<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/hsbc-thailand/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/hsbc-thailand</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Mon, 18 May 2026 14:36:27 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีชี้ธุรกิจไพรเวท แบงก์อาจพลาดโอกาสกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากไม่ปรับตัวรับการเติบโตของความมั่งคั่งของผู้หญิง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3714821</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 12:00:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3714821</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เผย ปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทในการสร้าง สืบทอด และบริหารความมั่งคั่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีต แต่สถาบันการเงินจำนวนมากยังไม่สามารถปรับแนวทางการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับความต้องการทางการเงินของผู้หญิงได้ดีพอ เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ “ผู้หญิงและความมั่งคั่งกับโอกาสการลงทุนระดับโลก (Women and Wealth: A Global Opportunity)” โดยระบุว่า ในอดีตผู้หญิงที่มีความมั่งคั่งสูงมักได้รับการดูแลด้านการเงินจากสถาบันการเงินน้อยกว่าผู้ชาย เนื่องจากสถาบันการเงินจำนวนมากยังไม่ได้มีการปรับใช้แนวทางที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อเข้าถึงและให้บริการกับลูกค้าผู้หญิงอย่างเต็มที่ โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมการลงทุนที่แตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงเพียงพอ รายงานฉบับนี้ ซึ่งเป็นบทวิจัยฉบับล่าสุดของของซีรีส์รายงานวิจัย “มุมมองความมั่งคั่งระดับโลก (Global Wealth Focus)” ของ เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมองว่าเป้าหมายของความมั่งคั่ง คือ การวางแผนเกษียณ หรือการสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ ผู้หญิงจำนวนมากยังต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และมีแนวโน้มสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมมากกว่าผู้ชายถึง 9 เปอร์เซ็นต์[1] ในขณะที่ความมั่งคั่งของผู้หญิงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายงานคาดการณ์ว่าผู้หญิงจะครอบครองสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ของโลกถึง 40% ของสินทรัพย์ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 113 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 3.63 ล้านล้านล้านบาทในอีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3714821">เอชเอสบีซีชี้ธุรกิจไพรเวท แบงก์อาจพลาดโอกาสกว่า 100 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากไม่ปรับตัวรับการเติบโตของความมั่งคั่งของผู้หญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีเผยผลสำรวจ ชี้ผู้นำธุรกิจและนักลงทุนมองเอเชียและ AI เป็นโอกาส ท่ามกลางความผันผวน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3711413</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 13:59:22 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3711413</guid>

					<description><![CDATA[<p>93% วางแผนเพิ่มการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนในช่วง 5 ปีข้างหน้า 88% ปรับกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น 51% ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และข้อมูล รวมถึงต้นทุนพลังงานที่น่าสนใจ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในแต่ละตลาดเป้าหมาย ผู้นำธุรกิจระดับสูงและนักลงทุนสถาบันต่างให้ความสำคัญกับเอเชีย โดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่ ในการปรับทิศทางธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโต จากผลสำรวจฉบับใหม่ของเอชเอสบีซี ซึ่งจัดทำขึ้นก่อนงานสัมนา “เอชเอสบีซี โกลบอล อินเวสเมนท์ ซัมมิท (HSBC Global Investment Summit*) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ฮ่องกง ผลสำรวจดังกล่าว ได้มาจากการสำรวจผู้บริหารธุรกิจและนักลงทุนสถาบันระดับนานาชาติจำนวน 3,000 ราย ใน 10 ประเทศทั่วโลก โดยดำเนินการในช่วงกลางเดือนมีนาคม ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับความผันผวนมาตลอดทศวรรษ บริษัทต่าง ๆ ยังคงปรับตัวและเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ 94% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงมองเห็นโอกาสที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ 87% ระบุว่ามีความพร้อมในการรับความเสี่ยงที่ได้คาดการณ์ไว้แล้วมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน และเกือบ 3 ใน 4 (72%) คาดว่าจะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากในช่วง 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3711413">เอชเอสบีซีเผยผลสำรวจ ชี้ผู้นำธุรกิจและนักลงทุนมองเอเชียและ AI เป็นโอกาส ท่ามกลางความผันผวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซี แต่งตั้ง วิลเลียม ฟอก ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3694551</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Feb 2026 16:11:36 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3694551</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ประกาศแต่งตั้ง นายวิลเลียม ฟอก ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย (Country Head of Private Bank, HSBC Thailand) โดยจะเป็นผู้นำในการบริหารสายงานไพรเวท แบงก์ ของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ในประเทศไทยและปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ สำนักงานที่กรุงเทพมหานคร นายวิลเลียมจะรายงานตรงต่อนายเบนจามิน หวัง ผู้อำนวยการสายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารเอชเอสบีซี โดยนายวิลเลียมมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในด้านหุ้นกู้ที่มีอนุพันธุ์แฝง(Structured products) อันเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผสมผสานระหว่างหุ้นกู้และตราสารอนุพันธ์เข้าไว้ด้วยกัน โดยออกแบบให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของนักลงทุนแต่ละราย รวมทั้งยังเชี่ยวชาญในด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน โดยก่อนรับตำแหน่งนี้ นายวิลเลียมเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโส ณ บริษัท หลักทรัพย์ แอลจีที (ประเทศไทย) จำกัด โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าและการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับเอชเอสบีซีอีกครั้งของนายวิลเลียม หลังจากที่เคยทำงานกับสายงานไพรเวท แบงก์ ธนาคารเอชเอสบีซีเป็นระยะเวลาเกือบห้าปี ทั้งในฮ่องกงและกรุงเทพมหานคร โดยก่อนหน้านี้นายวิลเลียมยังมีประสบการณ์การทำงานที่จูเลียส แบร์และมอร์แกน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3694551">เอชเอสบีซี แต่งตั้ง วิลเลียม ฟอก ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HSBC Private Bank แนะกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 ในธีม “สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3687950</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 16:53:26 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3687950</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2569 ซึ่งนับเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุน เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ (HSBC Private Bank) แนะนำให้นักลงทุนเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของพอร์ตการลงทุน ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ผสม (multi-asset) เพื่อคว้าโอกาสการเติบโตจากแนวโน้มการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก พร้อมบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์ เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงค์ (HSBC Private Bank) เปิดเผยรายงาน “กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 ในธีม “สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง”” ซึ่งได้ทำการคาดการณ์ว่า การเร่งนำ AI ไปใช้และการสร้างรายได้จาก AI จะยังคงสนับสนุนการเติบโตของกำไรภาคธุรกิจอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 ส่งผลให้ธนาคารยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อความเสี่ยงและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นโลกมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยเสริมการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตผ่านการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระดับลงทุนจากทั่วโลก (Investment Grade Bonds) สินเชื่อคุณภาพในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ควบคู่ไปกับการจัดสรรกลยุทธ์การลงทุนไปยังหุ้นหลักทรัพย์นอกตลาด (Private Equity) สินเชื่อบริษัทเอกชนและโครงสร้างพื้นฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3687950">HSBC Private Bank แนะกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 ในธีม “สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุนในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีและเลนซิ่งเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3685602</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2026 16:08:54 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3685602</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมโยงภาคขนส่งสินค้า ภาคธุรกิจ และภาคธนาคาร ชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการขยายการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลและลดเวลาการจัดส่งเอกสารได้ถึง 75% ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัล หลังประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามแพลตฟอร์ม (Electronic Bill of Lading Interoperability) ซึ่งเชื่อมหลายแพลตฟอร์มและหลายธนาคารเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ นวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนการค้าระหว่างประเทศแบบเดิมสู่ระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท เลนซิ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเส้นใยพิเศษจากไม้ชั้นนำของโลกครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญสู่การเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถขยายขนาดการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดส่งเอกสารด้านการค้าระหว่างประเทศเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลา ซึ่งต้องใช้เอกสารจำนวนมากสูงสุดถึงกว่า 50 แผ่น และต้องเกี่ยวข้องกับมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดส่งสินค้าสูงสุดถึงกว่า 30 องค์กรต่อหนึ่งการจัดส่งสินค้า โดยใบตราส่งสินค้าหรือ Bill of Lading ซึ่งออกโดยบริษัทผู้ขนส่งสินค้าเพื่อยืนยันการรับสินค้าจากผู้ส่งออก ถือเป็นหนึ่งในเอกสารการค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการจัดส่งสินค้า ทั้งนี้ ด้วยนวัตกรรมทางการเงินนี้ ทำให้เลนซิ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการนี้ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถลดระยะเวลาการส่งมอบเอกสารสำหรับการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศจีนจากปกติที่ต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เหลือเพียง 1 วันเท่านั้น พร้อมรับประกันความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กับแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ Global Shipping Business Network (GSBN), IQAX [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3685602">เอชเอสบีซีและเลนซิ่งเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีเผยภาคธุรกิจในเอเชียปรับกลยุทธ์ทางการค้า มุ่งสู่ “เอเชียเพื่อเอเชีย”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3682412</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 14:15:14 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3682412</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้าและก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคสำคัญของบริษัทในเอเชียและทั่วโลก ธนาคารเอชเอสบีซีเผยองค์กรภาคธุรกิจในเอเชียเริ่มแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและเสถียรภาพที่ดีขึ้น ความกังวลด้านรายได้บริษัทผ่อนคลายลง และเริ่มมีรูปแบบในการดำเนินการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ เกิดขึ้น ภายหลังการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หรือ “Liberation Day tariffs” เมื่อกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ หลายประเทศในเอเชียยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าล่าสุดช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจในระยะสั้น มากกว่าที่จะเป็นอุปสรรค ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ HSBC Global Trade Pulse 2025 (เอชเอสบีซี โกลบอล เทรด พัลส์ 2025) ซึ่งสำรวจบริษัทจำนวน 6,750 แห่ง ที่ตั้งอยู่ใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยผลสำรวจเผยว่า แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าหลักจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ภาคธุรกิจในปัจจุบันมีมุมมองเกี่ยวกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศที่ชัดเจนขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา โดย 67% ของบริษัทที่ร่วมตอบแบบสำรวจทั่วโลกมีความเข้าใจถึงผลกระทบของนโยบายการค้าที่มีต่อธุรกิจของตนมากขึ้นกว่าหกเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ 88% ของบริษัทที่ร่วมตอบแบบสำรวจจากทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในความสามารถขององค์กรของตนในการขยายการค้าระหว่างประเทศในช่วงสองปีข้างหน้า โดยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีมุมมองเชิงบวกมากกว่าองค์กรขนาดเล็กกว่า เห็นได้จาก 46% ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่ามี “ความเชื่อมั่นอย่างมาก” ต่อการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3682412">เอชเอสบีซีเผยภาคธุรกิจในเอเชียปรับกลยุทธ์ทางการค้า มุ่งสู่ “เอเชียเพื่อเอเชีย”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ASEAN-China corridor: Trade to the left, FDI to the right]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3680673</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 17:25:25 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3680673</guid>

					<description><![CDATA[<p>Research by: Ms. Yun Liu, ASEAN economist at HSBC Global Investment Research Bilateral trade surged to USD984bn in 2024, making ASEAN China&#8217;s largest trading partner for five consecutive years Despite trade uncertainty, consistent FDI inflows continue to pour into ASEAN, capturing a 14.5% share of global FDI’ In particular, Chinese investments are driving higher FDI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3680673">ASEAN-China corridor: Trade to the left, FDI to the right</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีเผย การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3670164</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2025 11:34:01 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3670164</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 ใน 2 ของผู้บริหารจัดการทางการเงินเชื่อว่า AI จะมี “บทบาทสำคัญอย่างมาก” ในอีก 3 ปีข้างหน้า3 ใน 5 ระบุว่า ความผันผวนของตลาดและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นความเสี่ยงสูงสุดในอีก 12 เดือน เอชเอสบีซี เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค: มุมมองจากผู้บริหารจัดการทางการเงิน ปี 2025” (Redefining Treasury in Asia Pacific: Voices of Treasury 2025) ซึ่งวิเคราะห์การบริหารจัดการทางการเงินขององค์กรทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังก้าวสู่การบริหารจัดการทางการเงินที่เน้นดิจิทัลเป็นหลัก ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และพร้อมใช้งานตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า “การบริหารจัดการทางการเงินแบบเรียลไทม์” (Real-Time Treasury) เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและท้าทายมากขึ้นในปัจจุบัน เอชเอสบีซีได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทางการเงินและด้านการเงินมากกว่า 460 คน ใน 8 ตลาดหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อศึกษาการปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงิน ผลการศึกษาพบว่า แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญเพียง 8% ที่มองว่า AI มีประโยชน์อย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่กว่า 52% หรือมากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3670164">เอชเอสบีซีเผย การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซี เปิดตัว &#8220;TradePay&#8221; โซลูชันสินเชื่อเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการค้าได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3668310</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 16:02:26 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3668310</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “เอชเอสบีซี เทรดเพย์ (HSBC TradePay)” โซลูชันสินเชื่อเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลครั้งแรกในเมืองไทยที่ช่วยให้ลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจสามารถชำระเงินให้กับคู่ค้าได้รวดเร็วทันความต้องการ เพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ เพื่อรับมือสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  โดยปกติแล้วธุรกิจที่พึ่งพาสินเชื่อระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องจะต้องดำเนินการผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนและใช้เวลาถึง 24 – 48 ชั่วโมงในการดำเนินการ นับตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสารธุรกรรม ตั๋วสัญญาใช้เงินแบบกระดาษ ไปจนถึงการส่งคำสั่งชำระเงินให้กับคู่ค้า ทั้งนี้ เอชเอสบีซี เทรดเพย์ จะช่วยลดขั้นตอนดังกล่าวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกค้าสามารถอัปโหลดไฟล์การชำระเงินที่เชื่อมต่อกับระบบเอชเอสบีซี เน็ต (HSBCnet) ได้อย่างง่ายดายในรูปแบบคำสั่งเดียว สำหรับทั้งการขอสินเชื่อและการชำระเงิน นอกจากนั้น ลูกค้ายังสามารถได้รับการสนับสนุนทางการเงินได้ทันที จากความรวดเร็วในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อของเอชเอสบีซี เทรดเพย์ นางทุย โง้ ผู้อำนวยการบริหารอาวุโส ฝ่ายบริการการค้าระหว่างประเทศ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า &#8220;เราเล็งเห็นความต้องการสินเชื่อเพื่อการค้าที่รวดเร็วและง่ายขึ้นจากกระบวนการจัดการผ่านระบบดิจิทัล ในอันที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานของลูกค้า ทั้งนี้ ในฐานะธนาคารเพื่อการค้าระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลกและธนาคารเพื่อการค้าระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของประเทศไทย[1] เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเอชเอสบีซี เทรดเพย์ ให้กับลูกค้าของเราในประเทศไทย เพื่อช่วยให้การชำระเงินของลูกค้าแก่คู่ค้าทางธุรกิจมีประสิทธิภาพและเป็นอัตโนมัติมากขึ้น&#8221; ในด้านการควบคุมต้นทุนการกู้ยืม ตลอดจนการปรับปรุงสถานะเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ โดยเมื่อทำรายการเสร็จสิ้น ระบบจะแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังลูกค้าและคู่ค้า เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถรับทราบข้อมูลได้ทันทีแบบเรียลไทม์&#8221; &#8220;เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจ จะได้รับประโยชน์จากเอชเอสบีซี เทรดเพย์ เพราะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้เข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้ทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3668310">เอชเอสบีซี เปิดตัว &#8220;TradePay&#8221; โซลูชันสินเชื่อเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการค้าได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์เผยผู้ประกอบการทั่วโลกกระจายความมั่งคั่งข้ามพรมแดนมากขึ้น หวังรับมือยุคโลกาภิวัตน์รูปแบบใหม่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3652886</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 13:43:18 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3652886</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชี้สิงคโปร์และญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ผู้ประกอบการในไทยเลือกโอนย้ายสินทรัพย์และความมั่งคั่งสูงสุด เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ระบุ ผู้ประกอบการกำลังคว้าโอกาสการลงทุนจากทั่วโลกและสร้างเครือข่ายความมั่งคั่งระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น ในยุคโลกาภิวัตน์ที่โลกมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้นและกำลังเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบใหม่ รายงานความมั่งคั่งของผู้ประกอบการทั่วโลก (Global Entrepreneurial Wealth Report) ปี 2025 เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการโยกย้ายสินทรัพย์และความมั่งคั่งข้ามพรมแดนของผู้ประกอบการทั่วโลก โดยพบว่าเกือบ 3 ใน 5 ของผู้ประกอบการทั่วโลก (59%) กำลังกระจายความมั่งคั่งไปยังต่างประเทศ ซึ่งมากกว่าครึ่งของผู้ประกอบการทั่วโลก (57%) กำลังพิจารณาย้ายไปตั้งถิ่นฐานยังต่างประเทศ และเกือบครึ่งของผู้ประกอบการทั่วโลก (49%) วางแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในเมืองไทยยังคงมีมุมมองเชิงบวกที่แข็งแกร่ง โดย 90% มั่นใจว่าสินทรัพย์และความมั่งคั่งส่วนบุคคลจะเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังมองหาโอกาสการลงทุนในระดับภูมิภาค โดยให้ความสนใจสิงคโปร์ (26%) และญี่ปุ่น (26%) เป็นจุดหมายยอดนิยมในการโอนย้ายสินทรัพย์และความมั่งคั่ง นอกจากนั้น รายงานยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการทั่วโลกกำลังปรับตัวรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นการค้าข้ามพรมแดนและโอนย้ายสินทรัพย์ภายในภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งเห็นได้จาก 5 ตลาดที่ผู้ประกอบการสนใจขยายการลงทุนไปมากที่สุดล้วนอยู่ในเอเชียและตะวันออกกลาง โดยสิงคโปร์และฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและความมั่งคั่ง สิงคโปร์ติดอันดับหนึ่งของตลาดที่ผู้ประกอบการจากทั่วโลกต้องการโยกย้ายสินทรัพย์และความมั่งคั่งส่วนบุคคลไปมากที่สุด (15%) เพราะเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค ขณะที่สหราชอาณาจักรและสวิตเซอร์แลนด์ (11% เท่ากัน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3652886">เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์เผยผู้ประกอบการทั่วโลกกระจายความมั่งคั่งข้ามพรมแดนมากขึ้น หวังรับมือยุคโลกาภิวัตน์รูปแบบใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซี ประเทศไทย คว้ารางวัล ‘ธนาคารเพื่อการบริหารจัดการการเงินยอดเยี่ยม’ ของประเทศไทย จาก Euromoney Cash Management Survey 2025]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3647269</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 11:39:55 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3647269</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ได้รับการยกย่องให้เป็น “ธนาคารเพื่อการบริหารจัดการการเงินยอดเยี่ยมของประเทศไทย” หรือ Best Cash Management Provider ครอบคลุมทุกด้านของการให้บริการการบริหารจัดการการเงินเป็นครั้งแรก อันรวมถึงการเป็นธนาคารอันดับ 1 ด้านการให้บริการลูกค้า ด้านความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และด้านความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี จากผลสำรวจ Euromoney Cash Management Survey 2025 (ยูโรมันนี่ แคช แมเนจเม้นท์ เซอร์เวย์ 2025) นอกจากนั้น ธนาคารเอชเอสบีซี ยังได้รับการยกย่องให้เป็น “ธนาคารเพื่อการบริหารจัดการการเงินยอดเยี่ยมของโลก” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นธนาคารอันดับ 1 ด้านการให้บริการลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องจากลูกค้าของเราให้เป็น ‘ธนาคารเพื่อการบริหารจัดการการเงินยอดเยี่ยมของประเทศไทย’ ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อธนาคารเอชเอสบีซีและความแข็งแกร่งของพันธมิตรที่เรามีร่วมกัน โดยธนาคารเอชเอสบีซีมุ่งมั่นที่จะใช้เครือข่ายอันแข็งแกร่งที่ครอบคลุมทั่วโลกและประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 135 ปี เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับเทรนด์การจัดการการเงินและการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายนิธิ วชิรโกวิทย์ ผู้อำนวยการบริหารอาวุโส ฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ธนาคารเอชเอสบีซี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3647269">เอชเอสบีซี ประเทศไทย คว้ารางวัล ‘ธนาคารเพื่อการบริหารจัดการการเงินยอดเยี่ยม’ ของประเทศไทย จาก Euromoney Cash Management Survey 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[HSBC&#8217;s Asia Economics Comment: Will the Trump administration&#8217;s policy threaten ASEAN&#8217;s FDI inflows?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/en/finance_en/3644723</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 14:43:16 +0700</pubDate>
				<category>finance_en</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3644723</guid>

					<description><![CDATA[<p>Research by: Ines Lam, Economist, Asia, and Frederic Neumann, Chief Asia Economist at HSBC Global Investment Research ASEAN is taking an increasingly large share of global FDI flows, cementing its role as the world&#8217;s top investment destination This role, however, may be threatened by the Trump administration&#8217;s demand for investment commitments from trading partners who [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/en/finance_en/3644723">HSBC&#8217;s Asia Economics Comment: Will the Trump administration&#8217;s policy threaten ASEAN&#8217;s FDI inflows?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เอชเอสบีซีเผยบทวิจัยธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ชี้เจ้าของธุรกิจมีแนวทางวางมือจากธุรกิจและส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นที่แตกต่างกัน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/finance/3609049</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 17:13:29 +0700</pubDate>
				<category>finance</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/?p=3609049</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอชเอสบีซี โกลบอล ไพรเวท แบงค์กิ้ง (HSBC Global Private Banking) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “ธุรกิจครอบครัวในเอเชีย: ความสอดคล้องในการวางแผนสืบทอดธุรกิจ” (Family-owned businesses in Asia: Harmony through succession planning) ซึ่งวิเคราะห์ความพร้อมของเจ้าของธุรกิจครอบครัวในเอเชียในการสืบทอดธุรกิจและการบริหารจัดการความมั่งคั่งในอนาคต เจ้าของธุรกิจครอบครัวในเอเชียให้ความสำคัญกับการส่งต่อมรดกและรักษาความมั่งคั่งไว้ให้กับทายาทรุ่นหลัง แต่อย่างไรก็ตาม มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้เตรียมแผนการสืบทอดธุรกิจในครอบครัวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นที่สองหรือสาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างความตั้งใจและการลงมือวางแผนส่งต่อธุรกิจไปยังทายาทจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับเจ้าของธุรกิจครอบครัวในตลาดฝั่งตะวันตก ทั้งนี้ เจ้าของธุรกิจครอบครัวถึง 78% ทั่วโลกยังต้องการรักษาธุรกิจไว้ในครอบครัว แต่ก็มีกว่า 52% ที่ยังไม่มีแผนสำหรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการในเอเชีย ซึ่งประมาณสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ยังไม่มีแผนการในอนาคตว่าจะบริหารธุรกิจต่อจากรุ่นของตนอย่างไร ความแตกต่างที่สำคัญของแรงจูงใจและแนวทางทางเลือกในการสืบทอดธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวในแต่ละประเทศ ได้แก่ อินเดีย มีสัดส่วนผู้ประกอบการที่ตั้งใจส่งต่อธุรกิจให้สมาชิกในครอบครัวมากที่สุดถึง 79% ซึ่งใกล้เคียงกับสหราชอาณาจักร (77%) และสวิตเซอร์แลนด์ (76%) ในขณะที่ผู้ประกอบการในฮ่องกงมีความตั้งใจในลักษณะเดียวกันน้อยกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (44%) ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่มี 56% และไต้หวันมี 61% เจ้าของธุรกิจครอบครัวในจีนแผ่นดินใหญ่ (25%) ฮ่องกง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/finance/3609049">เอชเอสบีซีเผยบทวิจัยธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ชี้เจ้าของธุรกิจมีแนวทางวางมือจากธุรกิจและส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นที่แตกต่างกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
