<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/bch/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/bch</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 17:02:02 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[“พีท-กันตพร” รับรางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น ม.มหิดล]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3449695</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Mar 2024 14:41:55 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3449695</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2&#160;มีนาคม 2567&#160;ที่ผ่านมา นายกันตพร หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&#160;ฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)&#160;เข้ารับมอบรางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น Mahidol University Young Alumni Awards 2024&#160;ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล โดยรางวัลดังกล่าว จัดพิธีมอบขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปี วันพระราชทานนาม และ 136 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล&#160;แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการเป็นผู้บริหารยุคใหม่แถวหน้าของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ถือเป็นต้นแบบของศิษย์เก่าที่มีอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลแก่นักศึกษาในปัจจุบัน ทั้งนี้ โครงการ Mahidol University Young Alumni Awards 2024 ดังกล่าว จัดขึ้นโดยกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นรางวัลที่ยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเผยแพร่ประวัติ รวมถึงผลงานของศิษย์เก่าดีเด่น และศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่นผู้ได้รับคัดเลือก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3449695">“พีท-กันตพร” รับรางวัลศิษย์เก่ารุ่นใหม่ดีเด่น ม.มหิดล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ตากแดดจัดนานๆ ระวังลูกน้อยเสี่ยง “โรคลมแดด”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3448887</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Mar 2024 15:22:40 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3448887</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใกล้ถึงช่วงปิดเทอมแบบนี้เด็กหลายคนมักจะชื่นชอบออกมาวิ่งเล่นตากแดดท่ามกลางอากาศร้อนและแสงแดดจัดเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดอาการเพลียแดดได้ โดยอาการเพลียแดดจะค่อย ๆ เกิดขึ้น และอาจนำไปสู่อาการเจ็บป่วยจากความร้อนอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคลมแดด (Heatstroke) ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงที่อาจส่งผลต่อสมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ดังนั้น ควรป้องกันการเกิดภาวะเพลียแดดและหากลูกเกิดอาการเพลียแดดควรให้ลูกได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอาการร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการของโรคลมแดด ตัวร้อนอุณหภูมิสูงมิร่างกายสูง อาจสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป สับสนเฉียบพลัน หงุดหงิดฉุนเฉียว พูดไม่รู้เรื่อง เพ้อ ชัก หรือหมดสติ คลื่นไส้และอาเจียน ผิวหนังแดงร้อน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบถี่ การรักษาโรคลมแดด โรคลมแดดเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดอุณหภูมิร่างกายของผู้ป่วยเพื่อป้องกันหรือลดความเสียหายที่อาจเกิดต่อสมองและอวัยวะสำคัญด้วยวิธีต่างๆ เช่น การแช่น้ำเย็น ประคบน้ำแข็งบริเวณข้อพับ ให้สารน้ำและยาตามอาการ เช่น ยากันชักในผู้ป่วยที่มีอาการชัก เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะกล้ามเนื้อสลาย ไตวายฉับพลัน วิธีป้องกันโรคลมแดด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่บริเวณอากาศร้อนมากๆเป็นเวลานาน สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ดื่มน้ำให้เพียงพอ ใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศลดอุณหภูมิในอาคาร ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้ตามลำพัง หากสงสัยว่ามีอาการของโรคลมแดด ออกจากบริเวณที่มีอากาศร้อน ลดอุณหภูมิของร่างกาย เช่น ถอดเสื้อผ้าชิ้นหนา เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำ ดื่มน้ำ ควรพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3448887">ตากแดดจัดนานๆ ระวังลูกน้อยเสี่ยง “โรคลมแดด”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[เลี้ยงลูกอย่างไร เมื่อต้องอยู่ในสังคมแห่งการบูลลี่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3447164</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Feb 2024 12:55:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3447164</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบูลลี่ หมายถึง การกระทำที่รุนแรงหรือไม่พึงประสงค์ที่กระทำต่อบุคคลอื่นซ้ำๆ โดยมีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทางร่างกาย จิตใจ หรืออารมณ์ การบูลลี่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ เช่น การบูลลี่ทางร่างกาย เช่น การตี การเตะ การผลัก การทำร้ายร่างกาย การบูลลี่ทางวาจา เช่น การล้อเลียน การดูถูก การข่มขู่ การใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ การบูลลี่ทางสังคม เช่น การแยกตัวออกจากกลุ่ม การไม่ยอมรับเข้ากลุ่ม การแพร่กระจายข่าวลือ การบูลลี่ทางไซเบอร์ เช่น การส่งข้อความหรือโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม การแชร์รูปภาพหรือวิดีโอที่น่าอับอาย การสร้างเว็บไซต์หรือเพจปลอมเพื่อกลั่นแกล้ง ผลกระทบของการบูลลี่ การบูลลี่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของเด็กได้อย่างรุนแรง เช่น ความวิตกกังวล ภาวะเครียดและซึมเศร้า ปัญหาการนอนหลับ ปัญหาสุขภาพทางกายอื่นๆ เช่น ปวดหัว ปวดท้อง การสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง การมีปัญหาในการเข้าสังคม ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหากลูกมีอาการทางจิตใจที่รุนแรง การป้องกันการบูลลี่ สอนให้ลูกรู้จักเคารพผู้อื่น สอนให้ลูกรู้จักปกป้องตัวเองและผู้อื่น สอนให้ลูกรู้จักการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกและเปิดโอกาสให้ลูกพูดคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง ติดตามความเคลื่อนไหวของลูกในโลกออนไลน์และสอนให้ลูกรู้จักใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย การบูลลี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั่วโลก พ่อแม่จึงควรตระหนักถึงปัญหานี้และเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกๆ เมื่อต้องเผชิญกับการบูลลี่ โดยการรับฟังลูกอย่างตั้งใจ เชื่อในสิ่งที่ลูกเล่า ช่วยให้ลูกหาทางแก้ปัญหาและรับมือกับการบูลลี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3447164">เลี้ยงลูกอย่างไร เมื่อต้องอยู่ในสังคมแห่งการบูลลี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[นพ.เฉลิม รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่า ประจำปี 2566]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3444330</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2024 09:09:10 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3444330</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับมอบรางวัล “พ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่า” (ภาคเอกชน) โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี และมอบรางวัลดังกล่าว ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นโดยสมาคมพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “วันรวมใจพ่อ” ครั้งที่ 15 เพื่อแสดงความยินดีกับพ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่า ประจำปี 2566 ซึ่ง ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ได้รับเลือกให้ได้รางวัลดังกล่าวจากการอุทิศตนเพื่อครอบครัว ถือเป็นตัวอย่างพ่อที่ดีของสังคมไทย ทั้งนี้ รางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่า จะต้องมีคุณสมบัติผ่านการเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติมาก่อน และจะมีการคัดเลือกจากทั้งประเทศให้เหลือภาครัฐ 1 คน และภาคเอกชน 1 คน เพื่อรับตำแหน่งพ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่าในแต่ละปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3444330">นพ.เฉลิม รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติผู้ทรงคุณค่า ประจำปี 2566</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[WMC ร่วมกับ SENERA Senior Wellness บางบัวทอง พร้อมเปิดให้บริการผู้สูงอายุ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3443347</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Feb 2024 10:07:54 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3443347</guid>

					<description><![CDATA[<p>(วันที่ 14 ก.พ.67) SENERA Senior Wellness สาขาบางบัวทอง&#160;จัดงาน&#160;Open House เปิดบ้านซีเนร่าและให้แขกผู้มีเกียรติเข้าเยี่ยมชมโครงการ&#160;เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการเปิดให้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในวันที่&#160;1 มีนาคม&#160;2567 นี้&#160;โดยได้รับเกียรติจาก&#160;นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท&#160;จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส จำกัด&#160;, นายกันตพร&#160;หาญพาณิชย์&#160;ประธานเจ้าหน้าที่บริการฝ่ายการตลาด&#160;บริษัท&#160;บางกอก&#160;เชน&#160;ฮอสปิทอล&#160;จำกัด&#160;(มหาชน)&#160;,&#160;ศ.นพ.อดิศร&#160;ภัทราดูลย์&#160;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล&#160;, คุณเก๋-ชลลดา เมฆราตรี ดารา/นักแสดง&#160;และผู้บริหารบริษัท&#160;ซีเนร่า&#160;ซีเนียร์&#160;เวลเนส&#160;จำกัด&#160;เข้าร่วมงาน โดย&#160;SENERA Senior Wellness เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัท&#160;ซีเนร่า&#160;ซีเนียร์&#160;เวลเนส&#160;จำกัด&#160;และ&#160;โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล&#160;โดยเป็นความร่วมมือทางการแพทย์&#160;ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจการใบบริการผู้สูงอายุ&#160;ที่มีบุคลากรทางการแพทย์ระดับชั้นนำ&#160;มีบริการที่เป็นเลิศและมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล&#160;JCI เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง&#160;เดินทางไปตรวจรักษาให้กับผู้ที่จะเข้ารับบริการถึงที่โครงการซีเนร่า&#160;ซีเนียร์&#160;เวลเนส&#160;สาขาบางบัวทอง ภายในโครงการจะประกอบด้วยห้องพักแบบเดี่ยวและห้องรวมทั้งหมด&#160;80 เตียง&#160;สามารถให้ญาติมาเยี่ยมได้อย่างสะดวกสบาย&#160;ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานจะให้บริการทั้งการดูแลผู้สูงอายุ&#160;ผู้ป่วยติดเตียง&#160;ผู้ป่วยระยะพักฟื้นทั้งแบบรายสัปดาห์&#160;รายเดือน&#160;และรายปี&#160;รวมถึงกานให้บริการแบบเดย์แคร์มาเช้าเย็นกลับ&#160;หรือการมากายภาพบำบัดที่ศูนย์กายภาพบำบัดและฟื้นฟูเฉพาะกลุ่มโรคหลอดเลือดในสมอง&#160;ที่มีให้บริการเฉพาะที่สาขาบางบัวทองเท่านั้น โครงการดังกล่าว&#160;จะทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ระดับพรีเมี่ยม&#160;ด้วยบริการที่รวดเร็ว&#160;และมีความเป็นมืออาชีพ&#160;รวมถึงโรงพยาบาลในเครือหลายแห่ง&#160;ที่จะสามารถส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลได้อย่างทันท่วงที&#160;สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทยรวมถึงประชาคมโลก&#160;ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยทำให้ต้องการการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้น&#160;จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้ต่อยอดธุรกิจและร่วมมือกับองค์กรภายนอกที่มีความเป็นมืออาชีพ&#160;ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงวัยทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3443347">WMC ร่วมกับ SENERA Senior Wellness บางบัวทอง พร้อมเปิดให้บริการผู้สูงอายุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans)]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3442042</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2024 10:27:53 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3442042</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคผิวหนังช้าง หรือ Acanthosis Nigricans เป็นภาวะที่ผิวหนังหนาขึ้นและมีสีคล้ำขึ้น มักพบที่บริเวณซอกคอ รักแร้ ข้อพับ และขาหนีบ บางครั้งจะมีติ่งเนื้อ จำนวนมากขึ้นควบคู่ไปกับรอยดำ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคเบาหวาน สาเหตุของโรคผิวหนังช้าง โรคผิวหนังช้างเกิดจากการที่ร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินทำให้เกิดการเพิ่มการสร้างอินซูลิน ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินนี้จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังสร้างเม็ดสี และผิวหนังกำพร้าชั้นบนมากขึ้น ทำให้ผิวหนังกำพร้าหนาขึ้นและมีสีคล้ำขึ้น  ปัจจัยเสี่ยงของโรคผิวหนังช้าง    มีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคผิวหนังช้าง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ และยาเคมีบำบัด อาการของโรคผิวหนังช้าง ผิวหนังหนาขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นขรุขระดูคล้ายผ้ากำมะหยี่ ผิวหนังแห้งและคัน ผิวหนังมีรอยย่น ผิวหนังมีตุ่มหรือติ่งเนื้อ ผิวหนังมีกลิ่นเหม็น การรักษาโรคผิวหนังช้าง การรักษาโรคผิวหนังช้างขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น หากโรคผิวหนังช้างเกิดจากโรคเบาหวานหรือโรคอ้วน แนะนำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนัก หากโรคผิวหนังช้างเกิดจากโรคมะเร็งหรือ โรคภายในร่างกายของผู้ป่วย จำเป็นต้องรักษาโรคนั้นๆ ร่วมด้วย หากโรคผิวหนังช้างเกิดจากการใช้ยาบางชนิด หากสามารถหยุดยาได้ แนะนำให้หยุดยาเหล่านั้น การป้องกันโรคผิวหนังช้าง ไม่มีวิธีป้องกันโรคผิวหนังช้างได้อย่างแน่นอน แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้โดย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดน้ำหนักให้ได้น้ำหนักที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์ และยาเคมีบำบัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3442042">โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ไม่แก่” แต่ช่องคลอดแห้ง ทำอย่างไรดี?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3431458</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 17:19:25 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3431458</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการช่องคลอดแห้ง เป็นอาการที่ช่องคลอดขาดเมือกหล่อลื่น เดิมทีคนทั่วไปมักคิดว่าจะเกิดอาการนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีอายุมาก เข้าสู่วัยทอง หรือสูงวัย แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการช่องคลอดแห้งสามารถเกิดได้ทุกช่วงวัย ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เกิดความกังวล และอาจกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักได้เลยทีเดียว โดยอาการที่พบบ่อยเมื่อช่องคลอดแห้ง คือ ซึ่งอาการช่องคลอดแห้งเกิดได้จากการลดลงของ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งเมือกจากเยื่อบุช่องคลอด เพื่อให้ช่องคลอดเกิดความชุ่มชื้น ซึ่งพบการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง ดังนี้ เพื่อความมั่นใจผู้ป่วยสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่   ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางสำหรับสตรี โดยแพทย์เฉพาะทางครอบคลุมทุกสาขาทางด้านสูตินรีเวช ร่วมด้วยทีมพยาบาลที่มีความรู้เข้าใจในการรักษา และพร้อมให้คำปรึกษากับผู้รับบริการด้วยความเป็นกันเอง ให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสะดวกใจ ไร้กังวลเมื่อเข้ารับบริการ ดังนั้นคุณผู้หญิงควรหมั่นสังเกต ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมตามช่วงวัย หากมีอาการต้องสงสัยให้รีบเข้าปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อหาวิธีการฟื้นฟูอย่างทันท่วงที บทความโดย แพทย์หญิง เบญจวรรณ ลิมป์วนัสพงศ์ แพทย์เฉพาะสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา การผ่าตัดและวินิจฉัยผ่านกล้องทางนรีเวชศูนย์สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3431458">“ไม่แก่” แต่ช่องคลอดแห้ง ทำอย่างไรดี?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มะเร็งปากมดลูก โรคฮิตที่ผู้หญิงต้องระวัง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3422566</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Dec 2023 08:41:31 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3422566</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งโรคยอดฮิตและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงไทยนั่นคือ มะเร็งปากมดลูกผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมาพบแพทย์เมื่อมีอาการหรืออยู่ในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งเป็นระยะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่รู้หรือไม่ มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ ดังนั้นเราควรมาทำความรู้จักโรคมะเร็งปากมดลูกให้มากขึ้นกัน โรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากอะไร? โรคมะเร็งปากมดลูก คือก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก ช่องคลอด และช่องปากมดลูก เกิดจากเชื้อไวรัส Human Papillomavirus หรือเอชพีวี (HPV) ซึ่งมักติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ HPV โดยเชื้อดังกล่าว อาจทำให้เซลล์ปากมดลูกกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อมะเร็งปากมดลูก มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆเช่น การติดเชื้อหนองในเทียม โรคหนองในแท้ โรคซิฟิลิส โรคเอดส์ เป็นต้น การสูบบุหรี่ อาการบ่งชี้โรคมะเร็งปากมดลูก มีเลือดออกกระปริดกระปรอยไม่ตรงรอบเดือน มีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวมีเลือดปน และมีกลิ่นเหม็นคาว ปวดท้องน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อ่อนเพลีย ภาวะโลหิตจาง การตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก สำหรับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสเมียร์  (Pap Smear หรือ Pap Test) ด้วยการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรณีพบว่ามีเซลล์ผิดปกติ จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมโดยการส่องกล้องขยายเพื่อหาความผิดปกติบริเวณปากมดลูกและตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจต่อไป อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV  และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ เพราะมะเร็งปากมดลูกถ้ารู้ทันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3422566">มะเร็งปากมดลูก โรคฮิตที่ผู้หญิงต้องระวัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BCH ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจากสถาบัน CAC]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3420419</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Dec 2023 14:45:46 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3420419</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 7 ธ.ค. 66 ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับใบประกาศนียบัตร CAC ในงาน CAC National Conference 2023 ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ซึ่งงานดังกล่าวจัดโดยแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC ภายใต้หัวข้อ “Public-Private Collaboration: A Strong Collective Action Against Corruption ผนึกกำลังไตรภาคี สร้างความแข็งแกร่ง เพื่อความยั่งยืน“ โดยประกาศนียบัตรถือเป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับบริษัทที่ผ่านการรับรองจาก CAC ซึ่ง BCH ได้รับการรับรองต่ออายุเป็นครั้งที่ 2 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนทั้งองค์กรโดยคำนึงถึงการต่อต้านคอร์รัปชันมาอย่างต่อเนื่อง รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของโรงพยาบาลในการดำเนินกิจการ รวมถึงความพยายามในการที่จะขยายความรับผิดชอบนี้ให้กับบริษัทคู่ค้า และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกันอื่น ๆ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ปราศจากการคอร์รัปชันต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3420419">BCH ได้รับใบประกาศนียบัตรด้านการต่อต้านการคอร์รัปชั่นจากสถาบัน CAC</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[hMPV ไวรัสตัวร้าย! อันตรายกว่าที่คิด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3419586</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 11:31:47 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3419586</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้ โรคติดเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส  “hMPV” กลายเป็นโรคระบาดที่สามารถรับเชื้อได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในเด็กเล็ก แต่ในผู้ใหญ่เองก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน หลายท่านจึงชะล่าใจ ไม่ป้องกันและดูแลตัวเอง อาการของโรค hMPV เป็นอย่างไร? ในเด็กเล็กมักจะมีอาการไอ น้ำมูก มีไข้ บางรายมีเจ็บคอ เสียงแหบ และเกิดปอดอักเสบได้ และ ในผู้ใหญ่หรือเด็กโต จะมีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว อาการคล้ายการคล้ายไข้หวัดใหญ่ Covid-19 และ RSV ทำให้การติดต่อของเชื้อสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านทาง น้ำมูก น้ำลาย ไอ หรือจาม   ปัจจุบันมีขั้นตอนการรักษาใดบ้างฺ? ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนเฉพาะที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสชนิดนี้ แต่จะรักษาตามอาการของผู้ป่วย การตรวจหาเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัสนั้น ทำได้โดยวิธีการ swab ป้ายจมูกแล้วส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิไม่ดี ควรเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพื่ออยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ วิธีการป้องกันโรค ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารปรุงสุกใหม่ เชื้อ hMPV ถูกทำลายได้ด้วยความร้อน 55 องศาเซลเซียสขึ้นไป หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย ที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือมีอาการ ไอ จาม ไม่เอามือไปแคะจมูกหรือเอามือเข้าปาก ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงไปสถานที่ชุมชนที่มีคนเยอะ หากจำเป็นให้ใส่หน้ากากอนามัย ทั้งนี้ในการเข้ารับการรักษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3419586">hMPV ไวรัสตัวร้าย! อันตรายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ข้อไหล่ติด โรคใกล้ตัวผู้สูงวัย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3418667</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Dec 2023 10:10:06 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3418667</guid>

					<description><![CDATA[<p>รอบๆ ตัวเราจะพบว่า ผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่หลายๆท่านจะเริ่มมีข้อไหล่ติด(อายุ 40 ถึง 60 ปี ) หรือมีพิสัยการเคลื่อนที่ของข้อไหล่ที่น้อยลง บางรายก็มีอาการเจ็บ บางรายก็ไม่มีอาการเจ็บ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังครับว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และมีแนวทางในการรักษาอย่างไร สาเหตุนั้น อาจเป็นจากโรคเบาหวาน, กรรมพันธุ์  หรือเกิดการอักเสบขึ้นโดยส่วนใหญ่จุดเริ่มต้นจะมาจาก เนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่ และ/หรือ เส้นเอ็นที่ชื่อว่า supraspinatus ครับ  เนื้อเยื่อนี้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกหนีบโดยกระดูกข้อไหล่ได้ง่ายๆ การเสียดสีและการถูกหนีบเป็นระยะเวลาหลายๆปี ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ส่งผลต่อเนื่องทำให้ข้อไหล่ขยับได้ไม่สุด หลังจากนั้นข้อไหล่ก็จะติดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าเราไม่สามารถขยับไปตรงมุมที่มีอาการเจ็บนั่นเอง พังผืดก็จะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามมา ส่งผลให้เกิดโรคข้อไหลติดในที่สุดครับ “ระยะของตัวโรคแบ่งเป็นสามระยะ” Freezing stage ระยะข้อไหล่ติดและปวด อาการอยู่ที่ช่วง 6สัปดาห์ถึง 9 เดือน ระยะนี้จะปวดมากขึ้นและข้อไหล่จะติดมากขึ้น Frozen stage ระยะนี้จะใช้เวลา 4-6เดือนผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดลดลง แต่ข้อไหล่ยังติดอยู่ ส่งผลให้การทำกิจวัตรประจำวันเป็นไปได้ยากขึ้น Thawing stage ระยะนี้ข้อไหลจะมีอาการติดขัดลดลง ถ้าเกิดว่าได้รับการทำกายภาพร่วมด้วยอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วระยะนี้จะมีระยะเวลาอยู่ที่ 6เดือนถึง 2 ปี แล้วแต่ว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือไม่ ในกรณีที่เป็นโรคข้อไหล่ติดนี้อาการของตัวโรคจะยาวนานเป็นปีเลยครับ การรักษาสามารถทำได้โดย  การรับประทานยา, การฉีดยาที่ตำแหน่งข้อไหล่ภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ หรือการทำกายภาพบำบัด จะทำให้ระยะเวลาของการเป็นโรคลดลงอย่างมากครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3418667">ข้อไหล่ติด โรคใกล้ตัวผู้สูงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้จัก..มะเร็งรังไข่]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3415414</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Nov 2023 12:24:26 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3415414</guid>

					<description><![CDATA[<p>มะเร็งระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิงที่หลายคนอาจคุ้นชื่อกันมานานนั่นคือ มะเร็งรังไข่  แม้โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่น่าชัด แต่จากการศึกษาพบว่า มะเร็งรังไข่ เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งแบ่งตัวและเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติบริเวณรังไข่ จนนำไปสู่การเกิดเนื้องอกที่เป็นมะเร็งนั่นเอง ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ อาการของโรคมะเร็งรังไข่ โดยทั่วไปโรคมะเร็งรังไข่หากเป็นในระยะแรกมักไม่แสดงอาการของโรคหรืออาจพบอาการแสดงทั่วไปได้ดังนี้ ลักษณะอาการมีดังนี้ แม้ว่าโรคมะเร็งรังไข่จะยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองสำหรับป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ แต่เราสามารถดูแลตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิฉัยและเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป บทความโดย แพทย์หญิง เบญจวรรณ ลิมป์วนัสพงศ์สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา การผ่าตัดและวินิจฉัยผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)  </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3415414">รู้จัก..มะเร็งรังไข่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[รู้เท่าทันเชื้อ HIV]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3411641</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Nov 2023 17:34:19 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3411641</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์ สามารถใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ เพียงคนรอบข้างเข้าใจและเปิดใจ ดังนั้น เพื่อความมั่นใจและการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องในการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปลอดภัยจึงต้องทำความเข้าใจโรค ”HIV”ว่าควรปฏิบัติกันอย่างไร ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข HIV (Human Immunodeficiency Virus)  เอชไอวี ไวรัสชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ผู้ได้รับเชื้อไม่สามารถต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีโรคร้ายอื่นๆ  แทรกซ้อนเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ง่าย เช่น โรควัณโรคปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคทางสมอง ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  โดยส่วนใหญ่เกิดมาจากสาเหตุเหล่านี้  สาเหตุของการติดเชื้อเอชไอวีที่พบบ่อยที่สุด คือ  ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ สัมผัสเลือด น้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่น้ำนมแม่ก็สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน  การติดเชื้อ HIV มี 3 ระยะ ได้แก่ สูญเสียภูมิคุ้มกันโรคและเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม การป้องกัน HIV มีวิธีการอย่างไรบ้าง แนวทางการรักษาของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน คือ การรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างน้อย 3 ชนิด และมีหลักการรักษา คือ ผู้ติดเชื้อต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันอย่างต่อเนื่องเพราะยาจะไปทำการยับยั้งการแบ่งตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส ถ้าหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้ป่วยเอชไอวี สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ เพียงระมัดระวังและป้องกันการติดเชื้อระหว่างตัวผู้ป่วย และคนอื่นๆ ในบ้าน ควรป้องกันไม่ให้เชื้อโรคอื่นๆ ไปติดผู้ป่วยเอชไอวีเพราะผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้นจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนปกติ หากเป็นโรคหรือติดเชื้อขึ้นมา ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่าคนอื่นได้นั่นเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3411641">รู้เท่าทันเชื้อ HIV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[BCH ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ระดับ “AA”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3405534</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Nov 2023 17:06:44 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3405534</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือในนามหุ้นจดทะเบียน BCH ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ในระดับ &#8220;AA&#8221; จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 เนื่องจากผ่านเกณฑ์ 2 ด้าน คือ ด้านแรกได้คะแนนจากการตอบแบบประเมินในแต่ละมิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม ส่วนด้านที่สอง คือ เกณฑ์ด้านคุณสมบัติ ทั้งผลการประเมินคุณภาพการรายงานด้านบรรษัทภิบาล (CGR) ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้น ผลการกำกับดูแลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียน แสดงให้เห็นว่า BCH เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการดำเนินกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในภาพรวม รวมถึงยังช่วยขับเคลื่อนสังคมในทุกมิติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นจนทำเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3405534">BCH ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ระดับ “AA”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[&#8220;โรคซิฟิลิส&#8221; โรคติดต่อ อันตราย! กับคุณแม่ตั้งครรภ์]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3392991</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Oct 2023 11:17:58 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3392991</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดต่อจากผู้มีเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema pallidum) อาทิ การจูบ สัมผัสสารคัดหลั่ง  รวมถึงสามารถติดต่อได้จากแม่สู่ลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วย  แม้ว่าโรคซิฟิลิส จะสามารถรักษาให้หายได้ แต่หลายคนที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการแสดง จึงทำให้ไม่รู้ว่าตนติดเชื้อดังกล่าวบางรายกว่าจะรู้ก็อยู่ในระยะที่รุนแรงแล้ว ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจระยะของโรคซิฟิลิส เพื่อสังเกตตนเองก่อนถึงระยะรุนแรง ระยะของโรคซิฟิลิส แบ่งออกเป็น 4 ระยะ โรคซิฟิลิส สามารถพบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง  โดยทั่วไปอาการของโรคซิฟิลิสทั้งเพศหญิงและเพศชายจะคล้ายกัน โดยแบ่งอาการตามระยะดังนี้ การป้องกัน โรคซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากคุณมีอาการเข้าข่ายหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ไม่ต้องเขินอาย  ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรับการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจายรุนแรงจนเกิดอันตรายถึงชีวิต  บทความโดย :แพทย์หญิงเบญจวรรณ ลิมป์วนัสพงศ์ แพทย์ชำนาญพิเศษ สูติศาสตร์นรีเวชวิทยาการผ่าตัดและวินิจฉัยผ่านกล้องทางนรีเวช ศูนย์สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา  ชั้น 4 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล(WMC)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3392991">&#8220;โรคซิฟิลิส&#8221; โรคติดต่อ อันตราย! กับคุณแม่ตั้งครรภ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ยิ่งลดยิ่งอ้วน ข้อผิดพลาดของการลดน้ำหนัก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3387312</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Sep 2023 16:05:09 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3387312</guid>

					<description><![CDATA[<p>รูปร่างดีหุ่นสวยเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคน นอกจากจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มั่นใจแล้ว น้ำหนักตัวที่ไม่มากเกินไป ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดต่อไม่เรื้อรังได้เป็นจำนวนมาก หลายท่านที่เคยพยายามลดน้ำหนักด้วยตนเอง จะพบกับปัญหาหลายประการที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ เช่น พยายามคุมอาหารแล้วแต่น้ำหนักไม่ลด น้ำหนักลดลงไประดับหนึ่งแล้วแต่ไม่ลดเพิ่มอีก หรือน้ำหนักกลับมาเพิ่มใหม่ (โยโย่ เอฟเฟ็กต์) ปัญหาเหล่านี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี  การลดน้ำหนักยิ่งลดยิ่งยาก กลไกการควบคุมน้ำหนักของร่ายกายเกิดจากสมดุลของพลังงานที่กินกับพลังงานที่เราใช้ ซึ่งพลังงานที่เราใช้ขึ้นอยู่กับอัตราการเผาผลาญของร่างกายและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อน้ำหนักลดลงร่างกายจะมีกลไกที่ทำให้การใช้พลังงานลดลงไปด้วย ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าเมื่อน้ำหนักลดลงมาแล้ว การลดน้ำหนักจะยากขึ้นเรื่อย ๆ  การเผาผลาญลดลงได้อย่างไร ในระหว่างที่น้ำหนักลดลง ร่างกายจะสูญเสียทั้งไขมันและกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กัน กล้ามเนื้อเป็นเตาเผาผลาญพลังงานของร่ายกายในขณะพัก เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลงอัตราการเผาผลาญขณะพักก็จะลดลง นอกจากนี้สมองยังมีความสามารถพิเศษในการรักษาสมดุลพลังงานเพื่อให้น้ำหนักเรากลับมาเท่าเดิม โดยจะทำให้เรามีกิจกรรมทางกายลดลงไปด้วย  โยโย่เอฟเฟ็กต์คืออะไร เมื่อน้ำหนักลดลง มวลกล้ามเนื้อลดลง อัตราการเผาผลาญลดลง น้ำหนักจะเริ่มคงที่หลังจากลดน้ำหนักได้ระยะเวลาหนึ่ง หลายคนจึงหมดกำลังใจ กลับไปรับประทานแบบปกติเป็นเหตุให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นโยโย่เอฟเฟ็กต์ คือการที่น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลังจากการลดน้ำหนัก ซึ่งเกิดจากระบบเผาผลาญที่ทำงานลดลงไปจากเดิมนั่นเอง  ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้โยโย่ การลดน้ำหนักให้ถูกวิธีสามารถป้องกันหรือลดโอกาสการเกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์ได้ โดยเน้นการรักษาระบบเผาผลาญพลังงานให้ทำงานเป็นปกติ รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ หมั่นเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านอย่างถูกวิธี เลือกสูตรอาหารที่สามารถปฏิบัติตามได้เป็นเวลานานและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม  ทำไมบางคนยิ่งลดยิ่งอ้วน การลดน้ำหนัก ต้องใช้ทั้งความพยายามและกำลังใจที่เข้มแข็ง จึงทำให้ผู้ลดน้ำหนักหลายคนมีวงจรของโยโย่เอฟเฟ็กต์หลายรอบ ทุก ๆ รอบที่น้ำหนักกลับมามักจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมและลดได้ยากขึ้น เพราะระบบเผาผลาญหรือมวลกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปนั้นสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ยากกว่าการพยายามรักษาไว้   ลดน้ำหนักอย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุด การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ช่วยรักษาระบบเผาผลาญ รักษามวลกล้ามเนื้อและป้องกันโยโย่เอฟเฟ็กต์ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3387312">ยิ่งลดยิ่งอ้วน ข้อผิดพลาดของการลดน้ำหนัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
