<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/prcious-communications/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/prcious-communications</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 May 2026 17:32:31 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Prisma SASE 4.0 พร้อม Prisma Browser นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยหยุดภัยคุกคามขั้นสูงที่หลบซ่อนตัว ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน SASE]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3648528</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 16:04:47 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3648528</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดตัว Prisma® SASE 4.0 โซลูชัน SASE (Secure Access Service Edge) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และล้ำหน้าที่สุดในวงการ ทั้งยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยนวัตกรรมล่าสุดใน Prisma Browser ที่สามารถตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามบนเว็บได้ในแบบเรียลไทม์ผ่านเบราเซอร์โดยตรง ซึ่งเป็นจุดบอดสำคัญของโซลูชันยุคเก่า นอกจากนี้ยังออกแบบมาเพื่อสกัดและยับยั้งการโจมตีแบบซ่อนตัวและเข้ารหัสที่ประกอบโค้ดอันตรายขึ้นภายในเบราว์เซอร์ และสามารถหลุดรอดจาก SWG (Secure Web Gateway) แบบดั้งเดิมได้  ทุกวันนี้ เบราว์เซอร์กำลังกลายเป็นระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับองค์กร และเป็นอินเทอร์เฟซหลักในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันด้าน AI และคลาวด์ ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยในช่องทางนี้จึงไม่ใช่ส่วนเสริมอีกต่อไป เมื่อแอปพลิเคชันและข้อมูลสำคัญจำนวนมากถูกรวมศูนย์อยู่ในเบราว์เซอร์ การใช้เบราว์เซอร์ธรรมดาทั่วไปจึงไม่เพียงพอสำหรับองค์กร เนื่องจากขาดกลไกด้านความปลอดภัยที่จำเป็นในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น Prisma SASE 4.0 มาพร้อม Prisma Browser ที่มีระบบปกป้องเว็บขั้นสูง สามารถตรวจจับและหยุดมัลแวร์ได้แบบเรียลไทม์ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย นับเป็นปราการด่านสำคัญที่โซลูชันอื่นไม่ครอบคลุม  นอกจากนี้ Prisma SASE 4.0 ยังมาพร้อมความสามารถใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องบุคลากรยุคใหม่ขององค์กร ประกอบด้วย: การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหนือชั้นด้วย AI: Prisma SASE 4.0 มอบโซลูชันการปกป้องข้อมูลแบบบูรณาการและไร้รอยต่อ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เอเจนต์ โคไพลอต และปลั๊กอิน AI ที่เข้าถึงข้อมูลองค์กรโดยตรง โดยมีการนำ AI เข้ามาช่วยจัดหมวดหมู่เพื่อคัดแยกข้อมูลที่อ่อนไหวโดยอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำในทุกฟอร์แมต ทั้งข้อมูลที่ไม่เป็นโครงสร้างและข้อมูลที่อยู่ระหว่างการใช้งาน โดยลดจำนวนผลบวกลวงได้ถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมาพร้อมโมเดลแมชีนเลิร์นนิงที่ผ่านการฝึกมาแล้วกว่า 140 รายการ และโมเดลที่ปรับแต่งเป็นการเฉพาะ เพื่อปกป้องสินทรัพย์สำคัญ เช่น สิทธิบัตร สัญญา และซอร์สโค้ด ระบบรักษาความปลอดภัยแอปภายในองค์กรที่ให้การปกป้องอันรวดเร็วและอัจฉริยะ: แอปพลิเคชันภายในองค์กรถือเป็นหัวใจสำคัญของหลายธุรกิจ และมักตกเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ ระบบป้องกันเว็บแอปพลิเคชันแบบดั้งเดิม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3648528">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Prisma SASE 4.0 พร้อม Prisma Browser นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยหยุดภัยคุกคามขั้นสูงที่หลบซ่อนตัว ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน SASE</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัวระบบความปลอดภัยควอนตัมเตรียมความพร้อมให้กับองค์กร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3634079</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2025 17:11:01 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3634079</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์  (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศเปิดตัวโซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์ใหม่ 2 รายการ เพื่อช่วยให้องค์กรใช้งานเทคโนโลยีควอนตัมได้อย่างปลอดภัย และเพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมคลาวด์และ AI ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคาม ตรวจจับได้รวดเร็ว ยืดหยุ่น และป้องกันได้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นสำหรับองค์กรในการเตรียมความพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีควอนตัม และการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในโลกของมัลติคลาวด์  อนันด์ ออสวาล รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความปลอดภัยบนเครือข่าย พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “ภัยคุกคามต่อการเข้ารหัสจากควอนตัมไม่ใช่เป็นเพียงทฤษฎี แต่เป็นภัยคุกคามใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทุกองค์กรต้องเร่งดำเนินการป้องกัน ด้วยนวัตกรรมล่าสุดนี้สามารถป้องกันภัยคุกคามสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุ้มครองข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอนาคต  เราเป็นผู้นำด้านการป้องกันภัยคุกคามใหม่นี้ โดยลูกค้าของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ที่ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุดจะสามารถใช้งานระบบความปลอดภัยระดับควอนตัม โดยจะมีข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการป้องกันข้อมูลสำคัญจากภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ได้ตั้งแต่วันนี้”  พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เสนอการป้องกันแบบครบวงจรเพื่อความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมขององค์กร ในขั้นแรก ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ไฟร์วอลล์เน็กซ์เจน (Next-Generation Firewall) และ Secure Access Service Edge จะสามารถตรวจจับภัยคุกคามและควบคุมความเสี่ยงในการเข้ารหัสผ่านแดชบอร์ด Quantum Readiness Dashboard  สำหรับแอปพลิเคชันที่ไม่รองรับการเข้ารหัสความปลอดภัยแบบควอนตัม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3634079">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัวระบบความปลอดภัยควอนตัมเตรียมความพร้อมให้กับองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปฏิวัติการรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชันบนคลาวด์ด้วย ASPM ที่เน้นการป้องกันเป็นหลักและครอบคลุมที่สุดในวงการ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3629466</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 11:10:53 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3629466</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์® (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดตัว Cortex® Cloud™ Application Security Posture Management (ASPM) โมดูลรักษาความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันที่เน้นการป้องกันเป็นหลัก โดยสามารถขจัดปัญหาด้านความปลอดภัยไม่ให้เข้าสู่ระบบจริงได้อย่างชาญฉลาด ทำให้หัวหน้าทีมด้านความปลอดภัยหรือนักพัฒนาสามารถแก้ไขความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้ตั้งแต่ก่อนที่แอปพลิเคชันบนคลาวด์และ AI จะได้รับการติดตั้งใช้งาน ลดเวลาในการแก้ไขได้ถึง 10 เท่า ทั้งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  นอกจากนี้ Cortex Cloud ASPM ยังมาพร้อมระบบนิเวศของพันธมิตร AppSec ซึ่งเป็นระบบเปิดที่ช่วยให้องค์กรผสานข้อมูลจากเครื่องมือสแกนโค้ดของโซลูชันอื่นๆ ที่องค์กรใช้อยู่แล้ว มาสู่แพลตฟอร์มรวมศูนย์เพื่อให้มองเห็นภาพรวมได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งการผสานข้อมูลจาก ASPM ของระบบเข้ากับข้อมูลเชิงลึกจากผู้ให้บริการรายอื่น ช่วยให้ทีมเห็นภาพรวมความเสี่ยงได้ชัดเจน โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือเดิมสำหรับพันธมิตร AppSec ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ในปัจบันประกอบด้วยผู้ให้บริการชั้นนำ เช่นBlack Duck, Checkmarx, GitLab, HashiCorp, Semgrep, Snyk และ Veracode   การเปิดตัวครั้งนี้ต่อยอดมาจากการเปิดตัว Cortex Cloud ซึ่งผสานรวมแพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3629466">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปฏิวัติการรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชันบนคลาวด์ด้วย ASPM ที่เน้นการป้องกันเป็นหลักและครอบคลุมที่สุดในวงการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[DoubleVerify เปิดตัว DV Authentic AdVantage โซลูชันแรกในวงการที่ใช้ AI ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญบนแพลตฟอร์มวิดีโอชั้นนำ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3629441</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 11:02:41 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3629441</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (&#8220;DV&#8221;) (NYSE: DV) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำเพื่อการตรวจสอบคุณภาพสื่อ ปรับปรุงประสิทธิภาพโฆษณา และประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เปิดตัว DV Authentic AdVantageTM โซลูชันแรกในวงการที่ผสานการควบคุมคุณภาพสื่อที่เชื่อถือได้ของ DV เข้ากับ DV Scibids AITM เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เหนือกว่าในทุกแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด โซลูชันใหม่นี้จะเริ่มให้บริการในแพลตฟอร์มวิดีโอที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้บริการ เพื่อช่วยให้นักโฆษณาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแคมเปญ พร้อมทั้งปกป้องคุณค่าของแบรนด์ มาร์ค ซาการ์สกี ซีอีโอของ DoubleVerify กล่าวว่า &#8220;นักการตลาดต้องเผชิญกับความท้าทายในการลงโฆษณาบนคอนเทนต์วิดีโอระดับพรีเมียมจากครีเอเตอร์ชั้นนำเนื่องจากประเด็นการควบคุมต้นทุน CPM (Cost per 1000 Impressions) ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ต้องเลือกระหว่าง &#8216;ปริมาณการเข้าถึง&#8217; กับ &#8216;คุณภาพของสื่อ&#8217; ซึ่ง DV Authentic AdVantage โซลูชันใหม่นี้ ได้ขจัดข้อจำกัดด้วยการผสานการปกป้องคุณภาพสื่อและการเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญไว้ในโซลูชันเดียวที่ครบถ้วนและใช้งานง่าย นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในอุตสาหกรรม ที่ช่วยให้แบรนด์เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย ขยายการเข้าถึง และบรรลุผลลัพธ์ที่โดดเด่นบนแพลตฟอร์มปิด (Walled Gardens) DV Authentic AdVantage ผสานความสามารถด้านการตรวจสอบคุณภาพสื่อ (verification) และการเพิ่มประสิทธิภาพ (optimization) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3629441">DoubleVerify เปิดตัว DV Authentic AdVantage โซลูชันแรกในวงการที่ใช้ AI ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญบนแพลตฟอร์มวิดีโอชั้นนำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงาน DoubleVerify เผยประเทศไทยมีอัตราการมองเห็นโฆษณาสูงเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3623940</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2025 11:00:44 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3623940</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (&#8220;DV&#8221;) (NYSE: DV) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำเพื่อการตรวจสอบคุณภาพสื่อ ปรับปรุงประสิทธิภาพโฆษณา และประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เผยรายงานเชิงลึกระดับโลกประจำปี 2025 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยมีการสรุปแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมโฆษณา พร้อมเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพสื่อทั่วภูมิภาค โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนโฆษณาที่แสดงมากกว่า 1 ล้านล้านครั้ง ทั้งบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป อุปกรณ์มือถือ และโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (CTV) ตลอดจนผลสำรวจจากนักการตลาดและผู้บริโภคทั่วโลก  รายงานปีนี้เผยให้เห็นถึงการพัฒนาที่ดีขึ้นในด้านคุณภาพสื่อ โดยมีอัตราการละเมิดความเหมาะสมต่อแบรนด์และการฉ้อโกงที่ลดลง ขณะที่อัตราการมองเห็นโฆษณามีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดด้านความสนใจโฆษณายังคงมีความแตกต่างอย่างมากในแต่ละภูมิภาค รูปแบบ และอุปกรณ์ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่นักโฆษณาต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับบริบท เพื่อให้ได้ทั้งผลลัพธ์และการปกป้องแบรนด์ที่ดีที่สุด  ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมาตรฐานด้านคุณภาพสื่อที่หลากหลาย โดยพบว่าอัตราการละเมิดความเหมาะสมต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น และมีอัตราการมองเห็นที่แท้จริงในระดับต่ำ แม้ว่าจะยังคงรักษาอัตราการฉ้อโกงให้อยู่ในระดับต่ำได้ก็ตาม  แนวโน้มสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย มีดังนี้ ความเหมาะสมต่อแบรนด์: อัตราการละเมิดความเหมาะสมของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 15% เมื่อ เทียบกับปีก่อนหน้าที่ 7.7% โดยในประเทศไทยมีอัตราการละเมิดเพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 8.1% ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์ในประเทศที่มีเนื้อหาที่มีความอ่อนไหวมากเกินไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความเหมาะสมต่อแบรนด์ในระยะยาว การฉ้อโกงและ SIVT: อัตราการฉ้อโกงและการเกิดทราฟฟิกโฆษณาปลอมที่มีความซับซ้อน (SIVT) เพิ่มขึ้น 0.8% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3623940">รายงาน DoubleVerify เผยประเทศไทยมีอัตราการมองเห็นโฆษณาสูงเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยผลสำรวจความปลอดภัยพนักงาน — 95% ขององค์กรเผชิญการโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3622524</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 10:46:39 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3622524</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ ร่วมกับ Omdia เผยแพร่รายงานวิจัยเรื่อง สถานะความปลอดภัยด้านพนักงาน: ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญสำหรับผู้นำด้านไอทีและความปลอดภัย ปัจจุบัน 85% ของการทำงานในองค์กรเกิดขึ้นผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และองค์กรมากถึง 95% เคยประสบกับการถูกโจมตีผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในการทำงานยุคดิจิทัล รายงานฉบับนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน ความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ และกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ  ในขณะที่ธุรกิจไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้นำมาซึ่งความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ ๆ หลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มปรับใช้การทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงาน แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้น เช่น การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีแบบฟิชชิ่ง รวมถีงการละเลยในการควบคุมข้อมูลสำคัญขององค์กร  เมื่อพนักงานหันมาใช้อุปกรณ์ส่วนตัวและเข้าถึงระบบงานจากระยะไกลมากขึ้น พื้นที่เสี่ยง (Attack Surface) จากการโจมตีทางไซเบอร์ก็ขยายตัวตามไปด้วย องค์กรจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์การทำงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้โซลูชันที่สามารถผสานการป้องกันภัยไซเบอร์เข้ากับความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างลงตัว จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องเจอกับข้อจำกัดที่ขัดขวางการทำงาน ขณะเดียวกันก็ยังสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนในปัจจุบัน  รายงานฉบับนี้ยังเผยให้เห็นแนวโน้มสำคัญด้านความปลอดภัยของพนักงานในองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว  ข้อมูลสำคัญจากรายงาน ได้แก่: การทำงานแบบรีโมตและไฮบริดยังคงเป็นรูปแบบหลัก: รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดจะยังคงเป็นที่แพร่หลาย โดยพนักงานกว่า 42% ยังคงคาดว่าจะทำงานจากระยะไกล ทำให้องค์กรต้องวางระบบให้รองรับการทำงานจากทุกที่ ทั้งผ่านแล็ปท็อปและอุปกรณ์พกพา การใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: หลายองค์กรรายงานว่ามีการใช้งานแอปพลิเคชัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3622524">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยผลสำรวจความปลอดภัยพนักงาน — 95% ขององค์กรเผชิญการโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[DoubleVerify Partners with Impact Plus to Help Brands Evaluate The Carbon Footprint of Ad Campaigns]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/general_en/3616565</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2025 15:39:53 +0700</pubDate>
				<category>general_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3616565</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (“DV”) (NYSE: DV), the leading software platform to verify media quality, optimize ad performance, and prove campaign outcomes, today announced a partnership with Impact Plus, a leading sustainability technology company that empowers marketers to reduce the environmental footprint of their advertising. With this release, brands can leverage DV’s Emissions Measurement offering powered by Impact [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/general_en/3616565">DoubleVerify Partners with Impact Plus to Help Brands Evaluate The Carbon Footprint of Ad Campaigns</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดับเบิลเวอร์ริฟาย จับมือ เดนท์สุ ประเทศไทย สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของสื่อดิจิทัล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3615544</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 08:29:53 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3615544</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดับเบิลเวอร์ริฟาย (DoubleVerify หรือ DV) (NYSE: DV) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำระดับโลกด้านการตรวจสอบคุณภาพสื่อดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา และแสดงผลลัพธ์ของแคมเปญอย่างชัดเจน ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเดนท์สุ  ในการนำโซลูชันของ DV มาใช้สำหรับลูกค้าของเดนท์สุ เพื่อยกระดับคุณภาพ การวัดผล และประสิทธิภาพของสื่อดิจิทัล รวมถึงการตรวจจับการทุจริตทางสื่อเพื่อป้องกันการสูญเสียงบประมาณจากสื่อที่ไม่มีคุณภาพ  ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพในระบบนิเวศของโฆษณาดิจิทัลในประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง  จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ Kantar  (DAAT และ Kantar) พบว่าในปี 2567 มีการใช้จ่ายโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมมากกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบจากปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการแข่งขันที่มากขึ้นในโลกดิจิทัล ทั้งนี้ตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 การใช้จ่ายมีแนวโน้มแตะระดับ 35,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก แม้สัดส่วนการใช้จ่ายโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta (รวม Facebook และ Instagram) คาดว่าจะยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 26% แม้จะลดลงจาก 28% ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3615544">ดับเบิลเวอร์ริฟาย จับมือ เดนท์สุ ประเทศไทย สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของสื่อดิจิทัล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ พบทราฟฟิก GenAI พุ่งสูงขึ้นถึง 890% สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยใหม่ให้กับองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3614636</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 08:48:03 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3614636</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เปิดเผยรายงานสถานการณ์เจเนอเรทีฟ AI ประจำปี 2568 (รายงาน State of GenAI 2025) ซึ่งพบว่าปริมาณทราฟฟิกของ Generative AI (GenAI) เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจถึง 890% ในปี 2567 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการใช้งาน Generative AI Tools อย่างแพร่หลายในระดับองค์กร แม้ว่าการเติบโตของ AI จะให้ประโยชน์ด้านประสิทธิภาพการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่รายงานฉบับนี้ย้ำเตือนว่า การใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการขาดการกำกับดูแล ได้ขยายจุดเปราะบางขององค์กร (Attack Surface) เพิ่มมากขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น  องค์กรต่างๆ ได้เร่งนำ GenAI มาใช้งานในด้านต่างๆที่หลากหลาย ตั้งแต่การช่วยเขียนเอกสาร, คอนเทนต์ ,ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการเขียนโค้ด ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า และการค้นหาข้อมูลในระดับองค์กร แต่ความแพร่หลายในเรื่องนี้รวดเร็วเกินกว่าองค์กรจะบริหารจัดการความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม โดยเฉลี่ยแล้วองค์กรต้องบริหารจัดการแอปพลิเคชัน GenAI ถึง 66 รายการ ภายในระบบของตนเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3614636">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ พบทราฟฟิก GenAI พุ่งสูงขึ้นถึง 890% สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยใหม่ให้กับองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เมื่อภัยพิบัติใกล้ตัวกว่าที่คิด AI ช่วยค้าปลีกไทยในการเตรียมพร้อมและฟื้นฟูชุมชนจากเหตุฉุกเฉิน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3602175</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 May 2025 12:50:57 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3602175</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผ่นดินไหวในเมียนมาร์และประเทศไทยได้สะท้อนให้เห็นความร้ายแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ท่ามกลางแนวโน้มของภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก ความตระหนักรู้เกี่ยวกับความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมในการรับมือของทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญ โดยในช่วงเวลาวิกฤติภาคค้าปลีกมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ชุมชนมีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นผ่านการสนับสนุนช่องทางในการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอย่างสะดวก เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น ความท้าทายสำหรับผู้ค้าปลีกจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและซับซ้อน ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อโครงสร้างของร้านค้าอาจทำให้ร้านต้องปิดให้บริการชั่วคราว  เครือข่ายการคมนาคมขนส่งอาจจะติดขัดหยุดชะงักรวมถึงอาจจะเกิดความยากลำบากในการเข้าถึงสินค้าในคลัง ขณะที่ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น อาหาร น้ำ ยา และอุปกรณ์ฉุกเฉินกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานั้น หากมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์จะมีประโยชน์อย่างมากต่อชุมชนและระบบเศรษฐกิจ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ระบบจัดจำหน่ายมักเผชิญกับความเสียหาย ขาดประสิทธิภาพในการจัดการ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือชั้นวางสินค้าในพื้นที่ประสบภัยมักจะว่างเปล่า ขณะที่พื้นที่อื่นๆ กลับมีสินค้าค้างสต็อกจำนวนมากเกินความจำเป็น โซลูชันการคาดการณ์โดยใช้ AI (Artificial Intelligent) และ ML (Machine Learning) ได้ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการจัดการสินค้าคงคลัง ด้วยการใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มค้าปลีกและองค์กรต่างๆ สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติได้แบบเชิงรุก การคาดการณ์โดยใช้ AI จะช่วยให้สามารถรักษาระดับสินค้าคงคลัง และช่วยสร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์วิกฤติได้เป็นอย่างดี โดยโซลูชันนี้จะวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่าย ช่วยคาดการณ์ความต้องการสินค้า และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คริสตี้ เดวิสัน รองประธานอาวุโสฝ่ายการขาย เอเชียแปซิฟิก ของ รีเล็กซ์ โซลูชันส์ กล่าว “AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำอีกด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3602175">เมื่อภัยพิบัติใกล้ตัวกว่าที่คิด AI ช่วยค้าปลีกไทยในการเตรียมพร้อมและฟื้นฟูชุมชนจากเหตุฉุกเฉิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[How Retail Can Use AI to Prepare for Disasters and Strengthen Community Resilience]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/it_en/3602170</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 May 2025 12:40:28 +0700</pubDate>
				<category>it_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3602170</guid>

					<description><![CDATA[<p>The earthquake in Myanmar and Thailand has underscored the profound impact natural disasters can have on lives, communities, and critical infrastructure. As the frequency and severity of natural disasters increase globally, there is growing recognition of the need for preparedness across all sectors. In times of crisis, retail becomes a cornerstone of community resilience, providing [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/it_en/3602170">How Retail Can Use AI to Prepare for Disasters and Strengthen Community Resilience</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ผลการศึกษาจาก DoubleVerify ชี้ชัดถึงพฤติกรรมผู้บริโภคประเทศไทยว่ามีระดับความสนใจต่อโฆษณาและการดูวิดีโอในระดับสูง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3594290</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 May 2025 15:05:55 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3594290</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (&#8220;DV&#8221;) (NYSE: DV) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำด้านการวัดผลสื่อดิจิทัล ข้อมูล และการวิเคราะห์ ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์โฆษณาดิจิทัลในประเทศไทยในวันนี้&#160; ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ความสำคัญของคุณภาพสื่อในการโฆษณา และความท้าทายที่นักโฆษณาต้องเผชิญในโลกดิจิทัล ประเทศไทยมีการบริโภคเนื้อหาดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคชาวไทยมีพฤติกรรมมีส่วนร่วมสูงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และตอบสนองต่อโฆษณาออนไลน์อย่างดี โดยเฉพาะเนื้อหาวิดีโอ ผลการศึกษาที่สำคัญ&#160; ความนิยมสตรีมมิงสูงขึ้น: ผู้ตอบแบบสอบถาม 84% คาดว่าจะบริโภคเนื้อหาสตรีมมิงเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า สอดคล้องกับข้อมูลของ DV ที่พบว่า อัตราการมองเห็นวิดีโอโฆษณาในไทยสูงถึง 87% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 78% อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ชมมีส่วนร่วมสูง: 76% ของผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับการชมคอนเทนต์วิดีโอที่มีโฆษณาสนับสนุนบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง นอกจากนี้ผู้ชมยังให้ความสนใจกับโฆษณาอย่างมาก ด้วยคะแนนดัชนีความสนใจต่อโฆษณา (Attention Index)อยู่ที่ 168 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 100 อย่างมีนัยสำคัญ ค้นคว้าข้อมูลก่อนซื้อมากขึ้น: 79% ของผู้บริโภคชาวไทยใช้เวลามากขึ้นในการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า&#160; ชิ้นใหญ่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการตัดสินใจซื้อเมื่อมีข้อมูล กลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาสำหรับนักโฆษณา: การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์สื่อเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพโฆษณา แม้ตลาดดิจิทัลไทยจะเปิดโอกาสมากมายแก่แบรนด์ต่างๆ แต่ก็มีความซับซ้อนที่นักโฆษณาต้องจัดการเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและประสิทธิผลของแบรนด์ ผู้บริโภคให้คุณค่ากับแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยม: ผู้ตอบแบบสอบถามในไทย&#160; 68% ระบุว่า หากเห็นโฆษณาของแบรนด์อยู่ใกล้คอนเทนต์ที่คลุมเครือหรือเป็นเท็จ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3594290">ผลการศึกษาจาก DoubleVerify ชี้ชัดถึงพฤติกรรมผู้บริโภคประเทศไทยว่ามีระดับความสนใจต่อโฆษณาและการดูวิดีโอในระดับสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[Palo Alto Networks Bolsters SASE Capabilities for Modern Workplace]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/it_en/3594163</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 May 2025 13:04:02 +0700</pubDate>
				<category>it_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3594163</guid>

					<description><![CDATA[<p>Palo Alto Networks® (NASDAQ: PANW), the global cybersecurity leader, today announced its latest advancements in Prisma® SASE, the industry&#8217;s most comprehensive secure access service edge (SASE) solution, including the unveiling of Prisma Access Browser 2.0, the world’s only SASE-native secure browser. Prisma Access Browser 2.0, along with Endpoint Data Loss Prevention (DLP) and expanded cloud [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/it_en/3594163">Palo Alto Networks Bolsters SASE Capabilities for Modern Workplace</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รายงานการสนองตอบต่อเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ปี 2568 เผยว่าเหตุการณ์ภัยไซเบอร์เกือบ 44% เกี่ยวข้องกับเว็บเบราว์เซอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3588158</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 17:00:25 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3588158</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยรายงานการสนองตอบต่อเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ประจำปี 2568 ที่พบว่าปัจจุบันคนร้ายได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ เปลี่ยนจากการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่และการขโมยข้อมูลแบบเดิม ไปสู่การมุ่งขัดขวางการดำเนินธุรกิจ มีการใช้ AI ช่วยในการโจมตี และอาศัยบุคคลภายในสร้างภัยคุกคาม รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เกือบครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์ความปลอดภัย (44%) มีความเกี่ยวข้องกับเว็บเบราว์เซอร์ เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  (สกมช.) รายงานว่า ประเทศไทยมีเหตุการณ์ภัยไซเบอร์เกิดขึ้น 392 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2568โดยภาคการศึกษาได้รับผลกระทบจากการโจมตีสูงสุด (27%) ตามมาด้วยหน่วยงานราชการ (17%) ภาคการเงินและธนาคาร (17%) และภาคเอกชนไทย (12%) ที่น่าสังเกตคือ ภัยคุกคามที่มุ่งโจมตีสถาบันการเงินและธนาคารมักเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งสอดคล้องตามรายงานการรับมือเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ที่เน้นย้ำถึงการแพร่ระบาดของเว็บไซต์หลอกลวง ขณะที่สถาบันการเงิน สถานดูแลสุขภาพ และหน่วยงานราชการทั่วโลกต่างเผชิญกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแลระดับภูมิภาคจึงเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเฟรมเวิร์กซีโรทรัสต์ (Zero Trust) และนำโซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ขุมพลังแห่ง AI เข้ามาช่วยจัดการ รวมถึงการบังคับใช้มาตรการและกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3588158">รายงานการสนองตอบต่อเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ปี 2568 เผยว่าเหตุการณ์ภัยไซเบอร์เกือบ 44% เกี่ยวข้องกับเว็บเบราว์เซอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Cortex Cloud ระบบรักษาความปลอดภัย บนคลาวด์แบบเรียลไทม์แห่งอนาคต]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3578890</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 08:36:16 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3578890</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เสริมทัพโซลูชันการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ด้วย Cortex® Cloud ซึ่งเป็นเวอร์ชันถัดไปของ Prisma Cloud การผสานรวมสุดยอดเทคโนโลยีใหม่อย่างระบบตรวจจับและรับมือภัยคุกคามสำหรับคลาวด์ (CDR) ที่ดีที่สุดเข้ากับแพลตฟอร์มปกป้องแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (CNAPP) ชั้นนำเอาไว้ภายใต้แพลตฟอร์ม Cortex เพียงหนึ่งเดียว โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้ทีมดูแลระบบความปลอดภัยมีเครื่องมือที่ทันสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบอัตโนมัติ และมีความสามารถเหนือกว่าแนวทางการรักษาระบบความปลอดภัยบนคลาวด์ใน &#8220;ยุคสงบ&#8221; (peace time) พร้อมคุณสมบัติการยับยั้งการโจมตีได้ในแบบเรียลไทม์ รายงานจาก Unit 42® ระบุว่า ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยกว่า 80% พบในพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตีบนคลาวด์ และมีภัยคุกคามที่มุ่งเป้าระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นถึง 66% ดังนั้น Cortex Cloud จึงมาช่วยรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกัน เปลี่ยนเวิร์กโฟลว์ให้เป็นระบบอัตโนมัติ และใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันภัยคุกคาม และยับยั้งการโจมตีแบบเรียลไทม์ในยุคที่มีการใช้งานระบบคลาวด์และ AI เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ Cortex Cloud ยังออกแบบมาให้รับและวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องมือของบริษัทอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อให้มองเห็นข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดจากศูนย์กลางผ่านความสามารถของ AI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3578890">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Cortex Cloud ระบบรักษาความปลอดภัย บนคลาวด์แบบเรียลไทม์แห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ดูโฮม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการซัพพลายเชนด้วยรีเล็กซ์ โซลูชันส์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3577530</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 15:08:54 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3577530</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดูโฮมซึ่งเป็นผู้นําด้านค้าปลีกและค้าส่งในประเทศไทย เลือกใช้รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ผู้ให้บริการโซลูชันด้านการวางแผนซัพพลายเชนและการค้าปลีกแบบครบวงจรในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการซัพพลายเชน ซึ่งการนําโซลูชันด้านการคาดการณ์ การเติมสินค้า และการคาดการณ์โปรโมชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของรีเล็กซ์มาใช้ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งในศูนย์กระจายสินค้าและร้านค้าของดูโฮม โดยโครงการนี้ทาง รีเล็กซ์ จะดําเนินการร่วมกับ Logic ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Accenture พันธมิตรของรีเล็กซ์  ดูโฮม ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้นําในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ “ครบ ถูก ดี…ที่ดูโฮม” ปัจจุบันดูโฮมมีสาขาขนาดใหญ่ จำนวน 24 สาขา สาขาขนาดเล็กภายใต้แบรนด์ “ดูโฮมทูโก” จำนวน 15 สาขา และศูนย์กระจายสินค้า 1 แห่ง ดูโฮมมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขยายธุรกิจไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อรองรับการเติบโตของสังคมเมืองและเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างและตกแต่งบ้านในฝันได้ง่ายขึ้น  ดูโฮมเล็งเห็นถึงความสําคัญของการพัฒนาระบบการจัดการซัพพลายเชนให้มีความคล่องตัวและเป็นอัตโนมัติ เพื่อรองรับการเติบเติบโตของตลาดในประเทศไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ ดูโฮมใช้เพียง Spreadsheets และโซลูชันแบบดั้งเดิมในการบริหารจัดการซัพพลายเชน ซึ่งไม่สามารถตอบสนองเป้าหมายในการจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ดูโฮมจึงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น  นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ กรรมการ  กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3577530">ดูโฮม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการซัพพลายเชนด้วยรีเล็กซ์ โซลูชันส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[DoubleVerify เปิดตัวการควบคุมระดับเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม Meta เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพสื่อและประสิทธิภาพในการลงโฆษณา]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3575978</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Mar 2025 17:41:17 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3575978</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (“DV”) (NYSE: DV) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำด้านการวัดผลสื่อคุณภาพดิจิทัล ข้อมูล และการวิเคราะห์ ประกาศเปิดตัวคุณสมบติใหม่ในการควบคุมระดับเนื้อหาสำหรับ Meta’s Facebook &#38; Instagram Feed และ Reels ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตของบริษัทด้วยเครื่องมือที่เชื่อถือได้และเป็นอิสระ สำหรับการควบคุมความเหมาะสมของแบรนด์และประสิทธิภาพของสื่อ  การเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยให้นักโฆษณาสามารถหลีกเลี่ยงเนื้อหาที่พวกเขามองว่าไม่เหมาะสมก่อนที่โฆษณาจะแสดงผล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์บนแพลตฟอร์มของ Meta การเปิดตัวนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากการเปิดตัวในปีที่แล้วของการวัดความปลอดภัยและความเหมาะสมของแบรนด์หลังการประมูลบน Facebook และ Instagram Feeds และ Reels ของ Meta  มาร์ก ซากอร์สกี้ ซีอีโอ DoubleVerify กล่าวว่า “การควบคุมระดับเนื้อหาด้วยฟีเจอร์ใหม่ของ DoubleVerify ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผู้โฆษณา” พร้อมเสริมว่า “โดยการผสมผสานการควบคุมเนื้อหากับการวัดผลหลังการประมูล เรากำลังช่วยให้แบรนด์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทั้งคุณภาพและผลกระทบของแคมเปญของพวกเขา นักโฆษณาสามารถมั่นใจได้ว่าโฆษณาของพวกเขาจะถูกแสดงในสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับคุณค่าของแบรนด์ การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่นี้เสริมสร้างความมุ่งมั่นของเราในการเป็นโซลูชันที่ทำงานอย่างอิสระ และยังคงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่ช่วยให้แบรนด์ปรับปรุงการเข้าถึงสื่อที่มีคุณภาพและกระตุ้นการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook และ Instagram&#8221;  การนำกลยุทธ์การตรวจสอบสื่ออย่างครอบคลุมมาใช้ จะทำให้การป้องกันการโฆษณาที่แสดงผลบนตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมนั้นสอดคล้องกับการวัดผลโฆษณาหลังการประมูล  ซึ่งให้คุณค่ามากมายแก่แบรนด์ การวัดผลหลังการประมูลจะวิเคราะห์เนื้อหาหลังจากที่ซื้อการแสดงผลแล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้โฆษณาได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการส่งโฆษณาว่ามีความสอดคล้องกับภาพลักษณ์หรือคุณค่าของแบรนด์หรือไม่  DV ที่เพิ่งเปิดตัวการควบคุมระดับเนื้อหาจะประเมินคุณภาพของสื่อก่อนการแสดงผลของโฆษณา และจะหลีกเลี่ยงหากเนื้อหาที่ประเมินต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของแบรนด์และไม่สอดคล้องกับระดับความเหมาะสมของบริษัทในรูปแบบอัตโนมัติ –– เป็นการสนับสนุนในการนำส่งโฆษณาไปยังสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญในอนาคตและมีข้อมูลเชิงลึกในการการตัดสินใจลงทุนในสื่อต่างๆ  นอกจากนี้ DV ยังได้เปิดตัวหมวดหมู่ใหม่ และเป็นหมวดหมู่เฉพาะทาง 30 หมวด ที่มีระดับของการหลีกเลี่ยงเนื้อหา เช่น เยาวชนและผู้ใหญ่ตอนต้น ความบันเทิงสำหรับเยาวชน และการพนัน หมวดหมู่ที่ขยายเพิ่มเติมเหล่านี้ช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถควบคุมและปกป้องเนื้อหาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเหมาะกับความเหมาะสมของแต่ละแบรนด์  การเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ในครั้งนี้ กลุ่มผู้โฆษณาจะได้รับประโยชน์ ดังนี้: เพิ่มประสิทธิภาพแบบครบวงจร: การปรับการควบคุมระดับเนื้อหาให้สอดคล้องทั้งก่อนและหลังจากที่โฆษณาประมูล หรือแสดงผลไปแล้ว (post-bid) สามารถทำได้อย่างราบรื่น โซลูชั่นนี้ช่วยปรับปรุงอัตราความเหมาะสมของแคมเปญ ลดการสูญเสียจากสื่อที่ไม่มีคุณภาพ และเสริมประสิทธิภาพของโฆษณาในแคมเปญ Facebook และ Instagram Feed และ Reels บน Meta ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน : ระบบสามารถรีเฟรชเนื้อหาที่หลีกเลี่ยงโดยอัตโนมัติทุกชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องใช้การทำงานด้วยมนุษย์ ความน่าเชื่อถือในการแสดงผลโฆษณา: การตรวจสอบและการปกป้องตำแหน่งโฆษณาจากหน่วยงานที่เป็นอิสระจากแพลทฟอร์มมีเดีย การวัดผลข้อมูลเชิงลึก และการควบคุมระดับเนื้อหามีอยู่ใน DV [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3575978">DoubleVerify เปิดตัวการควบคุมระดับเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม Meta เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพสื่อและประสิทธิภาพในการลงโฆษณา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยคำแนะนำช้อปปิ้งส่งท้ายปีอย่างไรให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3553847</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2024 15:36:16 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3553847</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งที่ทุกคนรอคอยอย่าง 12.12 และวันลดราคาส่งท้ายปี พาโล อัลโต้ เน็ตเวิรกส์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพราะช่วงส่งท้ายปี ธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ และธุรกรรมการเงินจะพุ่งสูงขึ้น  นับตั้งแต่ การค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุดในการช้อปปิ้ง ไปจนกระทั่งถึงการโอนเงินข้ามประเทศเพื่อส่งมอบของขวัญให้แก่กัน  ดังนั้นแล้ว ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้ จึงเป็นโอกาสทองของเหล่าอาชญากรทางไซเบอร์ ในการหาผลประโยชน์จากผู้ซื้อของผ่านออนไลน์ที่ไม่ทันระวังตัว โดยหลอกลวงทางฟิชชิ่ง เว็บไซต์หลอกลวง และการฉ้อโกงจากการชำระเงิน ผลกระทบนี้เห็นได้ชัดจากความสูญเสียที่ได้มีการรายงานในไทยในช่วงสามปีที่ผ่านมา (1 มีนาคม 2565 ถึง 31 ตุลาคม 2567) คิดเป็นมูลค่า 74,800 ล้านบาท จากกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ 708,141 กรณี การหลอกลวงที่พบมากที่สุด เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าหรือบริการ ส่งผลให้เกิดความเสียหาย 4.72 พันล้านบาท โดยคาดว่ากิจกรรมออนไลน์จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูช้อปปิ้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ นายปิยะ จิตต์นิมิตร ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “กลุ่มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซของไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น ความจำเป็นในการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นจึงมีความสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา” พร้อมเสริมว่า “แม้ว่ารัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผู้บริโภคโดยส่งเสริมสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น จากมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐได้ออกมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3553847">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยคำแนะนำช้อปปิ้งส่งท้ายปีอย่างไรให้ปลอดภัยจากภัยไซเบอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[DoubleVerify เปิดตัวคู่มือ &#8220;พลังแห่งคุณภาพสื่อ&#8221; สำหรับนักโฆษณายกระดับการทำโฆษณาได้อย่างทรงประสิทธิภาพในยุคสื่อยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3551544</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 17:14:40 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3551544</guid>

					<description><![CDATA[<p>DoubleVerify (DV) ผู้นำด้านการพิสูจน์ตัวตนสื่อดิจิทัล ประกาศเปิดตัวคู่มือใหม่ &#8220;พลังแห่งคุณภาพสื่อ&#8221; – นักการตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้ใช้ประโยชน์จากคุณภาพสื่ออย่างไรเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนด้านโฆษณาที่ดีขึ้น (The Power of Media Quality – How APAC Marketers Can Leverage Media Quality for Better Advertising ROI) รายงานประจำปี 2566 ที่ทาง DV ร่วมกับ WARC พบว่านักการตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ไม่สามารถประเมินการซื้อสื่อดิจิทัลเทียบกับตัวชี้วัดคุณภาพหลักได้ การวิจัยสรุปว่ามีเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ของนักการตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น ที่ประเมินตัวชี้วัดคุณภาพสื่อที่สำคัญได้ เช่น ความปลอดภัยและความเหมาะสมของแบรนด์ ความสามารถในการวัดผลสื่อ การฉ้อโกง หรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป้าหมายในการลงโฆษณา คู่มือใหม่นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมศักยภาพให้นักโฆษณาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยความรู้และเครื่องมือที่จำเป็น ในการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาด้วยการยืนยันตัวตน  ประเด็นสำคัญจากคู่มือ &#8220;พลังแห่งคุณภาพสื่อ&#8221; ฯ ประกอบด้วย : สำรวจภูมิทัศน์สื่อดิจิทัลในปัจจุบัน: ด้วยการขยายตัวอย่างรวดเร็วของช่องทางดิจิทัล เช่น โซเชียล สตรีมมิ่ง เกม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3551544">DoubleVerify เปิดตัวคู่มือ &#8220;พลังแห่งคุณภาพสื่อ&#8221; สำหรับนักโฆษณายกระดับการทำโฆษณาได้อย่างทรงประสิทธิภาพในยุคสื่อยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปิดดีลการเข้าซื้อสินทรัพย์ QRadar SaaS ของไอบีเอ็ม]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3520887</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 16:59:26 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3520887</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อสินทรัพย์ QRadar ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ในรูปแบบการบริการ (SaaS) จาก ไอบีเอ็ม การปิดดีลในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ และไอบีเอ็ม ในการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าด้วยระบบป้องกันภัยคุกคามที่ดีที่สุด ครอบคลุมจุดเปราะบางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด ด้วยแพลตฟอร์มที่ครบวงจรเพื่อการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยที่เป็นไปอย่างง่ายดาย    Cortex XSIAM® ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย Precision AI™ ของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ จะช่วยรวมข้อมูลและการดูแลรักษาความปลอดภัยไว้ที่ศูนย์กลางภายใต้แพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็น SIEM, SOAR, ASM และ XDR เพื่อให้การปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันภัยคุกคามขนาดใหญ่ได้ โดยทั้งพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ และไอบีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านความปลอดภัย จะให้ความช่วยเหลือลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกในการย้ายระบบจาก QRadar มาเป็น Cortex XSIAM อย่างราบรื่นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการย้ายระบบผ่านทางไอบีเอ็ม คอนซัลติ้ง สำหรับลูกค้าที่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนด  นอกจากนี้ไอบีเอ็ม ยังได้ขยายแพลตฟอร์มระบบรักษาความปลอดภัยของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เพื่อการใช้งานภายในองค์กรเพิ่มเติม พร้อมทั้งยังติดตั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3520887">พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ปิดดีลการเข้าซื้อสินทรัพย์ QRadar SaaS ของไอบีเอ็ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
