัดการพื้นที่เมือง ประกาศติดตั้งแพลตฟอร์มจำลองสถานการณ์และระบบวิเคราะห์อัจฉริยะร่วมกับการแสดงภาพแบบผสานรวม (integrated visualisation) ณ โครงการ Keppel South Central ของ Keppel Real Estate Division ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารพาณิชย์ที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ และได้รับมาตรฐาน ‘Green Mark Platinum (Super Low Energy)’ คุณ&#160;Felix Tan&#160;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง&#160;Nuvola Media&#160;เผยว่า &#8220;ด้วยสิงคโปร์ตั้งเป้ามุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.&#160;2593&#160;อาคารพาณิชย์ต่างๆ จึงต้องการระบบบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด&#8221; ทั้งนี้&#160;Nuvola Media&#160;ได้ร่วมมือกับ&#160;Keppel&#160;ในการนำ&#160;‘Digital Twin Platform’&#160;เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารจัดการและผู้ดูแลสินทรัพย์ระดับโลกสามารถตรวจสอบระบบบริหารจัดการอาคารทั้งหมดของ&#160;Keppel South Central&#160;ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับผลการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น &#8220;การผสานแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืนของ&#160;Keppel Real Estate Division&#160;เข้ากับขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์ของเรา จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า คาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า ตลอดจนตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221; สำหรับแผนแม่บท&#160;‘Singapore’s Green Plan 2030’&#160;ได้มีการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านการลดการใช้พลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว โดยโครงการเชิงพาณิชย์นั้น แผนดังกล่าวได้มุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามมาตรฐานอาคารที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน โครงการ&#160;Keppel South Central&#160;ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงกว่าอาคารทั่วไปในระดับเดียวกันมากกว่า&#160;40%&#160;ด้วยระบบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3723711">Nuvola Media หนุนโครงการ Keppel South Central บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dataiku คว้าตัว Andrew Boyd นั่งแท่น Senior Vice President และ General Manager คุมทัพภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3711018</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 17:12:04 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711018</guid>

					<description><![CDATA[<p>Andrew Boyd ผู้บริหารมือฉมังในวงการเทคโนโลยีระดับองค์กรที่จะมาขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นด้วยองค์กรต่างกำลังเร่งการประยุกต์ใช้ AI จากขั้นทดลองไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ  Dataiku ผู้นำด้านแพลตฟอร์มเพื่อความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ AI หรือ ‘Platform for AI Success’ ประกาศแต่งตั้งคุณ Andrew Boyd ขึ้นดำรงตำแหน่ง Senior Vice President และ General Manager ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เพื่อเป็นผู้นำในการสร้างการเติบโตและสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคสามารถต่อยอดการลงทุนด้าน AI ให้เกิดผลสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม  คุณ Andrew Boyd  จะรับหน้าที่เป็นผู้นำในการวางกลยุทธ์การบุกตลาด (Go-to-Market Strategy) และการบริหารจัดการการดำเนินงานภายในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดหลักต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN), เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะรับผิดชอบการวางกลยุทธ์แบบ Go To Market และดูแลภาพรวมการดำเนินงานในตลาดหลักทั่วภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศอาเซียน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการนำ AI มาใช้ในระดับองค์กร เสริมความแข็งแกร่งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนสนับสนุนให้องค์กรนำ AI มาใช้งานจริงได้อย่างเป็นระบบโดยมีธรรมาภิบาลที่ชัดเจนเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้  คุณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3711018">Dataiku คว้าตัว Andrew Boyd นั่งแท่น Senior Vice President และ General Manager คุมทัพภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ManageEngine Endpoint Central ยกระดับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบอัตโนมัติด้วย EDR และ Secure Private Access]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3710038</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 10:56:24 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3710038</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทเปิดตัวแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเองเป็นรายแรกที่ผสานรวม UEM ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ Endpoint (EPP ที่มี EDR) ประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลของพนักงาน (DEX) และ Secure Private Access เข้าไว้ด้วยกัน นำเสนอระบบตรวจจับภัยคุกคามอุปกรณ์ Endpoint ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการแก้ไขปัญหาแบบอัตโนมัติ บังคับใช้การเข้าถึงแอปพลิเคชันอินทราเน็ตแบบ Zero Trust ด้วยการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ ทดลองใช้งานแบบไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ EDR ManageEngine หน่วยงานหนึ่งของ Zoho Corporation และผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการไอทีระดับองค์กรชั้นนำประกาศเปิดตัว Endpoint Central แพลตฟอร์มการจัดการและการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบครบวงจร (UEMS) ที่มีความสามารถด้าน EDR และ Secure Private Access  ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยในแพลตฟอร์ม Endpoint Central ด้วยการตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI การแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ และการเข้าถึงแอปพลิเคชันภายในแบบ Zero Trust ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์  ในขณะที่องค์กรต่างต้องบริหารจัดการพนักงานและอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ที่อยู่กันคนละที่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3710038">ManageEngine Endpoint Central ยกระดับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ Endpoint แบบอัตโนมัติด้วย EDR และ Secure Private Access</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ManageEngine เปิดตัวเทคโนโลยี Causal Intelligence และ AI อัตโนมัติ สำหรับการดำเนินงานด้านไอที เร่งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3697418</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 11:26:05 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3697418</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสามารถใหม่ของ Site24x7 ผสานการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเชิงบริบทของโดเมน (Domain-Aware Correlations), AI แบบอัตโนมัติ และระบบจัดการเวิร์กโฟลว์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านไอทีสู่การทำงานแบบ Self-Healing ระบุสาเหตุที่แท้จริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอันชาญฉลาดที่ขับเคลื่อนโดย Causal Intelligence เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้อง ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดำเนินการแก้ไขปัญหาในวงกว้างได้อย่างควบคุมได้ ผ่านการจัดการเวิร์กโฟลว์ที่มีธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนโดย Qntrl ManageEngine บริษัทในเครือ Zoho Corporation ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการจัดการระบบไอทีสำหรับองค์กร ประกาศเพิ่มขีดความสามารถใหม่ด้านระบบวิเคราะห์หาสาเหตุ (Causal Intelligence) และAI อัตโนมัติ (Autonomous AI) ใน Site24x7 แพลตฟอร์มการสังเกตการณ์ระบบแบบเต็มรูปแบบ (Full-Stack Observability) ของบริษัท การยกระดับครั้งนี้นับเป็นการพลิกโฉมวิธีการที่องค์กรใช้รับมือกับเหตุการณ์ระบบหยุดทำงาน โดยเปลี่ยนจากการตั้งรับแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า (Firefighting) ไปสู่การสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นและสามารถจัดการตนเองได้อย่างอิสระ (Autonomous Resilience) ด้วยความสามารถในการลดระยะเวลาการกู้คืนระบบโดยเฉลี่ย (MTTR) ลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และรับประกันการปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Site24x7 จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถรักษาประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า และคงไว้ซึ่งความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อองค์กรได้อย่างมั่นคง  สภาพแวดล้อมไอทีสมัยใหม่มีความซับซ้อนและกระจัดกระจายมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3697418">ManageEngine เปิดตัวเทคโนโลยี Causal Intelligence และ AI อัตโนมัติ สำหรับการดำเนินงานด้านไอที เร่งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Nuvola Media จับมือ Certis ยกระดับปฏิบัติการความมั่นคงในสิงคโปร์ให้พร้อมรับมือและชาญฉลาดยิ่งขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/estate/3696824</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Feb 2026 09:34:06 +0700</pubDate>
				<category>estate</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696824</guid>

					<description><![CDATA[<p>Nuvola Media (Nuvola) ผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI สำหรับการวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่เมืองประกาศความร่วมมือด้านการผสานรวมเทคโนโลยีกับ Certis ผู้ให้บริการระบบรักษาความมั่นคงอัจฉริยะแบบรอบด้านและการให้บริการแบบผสานรวมแก่องค์กรต่าง ๆ ในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเก๊า และกาตาร์ Certis กำลังผสานรวมแพลตฟอร์มการแสดงภาพ ระบบวิเคราะห์ และการจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของ Nuvola เข้ากับระบบอัจฉริยะด้านปฏิบัติการความมั่นคงของตนเอง ด้วยการผสานรวมระบบนี้ ลูกค้าของ Certis สามารถมองเห็นภาพรวมด้านความมั่นคง การจัดกำลังพล จุดเข้าออก สภาพแวดล้อม และข้อมูลเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่นและพื้นที่วิกฤตได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การตอบสนองที่รวดเร็วแม่นยำ และการตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูล คุณ Felix Tan ซีอีโอแห่ง Nuvola Media กล่าวว่า “ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบรักษาความมั่นคงทางกายภาพ การบริหารจัดการความมั่นคงก็ยิ่งต้องเผชิญกับความท้าทายที่สูงขึ้น เทคโนโลยีและข้อมูลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง องค์กรจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกมาใช้คาดการณ์เหตุการณ์และวางแผนปฏิบัติการได้จริงเพื่อป้องกันภัยคุกคามและรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ทันที&#160;&#160;ด้วยการผสานรวมแพลตฟอร์มของเราเข้ากับระบบความมั่นคงและปฏิบัติการของ Certis องค์กรจะมองเห็นสินทรัพย์และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านข้อมูลและการจำลองสถานการณ์ได้ในที่เดียว ช่วยให้ดำเนินการรับมือได้รวดเร็วและดียิ่งขึ้น พร้อมรับมือกับความเสี่ยงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221; การให้บริการของ Certis นั้นได้ผสานรวมระบบปฏิบัติการด้านความมั่นคง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/estate/3696824">Nuvola Media จับมือ Certis ยกระดับปฏิบัติการความมั่นคงในสิงคโปร์ให้พร้อมรับมือและชาญฉลาดยิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[จากของเสียจากกระบวนการผลิตสู่มูลค่า: ผู้ผลิตอาหารในไทยจะปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในการผลิตอาหารที่ทำจากพืชได้อย่างไร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3696300</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 10:48:03 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3696300</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารจากพืช (Plant-based) ระดับโลก ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ทั้งนี้ แผนกลยุทธ์ด้านอาหารจากพืชระดับชาติ ผสานกับกลยุทธ์ที่ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมอาหารของไทย การนำวัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการผลิตหรือ “Side Streams” มาอัปไซเคิลจึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งในอนาคต ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ตลาดอาหารจากพืชของไทยกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ตลาดอาหารจากพืชหรือ Plant Based ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าแตะ 4.5 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ซึ่งได้รับแรงขับจากความตระหนักรู้ในเรื่องสุขภาพที่เพิ่มขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกอาหารที่ยั่งยืน และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% &#160;ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังขยายการส่งออกอาหารแห่งอนาคต ซึ่งรวมถึงอาหารฟังก์ชันและโปรตีนทางเลือก โดยในปี 2566 การส่งออกในผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวมีมูลค่า 1.43 แสนล้านบาท คิดเป็น 9% ของการส่งออกอาหารไทยทั้งหมดภายในปี 2570 ไทยตั้งเป้าที่จะผลักดันการส่งออกอาหารแห่งอนาคตให้มีมูลค่าถึง 3.5 แสนล้านบาท ตามข้อมูลของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) นอกจากนี้ ในฐานะผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังระดับแนวหน้าของโลก ไทยครองส่วนแบ่งการตลาดส่งออกถึง 57% ของโลก และเป็นผู้ส่งออกมะพร้าว ข้าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3696300">จากของเสียจากกระบวนการผลิตสู่มูลค่า: ผู้ผลิตอาหารในไทยจะปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในการผลิตอาหารที่ทำจากพืชได้อย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ Lubrizol สานต่อพันธกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ เร่งเครื่องการเติบโตแบบ “Local-for-Local”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3691932</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 10:41:53 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3691932</guid>

					<description><![CDATA[<p>Lubrizol ผู้นำระดับโลกด้านเคมีภัณฑ์เฉพาะประกาศเปิดตัวสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยความภาคภูมิ โดยบริษัทมีกลุยุทธ์ที่จะขยายธุรกิจเพื่อมุ่งสานต่อพันธกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยืนเคียงข้างความสำเร็จของลูกค้าทุกคนในประเทศไทย  นายเฮนรี่ หลิว รองประธาน Lubrizol เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ประเทศไทยนับเป็นตลาดหลักและเป็นประตูสำคัญสู่การเติบโตทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดตั้งสำนักงานโดยเฉพาะในประเทศไทยนั้นจะยิ่งช่วยให้เรามีศักยภาพในการทำงานร่วมกับพันธมิตรได้อย่างใกล้ชิดภายในประเทศ ส่งผลให้ระบบนิเวศพัฒนาต่อไปได้พร้อมทั้งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดของไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนตร์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ตลอดจนผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และอื่น ๆ อีกมากมาย”  ความร่วมมือเพื่อการเติบโตในประเทศ บริษัท Lubrizol ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับบริษัท ดร.พงษ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท เฟิร์ส คลาส อินโนเวชั่น จำกัด บริษัทชั้นนำด้านความงามในประเทศไทย เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างความร่วมมือในประเทศ โดยการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการยกระดับแบรนด์ Dr Pong ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง ตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพและนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของ Lubrizol ในการผสานความร่วมมือและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมภายในระบบนิเวศทางธุรกิจของประเทศไทยอีกด้วย  การลงทุนในประเทศเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสำนักงานในประเทศไทย การลงทุนเชิงกลยุทธ์ รวมถึงโครงการด้านนวัตกรรมล่าสุดในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ก็ถือเป็นการสานต่อการดำเนินงานกว่า 65 ปีของ Lubrizol ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ส่งเสริมพันธมิตรที่ใช้นวัตกรรมเป็นหลัก และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3691932"> Lubrizol สานต่อพันธกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ เร่งเครื่องการเติบโตแบบ “Local-for-Local”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Nuvola พลิกโฉม Keppel Bay Tower สู่อาคารพาณิชย์ที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy) แห่งแรกในสิงคโปร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/energy/3690895</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 14:54:35 +0700</pubDate>
				<category>energy</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3690895</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขานรับแผนงาน Singapore Green Plan 2030 ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะบริหารจัดการอาคารแบบเรียลไทม์ Nuvola Media (Nuvola) บริษัทผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI สำหรับการวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่เมืองประกาศความสำเร็จในการประยุกต์ใช้งานโซลูชันเพื่อขับเคลื่อนโครงการอาคารพาณิชย์ที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ หรือ ‘Zero Energy Building’ ของ Keppel Land Tower ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่เพียงทำให้ที่นี่เป็นอาคารเชิงพาณิชย์ที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์แห่งแรกในสิงคโปร์ แต่ยังเป็นการพลิกโฉมอาคาร Keppel Bay Tower อีกด้วย เฟลิกซ์ ตัน (Felix Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Nuvola Media กล่าวว่า &#8220;สิงคโปร์กำลังเร่งเดินหน้าสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ การพลิกโฉมสิ่งปลูกสร้างเดิมอย่าง Keppel Bay Tower ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนระดับชาติ  โดยอาคาร Keppel Bay Tower เป็นตัวอย่างชั้นเลิศของการใช้แนวคิดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมาช่วยพลิกโฉมอาคารพาณิชย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ยกระดับการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเอื้อให้ผู้ดูแลอาคารสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายทางธุรกิจและนโยบายของประเทศ&#8221;  ทั้งนี้ Nuvola ได้ร่วมมือกับ Keppel Land [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/energy/3690895">Nuvola พลิกโฉม Keppel Bay Tower สู่อาคารพาณิชย์ที่ใช้พลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy) แห่งแรกในสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[MediaTek เปิดตัว Dimensity 9500s และ Dimensity 8500 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพเกมมิ่งและการประหยัดพลังงานในสมาร์ทโฟนเรือธงและพรีเมียม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3684076</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 13:20:42 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3684076</guid>

					<description><![CDATA[<p>MediaTek เปิดตัว Dimensity 9500s และ Dimensity 8500 ชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดในซีรีส์Dimensity โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นจะสามารถส่งมอบประสิทธิภาพอันโดดเด่น การประหยัดพลังงาน AI การถ่ายภาพ การเล่นเกม และการเชื่อมต่อไร้สาย เพื่อสร้างการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับเรือธงและระดับพรีเมียม คุณ JC Hsu รองประธานอาวุโสองค์กรของ MediaTek และผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจการสื่อสารไร้สายกล่าวว่า &#8220;เราเป็นผู้นำด้านส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลก โดยเรายังมุ่งมั่นเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยที่สุดเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมากขึ้น พันธกิจดังกล่าวปรากฏชัดอยู่ในชิปเซ็ต Dimensity ทั้งสองรุ่น เพราะเราตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์สมาร์ทโฟนระดับเรือธงและพรีเมียมที่ล้ำยิ่งกว่า พร้อมยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของเราในการนำประสิทธิภาพที่ดีที่สุดและการประหยัดพลังงานสูงสุดมาสู่ผู้คนจำนวนมากขึ้น&#8221; Dimensity 9500s: ขุมพลังที่ยาวนานกว่า อุปกรณ์ที่มีชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500s สามารถปลดปล่อยประสิทธิภาพอันทรงพลังได้อย่างเต็มที่ด้วยการใช้กระบวนการผลิต3nm ระดับเรือธงและสถาปัตยกรรมแบบ All Big Core ในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น ซีพียูแบบ Octa-core ประกอบด้วยคอร์อัลตรา Cortex-X925 หนึ่งคอร์ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดถึง 3.73GHz คอร์พรีเมียม Cortex-X4 จำนวนสามคอร์ และคอร์ประสิทธิภาพ Cortex-A720 จำนวนสี่คอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3684076">MediaTek เปิดตัว Dimensity 9500s และ Dimensity 8500 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพเกมมิ่งและการประหยัดพลังงานในสมาร์ทโฟนเรือธงและพรีเมียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[MediaTek บุกตลาด Wi-Fi 8 ด้วย Filogic 8000 ในงาน CES 2026]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3683852</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 17:43:27 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3683852</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ MediaTek ผู้นำด้านเทคโนโลยีไร้สาย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ Filogic 8000 ที่งาน CES 2026 ผลิตภัณฑ์สุดล้ำชุดนี้จะเป็นหัวหอกสำคัญในระบบนิเวศ Wi-Fi 8 สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของ MediaTek ในการยกระดับการเชื่อมต่อไร้สาย เทคโนโลยีที่กำลังจะออกสู่ตลาดนี้จะมอบความน่าเชื่อถือระดับสูงเป็นพิเศษให้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ เกตเวย์ (เกตเวย์บรอดแบนด์ และ Access Point ระดับองค์กร) และโซลูชันสำหรับอุปกรณ์ลูกข่าย (สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, ทีวี, อุปกรณ์สตรีมมิ่ง, แท็บเล็ต และอุปกรณ์ IoT) และจะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์และแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI อีกมากมาย  เมื่อมีอุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มมากขึ้น การใช้งานเทคโนโลยีไร้สายจึงมีปริมาณสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการถูกรบกวน ส่งผลให้การเชื่อมต่อไม่เสถียรและการตอบสนองล่าช้า ประสิทธิภาพของ Wi-Fi ที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และ Wi-Fi 8 ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองการใช้งานดังกล่าว มอบการเชื่อมต่อที่เสถียรและความหน่วงต่ำเพื่อรูปแบบการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้การทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยี AI จะได้ใช้แบนด์วิดท์ที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่า และการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เกิดประสบการณ์ผู้ใช้ที่ล้ำยิ่งกว่า  Wi-Fi 8 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของการใช้งานดิจิทัลแบบใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3683852">MediaTek บุกตลาด Wi-Fi 8 ด้วย Filogic 8000 ในงาน CES 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dataiku เผยผลสำรวจ “Global AI Confessions Report” ชี้ 95% ของผู้นำด้านข้อมูลยอมรับ ว่าไม่สามารถติดตามที่มาของการตัดสินใจของ AI ได้]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3681798</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 14:24:49 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681798</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจจาก Dataiku และ Harris Poll ในกลุ่มผู้นำด้านข้อมูลกว่า 800 คน พบว่า 75% กังวลเกี่ยวกับ “ความน่าเชื่อถือ” ของการใช้งาน AI Agent ในองค์กร สิ่งที่น่าสนใจจากผลสำรวจ 80% ระบุว่าการตัดสินใจของ AI ที่แม่นยำแต่ไม่สามารถอธิบายได้ ความเสี่ยงมากกว่าการตัดสินใจที่ผิดแต่สามารถอธิบายได้ 69% รายงานว่าข้อเสนอแนะทางธุรกิจจาก AI มักได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังมากกว่าข้อเสนอจากมนุษย์ มีเพียง 19% ของผู้นำด้านข้อมูลเท่านั้นที่ “กำหนดให้ AI แสดงกระบวนการทำงาน” ก่อนการอนุมัติทุกครั้ง 52% เคยชะลอหรือยกเลิกการนำ AI Agent มาใช้งานโดยสิ้นเชิง เนื่องจากกังวลเรื่องความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ (Explainability) 73% เห็นว่าผู้บริหารระดับสูง (C-suite) มักประเมินความยากของการทำให้ AI มีความน่าเชื่อถือก่อนใช้งานจริงต่ำเกินไป 58% ของผู้นำด้านข้อมูลกังวลว่า “ช่องโหว่ในโค้ดที่สร้างโดย AI” อาจกลายเป็น “หายนะที่รอวันเกิดขึ้น” เกือบทั้งหมดของผู้นำด้านข้อมูล (95%) ยอมรับว่ายังไม่สามารถมองเห็นและเข้าใจการตัดสินใจของระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3681798">Dataiku เผยผลสำรวจ “Global AI Confessions Report” ชี้ 95% ของผู้นำด้านข้อมูลยอมรับ ว่าไม่สามารถติดตามที่มาของการตัดสินใจของ AI ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Dataiku แต่งตั้ง ‘Jo Goh’ นั่งแท่นรองประธานระดับภูมิภาค ดูแลพาร์ทเนอร์ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3681539</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2026 16:44:38 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3681539</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและช่องทางจัดจำหน่าย มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศพาร์ทเนอร์ พร้อมเร่งการประยุกต์ใช้ AI ทั่วภูมิภาค APJ Dataiku ผู้ให้บริการ The Universal AI Platform™ ประกาศแต่งตั้งคุณ Jo Goh ดำรงตำแหน่ง Area Vice President of Asia Pacific and Japan (APJ) Partnerships (รองประธานระดับภูมิภาคฝ่ายพาร์ทเนอร์ประจำเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น) โดยรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการเติบโต ยกระดับการดำเนินงานของพาร์ทเนอร์ Dataiku ทั่วภูมิภาค APJ และประสานงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึง Systems Integrator และพาร์ทเนอร์ช่องทางจัดจำหน่าย คุณ David Tharp รองประธานอาวุโสฝ่ายระบบนิเวศและพาร์ทเนอร์ของ Dataiku กล่าวว่า &#8220;นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่คุณ Goh จะมาสานต่อความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการสร้างระบบนิเวศในกลุ่มพาร์ทเนอร์ให้มีความแข็งแกร่งและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั่วเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น มากกว่านั้นคุณ Goh ยังมีผลงานหลายอย่างที่โดดเด่น พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญพิเศษด้านอุตสาหกรรมและทัศนคติที่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดั้งนั้นจึงเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย&#8221; ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ Dataiku [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3681539">Dataiku แต่งตั้ง ‘Jo Goh’ นั่งแท่นรองประธานระดับภูมิภาค ดูแลพาร์ทเนอร์ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Yokohama Pulse Day Fun Run 2025: การเฉลิมฉลองสุขภาพหัวใจ สุขภาพกาย และพลังชุมชน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3667468</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 15:38:38 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3667468</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมหัวใจเต้นผิดจังหวะแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Heart Rhythm Society: APHRS) ได้เปิดตัวกิจกรรม Yokohama Pulse Day Fun Run 2025 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นกิจกรรมเปิดตัวของซีรีส์ Road to Pulse Day 2026 กิจกรรมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญระดับโลกในการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmias) และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพหัวใจผ่านการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงและการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ กิจกรรม Yokohama Pulse Day Fun Run 2025 จัดขึ้นควบคู่กับงานประชุมวิชาการประจำปีของ APHRS ระหว่างวันที่ 12–15 พฤศจิกายน 2025 โดยเลือกใช้รูปแบบกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพเนื่องจากเป็นกิจกรรมที่รวมผู้คนจำนวนมาก ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ และสะท้อนพลังของชุมชนอย่างเข้มแข็ง รูปแบบนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสื่อสารว่า การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องของทุกคน ผู้เข้าร่วมจำนวน 120 คนจากการประชุมวิชาการของ APHRS รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านจังหวะการเต้นของหัวใจจากทั่วโลก สมาชิกของ APHRS และ JHRS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3667468">Yokohama Pulse Day Fun Run 2025: การเฉลิมฉลองสุขภาพหัวใจ สุขภาพกาย และพลังชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ESA, MediaTek, Eutelsat, Airbus, Sharp, ITRI และ R&#038;S ประกาศความสำเร็จครั้งแรกของโลกในการเชื่อมต่อ Rel-19 5G-Advanced NR-NTN ผ่านดาวเทียม LEO ของ OneWeb]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3664217</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 16:46:07 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3664217</guid>

					<description><![CDATA[<p>พันธมิตรทำงานร่วมมือกันเพื่อเปิดให้บริการการเชื่อมต่อ Rel-19 5G-Advanced NR NTN ครั้งแรกของโลก ผ่านกลุ่มดาวเทียม OneWeb ของ Eutelsat และโครงสร้างพื้นฐานที่ European Space Research and Technology Centre (ESTEC) ของ ESA ในเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้งาน 3GPP Rel-19 NR NTN ที่แบนด์วิดท์ 50MHz บน Ku-band พร้อมความสำเร็จในการ handover European Space Agency (ESA), MediaTek Inc., Eutelsat, Airbus Defence and Space, Sharp, Industrial Technology Research Institute (ITRI) และ Rohde &#38; Schwarz (R&#38;S) ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้ของเทคโนโลยี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3664217">ESA, MediaTek, Eutelsat, Airbus, Sharp, ITRI และ R&amp;S ประกาศความสำเร็จครั้งแรกของโลกในการเชื่อมต่อ Rel-19 5G-Advanced NR-NTN ผ่านดาวเทียม LEO ของ OneWeb</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โครงการ ASEAN DSE 2025 สานต่อภารกิจพัฒนาทักษะด้านการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลให้กับคนรุ่นใหม่ เตรียมความพร้อมสู่ตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/manufacturing/3661667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 16:19:11 +0700</pubDate>
				<category>manufacturing</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3661667</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิอาเซียนและ SAP ได้ทำการสรุปงาน ASEAN Data Science Explorers 2025 Regional Finals ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดกิจกรรม ASEAN Chairmanship 2025  มูลนิธิอาเซียน ร่วมมือกับ SAP ประสบความสำเร็จในการจัดโครงการการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ ASEAN Data Science Explorers (ASEAN DSE) 2025 ครั้งที่ 9 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนักศึกษาจำนวน 22 คนจากสถาบันการศึกษาระดับมัธยมและระดับอุดมศึกษาจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน นำเสนอโครงการที่ดำเนินงานด้วยข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค  ผู้เข้าร่วมโครงการได้แสดงความสามารถในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือเพื่อนำเสนอทางออกที่สร้างผลกระทบที่แท้จริงต่อประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมทั่วอาเซียน โดยใช้ SAP Analytics Cloud นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 6 ประการ ได้แก่ “ขจัดความหิวโหย” (SDG 2), “สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” (SDG [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/manufacturing/3661667">โครงการ ASEAN DSE 2025 สานต่อภารกิจพัฒนาทักษะด้านการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลให้กับคนรุ่นใหม่ เตรียมความพร้อมสู่ตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
