<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
>
<channel>
	<title>ThaiPR.NET</title>
	<atom:link href="https://www.thaipr.net/tag/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thaipr.net/tag/ไอแอมพีอาร์</link>
	<description>Press Release Distribution Center of Thailand</description>
	<lastBuildDate>Sun, 17 May 2026 16:58:15 +0700</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.1</generator>
	<item>
		<title><![CDATA[“มูลนิธิชัยอนันต์” เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “Help the Helpers” มอบเครื่อง “Echo 4 มิติ” เสริมศักยภาพ “รพ.ชัยภูมิ” ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3425432</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Dec 2023 08:16:22 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3425432</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณวรัตน์ชพร สายปานรัศมี ประธานมูลนิธิชัยอนันต์ เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “Help the Helpers” สนับสนุน “ผู้ให้” เพื่อส่งต่อการ “ให้” ที่ไม่สิ้นสุด มอบเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ชนิด 4 มิติ (Echocardiogram) มูลค่า 6 ล้านบาท ให้กับ “ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลชัยภูมิ” โดยมี ผศ.(พิเศษ)นพ.ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ พร้อมคณะแพทย์ร่วมรับมอบ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะแพทย์และพยาบาล และยกระดับขีดความสามารถในการดูแลประชาชนชาวชัยภูมิให้เข้าถึงการตรวจรักษาโรคหัวใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3425432">“มูลนิธิชัยอนันต์” เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “Help the Helpers” มอบเครื่อง “Echo 4 มิติ” เสริมศักยภาพ “รพ.ชัยภูมิ” ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ชูเทรนด์เลี้ยงลูกยุคใหม่ “นมแม่ No Water”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3370067</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Aug 2023 18:41:50 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3370067</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ชูเทรนด์เลี้ยงลูกยุคใหม่ “นมแม่ No Water” นมแม่ล้วน 6 เดือนไม่น้ำ “บุ๋มทำได้ คุณก็ทำได้” การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของไทยในอดีต มีความเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กทารกที่ถูกถ่ายทอดต่อๆ กันมา อาทิ การกินอาหารเสริมคู่กับนมแม่เพราะกลัวว่าจะไม่อิ่มท้อง หรือการกินน้ำหลังกินนมแม่ทุกครั้งเพื่อล้างปากให้สะอาด ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำแนะนำว่าเด็กทารกควรได้กินนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน จากรายงานการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย MICs 6 (MICs: Multi Indicator Cluster Survey) ล่าสุด พ.ศ.2565 ประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนร้อยละ 28.6 ส่วนเด็กที่กินนมแม่เป็นหลักควบคู่กับน้ำและเครื่องดื่มที่มีน้ำเป็นส่วนผสมนั้นมีจำนวนมากถึงร้อยละ 45.3 มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย&#160; จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล เพื่อชวนทุกภาคส่วนในสังคมไทยมาร่วมกันในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เกิดการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเลี้ยงดูคู่การเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับช่วงวัย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) พ.ญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก(WHO) ได้บรรจุการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3370067">มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ชูเทรนด์เลี้ยงลูกยุคใหม่ “นมแม่ No Water”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“ศูนย์อนามัยที่ 7 &#8211; สวนเด็กสุทธาเวช” ต้นแบบเดย์แคร์ 3 เดือนถึง 3ปี]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3369457</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Aug 2023 08:21:49 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3369457</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูแนวทางพัฒนาเด็กไทยพร้อมอยู่ ในศตวรรษ 21 ด้วย “นมแม่&#38;เลี้ยงดูคู่เรียนรู้” ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรุนแรงและคาดเดาได้ยาก&#160; การฟูมฟักเลี้ยงดูเด็กให้มีต้นทุนเพื่อการพัฒนาสู่ผู้ใหญ่ที่มีคุณลักษณะพร้อมอยู่ในศตวรรษนี้ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในระดับประเทศ&#160;&#160; นมแม่เป็น super อาหารที่เหมาะสมที่สุดในวัยที่สมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องบวกด้วยขบวนการเลี้ยงดูคู่การเรียนรู้ อย่างจริงจัง ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย 2565&#160; แม่ทำงาน แม่ไม่อยู่&#160; หรือแม้แต่แม่อยู่&#160; ทารกและเด็กช่วงต่ำกว่า 3 ปี&#160; มักได้รับการเลี้ยงดูจากปู่ย่าตายายถึงร้อยละ 70.6&#160; ก่อนที่จะมี โรงเรียนอนุบาล หรือ สถานเลี้ยงเด็กของ อบต.ต่างๆ มารองรับ&#160; โจทย์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นมานาน คือ ทำอย่างไรให้เด็กได้รับนมแม่ ได้รับการเลี้ยงดูที่มีขบวนการฟูมฟักอารมณ์จิตใจ มีการเรียนรู้อย่างมีความสุขและอย่างเหมาะสมกับอายุและพัฒนาการ&#160; เพราะสิ่งเหล่านี้จะถูกฝังในโครงสร้างสมอง ที่จะมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพในวัยผู้ใหญ่ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย&#160; ชูต้นแบบ 2 Day Care คุณภาพ “สถานส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย” และ “สวนเด็กสุทธาเวช โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3369457">“ศูนย์อนามัยที่ 7 &#8211; สวนเด็กสุทธาเวช” ต้นแบบเดย์แคร์ 3 เดือนถึง 3ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ หนุน “ลาคลอด 6 เดือน” สร้างคุณภาพเด็กไทยด้วย “นมแม่”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3366909</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Aug 2023 17:08:33 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3366909</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ร่วมขับเคลื่อน“สัปดาห์นมแม่โลก 2566” หนุน “ลาคลอด 6 เดือน” สร้างคุณภาพเด็กไทยด้วย “นมแม่” องค์กรพันธมิตรโลกเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือ WABA : World Alliance for Breastfeeding Actions ได้กำหนดคำขวัญเพื่อรณรงค์การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกันใน“สัปดาห์นมแม่โลก 2566” วันที่ 1-7 สิงหาคมนี้ไว้ว่า ENABLING BREASTFEDDING Making a difference for working parents หรือ “สานพลังสร้างสรรค์สังคมนมแม่เพื่อพ่อแม่ที่ต้องทำงาน” โดยคำขวัญปีนี้มุ่งเน้นเรื่อง การช่วยให้แม่ยังคงให้นมแม่ได้&#160; แม้ทั้งพ่อและแม่ต้องทำงาน ขบวนการช่วยให้แม่ยังคงให้นมแม่ได้&#160; มีหลายวิธี และตามบริบทของครอบครัว เช่น การเก็บนมแม่ไว้ให้ลูกที่บ้านและฝากให้คนเลี้ยงเอาให้ลูก ถ้าไปที่ทำงานก็มีมุมนมแม่เพื่อบีบเก็บนม เอากลับบ้าน&#160; ในกรณี ไม่มีคนช่วยเลี้ยงที่ไว้ใจได้ ก็จำเป็นต้องมีสถานที่ช่วยรับเลี้ยงในระหว่างแม่ไปทำงาน (เดย์แคร์นมแม่)&#160; ที่สำคัญที่สุดและเป็นการช่วยแม่ยังคงให้นมแม่ได้ คือแม่ได้อยู่บ้าน การให้นมแม่และแม่เลี้ยงลูกเองในวัยทารกและเตาะแตะเป็นเรื่องสำคัญสุดสุดในการวางรากฐานสุขภาวะให้กับชีวิตเด็ก&#160; ระยะเวลาที่มูลนิธิขอเสนอว่า พอเหมาะกับสถานการณ์ เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน คืออนุญาต “ลาคลอด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3366909">มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ หนุน “ลาคลอด 6 เดือน” สร้างคุณภาพเด็กไทยด้วย “นมแม่”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ทุกปัญหามีทางออก “แม่มือใหม่” เลี้ยงลูกด้วย “นมแม่” แก้ได้-ไม่ยาก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3365835</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Aug 2023 17:27:27 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3365835</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์นมแม่ฯ ชวนสังคมไทยร่วมสนับสนุน “นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน” จากรายงานการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ.2565 พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนอยู่ที่ร้อยละ 28.6 ในขณะที่องค์การอนามัยโลก(WHO) บรรจุการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก เป็นตัวชี้วัดด้านโภชนาการระดับโลก ที่ทุกประเทศต้องร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อร่วมกันก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ตั้งเป้าหมายว่า เด็กทารกร้อยละ 50 จะต้องได้กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน ภายในปี 2568 เพราะ “คุณภาพของคน” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน การที่เด็กทารกได้รับน้ำนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ได้รับอาหารตามวัยคุณภาพ ควบคู่กับการเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างทุนสุขภาพที่ดีพร้อมทักษะชีวิตให้กับคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในศตวรรษที่ 21 มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล เพื่อชวนทุกภาคส่วนในสังคมไทยให้มาร่วมกันในการขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันคุณแม่มือใหม่จะมีความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มมากขึ้น แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายหลังคลอดและต้องกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านนั้น มักจะเกิดสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่มือใหม่หลายคนต้องยอมถอดใจ ทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3365835">ทุกปัญหามีทางออก “แม่มือใหม่” เลี้ยงลูกด้วย “นมแม่” แก้ได้-ไม่ยาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[ไขข้อข้องใจ “ผ่าคลอด” มั่นใจเลี้ยง “นมแม่” ได้แน่นอน]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3363354</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 16:12:01 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3363354</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผ่าคลอด” มั่นใจ เลี้ยง “นมแม่” แน่นอน สร้างต้นทุนสุขภาพเด็กไทยด้วยนมแม่ 6 เดือน           องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์คลอดลูกตามธรรมชาติ โดยแนะนำว่าอัตราการผ่าคลอดโดยรวมไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 15 เพราะหญิงตั้งครรภ์โดยปกติของมีโอกาสคลอดลูกได้เองสูงถึงร้อยละ 80-90           สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันมีอัตราการผ่าคลอดร้อยละ 40 ซึ่งสูงกว่าที่ทางองค์การอนามัยโลกได้แนะนำไว้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากความต้องการลดการเจ็บปวดจากการคลอด และมีเรื่องของการกำหนดฤกษ์ยาม แต่การผ่าคลอดนั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อตัวแม่และลูกมากมาย โดยเฉพาะโอกาสของการได้รับอาหารที่ดีและมีคุณค่าที่สุดจากแม่ถึงลูกนั่นก็คือ “นมแม่” นอกจากนี้ทางองค์การอนามัยโลกยังกำหนดให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน เป็นตัวชี้วัดด้านโภชนาการระดับโลก ในการก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของทุกประเทศ           มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล เพื่อชวนทุกภาคส่วนในสังคมไทยให้มาร่วมกันในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความเข้าใจไม่ถูกต้องว่าหากผ่าตัดคลอดจะไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้           ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ประธานสหพันธ์สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ภาคพื้นเอเชียโอเซียเนีย เปิดเผยว่าการผ่าตัดคลอดเป็นหัตถการซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยชีวิตทั้งแม่และลูก ในกรณีที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อแม่และลูก แต่ในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราผ่าตัดคลอดร้อยละ 40 ซึ่งมากกว่าความจำเป็นถึงสองเท่า และในโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีอัตราการผ่าคลอดสูงถึงร้อยละ 80-90 ซึ่งพบว่าในจำนวนนั้นบางส่วนไม่มีข้อบ่งชี้และไม่มีความจำเป็นในการผ่าตัดคลอด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3363354">ไขข้อข้องใจ “ผ่าคลอด” มั่นใจเลี้ยง “นมแม่” ได้แน่นอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“Day Care 3 เดือน &#8211; 3ปี”ตอบโจทย์พัฒนาเด็กไทย]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3363352</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 16:11:48 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3363352</guid>

					<description><![CDATA[<p>“Day Care 3 เดือน &#8211; 3ปี”ตอบโจทย์พัฒนาเด็กไทย นมแม่ควบคู่การเลี้ยงดูคู่เรียนรู้แบบมีคุณภาพ จากรายงานการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย MICs 6 (MICs: Multi Indicator Cluster Survey) พ.ศ.2565 ประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนอยู่ที่ร้อยละ 28.6 และลดลงเมื่อครบกำหนดลาคลอด 3 เดือน เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงานหน้าที่ในการเลี้ยงดูเด็กจึงอยู่ที่ปู่ย่าตายายสูงถึงร้อยละ 70.6 ซึ่งมีผลต่อคุณภาพในการเลี้ยงดูเด็กเล็กในช่วงวัยที่เรียกว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่จะต้องเริ่มต้นด้วย “นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน นมแม่ควบคู่อาหารตามวัย และการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ” มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเลี้ยงดูคู่การเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับช่วงวัย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์  สวัสดิวร ผู้จัดการโครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยฯ เปิดเผยว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหัวใจและจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการสร้างต้นทุนสุขภาพที่ดี ซึ่งเด็กทารกหลังคลอดถึง 3 ปีนั้นถือว่าเป็นช่วงวัยที่เป็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่สำคัญของชีวิต นมแม่และการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังคน สร้างคนไทย 4.0 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3363352">“Day Care 3 เดือน &#8211; 3ปี”ตอบโจทย์พัฒนาเด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“รู้ค่า-เข้าใจ-ทำได้-ทำเป็น” คือหัวใจของ “นมแม่ 6 เดือน”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3360121</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jul 2023 15:58:24 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3360121</guid>

					<description><![CDATA[<p>“รู้ค่า-เข้าใจ-ทำได้-ทำเป็น” คือหัวใจของ “นมแม่ 6 เดือน” เร่งพัฒนาระบบสนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต นมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตและการพัฒนาสมอง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีแบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร เด็กที่ได้กินนมแม่จะมีระดับสติปัญญาสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่มาก 3 จุด ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ “เด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือนต้องกินนมแม่อย่างเดียว โดยไม่มีน้ำ ของเหลวหรืออาหารอื่นใด และกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น” เป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่สนับสนุนให้เด็กไทยทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) โดยตั้งเป้าหมายในปี 2568 ไว้ว่า “เด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียวร้อยละ 50” ในปี ค.ศ.2018 องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟได้มีการทบทวนขั้นตอนของบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น โดยพบว่าบันไดขั้นที่ 1-5 คือแนวทางการปฏิบัติสำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นในโรงพยาบาล คือ 1)มีนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2)บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนมีทักษะในการนำนโยบายไปปฏิบัติ 3)อธิบายให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนทราบถึงประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4)ช่วยแม่เริ่มให้ลูกดูดนมภายในครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด และ 5)สอนให้แม่รู้วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีทำให้น้ำนมคงมีปริมาณพอเพียงแม้ว่าจะต้องแยกจากลูก ซึ่งบุคลากรทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เกิดความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3360121">“รู้ค่า-เข้าใจ-ทำได้-ทำเป็น” คือหัวใจของ “นมแม่ 6 เดือน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“นมแม่” เริ่มต้นดี เข้าเต้าทันทีหลังคลอดใน 1 ชั่วโมง]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3358614</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2023 09:41:52 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3358614</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนุน “10 Step” สร้างสังคมนมแม่-ต้นทุนสุขภาพเด็กไทย การส่งเสริมและช่วยเหลือให้แม่ได้โอบกอดลูกแบบเนื้อแนบเนื้อ และสนับสนุนให้แม่สามารถเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการนำลูกมาวางบนอกแม่ทันที และช่วยให้ลูกได้เริ่มดูดนมแม่ภายในระยะเวลา1 ชั่วโมงแรกภายหลังคลอด เป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่สำคัญของ บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Ten Steps to Successful Breastfeeding) ที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (Unicef) ให้การสนับสนุนและปกป้องให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กไทยทุกคนได้กินนมแม่ตั้งแต่1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น โดยตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2568 ทารกร้อยละ 50 จะได้กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เพื่อชวนทุกภาคส่วนในสังคมไทยให้มาร่วมกันสร้างต้นทุนสุขภาพและศักยภาพของเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีจุดเริ่มต้นที่นมแม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3358614">“นมแม่” เริ่มต้นดี เข้าเต้าทันทีหลังคลอดใน 1 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“น้ำนมแม่” คุณค่าและประโยชน์ไม่สิ้นสุด เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคร้าย ลดเสี่ยงออทิสติก]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/health/3358587</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2023 08:53:41 +0700</pubDate>
				<category>health</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/health/3358587</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำแนะนำว่าเด็กทารกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งจากเซลล์จากแม่ รวมถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารของลูก เพราะเด็กทารกที่เกิดใหม่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่จึงเปรียบเสมือน “วัคซีนหยดแรก” ของชีวิต เพราะมีทั้งสารอาหารและภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมากที่ส่งผ่านจากแม่ถึงลูกช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และในขณะที่แม่กำลังให้นมจะต้องโอบกอดลูกไว้ แม่และลูกได้สบตากัน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นวิธีสร้างสายใยความรักความผูกพันที่ดีที่สุดระหว่างแม่กับลูก ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย  จึงได้ดำเนิน โครงการสร้างสุขภาวะเด็กไทยด้วยนมแม่ ฝ่าวิกฤติโควิด-19 และสานพลังเครือข่ายสู่การขยายผล เพื่อร่วมกันในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้มีการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในสังคมไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ผศ.พญ.อรภา สุธีโรจน์ตระกูล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงประโยชน์และคุณค่าของนมแม่ว่า ช่วง 40 ปีที่ผ่านมาทุกคนต่างทราบดีว่านมแม่นั้นมีประโยชน์สำหรับการเจริญเติบโตของทารก ช่วยลดการติดเชื้อระบบทางเดินอาหารถึงร้อยละ 30 ลดความเสี่ยงอาการปอดอักเสบลงถึงร้อยละ 50-70 และเพิ่มระดับสติปัญญาหรือไอคิวได้สูงสุดถึง 3-10 จุด “ช่วง 5-10ปีหลังยังค้นพบอีกว่า นมแม่นั้นเป็น Key Factor สำคัญที่สามารถสร้างความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ของทารก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/health/3358587">“น้ำนมแม่” คุณค่าและประโยชน์ไม่สิ้นสุด เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคร้าย ลดเสี่ยงออทิสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“เทพลีลา” ชวนคนรุ่นใหม่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์บนโลกออนไลน์  ใช้ “ความชอบ” สานฝันสู่อาชีพ “YouTuber / Content Creator”]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/entertain/3267264</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2022 15:07:22 +0700</pubDate>
				<category>entertain</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/entertain/3267264</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ นักดนตรี นักแสดง YouTuber เชฟ ครู หมอ พยาบาล นักธุรกิจ ฯลฯ ได้กลายเป็นอาชีพในฝันลำดับต้นๆ ของเด็กและเยาวชนไทย เมื่อต้องตอบคำถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร? แต่การที่จะไปให้ถึงฝันพวกเขายังต้องการทักษะในด้านต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ใช่ด้านวิชาการและไม่สามารถหาได้ในชั้นเรียน โดยเฉพาะทักษะวิชาชีพต่างๆ กิจกรรม “BKK-เรนเจอร์ x ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง” The Miracle Playground @Siam : DREAM &#38; DO จึงเกิดขึ้นโดย สสส. ร่วมกับ กทม. นำเอาข้อค้นพบจากงานวิจัยที่ค้นหาความต้องการเรียนรู้ในวันว่างของเด็กและเยาวชนไทย มาต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อชักชวนให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยได้เห็นถึงความสำคัญของของวันว่างที่มีมากกว่า 150 วันในแต่ปี พร้อมชักชวนให้ทุกฝ่ายให้มาร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีกิจกรรมหลากหลาย สอดคล้องตามความสนใจ เพื่อปูทางสร้างทักษะชีวิตและทักษะอาชีพเพื่อสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชนไทย ด้วยการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีทางเลือกในการทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน ค้นหาความถนัด เปลี่ยนวันว่างให้กลายเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถต่อยอดพัฒนาเป็นทักษะอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้พบปะแลกเปลี่ยนมุมมองกับไอดอลในสาขาอาชีพต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจการลงมือทำในสิ่งที่ชอบ ที่สามารถพัฒนาสู่อาชีพในฝันโดยใช้แค่วันว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการเป็น YouTuber ก็มีคำแนะนำดีๆ จาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/entertain/3267264">“เทพลีลา” ชวนคนรุ่นใหม่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์บนโลกออนไลน์  ใช้ “ความชอบ” สานฝันสู่อาชีพ “YouTuber / Content Creator”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
		<item>
		<title><![CDATA[“เนริบาน่า ไฮ” พร้อมบุกตลาดภาคตะวันออก และทั่วประเทศ]]></title>
		<link>https://www.thaipr.net/business/3200638</link>
		<dc:creator><![CDATA[thaipr.net]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2022 17:08:57 +0700</pubDate>
				<category>business</category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thaipr.net/business/3200638</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเกรียงไกร วิไลลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท โอเค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซลส์ คอนซัลติ้ง จำกัด(แถวหลังขวามือสุด) นำผลิตภัณฑ์ “เนริบาน่า ไฮ” คราฟโซจู ไม่มีแอลกอฮอล์ ผสมกัญชา ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มโซจูโนแอลตัวแรกของโลกเดินหน้าบุกตลาดภาคตะวันออก โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และคุณวัลยา จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารระดับสูงเครือเซ็นทรัลให้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงานเปิดสาขาเซ็นทรัล จันทบุรี พร้อมเปิดตัว บริษัท กัญ โอชา จำกัด ดีลเลอร์ประเทศไทย มาเปิดตลาดภาคตะวันออก เพื่อให้ชาวจันทบุรีได้ทดลองชิมและช็อป สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ “เนริบาน่า ไฮ” และ “เนอวาน่า ไฮ” เครื่องดื่มคราฟโซจู ที่มีส่วนผสมของกัญชา แต่ไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.neribana-high.com  และ www.facebook.com/Neribanahigh</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net/business/3200638">“เนริบาน่า ไฮ” พร้อมบุกตลาดภาคตะวันออก และทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thaipr.net">ThaiPR.NET</a>.</p>
]]></description>
									</item>
	</channel>
</rss>
