<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/asia-data-destruction/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/asia-data-destruction</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Apr 2026 17:23:52 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[ความสำคัญของข้อมูลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง ?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/general/3155593</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Feb 2022 15:45:39 +0700</pubDate>
				<category>general</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/general/3155593</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเติบโตของระบบสารสนเทศ และสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ส่งผลให้หน่วยงาน องค์กร บริษัทหรือแม้แต่บุคคลทั่วไปสามารถขอและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่ายมากขึ้น เมื่อการเก็บข้อมูลสามารถทำได้ง่ายขึ้นองค์กรต่างๆ จึงเริ่มหันมาเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วยตนเองจนทำให้เกิดเป็นยุค Data first ยิ่งเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าได้มากเท่าไหร่ ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้มากเท่านั้น ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรนั้น ไม่ใช่เพียงการเก็บข้อมูลของลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานด้วยเช่นกัน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักกฎหมาย PDPA ส่วนใหญ่แล้วจะต้องมีการขอความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเก็บข้อมูลหรือนำไปใช้ และในบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของข้อมูลที่มีอยู่ 2 ประเภท คือ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป(Personal Data)&#160; ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว(Sensitive Personal Data) และนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้อีกด้วย มีข้อมูลอะไรบ้าง? ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)&#160;ตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล&#160;คือ&#160;ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคล สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ว่าใครคือผู้เป็นเจ้าของข้อมูล ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อม เช่น&#160; ชื่อ, อายุ, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, อาชีพ, เลขประจำตัวประชาชนและเลขบัญชีธนาคาร ลายนิ้วมือ, ข้อมูลด้านสุขภาพ,&#160;เชื้อชาติ, ความเห็นทางการเมือง, ความเชื่อ, ศาสนา, พฤติกรรมทางเพศและประวัติอาชญากรรม เป็นต้น แล้วข้อมูลแบบไหนบ้างที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล&#160;ตามหลัก พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/general/3155593">ความสำคัญของข้อมูลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[การทำลายข้อมูล ในคอมพิวเตอร์ มือถือ คืออะไร ทำยังไงให้ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3019176</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2021 14:52:35 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3019176</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทำลายข้อมูล (Data Destruction) คือ การลบหรือทำลายข้อมูลในหน่วยความจำ (Hard disk / HDD / Memory) ที่อยู่ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มือถือ อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่สามารถกู้คืนหรือนำกลับมาใช้ได้อีกอย่างถาวร คนทั่วไปจะรู้จักและเลือกใช้วิธีการลบแบบ Format HDD หรือ Factory Reset ซึ่งเป็นเพียงการตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงานเท่านั้น ข้อมูลบางส่วนจะยังคงอยู่และมีโอกาสถูกกู้คืนได้ โดยตามมาตรฐานระดับสากล การทำลายข้อมูลนั้นมีจุดประสงค์เพื่อล้างหรือทำลายข้อมูลเก่าที่ถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำประเภทต่างๆ อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวหลงเหลืออยู่และถูกนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งวิธีการทำลายข้อมูลตามมาตรฐานสากลแบ่งได้ดังนี้ Data Wiping หรือเรียกอีกอย่างว่า Data Sanitization เป็นการใช้โปรแกรมในการลบที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล หลังจากการทำลายข้อมูลแล้วหน่วยความจำสามารถนำกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย Degaussing เป็นการลบโดยการทำลายสนามแม่เหล็ก โดยใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล หลังจากการทำลายด้วยวิธีนี้จะทำให้หน่วยความจำไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก Physical Destruction เป็นการทำลายหน่วยความจำทางกายภาพ เช่น การบด (Shredding), การเจาะ (Drilling) เป็นต้น วิธีการนี้จะทำให้หน่วยความจำไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกเช่นเดียวกัน วิธีการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการทำลายข้อมูลที่รับรองผลการทำลายได้ 100% โดยมีข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และนโยบายของแต่ละบุคคล เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูลหากมีการรั่วไหลเกิดขึ้นได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3019176">การทำลายข้อมูล ในคอมพิวเตอร์ มือถือ คืออะไร ทำยังไงให้ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[บริการทำลายข้อมูลที่ปลอดภัย ด้วยการลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบ Degaussing และ HDD Wiping คืออะไร? ต่างกับ Shredding (การบดฮาร์ดดิส)อย่างไร?]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/it/3010689</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 13:08:40 +0700</pubDate>
				<category>it</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/it/3010689</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยปกติแล้ว การทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสอย่างปลอดภัยและถูกต้องนั้นมีอยู่ 3 วิธี คือ การลบทำลายข้อมูลด้วยสนามแม่เหล็ก (Degaussing) ,การบดทำลายฮาร์ดดิส (Shredding) และ การลบทำลายข้อมูลด้วยโปรแกรม (Wiping) อย่างไรก็ตามการลบและทำลายข้อมูลในแต่ละวิธีนั้นก็มีกระบวนการ ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป 1.Wiping (การทำลายข้อมูลด้วยโปรแกรม) การ Wiping เป็นเทคโนโลยีในการทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบสิ้นซาก ไม่ให้สามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้อีก ซึ่งการ Delete และ Format ไม่ได้ทำให้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์หายไป แต่เป็นเพียงแค่ทำให้เรามองไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว เราจึงจำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมพิเศษที่ผ่านการทดสอบยืนยันมาตรฐานมาแล้วจากหน่วยงานชั้นนำเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณต้องการทำลายจะถูกลบข้อมูลออกไปอย่างถาวร ข้อดีของวิธีนี้คือตัวฮาร์ดดิสสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ แต่มีข้อเสียคือใช้เวลาค่อนข้างนานต่อการทำลายข้อมูล 1 ครั้ง 2.Degaussing (การทำลายข้อมูลด้วยสนามแม่เหล็ก) คำศัพท์คำว่า Degaussing ถูกใช้ในวงการลบและทำลายข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มานาน แต่มีหลายคนที่ยังไม่รู้จัก และไม่ทราบถึงขั้นตอนการทำงานของวิธีนี้ ซึ่งจริงๆแล้ว Degaussing คือ การใช้สนามแม่เหล็กทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิส ด้วยเครื่อง Degausser ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ข้อมูลไม่สามารถถูกกู้กลับมาได้เนื่องจากเป็นการทำลายรูปแบบสนามแม่เหล็กของฮาร์ดดิส ข้อดีของวิธีนี้คือใช้เวลาทำลายข้อมูลเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ และคุณสามารถมั่นใจได้ 100%ว่า ข้อมูลของคุณจะถูกลบอย่างถาวร และไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้อีก แต่วิธีนี้จะทำให้ตัวฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก 3.Shredding (การทำลายข้อมูลแบบกายภาพ) (HDD [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/it/3010689">บริการทำลายข้อมูลที่ปลอดภัย ด้วยการลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบ Degaussing และ HDD Wiping คืออะไร? ต่างกับ Shredding (การบดฮาร์ดดิส)อย่างไร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
